เหนื่อยกับชีวิต ที่ต่อสู้มาโดยตลอด

สวัสดีค่ะ เราอายุ 25 เพิ่งเรียนจบครุศาสตร์ ภาษาอังกฤษปีนี้ เรารู้สึกเหนื่อย หาทางออกไม่ได้ เราเครียดมาก ว่าเราผิดมากไหม หรือเราควรทำอย่างไร
~ ขออนุญาตเริ่มเลยนะคะ ในครอบครัวของเราพ่อกับแม่เลิกกัน ได้ส่งเราเล่าเรียนจบถึงม.4 จนกระทั่งม.5 เราต้องหาเงินเรียนต่อ เพราะแม่จับได้ว่าเราเป็นทอม แม่เลยไม่ยอมให้เราเรียนต่อ อยู่มาเรื่อยๆ เราเรียนจบม.ปลาย เราขอแม่เรียนแต่โดยสอบชิงทุนได้ แต่ขอให้เค้าช่วยแค่กินนิดหน่อย แม่ของเรากลับเอาไปบอกคนอื่นว่าเรา เอาเงินมัดจำทุน ไปเปย์ให้ผู้หญิงเราเลยเอาใบเสร็จมาให้เค้าดู เราเลยไม่เรียนต่อ เราจึงหางานทำในกรุงเทพ 1 ปี กลับมาทำงานแถวบ้านอีก 1 ปี ในระยะเวลาที่ทำงานที่บ้าน เราหวังว่าจะเก็บเงินเรียนต่อ แต่แม่เราก็เอาเงินที่เราทำงานได้ไปใช้แม่จะเรียกร้องเอาตามจำนวนที่เขาต้องการ แม่เราขายรถไป3คัน เหตุผลเพราะเลิกกับพ่อเลี้ยง แต่แม่เราไม่ได้เป็นหนี้ที่ไหนในช่วงนั้น หลังจากนั้นเราก็ได้เรียนที่มหาลัยแห่งหนึ่งโดยเราใช้เงินเก็บของเรา แล้วก็กู้กยศ.ไปด้วย เราเฉลี่ยเงินใช้เดือนละ4,000 รวมค่าหอ บางครั้งจนกระทั่งขึ้นปี2 เราไม่ได้เป็นทอมแล้วเราได้เจอแฟนเก่าเราคนนึงพี่เขาเป็นทอม เขาช่วยเหลือส่งเสียเรา เราไม่เคยโทรขอเงินที่บ้าน มื้อไหนไม่มีก็คืออด แม่เราก็จะโทรมายืมเงินบ่อยๆซึ่งไม่ได้คืน จนเราขึ้นปี 3 เราเลิกกับแฟนเราหดหู่มาก แต่เรายังดีที่เราไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านเหล้า ทำให้เราได้มีเงินมาใช้จ่ายบ้าง จนเราอยู่ชั้นปีสามเทอมสองเรามีแฟนเป็นทอมเป็นคนต่างชาติ คนนี้ก็ช่วยเราแต่หลังจากที่แม่เรา ขอไอโฟนจากเค้า ขอเงินจากเค้า และบังคับให้เขามาขอเราแต่งงานภายในไม่กี่เดือน แฟนเราก็มาเลิกกับเราไป ตอนเราเรียนปี4 แต่เรามีเงินเก็บตอนที่มีแฟนต่างชาติและกยศ.ทำให้เราสามารถจบปี4ได้ ตอนที่เราอยู่ปี5 เราไม่มีแฟน เราสอนพิเศษ ตามบ้านและในโรงเรียน กินข้าวที่โรงเรียนฟรี แฟนเก่าช่วยบ้างประมาณ2,000บาทต่อเดือน แต่แม่เราโทรมาขอยืมทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ500 แต่เราให้เพราะเขายืม เขาไม่เคยคืน ช่วงนั้นเราทรมานมาก เราทนไม่ไหว เราเคยคิดอยากฆ่าตัวตายหลายครั้ง เพราะเราเป็นโรคซึมเศร้า แต่เพื่อนเราที่อยู่ด้วยเค้าจะไม่ให้เราอยู่คนเดียว จนมาช่วงปีห้า เราแอดมิทที่รพ แม่ไม่เคยมาเยี่ยม ไม่เคยมาหา พูดแค่ว่า กูไม่มีเงินเติมน้ำมันหรอก เราโกรธ แต่เราทำอะไรไม่ได้ เราเลยให้เงินเค้าไป แม่เลยมาหาเรา เขาเอาเราไปพูดให้คนอื่นฟัง ว่าน้องสาวเรา ไม่ได้เรียนต่อเป็นเพราะเรา เราผลาญเงินเค้าจนหมดสิ้น เราเครียดมาก ในตอนนั้นเราจึงตัดสินใจจะไม่โทรหาเค้า แล้วแม่ไม่เคยโทรมาหาเราเลยจริงๆ จนกระทั่งวันนึงแม่โทรมาแช้วบอกว่า หนูเงินแม่หมดแล้วแม่ขอเงินใช้หน่อย เราเครียดมาก เราไม่รู้จะทำยังไง ในตอนนั้นหมดคาบสอนพอดี เราไม่มีเงินติดตัวสักบาท เพราะเงินเราหมด เราเลยขอยืมเพื้อนที่อยู่ด้วยกัน แต่ตัวเราเวลากินเราจะเก็บข้าวของครูที่เหลือมาไง้กินตอนเย็น นี่คือสิ่งที่ทำให้เราสามารถฝึกสอนจนจบได้ เราบอกกับแม่ว่า แม่ช่วงนี้หนูตกเก็บเงินขึ้นทะเบียนบัณฑิตนะ แม่หาเงินใช้เองก่อนนะ จากนั้นไม่นาน แม่เราก็บอกว่า เดี๋ยวแม่จะช่วย 1,500 ใช่ไหม เราดีใจมาก แต่แล้ว แม่ก็โทรมาขอเงินเราต่อทั้งๆที่บอกแล้วเราจำเป็นต้องใช้เงิน ถึงวันจ่ายเราก็ได้จ่ายเอง จนเราเรียนจบ เราได้เก็บเงินส่วนหนึ่งไว้10,000บาท ไว้สำหรับขอใบประกอบ สอบบรรจุและไว้ตั้งตัวเพื่อกางานทำ เราได้ไปสมัครงานที่หนึ่ง เราได้ทำงานที่นั่นเราได้เตรียมเงินนั้นไว้เช่าที่พัก แต่เคราะห์ซ้ำกำซัดแม่เราล้มป่วย ทุกอย่างเราต้องกลับมารับผิดชอบ เรากลับมาอยู่บ้านหลังจากฝึกสอนเสร็จ เราไม่เคยมีความสุข ทุกวันเราจะต้องจ่ายทุกอย่าง ทั้งแม่ทั้งยายทั้งน้อง ผ่านมาสองเดือนเงินเราเหลือ3,000 เราเก็บไว้หวังว่าเราจะได้ใช้เงินเกี่ยวกับการสมัครสอบ แต่เราเช่ารถให้แม่ ไปหาหมอ ครั้งแรกหมอส่งตัวไปเอ็กเรย์ เราออกเงินให้1,500 ค่ารถ ครั้งที่สอง แม่ลืมเอาฟิล์มเอ็กเรย์ไปเอาอีกครั้ง แต่คลินิคปิด เราเสียเงินไป 4,500 เพราะแผ่นฟิล์ม เขาไม่บอกเราว่าวันหยุด เราเสียใจมาก พอกลับมาบ้าน เราก็บอกแม่ว่า แม่อย่าไปทำงานนะ สักพักแม่ของเราใส่ขุดทำงานออกมา เราเลยถามว่าแม่จะไปไหน แม่บอกว่า จะไปทำงาน เราสะอื้นมาก เพราะแม่ยิ้มไปพูดไป เราเลยถามว่าวันนี้หนูให้เงินค่าแรงแม่นะ แม่อย่าไปนะ สักพักแม่ก็ออกมาอีก พูดว่า ไปทำงานนะ แล้วแม่ก็ยิ้มไปพูดไปอีก เราเลยบอกว่าแม่ไปเถอะ เราห้ามไม่ไหว จนแกเห็นเราร้องไห้แกลเยไม่ไป แม่ของเรามีเงินเก็บมีเงินซื้อเสื้อผ้าใส่ และซื้อให้น้อง ให้เงินน้องใช้ บางทีเอาเงินเราให้น้องใช้ทั้งๆที่ตอนนั้นเราเรียนอยู่ ครั้งนี้เลยเลยคิดว่า เราจะไม่ทนแล้ว เรากู้หนี้ยืมสินรอบไปหมดจนมาถึงตอนนี้ แม่ไม่เคยถามเราสักคำ แต่แม่เรามีแฟน ซึ่งแฟนแม่ไม่เคยช่วยอะไรเลย ตอนแม่เรามีงานมีเงิน แม่เราก็ไปอยู่กับแฟนเค้า ส่งเงินให้น้องเรา ทิ้งพวกเราไ้ว้ บางทีก็ทะกมาขอเงินเราเพื่อไปหาแฟน เราควรจะพอ หรือไปต่อดีคะ แม่เราบอกว่าเรายังดีไม่พอ เราต้องทำยังไงดีคะ ตอนนี้เราเครียดมาก เราเองก็มีโรคประจำตัวหลายอย่าง ความดัน ใจเต้นเร็ว หมอนรองกระดูกทับเส้น โรคซึมเศร้า ตอนนี้ทุกอย่างมันทับถม เราอยากจะก้าวออกไปมากๆ แต่เราก็กลัวว่าเราจะกลายเป็นลูกไม่ดี
ขอคำปรึกษาจากพี่ๆทุกท่านด้วยนะคะ ว่าเราควรทำยังไงดี ขอบคุณนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่