JJNY : 'สุทิน'แย้ม'สธ.เป็นไฮไลต์'│ข้องใจใช้กม.ใดท้วงอปท.ซื้อวัคซีน│เอกชนหวั่น“ภูเก็ตโมเดล”เลื่อน│ผู้ปกครองแห่ผ่อนชุดนร.

'สุทิน' แย้มกรอบอภิปราย 'สธ.เป็นไฮไลต์' ชี้คว่ำร่างไหม ต้องดูคำชี้แจง เผยฟังจาก ส.ส.รัฐบาลอึดอัดการแจกงบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2750433

 
‘สุทิน’ แย้มกรอบอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ 65 ‘สธ.เป็นไฮไลต์’ เผยฟังจาก ส.ส.รัฐบาลไม่เห็นด้วย-อึดอัดกับการแจกงบ ถาม จะเลือกเอามารยาทหรือเลือก ปชช.
 
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า จะเปิดอภิปรายคนแรกโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และขยายความโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จากนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านสลับกัน พร้อมสรุปปิดอภิปรายในวันสุดท้ายโดยตน
 
นายสุทินกล่าวว่า ในการบริหารเวลาวันนี้ โดยพื้นฐานจะได้คนละ 10 นาที และอาจจะมีเพิ่มเวลาให้กับประเด็นที่ต้องเน้น 15-30 นาที เชื่อว่าจะจบได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งการแบ่งเวลาก็ใช้ฐานเดิมคือ ส.ส.ของพรรค เช่น พรรคเพื่อไทยได้ 760 นาที พรรคก้าวไกล 310 นาที และพรรคเล็กพรรคน้อยลดหลั่นตามกันไป แต่จะมีพรรคเดียวคนเดียวคือพรรคพลังปวงชนไทย ได้เวลา 15 นาที นอกจากนี้จะมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลซ์ ทั้งสองคนนี้มาเพิ่มเติม
 
นายสุทินกล่าวด้วยว่า สาระของวันนี้จะเริ่มต้นด้วยภาพรวมของงบประมาณ โดยหลักแล้วจะชี้ให้เห็นถูกผิดเกี่ยวกับการบำรุงสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้า และชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลว ความสำเร็จที่พอจะมีต่อการใช้งบประมาณ ส่วนในวันที่ 1-2 มิถุนายนจะเป็นการลงรายละเอียดของแต่ละกระทรวง อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นไฮไลต์ ต่อด้วยกระทรวงกลาโหมที่เป็นคู่เปรียบเทียบ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน ที่มีงบประมาณจำนวนมาก
 
“ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขต้องมาเจาะลึกกันว่าเหมาะหรือไม่ และจะเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งในการรับมือโควิด-19 ได้จริงหรือไม่กับงบที่นำไปเติมให้ และคงหนีไม่พ้นที่จะถูกพาดพิงไปถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่จะเข้าหลังจากนี้” นายสุทินกล่าว
 
เมื่อถามว่า มติจะเป็นรูปแบบใด จะคล้ายกับงบประมาณที่ผ่านมาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า แตกต่างจากทุกปี เพราะทุกปีมีการอะลุ่มอล่วย แม้รู้ว่าผิดแต่เราก็ให้โอกาส แต่เมื่อให้โอกาสมาแล้ว 2 ปีก็พบว่าไม่เคยจะได้รับการแก้ไข ปีนี้จึงคิดว่าจะต้องยกระดับให้สัมพันธ์กับความรู้สึกของประชาชนและปัญหาที่เขาสร้างขึ้น ซึ่งเราจะไม่รับหลักการ แต่เราก็เชื่อว่าถึงแม้เราจะไม่รับหลักการ รัฐบาลก็คงผ่านไปจนได้
 
นายสุทินกล่าวว่า ดังนั้น มติของเราจะเป็นการชี้ถูกชี้ผิด ซึ่งจะเป็นระดับที่เข้มข้นขึ้น และจะทำให้เขาสร้างความตระหนักโดยหวังผลว่าจะได้รับการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการและในวาระ 2-3 ซึ่งมติที่ไม่รับนั้นเป็นการสอดคล้องกันของทุกพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม การที่เราจะคว่ำร่างก็ต้องดูและฟังคำชี้แจงก่อน ซึ่งก็ไม่แน่ตนได้ฟังจาก ส.ส.ของรัฐบาลหลายพรรคก็ไม่เห็นด้วย อึดอัดกับการแจกงบประมาณ ฉะนั้นจะถึงขั้นที่เขาจะคว่ำงบด้วยหรือไม่เท่านั้นเอง ว่าเขาจะเลือกเอามารยาทหรือเลือกเอาประชาชน
 

 
นักวิชาการ ข้องใจผู้ตรวจการฯ ใช้ กม.ใดท้วง อปท.ซื้อวัคซีน ชี้ท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2750387
 
นักวิชาการ ข้องใจผู้ตรวจการฯ ใช้ กม.ใดท้วง อปท.ซื้อวัคซีน ชี้ท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมาย
 
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายบรรณ แก้วฉ่ำ นักวิชาการด้านกฎหมายการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า จากการติดตามการบริหารงานเพื่อไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ในระดับจังหวัด โดยอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พบว่าการรวมศูนย์อำนาจในส่วนกลาง ยังเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด หลังจากนายกรัฐมนตรีเปลี่ยนแผนการลงทะเบียนฉีดวัคซีน
 
“อำนาจหน้าที่ของ อบจ. เทศบาลและ อบต.ยืนยันว่ามีอำนาจในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างชัดเจนและ ในแง่ของอำนาจหน้าที่ ขอเรียนว่าประชาชนที่มีญาติพี่น้องเสียชีวิตจากโควิด-19 สามารถยื่นฟ้องร้อง อบจ. เทศบาล และ อบต.ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากเห็นว่า อปท.แห่งนั้น ไม่ได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่” นายบรรณกล่าว
 
นายบรรณกล่าวอีกว่า สำหรับข้อทักท้วงของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีท้องถิ่นจะจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ขณะนี้มีคำถามถึงผู้ตรวจการฯ หลังมีการวินิจฉัย ได้ใช้ฐานอำนาจจากกฎหมายฉบับใดรองรับความเห็นดังกล่าว และในอนาคตหาก อปท.ไม่สามารถจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ท้องถิ่นทั่วประเทศก็ควรตัดสินใจคืนภารกิจ การซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อนำไปฉีดสุนัขและแมวให้กรมปศุสัตว์กลับไปรับผิดชอบเองทั้งหมด
 
อดีตนายกสมาคมฯ ชี้ท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมาย
 
นายวิจารณ์ กุลชนะรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อดีตนายกสมาคมข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง อบจ. และเทศบาลนคร เทศบาลเมือง มีความประสงค์จะซื้อวัคซีนชิโนฟาร์ม โดยทำหนังสือถึงเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อสั่งจองวัคซีนทางเลือก เบื้องต้นการจัดซื้อสามารถทำได้ไม่มีข้อห้าม แต่ อบจ.หรือเทศบาล จะซื้อได้จริงหรือไม่ต้องรอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัดที่กำกับการบริหารราชการแผ่นดินส่วนภูมิภาคพิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาทักท้วง แต่ยืนยันว่า อบจ. และเทศบาลมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมโรคชัดเจน ตามที่กำหนดไว้ชัดเจนในกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เทศบาลและ อบจ.
 
นายวิจารณ์กล่าวว่า สำหรับการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทั้ง อบจ.และเทศบาลจะต้องมีรายจ่ายนอกเหนือจากการซื้อวัคซีน หากซื้อได้จริง ต้องวางแผนเพื่อจัดเก็บวัคซีนให้มีคุณภาพ และการบริหารจัดการการฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง จะต้องมีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจ้างบุคลากรทางการแพทย์ของเอกชน เข้ามาทำการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะไม่มากสำหรับเทศบาลนคร หรือเทศบาลเมือง แต่ อบจ.อาจจะมีปัญหาในการบริหารจัดการหากสั่งวัคซีนล็อตใหญ่ สำหรับการประกาศเพื่อจัดซื้อวัคซีนของ อบจ.และเทศบาล ทำให้ประชาชนสนใจวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น
 

 
เอกชนหวั่นไทม์ไลน์ “ภูเก็ตโมเดล” เลื่อน
https://www.prachachat.net/local-economy/news-679611

ลุ้นระทึก “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” หวั่น 1 ก.ค.เปิดไม่ได้ตามแผน กรอบปฏิบัติงานไม่ชัด-ขาดเครื่องมือลดความเสี่ยง หลังเลิกกักตัวต่างชาติ บิ๊ก ททท.ยันนาทีนี้ทุกอย่างตามไทม์ไลน์ จ่อลอนช์ “Countdown to Reopen Phuket” ตั้งเป้า 3 เดือนรับนักท่องเที่ยว 120,000 คน “เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย” ผนึกกลุ่มโรงแรมดัน “ภูเก็ต” สู่ตลาดโลกอีกครั้ง ภาคท่องเที่ยวภูเก็ตไม่มั่นใจ ขอแผนปฏิบัติจริง
 
เอกชนหวั่นไทม์ไลน์ ‘ภูเก็ตโมเดล’ เลื่อน
 
แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่านโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวของจังหวัดภูเก็ต หรือ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket Sandbox)” ในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 9 มีนาคม 2564 ระบุไว้ชัดเจนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องหารือร่วมกันเพื่อกำหนดกรอบสำหรับเป็นคู่มือปฏิบัติงาน (SOP : Standard Operating Procedure) รวมถึงคู่มือในการลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่
 
แต่จนกระทั่งถึงขณะนี้ปรากฏ กรอบปฏิบัติงานดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนนัก ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ภูเก็ตส่วนใหญ่เกิดความไม่เชื่อมั่นว่า จังหวัดภูเก็ตจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวได้ตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่
 
เอกชนตบเท้าขอความชัดเจน
 
โดยเฉพาะการเตรียมการใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 

1) เครื่องมือในการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ รวมถึงแผนการตั้งรับหากเกิดการแพร่ระบาดใหม่อีกครั้ง 
2) แนวทางการควบคุมเส้นทางและสถานที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยว
3) การติดตามตัวนักท่องเที่ยว 
และ 4) การตรวจสอบใบรับรองการฉีดวัคซีน (vaccine certificate) การตรวจสอบโควิด-19 เพื่ออนุมัติการเดินทางในเบื้องต้นก่อนเข้าประเทศและการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลเมื่อเดินทางเข้าประเทศ
 
“เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ภาคเอกชนท่องเที่ยวภูเก็ตได้รวมตัวกันขอเข้าพบผู้ว่าฯภูเก็ต เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องนี้ไปแล้ว โดยทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. และภาคเอกชน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถบริการนักท่องเที่ยว ฯลฯ ได้ขอประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต อีกครั้งในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดเสนอที่ประชุม ศบค. และกำหนดกรอบปฎิบัติที่ชัดเจนได้ต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว
 
ททท.ยันไม่เปลี่ยนแปลง
 
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ทุกกระบวนการของการเดินหน้าเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ “ยังเดินหน้าตามปกติ” และยืนยันว่า เป็นไปตามไทม์ไลน์ทั้งหมด โดยหลายประเด็นได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่อยู่ในกระบวนการและรอจังหวะประกาศในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
 
ณ นาทีนี้ยังไม่มีใครมาบอกให้ผมหยุดหรือชะลอการเปิดเกาะภูเก็ตแต่อย่างใด ทุกอย่างออนโพรเซสทั้งหมด ไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ส่วนประเด็นของ SOP ของภูเก็ตนั้น กำลังจะเข้าพิจารณาใน ศบค.ชุดเล็ก ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนทั้งหมดเร็ว ๆ นี้ จากนั้นจะเข้าสู่การประชุม ศบศ.” นายยุทธศักดิ์กล่าว
 
นอกจากนี้ ททท.ยังได้เตรียมออกแคมเปญใหญ่ “Countdown to Reopen Phuket” ผ่านไปทางสำนักงาน ททท. ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศทั่วโลก เพื่อเป็นการสื่อสารบอกให้คนทั่วโลกเกิดความมั่นใจในการเดินทางเข้ามาเที่ยวภูเก็ต ยกระดับภูเก็ตให้เป็นพื้นที่สีเขียว สามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย
 
โดยเป้าหมายในช่วง 3 เดือนแรก (กรกฎาคม-กันยายน 2564) ของการเปิดภูเก็ต ททท.ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 129,000 คน จะสร้างรายได้ราว 1.14 หมื่นล้านบาท
 
ล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่า นายยุทธศักดิ์ได้ทำหนังสือลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ถึง นายกสมาคมโรงแรมไทย ยืนยันการแจ้งเปิดพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ตามแผนภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เพื่อขอให้สมาคมช่วยประชาสัมพันธ์กับพันธมิตรธุรกิจ โดยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.tatnews.org
 
ประกาศ “ภูเก็ต” พร้อม
 
นายเดวิด จอห์นสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์สำหรับอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนในจังหวัดภูเก็ตพร้อมเปิดแน่นอน ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว โดยได้ร่วมกับโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตเปิดตัวแคมเปญการตลาดและการประชาสัมพันธ์ในยุโรป เจาะกลุ่มนักเดินทางจากสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และรัสเซีย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่