- ที่มา เป็นคำสอนของอาจารย์ในเรื่องอธิบติปัจจัย
- วันนี้ ไตร่ตรองถึงเรื่องนี้เห็นว่าน่าสนใจ จึงขอยกประเด็นนี้มาสั้นๆครับ
---------
อิทธิบาท 4
ฉันทะเจตสิก ทำหน้าที่ ฉันทิทธิบาท
- พระพุทธเจ้าทรงแสดงอิทธิบาท 4 พระองค์กลับทรงยกว่า อิทธิบาท 4 นี้ เป็นฐาน
- ถามว่า อะไรเป็นเหตุให้เข้าถึงมรรคผล ระหว่าง อิทธิบาท กับ อธิบดี
- ตอบว่า อิทธิบาท เป็นองค์สำคัญในการเข้าถึงมรรคผล
- เป็นเหตุให้ได้มรรคและผล
- งานที่ใช้งานหนึ่งใน วิปัสสนา ก็คือ อิทธิบาท 4
- ถามว่า เวลาเดินงานใน โพธิปักขิยธรรม พระพุทธองค์ ไฮไลค์ หมวดที่ 1 ชื่อว่า สติปัฏฐาน 4
- หลังจากนั้นอาศัย กำลังแห่งวิริยะ เนื่องจาก สติปัฏฐานมีกำลังในการละอกุศล ที่ควรละ อกุศลที่ละแล้วให้หายไป เจริญกุศลให้เกิด เจริญกุศลที่เกิดแล้วให้ตั้งมั่น โดยองค์แห่ง โพธิปักขิยธรรม องค์ที่สอง คือ สัมมัปปทาน 4
- เมื่อ วิริยะ มีกำลัง วิริยะจะเป็นตัวผลักดันให้ ฉัททิทธิบาท มีความแรงกล้าทันที ฉันทะแรงกล้าไว้ มีกำลังมากพอ เพราะฉันทะเป็นส่วนที่มีความพอใจในการปฏิบัติงานวิปัสสนา แต่ไม่ใช่เกิดจากการที่มีโลภะเข้าไปยินดี เป็น ฉันทิทธิบาท
- เพราะฉนั้น อิทธิบาท จึงเป็นธรรมหนึ่งในโพธิปักขิยธรรม
- ส่วนอธิปดี เป็นธรรในโพธิปักขิยธรรม หรือเปล่า ไม่ใช่ธรรมในโพธิปักขิยธรรม
- ถามว่าเป็น อิทธิบาทในกลุ่มนี้(ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา)เวลาไปประกอบกับ จิต ต้องประกอบกับจิตอย่างเดียวเท่านั้น จิตนั้นคืออะไร กุศล เท่านั้น
------------------
- อธิบดี(ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) องค์ธรรม สาธิปติชวนะ 52 เว้นโมหะ กับ หสิตุปา เจตสิก 51( เว้นวิจิกิจฉา ) และสาธิปติจิตตชรูป
-ฉันทะในอธิบดี แบ่งเป็น 2 ส่วน
-- อิทธิบาท 4
1. เป็นเหตุให้ได้มรรคผล
2.เป็นธรรมในโพธิปักขิยธรรม
3.ประกอบกับจิตที่เป็น กุศล
--ส่วน อธิบดี
1.เป็นอารมณ์แห่งอธิบดี
2.ไม่ใช่ธรรมในโพธิปักขิยธรรม
3.ประกอบด้วย สาธิปปติชวนะ 52 (มีทั้ง กุศล อกุศล และ อัพพยากะตะ)
------------------
เพราะฉนั้น เวลาท่านฟังใคร เออวันนี้มี อธิบดีอารมณ์ อย่าเพิ่งมุ่งหมายว่า บุคคลนั้นจะต้องมีอธิบดีฝ่ายกุศล อาจจะมีอารมณ์ฝ่ายไม่ดีก็ได้ เหมือนกัน เพราะฉนั้นแต่ถ้ามี อิทธิบาท 4 การเดินงานของจิตต้องเป็นอะไรอย่างเดียวเท่านั้น กุศล เท่านั้น
- เพราะฉนั้น ความต่างกันของ อิทธิบาท กับ อธิบดี เมื่อว่าโดย องค์ธรรมแล้ว ไม่เหมือนกัน ต่างกันมากระหว่าง อิทธิบาท กับ อธิบดี
- เพราะเนื่องจาก อิทธิบาท 4 พระองค์ทรงแสดงไว้ว่า
- ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาลาดไปเทไป ฉันใด การที่บุคคลมี ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสา แรงกล้า ย่อมเทไปลาดไปในฝั่งพระนิพพาน ก็ฉันนั้น...
-----------------------
- คือ นึกถึงประเด็นนี้ขึ้นมาก็มาย้อนกลับไปอ่านทบทวนอีกรอบครับ เพื่อหายข้องใจ และเห็นว่าเป็นคำสอนของอาจารย์ในเกล็ดย่อยๆที่ตอนเรียนเรียนไปแบบเผินๆ แต่เมื่อนึกได้ก็กลับมาอ่านอีกครั้งหนึ่งเพื่อไตร่ตรองได้ชัดเจนต่อไป
ในการเรียนเรื่อง อธิบติปัจจัย ในประเด็นที่น่าสนใจคือ อธิบดีองค์ธรรม 4
- วันนี้ ไตร่ตรองถึงเรื่องนี้เห็นว่าน่าสนใจ จึงขอยกประเด็นนี้มาสั้นๆครับ
---------
อิทธิบาท 4
ฉันทะเจตสิก ทำหน้าที่ ฉันทิทธิบาท
- พระพุทธเจ้าทรงแสดงอิทธิบาท 4 พระองค์กลับทรงยกว่า อิทธิบาท 4 นี้ เป็นฐาน
- ถามว่า อะไรเป็นเหตุให้เข้าถึงมรรคผล ระหว่าง อิทธิบาท กับ อธิบดี
- ตอบว่า อิทธิบาท เป็นองค์สำคัญในการเข้าถึงมรรคผล
- เป็นเหตุให้ได้มรรคและผล
- งานที่ใช้งานหนึ่งใน วิปัสสนา ก็คือ อิทธิบาท 4
- ถามว่า เวลาเดินงานใน โพธิปักขิยธรรม พระพุทธองค์ ไฮไลค์ หมวดที่ 1 ชื่อว่า สติปัฏฐาน 4
- หลังจากนั้นอาศัย กำลังแห่งวิริยะ เนื่องจาก สติปัฏฐานมีกำลังในการละอกุศล ที่ควรละ อกุศลที่ละแล้วให้หายไป เจริญกุศลให้เกิด เจริญกุศลที่เกิดแล้วให้ตั้งมั่น โดยองค์แห่ง โพธิปักขิยธรรม องค์ที่สอง คือ สัมมัปปทาน 4
- เมื่อ วิริยะ มีกำลัง วิริยะจะเป็นตัวผลักดันให้ ฉัททิทธิบาท มีความแรงกล้าทันที ฉันทะแรงกล้าไว้ มีกำลังมากพอ เพราะฉันทะเป็นส่วนที่มีความพอใจในการปฏิบัติงานวิปัสสนา แต่ไม่ใช่เกิดจากการที่มีโลภะเข้าไปยินดี เป็น ฉันทิทธิบาท
- เพราะฉนั้น อิทธิบาท จึงเป็นธรรมหนึ่งในโพธิปักขิยธรรม
- ส่วนอธิปดี เป็นธรรในโพธิปักขิยธรรม หรือเปล่า ไม่ใช่ธรรมในโพธิปักขิยธรรม
- ถามว่าเป็น อิทธิบาทในกลุ่มนี้(ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา)เวลาไปประกอบกับ จิต ต้องประกอบกับจิตอย่างเดียวเท่านั้น จิตนั้นคืออะไร กุศล เท่านั้น
------------------
- อธิบดี(ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) องค์ธรรม สาธิปติชวนะ 52 เว้นโมหะ กับ หสิตุปา เจตสิก 51( เว้นวิจิกิจฉา ) และสาธิปติจิตตชรูป
-ฉันทะในอธิบดี แบ่งเป็น 2 ส่วน
-- อิทธิบาท 4
1. เป็นเหตุให้ได้มรรคผล
2.เป็นธรรมในโพธิปักขิยธรรม
3.ประกอบกับจิตที่เป็น กุศล
--ส่วน อธิบดี
1.เป็นอารมณ์แห่งอธิบดี
2.ไม่ใช่ธรรมในโพธิปักขิยธรรม
3.ประกอบด้วย สาธิปปติชวนะ 52 (มีทั้ง กุศล อกุศล และ อัพพยากะตะ)
------------------
เพราะฉนั้น เวลาท่านฟังใคร เออวันนี้มี อธิบดีอารมณ์ อย่าเพิ่งมุ่งหมายว่า บุคคลนั้นจะต้องมีอธิบดีฝ่ายกุศล อาจจะมีอารมณ์ฝ่ายไม่ดีก็ได้ เหมือนกัน เพราะฉนั้นแต่ถ้ามี อิทธิบาท 4 การเดินงานของจิตต้องเป็นอะไรอย่างเดียวเท่านั้น กุศล เท่านั้น
- เพราะฉนั้น ความต่างกันของ อิทธิบาท กับ อธิบดี เมื่อว่าโดย องค์ธรรมแล้ว ไม่เหมือนกัน ต่างกันมากระหว่าง อิทธิบาท กับ อธิบดี
- เพราะเนื่องจาก อิทธิบาท 4 พระองค์ทรงแสดงไว้ว่า
- ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาลาดไปเทไป ฉันใด การที่บุคคลมี ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสา แรงกล้า ย่อมเทไปลาดไปในฝั่งพระนิพพาน ก็ฉันนั้น...
-----------------------
- คือ นึกถึงประเด็นนี้ขึ้นมาก็มาย้อนกลับไปอ่านทบทวนอีกรอบครับ เพื่อหายข้องใจ และเห็นว่าเป็นคำสอนของอาจารย์ในเกล็ดย่อยๆที่ตอนเรียนเรียนไปแบบเผินๆ แต่เมื่อนึกได้ก็กลับมาอ่านอีกครั้งหนึ่งเพื่อไตร่ตรองได้ชัดเจนต่อไป