😇มากันทุกคน เรากลับมาแล้วหลังจากห่างหายกันไปนานมากๆๆๆๆเลย เราพึ่งเรียนจบและได้เริ่มทำงาน ทำให้เราต้องปรับการใช้ชีวิตสักหน่อยในช่วงที่ผ่านมา มารอบนี้เราจะมาเล่าถึงการรักษาและรีวิวของที่ๆเราได้ไปรักษามากัน เริ่มมมมม รอบนี้พยายามมามาแต่เนื้อๆเลย
คือหลังจากนั้นเราก็แย่เลยสภาพเราแย่มากจนแบบทำอะไรไม่ถูกแบบมากๆเลย แต่ก็นะเราก็เลยพยายามหาวิธีรักษาใหม่ หรือ หาที่ๆจะไปรักษาใหม่อยู่กันวนไป (เราขอบอกก่อนว่า ส่วนมากสิวที่เราจะขึ้นนี้จะเป็นสิวที่แบบบริเวณรอบปากทั้งหมดเลย หน้าผาก แก้ม จมูก แทบจะเป็นเซฟโซนของเราเลย แต่ก็มีขึ้นมาอยู่นะไม่ใช่ไม่มีเลย)
รพ แรกที่เราเข้าไปรักษา คือ ที่สถาบันโรคผิวหนัง เอาข้อดีก่อนเลยนะ :ที่นี่คือราคาจับต้องได้ ค่อนข้างราคาดี รพ จะตั้งอยู่ที่ อนุ ใกล้รถไฟฟ้าไปง่าย
แต่ข้อเสียก็คือ : คนเยอะมากกกกก ต้องไปนั่งกดคิดตั้งแต่ก่อนเที่ยงและได้เริ่มเข้าไปติดต่อเพื่อรักษาหลัง 4 โมงเย็นทุกคน คือเราต้องให้พี่ที่รู้จัดเป็นคนเข้าไปกดคิวให้ ซึ่งคนเยอะมากจริงใช้เวลากับการรอค่อนข้างนาน
สรุปเลยเอาง่ายๆ คือ ในความคิดเห็นส่วนตัวของเราคือ ด้วยความที่เราค่อนข้างอยากรู้ดรื่องการเป็นอยู่ของสิวที่เราเป็น เราต้องการ การอธิบายในหลายๆส่วนเพื่อแก้ความข้องใจของเราว่า เออทุกอย่างมันเป็นแบบ นี้ๆๆ อย่างนี้ ซึ้งเราว่า รพ ไม่สามารถคาดหวังอะไรแบบนี้ได้ เพราะด้วยความที่คนเยอะ อันนี้เราเข้าใจเพราะมันยังมีคนอื่นที่นั่งรออยู่เหมือนกัน เขาเลยคงไม่ได้อยากอธิบายอะไรแบบยาวยืด ก็คือเข้าไป พูดๆ 10-15 นาที บางที่ก็เร็วกว่านี้ และ จบ จริงๆแบบ เราเคยถามหมออยู่ครั้งหนึ่งว่าแบบทำไมเรายังเป็นอยู่เรื่อยๆ หมอให้คำตอบมาว่า เพราะหนูหน้ายังมันอยู่ไง เราเลยคิดว่า โอเคมันอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ เราที่ว่าเราต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม😫 (ราคาเฉลี่ยประมาณ 300-500 บาท)
และหลังจากนั้นเหมือนเราก็ปล่อยแบบเออ ปล่อยๆไปมันก้แบบไม่ได้ดีขึ้น แย่ลงขนาดนั้น แต่คือเรายังมีเยอะอยู่นะไม่ใช่ว่าแบบน้อยลง ก็ดีขึ้นมาบ้าง
ไม่วายสุดท้ายเราก็ได้ไปได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ รพ ที่2 ที่สุดท้ายเราได้เข้าไปหา ซึ่งที่นี่เราได้จการการที่เราไปฝึกงานแล้วพี่เจ้าของเขาแนะนำมา คือที่ฟังแล้วแบบอยากไปคือ ค่าปรึกษาของหมอไม่แพง ปกติที่เราเจอค่าหมอจะอยู่ที่ 500 โดยประมาณ แต่ที่นี่เป็นคลีนิคข้างนอกค่าหมอประมาณ 100-300 บาทซึ่งเราว่ามันน่าทึงดี บวกกับ ที่พีบอกว่าหมอดูเอาใจใส่ดีน่ารัก เราก็เออลองไปดูดีไหม สุดท้ายเราก็ลองไปดู ที่นี่คือคลีนิค รัมภาดา ตั้งอแบบอยู่แถวบางนา ไกลมากจากบ้านเรา แต่ก็เออลองไปดู 💒ข้อดี : หมอดุเอาใจใส่ดีจริงจดทุกอย่างในครั้งแรกที่เจอเลย แบบนั่งฟังเราว่าแบบเกิดอะไรขึ้นมาบ้างตั้งแต่แบบ 1-2 ปีก่อน จดมาเป้หน้ากระดาษเลย เราเลยแบบเออเราชอบแหะ แบบวันแรกที่เจอเราข่นของทกอย่างที่เราใช้กับหน้าไปให้หมอดูด้วย แล้ว หมอก็ปัดทุกอย่างออก 555555555 เหลือแต่ยาสิวอย่างเดียว
💒 ข้อเสีย : อย่งที่บอกของเราคือการเดินทางมันค่อนข้างไกล
เราหาหมอทุกคนเราจะบอกก่อนเลยว่าเราขอไม่กินยาแอคโนตินนะ ทุกครั้งที่เราหาหมอใหม่ แต่หมอคนนี้ก็ให้เรากินยา moxy แทนเป็นยาฆ่าเชื้อ แต่เรากินหลังจากไปหาหมอได้ประมาณ 1เดือน แรกๆหมอจะปัดสกินแคร์เราทุกอย่างทิ้งหมดเลย คืออารมหมอจะไม่อยากให้เราใช้สกินแคร์ถ้าเราเป็นสิว แล้วก็เพิ่มยาสิวมาให้เราอีก เหมือนตอนนั้นเราจะมี แบนเซค โรบาส รีแทคนิว แบบยู สามตัวอะ ยาหมดเลย เราหยุดตัวบำรุง และแล้วผิวเราก็เริ่มแห้งลอก ตึงๆแบบดูรู้ว่าผิวดูไม่มีนำ้ ฌแพาะบริเวณ รอบปากนะกรามๆหน่อย แล้วสิงเราก้เริ่มขึ้นหนักกว่าเดิมอีก หลังจากใช้ยา เราก็เออ มันคงดันสิวมั้ง เออลืมบอกอีกอย่างเหมือนหมอจะให้เราเพิ่มความชุมชื้นจากผิวด้วยการกินนำ้เอา ยูตอนนั้นเรากินนำ้ทีวันละ 3 ลิตรได้มั้ง ฉี่กันทั้งวัน แต่ต้องขอบคุณนะเราแบบรู้สึกข้างในร่างกายแบบดีขึ้น หลังจากนั้นเราก็แบบสิวยังขึ้นแบบหนักเรื่อยๆ ดูแบบจนหมอบอกว่ากดเหอะ เพราะเราไม่ค่อยกดสิว เราเคยกดแล้วมันเหมือนหนักกว่าเดิมในเมื่อก่อนเพราะเราเป็นสิว หนอง ไม่เคยขึ้นสิวอื่นเลย จะเม็ดเล็กใหญ่ ก็คือหนองหมดเลย มันจะมีช่วงหนึ่งที่ดีขึ้นคือตอนที่เราเริ่มกินยาฆ่าเชื้อ แต่เราก็รู้แล้วแหละว่าแบบมันดีขึ้นเพราะยาไม่รู้ว่าผิวจริงมันเป็นไงบ้าง หมอให้เรากินเรื่อยๆเลยแบบเรากินมา 2-3 เดือยเราก็เริมรู้สึกแปลกที่เกี่ยวกับริมฝีปากเรา เราเริ่มเห็นว่าอยู่ดีๆสีปากเรามันค่อยๆหายไปแบบกลืนไปเป็นสีเดียวกับเนื้อเลยอะ เราก้เลยโทรไปหาหมอ หมอเลยบอกให้เราหยุดก่อน เราพึ่งมารู้ที่หลังว่า ยาไม่กินในระยะยาวเพราะ แบคทีเรียดีมันจะตายไปด้วย หลังจากเริ่มหยุดกินมันก็เริ่มกลับมาเหมือนเดิม หมอก้เลยแนะนำให้กด เรากดได้ไม่เกิน 5 ครั้งมั้ง หมอก็เริ่มมาพูดเรื่อง กินยาแอคโนติน เอาแหละเราเริ่ม รส ว่ามันไม่ใช้แหละ หมอเร้าโรมเรามากนะแบบ จนหมอไล่เราไปรักษาทีอื่นอะ เพราะแบบหมอดูท่าไม่เอาแล้วคือ้ารักษาต่อก็คือต้อกินยาอะ เราก็เลย เออว่ะ ไม่ไปละเพราะเราไม่อยากกินยา แต่ก็ยังทายาเหมือนเดิมนะแล้วก้กินนำ้เอา กลับมาทำใจที่บ้านว่าแบบ เห้อกลับมาอยู่จุดเดิมอีกแล้วทำไมไม่มีใครช่วยเราได้เลย แบบกลัวจริงๆนะ เราแบบโลกโหดร้านกับรเาจัง แต่สุดท้ายก็ขอบคุณหมอนะ เรายังกินนำ้เยอะตอดมา เหมือนี่ก็เป็นหมอสุดท้ายที่เราหา แบบเลิกหาช่วงปลายๆปีปีหนึ่งน่าจะ 2019 นะ (ราคาเฉลี่ย 300-1000กว่าๆ) แล้วแต่เราว่าเราจ่ายเยอะบางครั้งเพระายาที่หมอให้
และสุดท้าย อีพี สาม คือตอนนี้ที่เราเริ่มหาหมอแขนงอื่นเพื่อรักษาสิวแล้ว ยังไงเดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังใหม่ รอบนี้สัญญาเราจะกลับมาเร็วๆ 5555555 แต่ที่ใหม่เรายังพูดไม่ได้ทั้งหมดนะเพราะเราก็ยังหาอยู่แต่ความถี่มันห่างจาก 2 ที่แรก ยังไงรอฟังกันด้วยนะคะ คืนนี้พอเท่านี้ก่อนนะ ฝันดีคับ🍒
โชคร้ายพราะโรงพยาบาลผิวหนัง Ep.2
คือหลังจากนั้นเราก็แย่เลยสภาพเราแย่มากจนแบบทำอะไรไม่ถูกแบบมากๆเลย แต่ก็นะเราก็เลยพยายามหาวิธีรักษาใหม่ หรือ หาที่ๆจะไปรักษาใหม่อยู่กันวนไป (เราขอบอกก่อนว่า ส่วนมากสิวที่เราจะขึ้นนี้จะเป็นสิวที่แบบบริเวณรอบปากทั้งหมดเลย หน้าผาก แก้ม จมูก แทบจะเป็นเซฟโซนของเราเลย แต่ก็มีขึ้นมาอยู่นะไม่ใช่ไม่มีเลย)
รพ แรกที่เราเข้าไปรักษา คือ ที่สถาบันโรคผิวหนัง เอาข้อดีก่อนเลยนะ :ที่นี่คือราคาจับต้องได้ ค่อนข้างราคาดี รพ จะตั้งอยู่ที่ อนุ ใกล้รถไฟฟ้าไปง่าย
แต่ข้อเสียก็คือ : คนเยอะมากกกกก ต้องไปนั่งกดคิดตั้งแต่ก่อนเที่ยงและได้เริ่มเข้าไปติดต่อเพื่อรักษาหลัง 4 โมงเย็นทุกคน คือเราต้องให้พี่ที่รู้จัดเป็นคนเข้าไปกดคิวให้ ซึ่งคนเยอะมากจริงใช้เวลากับการรอค่อนข้างนาน
สรุปเลยเอาง่ายๆ คือ ในความคิดเห็นส่วนตัวของเราคือ ด้วยความที่เราค่อนข้างอยากรู้ดรื่องการเป็นอยู่ของสิวที่เราเป็น เราต้องการ การอธิบายในหลายๆส่วนเพื่อแก้ความข้องใจของเราว่า เออทุกอย่างมันเป็นแบบ นี้ๆๆ อย่างนี้ ซึ้งเราว่า รพ ไม่สามารถคาดหวังอะไรแบบนี้ได้ เพราะด้วยความที่คนเยอะ อันนี้เราเข้าใจเพราะมันยังมีคนอื่นที่นั่งรออยู่เหมือนกัน เขาเลยคงไม่ได้อยากอธิบายอะไรแบบยาวยืด ก็คือเข้าไป พูดๆ 10-15 นาที บางที่ก็เร็วกว่านี้ และ จบ จริงๆแบบ เราเคยถามหมออยู่ครั้งหนึ่งว่าแบบทำไมเรายังเป็นอยู่เรื่อยๆ หมอให้คำตอบมาว่า เพราะหนูหน้ายังมันอยู่ไง เราเลยคิดว่า โอเคมันอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ เราที่ว่าเราต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม😫 (ราคาเฉลี่ยประมาณ 300-500 บาท)
และหลังจากนั้นเหมือนเราก็ปล่อยแบบเออ ปล่อยๆไปมันก้แบบไม่ได้ดีขึ้น แย่ลงขนาดนั้น แต่คือเรายังมีเยอะอยู่นะไม่ใช่ว่าแบบน้อยลง ก็ดีขึ้นมาบ้าง
ไม่วายสุดท้ายเราก็ได้ไปได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ รพ ที่2 ที่สุดท้ายเราได้เข้าไปหา ซึ่งที่นี่เราได้จการการที่เราไปฝึกงานแล้วพี่เจ้าของเขาแนะนำมา คือที่ฟังแล้วแบบอยากไปคือ ค่าปรึกษาของหมอไม่แพง ปกติที่เราเจอค่าหมอจะอยู่ที่ 500 โดยประมาณ แต่ที่นี่เป็นคลีนิคข้างนอกค่าหมอประมาณ 100-300 บาทซึ่งเราว่ามันน่าทึงดี บวกกับ ที่พีบอกว่าหมอดูเอาใจใส่ดีน่ารัก เราก็เออลองไปดูดีไหม สุดท้ายเราก็ลองไปดู ที่นี่คือคลีนิค รัมภาดา ตั้งอแบบอยู่แถวบางนา ไกลมากจากบ้านเรา แต่ก็เออลองไปดู 💒ข้อดี : หมอดุเอาใจใส่ดีจริงจดทุกอย่างในครั้งแรกที่เจอเลย แบบนั่งฟังเราว่าแบบเกิดอะไรขึ้นมาบ้างตั้งแต่แบบ 1-2 ปีก่อน จดมาเป้หน้ากระดาษเลย เราเลยแบบเออเราชอบแหะ แบบวันแรกที่เจอเราข่นของทกอย่างที่เราใช้กับหน้าไปให้หมอดูด้วย แล้ว หมอก็ปัดทุกอย่างออก 555555555 เหลือแต่ยาสิวอย่างเดียว
💒 ข้อเสีย : อย่งที่บอกของเราคือการเดินทางมันค่อนข้างไกล
เราหาหมอทุกคนเราจะบอกก่อนเลยว่าเราขอไม่กินยาแอคโนตินนะ ทุกครั้งที่เราหาหมอใหม่ แต่หมอคนนี้ก็ให้เรากินยา moxy แทนเป็นยาฆ่าเชื้อ แต่เรากินหลังจากไปหาหมอได้ประมาณ 1เดือน แรกๆหมอจะปัดสกินแคร์เราทุกอย่างทิ้งหมดเลย คืออารมหมอจะไม่อยากให้เราใช้สกินแคร์ถ้าเราเป็นสิว แล้วก็เพิ่มยาสิวมาให้เราอีก เหมือนตอนนั้นเราจะมี แบนเซค โรบาส รีแทคนิว แบบยู สามตัวอะ ยาหมดเลย เราหยุดตัวบำรุง และแล้วผิวเราก็เริ่มแห้งลอก ตึงๆแบบดูรู้ว่าผิวดูไม่มีนำ้ ฌแพาะบริเวณ รอบปากนะกรามๆหน่อย แล้วสิงเราก้เริ่มขึ้นหนักกว่าเดิมอีก หลังจากใช้ยา เราก็เออ มันคงดันสิวมั้ง เออลืมบอกอีกอย่างเหมือนหมอจะให้เราเพิ่มความชุมชื้นจากผิวด้วยการกินนำ้เอา ยูตอนนั้นเรากินนำ้ทีวันละ 3 ลิตรได้มั้ง ฉี่กันทั้งวัน แต่ต้องขอบคุณนะเราแบบรู้สึกข้างในร่างกายแบบดีขึ้น หลังจากนั้นเราก็แบบสิวยังขึ้นแบบหนักเรื่อยๆ ดูแบบจนหมอบอกว่ากดเหอะ เพราะเราไม่ค่อยกดสิว เราเคยกดแล้วมันเหมือนหนักกว่าเดิมในเมื่อก่อนเพราะเราเป็นสิว หนอง ไม่เคยขึ้นสิวอื่นเลย จะเม็ดเล็กใหญ่ ก็คือหนองหมดเลย มันจะมีช่วงหนึ่งที่ดีขึ้นคือตอนที่เราเริ่มกินยาฆ่าเชื้อ แต่เราก็รู้แล้วแหละว่าแบบมันดีขึ้นเพราะยาไม่รู้ว่าผิวจริงมันเป็นไงบ้าง หมอให้เรากินเรื่อยๆเลยแบบเรากินมา 2-3 เดือยเราก็เริมรู้สึกแปลกที่เกี่ยวกับริมฝีปากเรา เราเริ่มเห็นว่าอยู่ดีๆสีปากเรามันค่อยๆหายไปแบบกลืนไปเป็นสีเดียวกับเนื้อเลยอะ เราก้เลยโทรไปหาหมอ หมอเลยบอกให้เราหยุดก่อน เราพึ่งมารู้ที่หลังว่า ยาไม่กินในระยะยาวเพราะ แบคทีเรียดีมันจะตายไปด้วย หลังจากเริ่มหยุดกินมันก็เริ่มกลับมาเหมือนเดิม หมอก้เลยแนะนำให้กด เรากดได้ไม่เกิน 5 ครั้งมั้ง หมอก็เริ่มมาพูดเรื่อง กินยาแอคโนติน เอาแหละเราเริ่ม รส ว่ามันไม่ใช้แหละ หมอเร้าโรมเรามากนะแบบ จนหมอไล่เราไปรักษาทีอื่นอะ เพราะแบบหมอดูท่าไม่เอาแล้วคือ้ารักษาต่อก็คือต้อกินยาอะ เราก็เลย เออว่ะ ไม่ไปละเพราะเราไม่อยากกินยา แต่ก็ยังทายาเหมือนเดิมนะแล้วก้กินนำ้เอา กลับมาทำใจที่บ้านว่าแบบ เห้อกลับมาอยู่จุดเดิมอีกแล้วทำไมไม่มีใครช่วยเราได้เลย แบบกลัวจริงๆนะ เราแบบโลกโหดร้านกับรเาจัง แต่สุดท้ายก็ขอบคุณหมอนะ เรายังกินนำ้เยอะตอดมา เหมือนี่ก็เป็นหมอสุดท้ายที่เราหา แบบเลิกหาช่วงปลายๆปีปีหนึ่งน่าจะ 2019 นะ (ราคาเฉลี่ย 300-1000กว่าๆ) แล้วแต่เราว่าเราจ่ายเยอะบางครั้งเพระายาที่หมอให้
และสุดท้าย อีพี สาม คือตอนนี้ที่เราเริ่มหาหมอแขนงอื่นเพื่อรักษาสิวแล้ว ยังไงเดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังใหม่ รอบนี้สัญญาเราจะกลับมาเร็วๆ 5555555 แต่ที่ใหม่เรายังพูดไม่ได้ทั้งหมดนะเพราะเราก็ยังหาอยู่แต่ความถี่มันห่างจาก 2 ที่แรก ยังไงรอฟังกันด้วยนะคะ คืนนี้พอเท่านี้ก่อนนะ ฝันดีคับ🍒