JJNY : มธ.โพสต์ถามรัฐ วัคซีนจะมาทันไหม?│วิกฤตแรงงานชะลอรับออร์เดอร์│ผู้เสียหายคดี"ประสิทธิ์"ค้านประกัน│ชวนไม่ตอบปมยุบสภา

หรือจะเป็นวัคซีนทิพย์ รพ.สนาม มธ.โพสต์ถามรัฐ วัคซีนจะมาทันไหม? เยียวยาคนถูกเท
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6422744
 
 
เพจโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ โพสต์ถามรัฐ วัคซีนจะมาทันไหม? เผยเตรียมศูนย์รับวัคซีนเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ยินดีทำงานแก้ปัญหาให้คนที่ “ถูกเท”
  
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เพจเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ซึ่งเพิ่งดำเนินการตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนรองรับนโยบายในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่กำลังจะมาถึง โพสต์ข้อความ ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาวัคซีนที่อาจไม่ได้ตามกำหนด พร้อมยื่นเสนอแนะไปยังรัฐบาล 5 ข้อ
 
โดยข้อความระบุว่า 
 
วันพฤหัสบดีที่ 27 พค วันที่สี่สิบเจ็ดของรพ.สนามธรรมศาสตร์ วันที่ผู้คนทั่วประเทศเริ่มพูดกันถึงวัคซีนทิพย์จากรัฐบาล วันนี้มีเรื่องเศร้าที่จำนวนผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถึง 47 ราย น่าเศร้าและเสียใจกับครอบครัวของทุกคน เราหวังว่าจะไม่มีจำนวนที่มากไปกว่านี้อีกแล้ว และหวังว่า แต่นี้ต่อไปจำนวนผู้เสียชีวิตต่ำลงกว่านี้ทุก ๆ วัน
 
วันนี้เป็นวันที่เราจัดเตรียมศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ที่ยิม 4 เสร็จครบถ้วนสมบูรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ มากกว่าพันตัว ฉากกั้นส่วนฉีดวัคซีน ที่นั่งพักรอก่อนฉีดและหลังฉีด ทิศทางการ Flow ของผู้คน แนวทางการลงทะเบียนและจัดคิว เราทำเสร็จแล้วจริงๆ และอาสาสมัครชาวธรรมศาสตร์หลายร้อยคนก็พร้อมที่จะให้บริการผู้สูงอายุวันละ 2,000 คนที่จองไว้กับเรา เราจะค่อยๆ ติดตั้งคอมพิวเตอร์ลงทะเบียน พรินเตอร์ จอ TV เรียกคิวรับวัคซีน และติดตั้งเตียง ผู้ป่วยฉุกเฉินรองรับผู้ป่วยที่อาจมีผลข้างเคียงในสัปดาห์หน้า

แต่ในเรื่องอาคารสถานที่และจัดการเรื่องหลักๆ และทำเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ว่าวัคซีน Astra Zeneca มากกว่าสามหมื่นโดสสำหรับในเดือนมิถุนายน และ 57,500 โดส ในภาพรวมสำหรับเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จะมาจากกระทรวงสาธารณสุขไหมนะ เหลืออีก 10 วันจะถึง 7 มิถุนา วันเริ่มต้นฉีดตามที่รัฐบาลนัดไว้ผ่านแอพพ์หมอพร้อมแล้วนะ จะมาไหมนะ? หรือว่าจะเป็นวัคซีนทิพย์ ที่ให้คิดไปเองว่าได้ฉีด แล้วภูมิคุ้มกันในจิตใจก็จะดีขึ้นเอง อย่างที่คนจำนวนมากใน social media พูดกันอยู่
 
มีผู้คนจำนวนมาก ทั้งศิษย์เก่า บุคลากรมหาวิทยาลัย และผู้ที่จองวัคซีน AZ ไว้ในเดือนมิถุนายน สอบถามมาเยอะมาก ว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร รัฐบาลจะทำอย่างไร?จะให้ความมั่นใจได้ไหมว่าเขาจะได้ฉีด และถ้าหากวัคซีนไม่มาจริง ๆ เขาจะทำอย่างไรหลังจากที่ได้เพียรพยายาม จนลงทะเบียนจองผ่านแอพหมอพร้อมไว้จนประสบความสำเร็จและเริ่มมีความหวังในชีวิตขึ้นมาบ้างแล้ว ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยใหม่และผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อนอย่างนี้?
 
พวกเราที่ธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะที่รพ.หลัก ที่รพ.สนาม ที่ศูนย์รับวัคซีนหรือที่ศูนย์จองวัคซีน ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ และให้คำแนะนำอะไรไม่ได้เลย เพราะเราไม่ได้กำหนดนโยบาย ไม่มีข้อมูล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการและไม่ทราบอะไรเลย นอกจากทำตัวเป็นผู้ปฏิบัติที่ดี ทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบไปโดยเต็มกำลังให้ดีที่สุดสำหรับประชาชน และทำตามสิ่งที่นโยบายชองรัฐกำหนดมาโดยตลอด
 
แต่วันนี้เหมือนไม่มีใครตอบคำถาม ไม่มีใครให้ข้อมูล ไม่มีใครมาบอกอะไรกับประชาชนในเรื่องวัคซีนอีกแล้ว ทำไม ทำไม และ ทำไม?
 
การมีข้อมูลที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลพูดออกมาในสื่อต่าง ๆ การไม่บอกข้อเท็จจริงใด ๆ ให้ประชาชนมั่นใจ การไม่พูดเรื่องจะได้ฉีดวัคซีนอย่างไรและ เมื่อใดอย่างชัดเจนนี้ เหมือนเป็นการลอยแพประชาชนทั้งประเทศ เหมือนกับเราไม่มีคนรับผิดชอบประเทศและคอยแก้ปัญหาวิกฤติร้ายแรงที่เผชิญหน้าอยู่ และจะยิ่งทำให้สถานการณ์เรื่องนี้เลวร้ายลงไปอีกในความรู้สึกของผู้คนทั้งหลาย
 
ในฐานะผู้ปฏิบัติที่อยู่ในสนามรบ ในฐานะที่พวกเราที่นี่ได้คลุกคลีพูดคุยกับผู้คนที่เดือดร้อน เป็นทุกข์ และสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากจะขออนุญาตเสนอแนวทางสำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์นี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาและสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยทั้งหลายบ้าง

พวกเราอยากจะเสนออย่างนี้ สำหรับท่านที่รับผิดชอบอนาคตและชีวิตพวกเรา…
 
1. พวกเราเชื่อว่าวันหนึ่ง ไม่นานไปจากนี้มากนัก เราจะได้รับวัคซีน Astra Zeneca ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซน์ซึ่งรับมอบหมายให้ผลิตในลักษณะ OEM ให้กับบริษัทแม่ในอังกฤษ และวัคซีนเหล่านี้จะถูกแบ่งส่งให้ประเทศไทยตามสัญญาแน่นอน
 
2. ช่วยออกมาพูดและอธิบายกับประชาชนและ-ขอโทษหากทำได้ – ก็คือวัคซีน AZ เหล่านี้จะมาไม่ทันวันที่ 7 มิถุนายนตามที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันเริ่มต้นฉีด และมีคนมาจองคิวเอาไว้มากมายทั่วประเทศ แต่น่าจะมาถึงในกลางหรือปลายเดือนมิถุนายนบางส่วน และจะทยอยมาเรื่อย ๆ จนเพียงพอกับความต้องการในเวลาเดือน สองเดือนสามเดือน จากนี้ไป
 
3. ช่วยออกมารับประกันกับทุกคนที่ตั้งใจและจอง AZ ว่า ถ้าเขายังประสงค์เช่นนั้น เขาจะได้รับวัคซีน AZ อย่าไปยัดเยียดวัคซีนที่เขาไม่อยากจะฉีดให้เขาฉีด ทุกวันนี้คนอายุต่ำกว่า 60 ปีที่อยากฉีดซิโนแวคก็มีมากกว่าจำนวนล้านกว่าโดสที่มีอยู่ขณะนี้หลายเท่าอยู่แล้ว เก็บเอาไปฉีดให้คนที่อยากจะฉีดในขณะนี้ก็น่าจะยังไม่พออยู่แล้ว
 
4. สัญญากับพวกเขาได้ไหมว่า ถ้าได้รับวัคซีนมาถึงมือสธ. เมื่อไหร่ อีกสี่หรือห้าวันหลังจากนั้น คนที่จองคิววันถัดจากวันที่วัคซีนมาถึง จะได้รับวัคซีนแน่นอน เช่น ถ้าวัคซีนมาถึงวันที่ 15 มิถุนา คนที่จองไว้วันที่ 20 มิถุนายนจะได้เริ่มฉีดตามทีจองคิวไว้แน่นอน และวันถัด ๆ ไปก็เป็นไปตามคิวที่ได้ลงนัดไว้แล้ว
 
5. กำหนดวิธีเยียวยาคนที่จองคิวต้น ๆ ตั้งแต่ 7-8 มิถุนายน ซึ่งมีแนวโน้มว่า “ถูกเท” สูงมากว่าจะดูแลพวกเขาให้มาฉีดอย่างไร เมื่อใด ที่ไม่นานนัก ที่ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ เราเตรียมแผนไว้ถึงขนาดว่าถ้าเราเริ่มฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป เราจะเก็บเอาคนที่จองคิว 7-8 มิถุนายนเป็นต้นไป จนถึง 15 มารับวัคซีนตอนสี่โมงเย็นถึงสองทุ่ม วันที่ 16-17 และจัดลำดับตามวันที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ เรายินดีจะทำงานจนถึงสองทุ่มหรือสามทุ่มทุกวันเพื่อแก้ปัญหาให้คนที่ “ถูกเท” เหล่านี้ เพื่อจะช่วยเหลือเยียวยาพวกเขาอย่างเต็มที่ เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
 
พวกเราคิดว่า แนวทางการจัดการเช่นนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่ควรจะกระทำ และน่าจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและต่อระบบสาธารณสุขของประเทศให้กลับมาได้ แทนที่จะอธิบายข้าง ๆ คู ๆ และปล่อยให้ประชาชนที่คอยความหวังต้องเคว้งคว้างอย่างที่เขาถูกปล่อยให้รู้สึกอย่างว้าเหว่มาหลายวันแล้วทุกคนเข้าใจทั้งนั้นว่าการทำงานทุกอย่างต้องมีปัญหา และการจัดการเรื่องวัคซีนโควิดก็เป็นเรื่องระหว่างประเทศ ที่ทุกชาติก็มีปัญหา ประเทศเล็ก ๆ อย่างเราก็คงจะมีปัญหาและอุปสรรคได้ อันนี้คนทั่วประเทศย่อมเข้าใจดีอยู่แล้ว
 
อยากจะบอกกับใครต่อใครที่ตัดสินใจเรื่องนี้ใน ศบค.ในครม.หรือในกระทรวงสาธารณสุขว่าปัญหาโควิด ปัญหาวัคซีน เป็นปัญหาของชาติที่เร่งด่วนรอการแก้ไข และพวกเราทุกคนในทุกโรงพยาบาลที่รบอยู่ในสมรภูมิก็คอยฟังนโยบาย ฟังแนวทางการปฏิบัติจากรัฐบาลที่เป็นหัวหน้าใหญ่ของพวกเราทั้งนั้น เพราะเรารู้ว่าพวกเรามีชัตากรรมร่วมกัน ถ้าพวกเราแพ้ พวกเราก็จะแพ้ด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแต่รัฐบาลแพ้ แต่ชาติและพวกเราทุกคนก็จะสูญเสียทุกอย่างไปด้วย ลึกๆ แล้วพวกเราทุกคน จึงคอยเอาใจช่วย คอยลุ้น และมีความหวังว่าจะมียุทธวิธีการรบที่ดีมาสั่งให้พวกเราทำบ้างอยู่ตลอด ครั้งนี้ จะลองฟังพวกเราที่อยู่ในสมรภูมิบ้างสักครั้งจะดีไหม?
 
วันนี้สถานการณ์ที่รพ. สนามดีขึ้นมาก เราเหลือผู้ป่วยอยู่เพียง 139 คน ใกล้จะต่ำกว่าร้อยละนะ เพราะวันนี้มีผู้ป่วยรับเข้ามาใหม่เพียง 24 ราย และส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้ตั้ง 32 ราย
 
https://www.facebook.com/TUFHforCOVID19/posts/317042416606267
 


เมกะโปรเจ็กต์-โรงงานป่วน วิกฤตแรงงานชะลอรับออร์เดอร์
https://www.prachachat.net/economy/news-676978
 
โควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่ป่วนโรงงานอุตสาหกรรม-ไซต์งานก่อสร้างโปรเจ็กต์ยักษ์ ซ้ำเติมวิกฤตขาดแคลนแรงงาน อุตฯเกษตร-แปรรูปอาหารโอดต้องลดกำลังผลิต-ตัดใจไม่รับคำสั่งซื้อหวั่นผลิตไม่ทันออร์เดอร์ลูกค้า ชี้กลุ่มใช้แรงงานเข้มข้นเดือดร้อนหนัก เมืองชล เปิดศึกแย่งแรงงานต่างด้าว ดึงจากตลาดสดเข้าทำงานโรงงาน-โครงการก่อสร้าง มหาดไทยสั่งคุมเข้มเคลื่อนย้ายแรงงานเถื่อน 128 อำเภอชายแดนทั่วไทย
 
แม้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะระดมฉีดวัคซีนในอัตราเร่งมากขึ้น แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อรายวันในระดับที่สูง และล่าสุดพบผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวในโรงงานอุตสาหกรรม ไซต์งานก่อสร้างในโครงการของภาครัฐและเอกชน ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัด กระทบภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมหลากหลายสาขา ซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนแรงงานที่วิกฤตหนักอยู่แล้ว ทำให้หลายพื้นที่มีการซื้อตัว แย่งชิงแรงงานต่างด้าว
 
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ทุกจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับขบวนการขนแรงงานเถื่อน และคุมเข้มการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ป้องกันปัญหาการเคลื่อนย้ายเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม การขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมายยังมีต่อเนื่อง
 
เกษตร-ก่อสร้างขาด 5 แสนคน
 
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานส่งผลกระทบภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมรุนแรงขึ้น เพราะหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรก แรงงานต่างด้าวที่เดินหน้ากลับประเทศไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย และเมื่อเกิดการระบาดระลอกสอง ระลอกสาม การขาดแคลนแรงงานยิ่งวิกฤตหนักขึ้น
 
สถานการณ์ปัญหาแรงงานในประเทศไทยตอนนี้มี 2 ส่วนหลัก คือ ปัญหาการว่างงานในกลุ่มแรงงานทั่วไปที่ต้องใช้ทักษะสูงและภาคบริการ ซึ่งมีอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2564 ประมาณ 750,000 คน ว่างงานเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิดระบาดที่มีการว่างงาน 300,000-400,000 คน หรือคิดเป็นอัตราว่างงาน 2%
 
กับอีกส่วนหนึ่งเป็นปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น โดยเฉพาะภาคเกษตร-ก่อสร้าง 500,000 คน ซึ่งกลุ่มหลังนี้ไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวคิดเป็นสัดส่วน 80-90% โดยในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ผู้ประกอบการพยายามดึงแรงงานประเภทที่ไม่ใช่แรงงานเข้มข้นเข้ามาทำงานในระบบแรงงานเข้มข้น ให้มีระดับรายได้ที่ดี แต่ส่วนใหญ่แรงงานไม่สามารถทนทำงานได้ จึงต้องรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานแทน
 
ขาดแรงงานผลิตไม่ทันออร์เดอร์
 
เมื่อเกิดการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้นจึงได้รับผลกระทบรุนแรง ขณะเดียวกันก็กระทบต่อเนื่องกับโรงงานในฐานะเป็นผู้ผลิตสินค้า ปัญหาส่วนใหญ่มาจากไม่สามารถผลิตสินค้าส่งมอบได้ทันตามออร์เดอร์ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อข้อเท็จจริงอยู่ที่แรงงานไทยมีไม่เพียงพอ และไม่สามารถนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาได้ในทันที ผู้ประกอบการจึงต้องอดทน พยายามรักษาแรงงานเก่าไว้ให้ได้
 
ขณะเดียวกันก็ต้องนำเครื่องไม้เครื่องมือมาเสริมในส่วนที่ขาดทดแทนแรงงานคน จึงต้องการให้ภาครัฐจัดตั้งกองทุนหรือแหล่งเงินหรือเงินกู้มาช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายย่อยให้สามารถนำไปใช้ขยายการลงทุนซื้อเครื่องจักรเครื่องมือ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่