จะลาออกจากงานประจำดีไหม

อยากขอระบายและถามความคิดเห็นของคนอื่น ๆ ค่ะ 

เจ้าของกระทู้อายุ 40 กว่า ทำงานอยู่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยตั้งกระทู้ลักษณะแบบนี้ ว่ากังวลเรื่องสวัสดิการการรักษาพยาบาลยามแก่ชรา เนื่องจากไม่มีลูกหลาน แต่พอมาคิด ได้บทสรุปว่า ทำงานที่เดิมไปก่อน เงินเดือนไม่มากเมื่อเทียบกับน้องที่ทำงานเอกชน แต่สิทธิสวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลเราดีกว่าน้องมาก ซึ่งแม่กับตัวเจ้าของกระทู้ได้เต็มสิทธิ (ยกเว้น พ่อ ที่อายุ 70 กว่า แต่ยังมีประกันสังคมจากการทำงานอยู่ค่ะ) ที่นี่มาคิดลังเลหลายรอบมาก ว่าอยากลาออก สาเหตุ มีดังนี้ค่ะ

1. รัฐวิสาหกิจ เมื่อเกษียณจะได้บำเหน็จเงินก้อนเดียวไปใช้ชีวิตที่เหลือ แต่อาจจะเลือกลงทุนกับสหกรณ์หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อก็ได้ (รวมทั้งลาออก ก็ยังคาไว้อยู่ได้ค่ะ) 
2. ถ้าเราเกษียณไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ใครได้อีก ในส่วนของตัวเองสามารถไปรักษาขอยากับที่ทำงานได้ค่ะ แต่ถ้าเข้าโรงพยาบาลต้องใช้เงินตัวเอง หรือไม่บัตรทองแทน  ซึ่งวันนั้นหากพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะอายุ 90 กับ 88 ปี ในวันที่เจ้าของกระทู้เกษียณอายุที่ 60 ปีค่ะ  
3. ทุกวันนี้ไม่มีหนี้สินส่วนตัว มีรถ มีบ้าน มีที่ดินเปล่าแล้ว แต่มีภาระจำยอม คือ โรงงานที่บ้าน (ตัวโรงงานอยู่บนที่เช่าในเขตนิคมอุตสาหกรรมค่ะ) ซึ่งหากพ่อเป็นอะไร ทายาทคนต่อไปก็คือ เจ้าของกระทู้ ต้องมารับผิดชอบต่อ ทั้งนี้ ที่ยังไม่ลาออกจากรัฐวิสาหกิจ เพราะเศรษฐกิจโรงงานที่บ้านไม่ดี เงินหมุนชนเดือน (ซึ่งเคยตรวจสอบพบว่า ฝ่ายบัญชีทำงานสะเพร่า ทำให้ได้รับรายงาน Cash Flow ที่ไม่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้เจ้าของกระทู้เคยคิดอยากลาออกมาดูแลฝ่ายบัญชีของบริษัท แต่ความคิดเห็นเจ้าของกระทู้กับพ่อ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ไปคนละทาง ทำงานร่วมกันมักจบที่ขึ้นเสียงใส่กัน >_< แต่ไม่ได้โกรธกันนะคะ พอแยกกันไป ก็หายไปเอง) 
4. เจ้าของกระทู้ได้ลองคำนวณเงินเดือน ณ ปัจจุบัน อายุ 40 กว่า เหลือเกษียณอีก 10 กว่าปี โดยนำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินหุ้นสหกรณ์ เงินฝากสหกรณ์  ใส่สูตรดอกเบี้ยใน Excel พอประมาณคร่าว ๆ ได้ ต่อให้เวลานี้รีบทำงานให้ผู้บริหารเห็นผลงานจะได้เพิ่มเงินเปอร์เซ็นต์ ก็คิดว่าได้เงินบำเหน็จอยู่ไม่เกิน 5 ล้านบาท (อันนี้ คิดจากการเก็บเงิน 70% และเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นจากเปอร์เซ็นต์ที่เริ่มต้น ยังไม่รวมอัตราเงินเฟ้อช่วงระยะเวลานั้นด้วย) ซึ่งเราไม่มีหลานและลูก ดังนั้น ถ้าต้องอยู่คนเดียว อย่างน้อยต้องเสียค่าจ้างคนดูแล คนพาไปหาหมอ ค่ารักษาพยาบาลเอง ต่อให้ได้บัตรทอง แต่ถ้าต้องเสียยาแพง ๆ ก็คงไม่ไหว 
5. จากข้อ 4 มีทางเดียว ที่เจ้าของกระทู้คิดได้ วิธีหาเงินเก็บให้ได้เยอะ ๆ คือ กลับไปช่วยบริหารโรงงานที่บ้านให้ดีขึ้น มียอดขายมากกว่าเดิม อุดรอยรั่ว อย่างเช่น ฝ่ายบัญชีที่ทำงานผิดพลาดบ่อย หรือดูว่าอันไหนสิ้นเปลืองต้องรัดเข็มขัด (ลำพังพ่อเจ้าของกระทู้ ก็ดูไม่ไหวแล้วค่ะ ยิ่งอายุเยอะ ท่านเหมือนชะงักไปบางช่วง แต่ติดตรงท่านไม่เห็นด้วยว่า จะลาออกจากรัฐวิสาหกิจ คือ โรงงานเราเคยผ่านวิกฤติต้มยำกุ้ง เป็นหนี้สินสูงมาก ปัจจุบันสะสางหนี้ไปได้หมดแล้วค่ะ พ่อเลยมองว่า หากโรงงานยังเงินหมุนชนเดือนแบบนี้ ลูกอย่าเพิ่งเสี่ยง ทำงานที่มั่นคงไปก่อนค่ะ) 
6. ตอนนี้เบื่อทำงานระบบเก่า ๆ ของรัฐวิสาหกิจ ที่จริงก็มีงานใหม่ ๆ แต่ไม่ถึงเรา เราอยากเสนอตัวไปทำ แต่โอกาสยังมาไม่ถึง จะต้องให้ผู้บริหารฝ่ายเราเห็นชอบด้วย คือ เจ้าของกระทู้ชอบงานที่ได้คิด จะทำอย่างไรถึงจะมียอดเงินสูง จะลด Cost ได้อย่างไร หรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย ลดกระบวนการทำงานที่ล่าช้าหรือซ้ำซ้อนได้ ซึ่งงานที่ตัวเองทำประจำ เป็นงานเอกสารแบบธุรการ ทำสรุปรายงาน ร่างหนังสือ แบบเดิม ๆ น่ะค่ะ 
7. สุดท้าย อันนี้สำคัญที่ทำให้อยากลาออก คือ โสด ไม่มีภาระลูก (ครอบครัวตอนนี้มีแด่พ่อแม่ ส่วนน้องแยกกันอยู่ค่ะ ไม่ได้แต่งงานเหมือนกัน) และไม่มีหลาน ปัจจุบัน พ่อยังใช้สิทธิประกันสังคม ส่วนลดหุ้นโรงพยาบาล ประกันชีวิต และแม่ที่ใช้สิทธิเจ้าของกระทู้ ซึ่งตอนนี้แม่มีบัตรทองกับประกันชีวิตอยู่ค่ะ   

สุดท้าย เลยอยากถามว่า ถ้าเป็นคนอื่น ๆ จะเลือกทางเดินแบบไหนกันคะ ธงเจ้าของกระทู้ตอนนี้อยากลาออก ไปปลูกผักที่ดินเปล่าในต่างจังหวัดและเข้าไปช่วยโรงงานที่บ้าน ซึ่งทุกวันนี้ก็เข้าไปช่วยทุกวันเสาร์อยู่แล้วค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่