พอดีผมเป็นคนแบบนี้ แปลกไหมครับ ?
1 คิดอะไรตามตัวอักษร แล้วประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ไม่เป็น
2 เป็นที่ไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะเห็นว่าเพื่อนไม่จำเป็นค้องมีเพราะที่โรงเรียนไม่ได้สอนให้มีเพื่อน ถ้าจำเป็นที่โรงเรียนต้องสอนล่ะ นี่ไม่สอนก็แสดงว่าไม่จำเป็น
3 ดูละครน้ำเน่าแล้วเอามายึดเป็นประกาศิตของชีวิต โดยแยกโลกความจริงกับละครไม่ออก แล้วนำบุคลิกแนวคิดของตัวละครมาใช้ทุกสถานการณ์โดยไม่มีการประยุกต์อะไรเลย (ก็ไม่มีใครสอนใครบอกให้ประยุกต์ปรับตามสถานการณ์ นิ) เช่น ยอมโดนแกล้งโดยเอาเปรียบแบบนางเอกแล้วจะชีวิตจะดี ใครพูดอะไรก็เชื่อหมดแบบพระเอกละครแล้วจะดูดี ทำท่าเหยีด ดูถูกคนอื่น และร้องกรีดๆแบบนางอิจฉา จะทำให้ผมดูดีดูแพง
4 เชื่อคำพูดมากกว่า สิ่งที่ตาเห็น ต่อด้วยตัวเองว่าให้รับรู้ว่าอะไรดีไม่ดียังไง แต่ถ้าคนพูดว่าดีก็จะเชื่อตามที่คนพูดแม้เห็นกับตาก็ตาม เช่น อาหารนี้กินอยู่รับรู้ได้ว่ามีรสขม แต่เคยได้ยินเค้าบอกว่ามีรสหวาน ก็จะ้เชื้อว่าหวานก็จะพยามปรับจิตใจให้รับรสตามที่เค้าบอกมา
คนนี้หน้าตาดี แต่เคยได้ยิน 10-20 ปีที่แล้ว เค้าบอกว่าคนที่หน้ามีตำหนิเช่น รอยบาก มีไฝ จะทำให้ดูไม่ดี ต่อให้ผมเห็นอยู่ชัดว่าหน้าตาดี ผมก็จะยึดคำพูดที่เคยได้ยินมาเมื่อ 10-20 นั้นเลยปรับจิตใจและมุมมองตามคำพูดลอยๆนั้น และตัดสินว่าไม่ดี
5 อยู่ที่ทำงานผมก็ไม่ค่อยมีเพื่อนคบเท่าไหร่ เพราะเค้าบอกว่าผมเป็นคนแปลกๆ ทำให้มีปัญหาและโดนบีบจนต้องย้ายงานมา 6 ที่แล้ว (แต่ก็ไม่เห็นผิดกฏที่ทำงานนิ ทำไมมาไล่เราออกได้ ในคู่มือที่ทำงานงานก็ไม่ได้เขียนไว้ว่าไม่มีเพื่อนมันผิดกฎ) ปล. สมัยเด็กผมไปเรียนก็ไปเรียนหนังสืออย่างเดียวไม่คบเพื่อนเลย ก็พ่อแม่บอกให้ตั้งใจเรียน ไม่ได้บอกให้หาเพื่อนนิ
6. ผมเป็นคนคิดอะไรพูดอะไรตรงไปตรงมา เพราะเค้าบอกว่าพูดตรงๆมันแสดงความจริงใจดี ยิ่งพูดแทงใจดำเลยยิ่งดี
7. คิดจะทำอะไรทำเลย โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนอย่างไร (ขอแค่ไม่ผิดกฏที่เค้าเขียนเอาไว้ก็พอแล้ว)
8. ใครพูดอะไร หรือ เห็นข้อความอะไรก็จำแล้วนำมายึดเป็นประกาศิต และใช้ทุกสถานการณ์ (มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ามันมีใช้ไม่ได้บางสถานการณ์เค้าจะโพสมาทำไมครับ) เช่น ตอนนั้นมีคนชมว่าผู้ชายคนนั้นหล่อ แต่ผมดูแล้วก็งงว่า คนนั้นหน้ายากมีรอยนิ เพราะผมเคยได้ยินมาว่าหน้าบาก มันทำให้ดูน่าเกลียด ถ้าเค้าพูดแบบนั้นมันก็ต้องเป็นประกาศิตว่าทุกคน ทุกเคส ในโลกถ้าหน้าบากต้องน่าเกลียดหมดทุกคน แล้วทำไมยังมีคนชมว่าผู้ชายคนนั้นหล่อได้ เค้าได้ไม่ยึดถือคำพูดแบยผมเหรอ ครับ ก็ผู้ใหญ่เค้าบอกบอกมาตั้งแต่ผมยังเด็กๆ แล้วนิ ว่าหน้ามีรอยแล้วจะหน้าเกลียด มันก็จะต้องเป็นแบบนั่นทุกคนทุกเคสนิไม่มีข้อยกเว้นนิครับ
9. ไม่ปรับตัวเข้ากับสังคม (ก็กฏไม่ได้เขียนไว้นิ) ตอนที่ผมไปทำงานวันแรก คนในที่ทำงานบอกว่าที่นี่เค้ามีวัฒนธรรม แนวคิดแบบนี้นะ รับได้หรือเปล่า ผมก็ตอบไปว่า "รับได้ ครับ เพราะผมไม่ค่อยสนใจใครอยู่แล้ว แต่ที่นี่จะรับนิสัยผมได้เปล่าเพราะผมเป็นแบบนี้...."
10. เข้าใจว่าถ้าคนเราเรียนเก่งสักอย่าง ทำไรก็ไม่น่าเกียจ ก็จะดูดีไปหมดทุกด้านจอแค่ดรียนเก่งเท่านั้น ขนาดขี้กลางถนน แต่งตัวเป็นคนบ้า ยังดูดีเลย
มีคนรอบข้างหลายคน น่าจะเป็นสิบคนได้บอกว่าผมเป็นคนแปลกๆให้รีบปรับตัวโดยด่วน ไม่งั้นชีวิตก็จะมีปัญหาอยู่แบบนี้ เคยถึงขนาดตั้งกลุ่มรุมด่าผมด้วย
ช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็มีปัญหาเรื่องเข้าสังคมมาตลอดนะ แต่มันเกี่ยวเหรอเพราะตอนเด็กๆครูเราไม่ได้สอนเรื่องการหาเพื่อนกับเข้าสังคมนิ ถ้าสำคัญจริงต้องสอนไปแล้วแต่นี่ไม่สอนก็แสดงว่ามันไม่สำคัญ ผมก็ไม่ได้บ้านิ ถ้ามันสำคัญจริงครูต้องสอนแล้วเพราะการใช้ชีวิตแทบทุกอย่าง 80-90% มันอยู่ในห้องเรียนหมดแล้ว ไม่ต้องศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติมหรอก
ก็เคยสงสัยว่าเราควรปรับนิสัยตัวเองเปล่า เพราะมีคนเตือนมาเยอะมาก แต่พอมาถามเพื่อความมั่นใจอีกทีใน pantip ขนาดบอกว่าขอคำตอบตรงๆ บอกอ้อมๆผมไม่เข้าใจเพราะผมเป็นตีความตามตัวอักษร จะด่าเลยก็ได้ ก็ได้คำตอบ แบบว่าประมาณว่า
1.ถ้าคิดว่าดีก็ทำไป
2. คุณเป็นคนแปลกไหม ชีวิตทึ่ผ่านมามีความสุขดีไหมคิดเอาเอง ไม่ขอตอบ
3. ต่างคนต่างมุมมองไม่ต้องคิดอะไรมาก
สงสัยว่าผมบอกนิสัยตัวผมขนาดนี้แล้ว เค้ายังไม่ตอบผมตรงๆ แสดงว่าเค้าโง่ ขนาดที่ตีความเกี่ยวตัวผมไม่ออก ทั้งที่ผมบอกข้อมูลผมต้องเยอะแล้ว หรือ เค้าเห็นว่าการกระทำและนิสัยแบบผมเป็นรูปแบบที่ดีครับ เพราะไม่เห็นมีใครบอกว่าผมแปลก หรือ โง่เลย
ผมก็เลยตีความว่า แสดงว่านิสัยผมเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องปรับปรุงตัว ไม่แปลกอะไร ใครเตือนอะไรก็ชั่งมัน (ต่อให้มีคนด่าเราเป็น10เป็น100 ไม่มีคนอนากคบด้วยก็ช่างมัน) เราอยากทำอะไรก็ทำ ใช่ไหมครับ ?
ผมแปลกไหมครับ? ช่วยตีความให้หน่อยครับ ขอความจริง
1 คิดอะไรตามตัวอักษร แล้วประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ไม่เป็น
2 เป็นที่ไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะเห็นว่าเพื่อนไม่จำเป็นค้องมีเพราะที่โรงเรียนไม่ได้สอนให้มีเพื่อน ถ้าจำเป็นที่โรงเรียนต้องสอนล่ะ นี่ไม่สอนก็แสดงว่าไม่จำเป็น
3 ดูละครน้ำเน่าแล้วเอามายึดเป็นประกาศิตของชีวิต โดยแยกโลกความจริงกับละครไม่ออก แล้วนำบุคลิกแนวคิดของตัวละครมาใช้ทุกสถานการณ์โดยไม่มีการประยุกต์อะไรเลย (ก็ไม่มีใครสอนใครบอกให้ประยุกต์ปรับตามสถานการณ์ นิ) เช่น ยอมโดนแกล้งโดยเอาเปรียบแบบนางเอกแล้วจะชีวิตจะดี ใครพูดอะไรก็เชื่อหมดแบบพระเอกละครแล้วจะดูดี ทำท่าเหยีด ดูถูกคนอื่น และร้องกรีดๆแบบนางอิจฉา จะทำให้ผมดูดีดูแพง
4 เชื่อคำพูดมากกว่า สิ่งที่ตาเห็น ต่อด้วยตัวเองว่าให้รับรู้ว่าอะไรดีไม่ดียังไง แต่ถ้าคนพูดว่าดีก็จะเชื่อตามที่คนพูดแม้เห็นกับตาก็ตาม เช่น อาหารนี้กินอยู่รับรู้ได้ว่ามีรสขม แต่เคยได้ยินเค้าบอกว่ามีรสหวาน ก็จะ้เชื้อว่าหวานก็จะพยามปรับจิตใจให้รับรสตามที่เค้าบอกมา
คนนี้หน้าตาดี แต่เคยได้ยิน 10-20 ปีที่แล้ว เค้าบอกว่าคนที่หน้ามีตำหนิเช่น รอยบาก มีไฝ จะทำให้ดูไม่ดี ต่อให้ผมเห็นอยู่ชัดว่าหน้าตาดี ผมก็จะยึดคำพูดที่เคยได้ยินมาเมื่อ 10-20 นั้นเลยปรับจิตใจและมุมมองตามคำพูดลอยๆนั้น และตัดสินว่าไม่ดี
5 อยู่ที่ทำงานผมก็ไม่ค่อยมีเพื่อนคบเท่าไหร่ เพราะเค้าบอกว่าผมเป็นคนแปลกๆ ทำให้มีปัญหาและโดนบีบจนต้องย้ายงานมา 6 ที่แล้ว (แต่ก็ไม่เห็นผิดกฏที่ทำงานนิ ทำไมมาไล่เราออกได้ ในคู่มือที่ทำงานงานก็ไม่ได้เขียนไว้ว่าไม่มีเพื่อนมันผิดกฎ) ปล. สมัยเด็กผมไปเรียนก็ไปเรียนหนังสืออย่างเดียวไม่คบเพื่อนเลย ก็พ่อแม่บอกให้ตั้งใจเรียน ไม่ได้บอกให้หาเพื่อนนิ
6. ผมเป็นคนคิดอะไรพูดอะไรตรงไปตรงมา เพราะเค้าบอกว่าพูดตรงๆมันแสดงความจริงใจดี ยิ่งพูดแทงใจดำเลยยิ่งดี
7. คิดจะทำอะไรทำเลย โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนอย่างไร (ขอแค่ไม่ผิดกฏที่เค้าเขียนเอาไว้ก็พอแล้ว)
8. ใครพูดอะไร หรือ เห็นข้อความอะไรก็จำแล้วนำมายึดเป็นประกาศิต และใช้ทุกสถานการณ์ (มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ามันมีใช้ไม่ได้บางสถานการณ์เค้าจะโพสมาทำไมครับ) เช่น ตอนนั้นมีคนชมว่าผู้ชายคนนั้นหล่อ แต่ผมดูแล้วก็งงว่า คนนั้นหน้ายากมีรอยนิ เพราะผมเคยได้ยินมาว่าหน้าบาก มันทำให้ดูน่าเกลียด ถ้าเค้าพูดแบบนั้นมันก็ต้องเป็นประกาศิตว่าทุกคน ทุกเคส ในโลกถ้าหน้าบากต้องน่าเกลียดหมดทุกคน แล้วทำไมยังมีคนชมว่าผู้ชายคนนั้นหล่อได้ เค้าได้ไม่ยึดถือคำพูดแบยผมเหรอ ครับ ก็ผู้ใหญ่เค้าบอกบอกมาตั้งแต่ผมยังเด็กๆ แล้วนิ ว่าหน้ามีรอยแล้วจะหน้าเกลียด มันก็จะต้องเป็นแบบนั่นทุกคนทุกเคสนิไม่มีข้อยกเว้นนิครับ
9. ไม่ปรับตัวเข้ากับสังคม (ก็กฏไม่ได้เขียนไว้นิ) ตอนที่ผมไปทำงานวันแรก คนในที่ทำงานบอกว่าที่นี่เค้ามีวัฒนธรรม แนวคิดแบบนี้นะ รับได้หรือเปล่า ผมก็ตอบไปว่า "รับได้ ครับ เพราะผมไม่ค่อยสนใจใครอยู่แล้ว แต่ที่นี่จะรับนิสัยผมได้เปล่าเพราะผมเป็นแบบนี้...."
10. เข้าใจว่าถ้าคนเราเรียนเก่งสักอย่าง ทำไรก็ไม่น่าเกียจ ก็จะดูดีไปหมดทุกด้านจอแค่ดรียนเก่งเท่านั้น ขนาดขี้กลางถนน แต่งตัวเป็นคนบ้า ยังดูดีเลย
มีคนรอบข้างหลายคน น่าจะเป็นสิบคนได้บอกว่าผมเป็นคนแปลกๆให้รีบปรับตัวโดยด่วน ไม่งั้นชีวิตก็จะมีปัญหาอยู่แบบนี้ เคยถึงขนาดตั้งกลุ่มรุมด่าผมด้วย
ช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็มีปัญหาเรื่องเข้าสังคมมาตลอดนะ แต่มันเกี่ยวเหรอเพราะตอนเด็กๆครูเราไม่ได้สอนเรื่องการหาเพื่อนกับเข้าสังคมนิ ถ้าสำคัญจริงต้องสอนไปแล้วแต่นี่ไม่สอนก็แสดงว่ามันไม่สำคัญ ผมก็ไม่ได้บ้านิ ถ้ามันสำคัญจริงครูต้องสอนแล้วเพราะการใช้ชีวิตแทบทุกอย่าง 80-90% มันอยู่ในห้องเรียนหมดแล้ว ไม่ต้องศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติมหรอก
ก็เคยสงสัยว่าเราควรปรับนิสัยตัวเองเปล่า เพราะมีคนเตือนมาเยอะมาก แต่พอมาถามเพื่อความมั่นใจอีกทีใน pantip ขนาดบอกว่าขอคำตอบตรงๆ บอกอ้อมๆผมไม่เข้าใจเพราะผมเป็นตีความตามตัวอักษร จะด่าเลยก็ได้ ก็ได้คำตอบ แบบว่าประมาณว่า
1.ถ้าคิดว่าดีก็ทำไป
2. คุณเป็นคนแปลกไหม ชีวิตทึ่ผ่านมามีความสุขดีไหมคิดเอาเอง ไม่ขอตอบ
3. ต่างคนต่างมุมมองไม่ต้องคิดอะไรมาก
สงสัยว่าผมบอกนิสัยตัวผมขนาดนี้แล้ว เค้ายังไม่ตอบผมตรงๆ แสดงว่าเค้าโง่ ขนาดที่ตีความเกี่ยวตัวผมไม่ออก ทั้งที่ผมบอกข้อมูลผมต้องเยอะแล้ว หรือ เค้าเห็นว่าการกระทำและนิสัยแบบผมเป็นรูปแบบที่ดีครับ เพราะไม่เห็นมีใครบอกว่าผมแปลก หรือ โง่เลย
ผมก็เลยตีความว่า แสดงว่านิสัยผมเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องปรับปรุงตัว ไม่แปลกอะไร ใครเตือนอะไรก็ชั่งมัน (ต่อให้มีคนด่าเราเป็น10เป็น100 ไม่มีคนอนากคบด้วยก็ช่างมัน) เราอยากทำอะไรก็ทำ ใช่ไหมครับ ?