โพสนี้สำหรับคนที่กำลังท้อ ต้องการกำลังใจ หรือกำลังเจอกับปัญหาอะไรก็ตามในช่วงนี้นะคะ อาจจะยาวไปสักหน่อยแต่ก็อยากให้อ่านนะ ไม่ต้องกดไลค์ก็ได้ค่ะ ยอดไลค์ยอดแชร์ไม่ได้สำคัญกับเราเลย เราไม่ใช่คนมีชื่อเสียงหรือเน็ตไอดอล เราเป็นแค่คนๆนึง ที่ครั้งนึงก็เคยเจอกับปัญหาในชีวิตมาเหมือนกัน เคยท้อ เคยเสียใจ แต่ท้ายที่สุดเราก็ผ่านมันมาได้ เราจึงหวังว่าบทความบทความนี้ จะสามารถส่งต่อข้อคิดและกำลังใจ ให้กับทุกคนได้แค่นั้นเองค่ะ
คงต้องเกริ่นก่อนว่า ความฝันของเราค่อนข้างชัดเจนมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เรารู้ว่าเราอยากเป็นแอร์โฮสเตสมาตลอดจริงๆ แล้วเราเป็นคนเรื่อยๆค่ะ ไม่ได้เป็นคนที่มีความพยายามมากสักเท่าไหร่ ไม่ทะเยอทะยาน แต่สำหรับเรา ความฝันนี้ มันเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นแพสชั่น และแทบจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่เราตั้งใจทำอะไรขนาดนี้ เราไม่ใช่คนสวยค่ะ ความสามารถก็ไม่ได้โดดเด่น ไม่มีอะไรง่ายเลยสำหรับเรา แต่นั่นก็แปลว่าเราแค่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นแค่นั้นเอง ระหว่างทางตามหาความฝัน เราผ่านอะไรมาเยอะมาก ทั้งความผิดหวัง ความเสียใจ การทุ่มเทพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่จบสิ้นจริงๆ จนเกิดคำถามกับตัวเองว่า คนๆนึงจะรับความผิดหวังได้แค่ไหนกันนะ ? และหลังจากการผ่านความผิดหวังเสียใจมามากกว่า 30 ครั้ง ท้ายที่สุดความฝันเราก็เป็นจริงค่ะ เป็นช่วงชีวิตที่เรามีความสุขมากนะ ในวันที่สิ่งที่เราเคยวิ่งตามมาตลอดมันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ในระหว่างทางที่เราผ่านความเสียใจมามากมายนั้น เราก็มีอีกความฝันนึงค่ะ ความฝันที่เราไม่เคยบอกใคร มันเริ่มต้นมาจากในช่วงของการสมัครแอร์เราต้องศึกษาข้อมูลหลายๆอย่างด้วยตัวเอง ลองผิด ลองถูก ฝึกฝนด้วยตัวเอง การได้ไปเรียนก็มีข้อดีที่ว่า มีคนไกด์ทางให้เรา แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีต้นทุน ถูกต้องไหมคะ แล้วถ้าคนที่เค้ามีต้นทุนน้อยล่ะ จะทำยังไงต้องทิ้งความฝันหรอ ? เราจึงเกิดความคิดที่ว่า ถ้าหากวันนึงที่เราสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นแอร์ได้ระยะนึง จนมีความน่าเชื่อถือ เราอยากเปิดสถานบันเล็กๆ สอนให้กับน้องๆที่มีความฝันอยากเป็นแอร์ ในราคาที่เราเองก็พอสำหรับใช้เป็นต้นทุนและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ หรือถ้าหากวันนั้นเรามีมากพอแล้ว เรายินดีที่จะสอนให้ฟรีๆเลย เพราะสำหรับเราความฝันมันประเมินค่าไม่ได้และเราคิดว่าความฝันของคนๆนึงไม่ควรถูกจำกัดด้วยเม็ดเงิน นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามจนสำเร็จ เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าเรากำลังพยายามเพื่อตัวเอง แต่เรากำลังพยายามเพื่อความฝันของใครอีกหลายๆคนด้วย แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆค่ะ ในวันที่ความฝันทุกอย่างของเราต้องพังทลายลง มันเป็นวันที่เรารู้สึกเคว้งมากจริงๆ ความฝันที่พยายามมาตลอด อีกทั้งความฝันที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำให้เป็นจริง ได้พังสลายไปต่อหน้าต่อตา การเป็นแอร์โฮสเตสเป็นสิ่งที่เรารักและแทบจะเป็นสิ่งเดียวที่เราเชื่อว่าเราทำมันได้ดี แค่ครั้งนึงเราได้ทำมันออกมาอย่างเต็มที่เราก็ดีใจแล้ว ถึงจะเสียใจแค่ไหน แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปใช่ไหมล่ะคะ นั่นก็เลยทำให้เราคิดได้ว่า ชีวิตคนเรามันอ่อนไหวกว่าที่เราคิดนะ มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้แบบฉับพลันโดยที่เราคาดไม่ถึงเลยหลายคนอาจจะใช้ชีวิตอยู่บนความคึกคะนองจนลืมนึกไปว่า เราใช้เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างดีแล้วจริงๆเหรอท่ามกลางความสุขของเราได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่รึเปล่า และวันนี้เราได้ทำอะไรให้คนที่เรารักบ้างแล้วรึยัง
ในช่วงสถานการณ์แบบนี้เรารู้ค่ะว่ามันหนัก รู้ว่าเหนื่อย ว่าท้อ แต่เพราะแบบนี้นี่แหละค่ะ เราจึงยิ่งต้องเอาชนะมันให้ได้การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องรีบประสบความสำเร็จในวันนี้ ไม่มีตำราเล่มไหนที่เขียนไว้ว่าเราควรประสบความสำเร็จในช่วงอายุเท่าไหร่ และความล้มเหลวไม่ใช่ที่สุดของชีวิตค่ะ มันเป็นเพียงแค่ช่วงหนึ่งในชีวิตเท่านั้น คนอื่นประเมินค่าเรายังไงไม่สำคัญเท่าเรามองเห็นคุณค่าในตัวเองแค่ไหนหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าวันนี้ชีวิตของคุณจะเป็นแบบไหน ขอให้บอกตัวเองว่าทำดีที่สุดแล้ว ขอให้กอดตัวเองไว้แน่นๆ ขอบคุณตัวเองที่ผ่านเรื่องแย่ๆมาได้ และบอกตัวเองว่า “ฉันมีค่า” สำหรับใครที่มีความฝัน หากวันนี้มันจะต้องสะดุดก็ไม่เป็นไรค่ะพักผ่อนให้เต็มที่ รอวันที่ทุกอย่างเป็นใจแล้วเริ่มต้นใหม่นะคะ ถ้าไม่ทิ้งความฝันยังไงก็ต้องทำได้แน่นอน
เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละคนกำลังเจอกับปัญหาอะไรมาบ้าง เราจึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา โดยหวังว่าหากคนที่กำลังหมดหวัง หรือไม่เห็นหนทางของการมีชีวิตอยู่ได้มาเห็นบทความนี้แล้วจะทำให้เค้าเหล่านั้นรู้สึกดีขึ้นได้บ้างก็แค่นั้นเอง
ชีวิตก็แบบนี้แหละค่ะ เราอาจจะต้องได้พบเจอกับความผิดหวังหรือปัญหาอีกหลายๆครั้ง แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ อยู่มาได้ขนาดนี้แล้ว ปัญหาแค่นี้ทำอะไรเราไม่ได้หรอก ขอแค่เชื่อในตัวเองว่าเราทำได้ และเตรียมจิตใจให้เข้มแข็งไว้ ไม่ว่าปัญหาจะหนักสักแค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปได้นะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบและขอบคุณที่ตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อไป ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆวันค่า ❤️
ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่อยากแวะมาให้กำลังใจเฉยๆแวะมาเติมพลังงานบวกได้นะคะ 😊
คงต้องเกริ่นก่อนว่า ความฝันของเราค่อนข้างชัดเจนมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เรารู้ว่าเราอยากเป็นแอร์โฮสเตสมาตลอดจริงๆ แล้วเราเป็นคนเรื่อยๆค่ะ ไม่ได้เป็นคนที่มีความพยายามมากสักเท่าไหร่ ไม่ทะเยอทะยาน แต่สำหรับเรา ความฝันนี้ มันเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นแพสชั่น และแทบจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่เราตั้งใจทำอะไรขนาดนี้ เราไม่ใช่คนสวยค่ะ ความสามารถก็ไม่ได้โดดเด่น ไม่มีอะไรง่ายเลยสำหรับเรา แต่นั่นก็แปลว่าเราแค่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นแค่นั้นเอง ระหว่างทางตามหาความฝัน เราผ่านอะไรมาเยอะมาก ทั้งความผิดหวัง ความเสียใจ การทุ่มเทพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่จบสิ้นจริงๆ จนเกิดคำถามกับตัวเองว่า คนๆนึงจะรับความผิดหวังได้แค่ไหนกันนะ ? และหลังจากการผ่านความผิดหวังเสียใจมามากกว่า 30 ครั้ง ท้ายที่สุดความฝันเราก็เป็นจริงค่ะ เป็นช่วงชีวิตที่เรามีความสุขมากนะ ในวันที่สิ่งที่เราเคยวิ่งตามมาตลอดมันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ในระหว่างทางที่เราผ่านความเสียใจมามากมายนั้น เราก็มีอีกความฝันนึงค่ะ ความฝันที่เราไม่เคยบอกใคร มันเริ่มต้นมาจากในช่วงของการสมัครแอร์เราต้องศึกษาข้อมูลหลายๆอย่างด้วยตัวเอง ลองผิด ลองถูก ฝึกฝนด้วยตัวเอง การได้ไปเรียนก็มีข้อดีที่ว่า มีคนไกด์ทางให้เรา แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีต้นทุน ถูกต้องไหมคะ แล้วถ้าคนที่เค้ามีต้นทุนน้อยล่ะ จะทำยังไงต้องทิ้งความฝันหรอ ? เราจึงเกิดความคิดที่ว่า ถ้าหากวันนึงที่เราสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นแอร์ได้ระยะนึง จนมีความน่าเชื่อถือ เราอยากเปิดสถานบันเล็กๆ สอนให้กับน้องๆที่มีความฝันอยากเป็นแอร์ ในราคาที่เราเองก็พอสำหรับใช้เป็นต้นทุนและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ หรือถ้าหากวันนั้นเรามีมากพอแล้ว เรายินดีที่จะสอนให้ฟรีๆเลย เพราะสำหรับเราความฝันมันประเมินค่าไม่ได้และเราคิดว่าความฝันของคนๆนึงไม่ควรถูกจำกัดด้วยเม็ดเงิน นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามจนสำเร็จ เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าเรากำลังพยายามเพื่อตัวเอง แต่เรากำลังพยายามเพื่อความฝันของใครอีกหลายๆคนด้วย แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆค่ะ ในวันที่ความฝันทุกอย่างของเราต้องพังทลายลง มันเป็นวันที่เรารู้สึกเคว้งมากจริงๆ ความฝันที่พยายามมาตลอด อีกทั้งความฝันที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำให้เป็นจริง ได้พังสลายไปต่อหน้าต่อตา การเป็นแอร์โฮสเตสเป็นสิ่งที่เรารักและแทบจะเป็นสิ่งเดียวที่เราเชื่อว่าเราทำมันได้ดี แค่ครั้งนึงเราได้ทำมันออกมาอย่างเต็มที่เราก็ดีใจแล้ว ถึงจะเสียใจแค่ไหน แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปใช่ไหมล่ะคะ นั่นก็เลยทำให้เราคิดได้ว่า ชีวิตคนเรามันอ่อนไหวกว่าที่เราคิดนะ มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้แบบฉับพลันโดยที่เราคาดไม่ถึงเลยหลายคนอาจจะใช้ชีวิตอยู่บนความคึกคะนองจนลืมนึกไปว่า เราใช้เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างดีแล้วจริงๆเหรอท่ามกลางความสุขของเราได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่รึเปล่า และวันนี้เราได้ทำอะไรให้คนที่เรารักบ้างแล้วรึยัง
ในช่วงสถานการณ์แบบนี้เรารู้ค่ะว่ามันหนัก รู้ว่าเหนื่อย ว่าท้อ แต่เพราะแบบนี้นี่แหละค่ะ เราจึงยิ่งต้องเอาชนะมันให้ได้การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องรีบประสบความสำเร็จในวันนี้ ไม่มีตำราเล่มไหนที่เขียนไว้ว่าเราควรประสบความสำเร็จในช่วงอายุเท่าไหร่ และความล้มเหลวไม่ใช่ที่สุดของชีวิตค่ะ มันเป็นเพียงแค่ช่วงหนึ่งในชีวิตเท่านั้น คนอื่นประเมินค่าเรายังไงไม่สำคัญเท่าเรามองเห็นคุณค่าในตัวเองแค่ไหนหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าวันนี้ชีวิตของคุณจะเป็นแบบไหน ขอให้บอกตัวเองว่าทำดีที่สุดแล้ว ขอให้กอดตัวเองไว้แน่นๆ ขอบคุณตัวเองที่ผ่านเรื่องแย่ๆมาได้ และบอกตัวเองว่า “ฉันมีค่า” สำหรับใครที่มีความฝัน หากวันนี้มันจะต้องสะดุดก็ไม่เป็นไรค่ะพักผ่อนให้เต็มที่ รอวันที่ทุกอย่างเป็นใจแล้วเริ่มต้นใหม่นะคะ ถ้าไม่ทิ้งความฝันยังไงก็ต้องทำได้แน่นอน
เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละคนกำลังเจอกับปัญหาอะไรมาบ้าง เราจึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา โดยหวังว่าหากคนที่กำลังหมดหวัง หรือไม่เห็นหนทางของการมีชีวิตอยู่ได้มาเห็นบทความนี้แล้วจะทำให้เค้าเหล่านั้นรู้สึกดีขึ้นได้บ้างก็แค่นั้นเอง
ชีวิตก็แบบนี้แหละค่ะ เราอาจจะต้องได้พบเจอกับความผิดหวังหรือปัญหาอีกหลายๆครั้ง แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ อยู่มาได้ขนาดนี้แล้ว ปัญหาแค่นี้ทำอะไรเราไม่ได้หรอก ขอแค่เชื่อในตัวเองว่าเราทำได้ และเตรียมจิตใจให้เข้มแข็งไว้ ไม่ว่าปัญหาจะหนักสักแค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปได้นะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบและขอบคุณที่ตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อไป ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆวันค่า ❤️