คิดว่าถ้ารัฐทำแบบนี้จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้บ้างรึป่าวครับ

คือไหนๆรัฐก็เน้นแจกเงินอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงนี้ประชาชนลำบากขาดรายได้
ถ้ารัฐจะสร้างแรงจูงใจ ด้วยการแจกให้คนที่ตรวจไม่พบว่าติดเชื้อโควิท คนละ1000ทุกเดือน ถ้าเดือนไหนตรวจพบหยุดจ่าย หรือถ้ามันใช้เงินมากไปเอาเป็น ครอบครัวเฉพาะที่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันไม่ติดรัฐจ่าย2-3000/เดือน ตรวจพบหยุดจ่าย
ส่วนบทลงโทษแบบเดิม อย่างไม่ใส่หน้ากากโดนปรับอะไรแบบนี้ให้คงไว้เหมือนเดิม
จริงอยู่ว่ามันอาจจะแปลกๆเพราะการที่ไม่ติดเชื้อ การต้องระวัง การดูแลตัวเอง มันเป็นหน้าที่เราต้องรับผิดชอบตัวเอง ที่เราจำเป็นต้องทำอยู่แล้ว
แต่แบบนี้ถือว่าเป็นการเยียวยา ดีกว่าที่แจกเงินให้ไปเที่ยวมั้ยอ่ะครับ(อันนี้คิดจริงๆนะครับไม่ได้ประชดนะครับ)
ใครมีความคิดเห็นอย่างไร ทำได้ไม่ได้มีเหตุผลอย่างไรลองคอมเม้นท์กันนะครับ
ส่วนตัวผมขอโทษนะครับถ้าเพื่อนๆคิดว่าความคิดนี้มันไร้สาระ ผมไม่มีความรู้เพียงพอที่จะคิดวิเคราะห์ถึงปัญหาที่จะตามมาเอง ผมอาจจะคิดง่ายๆ คิดว่าทำได้ง่ายๆ ขอโทษครับ
ปล.ทีแรกคิดว่าถ้าครอบครัวไหนอยู่ติดขึ้นมา หลังจากเคยได้รับเงินไปแล้ว นอกจากหยุดจ่ายต้องคืนเงินที่รับไปแล้วด้วย แต่คิดว่าถ้ามีกฎแบบนี้มันน่าจะอันตราย เพราะมันจะมีพวกเราไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้ จะพยายามแพร่เชื้อให้คนอื่นติด จะได้โดนโทษเหมือนตัวเอง
ขอบคุณทุกๆความเห็นล่วงหน้านะครับ ถ้าใครว่าเลอะเทอะ ไร้สาระ ผมก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้าเช่นกันนะครับ
เพิ่มเติม
คือไม่ต้องตรวจทุกคนทุกเดือนนะครับ ปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนตอนนี้แหล่ะ เพียงแต่ถ้าคนไหนเป็นขึ้นมารัฐจะหยุดจ่ายเงิน และมีสุ่มตรวจเดือนสองเดือนครั้ง ครั้งละกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่าไป เน้นพื้นที่เสี่ยง
และถ้าเจอพยายามปกปิดเพื่อรับเงิน แบบเป็นแล้วแต่ถ่วงให้ได้เงินก่อนค่อยไปรพ. ในกรณีนี้ปกติถ้าคนตรวจพบว่าเป็นนี่ หมอสามารถตรวจสอบได้ว่าออกอาการตอนนี้ หมายความว่าเริ่มติดเชื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ เอาแบบถ้าอาการออกเจ้าตัวเองก็ทราบว่ามีโอกาสเป็น แต่ยังมาตรวจช้า ให้หมอใช้ดุลยพินิจว่าที่ไม่มารพ.อยูในกรณีไหนในกรณีนี้ถ้าหมอลงความเห็นว่าเจตนาปกปิด ก็ปรับเท่าไหร่ๆก็ว่าไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่