โรคความดัน โรคหัวใจ ทำไมเสี่ยงสูงหากติดโควิด-19??

โรคความดัน โรคหัวใจ ทำไมเสี่ยงสูงหากติดโควิด-19?? 
 
     สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในบ้านเราตอนนี้ค่อนข้างวิกฤตทีเดียว 😥 ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าดูจากข่าวต่างประเทศก็จะเห็นว่าไม่ได้มีแต่บ้านเราเท่านั้นนะครับที่แย่ เพราะแม้แต่ประเทศที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีมาตลอดอย่างสิงคโปร์ก็ยังต้องกลับมาล็อคดาวน์อีกครั้ง เมื่อเจอสายพันธุ์อินเดียเข้าไป ซึ่งที่ประเทศไทยก็เพิ่งตรวจเจอเมื่อเร็วๆ นี้เช่นกัน 
     ดังนั้น ทางเดียวที่จะช่วยให้อัตราการติดเชื้อและการเสียชีวิตลดลงได้ก็คือ การฉีดวัคซีน 💉 ซึ่งทุกภาคส่วนก็กำลังเร่งมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้วัคซีนกระจายได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวทั้ง 7 ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จะได้ฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ 
     แล้วอยากรู้มั้ยครับว่าทำไมคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันและหัวใจ ถึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 มากกว่ากลุ่มอื่นๆ ถ้าอยากรู้ก็ตามพี่หมอมาได้เลยครับ แต่ก่อนอื่นพี่หมอขอทบทวนความรู้เกี่ยวกับเจ้าโคโรน่าไวรัสก่อนนะครับ 👇
 
โคโรน่าไวรัส (Corona Virus) คืออะไร 
     โคโรน่าไวรัสเป็นไวรัสขนาดใหญ่ ซึ่งพบได้ทั้งในคนและสัตว์จำนวนมาก จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรค MERS และ SARS แต่ความรุนแรงของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า MERS และ SARS โดยอัตราการเสียชีวิตของ MERS อยู่ที่ 30% ส่วน SARS อยู่ที่ประมาณ 10% แต่ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่อยู่ที่ประมาณ 2-3% สำหรับคนปกติ โดยในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกได้ประกาศชื่อเรียกไวรัสโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้อย่างเป็นทางการว่า SARS-CoV-2 หรือที่เรารู้จักกันว่า โควิด-19 นั่นเอง 
ผู้ป่วยโรคใดบ้างที่มีความเสี่ยงต่อโควิด-19
    จากข้อมูลของวารสารทางการแพทย์ The Lancet ระบุว่า เชื้อโควิด-19 จะเข้าไปทำอันตรายต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะร่างกายของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี 👵👴 และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น 👉 ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ซึ่งหากติดเชื้อแล้วไม่ได้รับการรักษา ก็จะมีความเสี่ยงนำไปสู่ภาวะหัวใจวายและเสียชีวิตได้ โดยอัตราการเสียชีวิตของคนกลุ่มนี้จะพุ่งสูงขึ้นไปถึง 14-20% เลยทีเดียว 
    โดยพบว่า เจ้าเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ 17% กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 7% และระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว 9% ดังนั้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจจึงควรระมัดระวังการติดเชื้อโควิดมากเป็นพิเศษ 
 
จริงหรือไม่ที่ยาลดความดันโลหิตเพิ่มความเสี่ยงในการติดโควิด-19 
     เป้าหมายของไวรัสโควิด-19 เมื่อเข้าสู่ร่างกายก็คือ ปอด เพราะที่ปอดของคนเราจะมีตัวรับ (receptor) ชนิดหนึ่งที่ชื่อ Angiotensin-converting enzyme 2 (ACE II) โดย ACE II ก็คือแม่กุญแจ สำหรับเปิดประตูให้ไวรัสเข้าไปในเซลล์ที่อยู่ในร่างกาย เมื่อไวรัสเดินทางมาถึงพร้อมกับลูกกุญแจ หรือที่เราเห็นเป็นหนามแหลมๆ รอบตัวคล้ายมงกุฎ ดังนั้น เมื่อหนามแหลมๆ เจอกับตัวรับ นั่นก็คือ วินาทีที่เกิดการติดเชื้อนั่นเอง 
     ดังนั้น จึงมีสมมติฐานที่ว่า ยาลดความดันในกลุ่ม ACE inhibitor หรือยาที่ควบคุมการทำงานของ ACE II ซึ่งใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากยาตัวนี้จะไปทำให้เซลล์ในร่างกายมีตัวรับหรือแม่กุญแจเพิ่มมากขึ้น 
 
ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับประทานยากลุ่มนี้ ที่ยังไม่ติดหรือติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้ว ต้องหยุด ลดขนาด หรือเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่นหรือไม่ 
     จากวารสารทางการแพทย์หลายฉบับที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2563 ระบุตรงกันว่า หลักฐานในปัจจุบันยังมีไม่มากและชัดเจนพอที่จะบ่งชี้ว่า ต้องหยุด ลดขนาดหรือเปลี่ยนไปใช้ยาลดความดันกลุ่มอื่น ดังนั้น ผู้ป่วยที่รับประทานยาชนิดนี้อยู่ยังสามารถรับประทานต่อไปได้ตามเดิม เพราะการหยุดยาอาจส่งผลเสียมากกว่า แต่ถ้าผู้ป่วยมีความไม่สบายใจในการใช้ยา ก็สามารถไปปรึกษาคุณหมอที่รักษาอยู่ได้นะครับ 
✅ ทางออกของคนที่มีโรคประจำตัวในการรับมือกับโควิด-19 
     สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้าน ก็อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา (ถ้าใส่ 2 ชั้นได้ยิ่งดี) ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างจากผู้อื่น ที่สำคัญ พยายามอย่าเอาตัวเองไปอยู่ที่เสี่ยงหรือที่ๆ มีการรวมตัวกันมากๆ 
     ถ้ามีประวัติสัมผัสเสี่ยงสูงหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย ก็ควรไปตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับปอด หัวใจและไตได้ สำหรับผู้สูงวัยที่ป่วยเป็นโรคปอดและโรคหัวใจ ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันปอดบวม (Pneumococcal Vaccine) ด้วย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายควบคู่ไปกับการดูแลตัวเอง 
 
     ดังนั้น สำหรับใครที่มีผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวทั้ง 7 โรคอยู่ในบ้าน ก็อย่าลืมรีบไปลงทะเบียนเพื่อรับการฉีดวัคซีนนะครับ เพราะอย่างที่อาจารย์หมอหลายท่านออกมาย้ำว่า วัคซีนที่ดีที่สุดก็คือ วัคซีนที่สามารถฉีดเข้าร่างกายเราได้เร็วที่สุด และถึงแม้ว่าวัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ 100% แต่วัคซีนทุกยี่ห้อสามารถลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้แน่นอน 
     ส่วนคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงและยังไม่ถึงคิวเข้ารับวัคซีน ก็อดใจรออีกนิดนึงนะ ระหว่างนี้ก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจด้วยนะครับ 
              
     Stay safe everyone 😷😷😷

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่