แมรี่โกลด์สะดุ้งสุดตัวในตอนที่ได้ยินเสียงร้องคำรามราวสัตว์ป่าดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง -- มันเป็นเสียงเดียวกันกับที่ตามหลอกหลอนเธอมานานหลายเดือน
มันคือเสียงของเหล่าปิศาจร้าย!
จนกระทั่งเสียงอันดุร้ายนั้นเงียบหายไป แมรี่โกลด์ก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง -- ความมืด และความวังเวงรอบตัวขณะนี้ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเดิม จนหัวใจเกือบหยุดเต้น --
นั่นไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากอากาศโดยรอบ หรือเพราะความมืดยามค่ำคืนที่มืดมนยิ่งกว่าเดิม -- แต่มันเป็นเพราะเธอเพิ่งสำนึกได้ ว่าเสียงของปิศาจร้ายที่เธอได้ยินอยู่ขณะนี้นั้น มันคือเสียงของตัวเธอเอง!
ความจริงที่รับรู้ ทำให้เธอสั่นสะท้าน เหงื่อกาฬไหลอาบไปทั่วใบหน้า และลำคออันขาวซีด
แมรี่โกลด์เปล่งเสียงร้องออกมา เมื่อความเจ็บปวดที่หน้าท้องหนักหน่วงยิ่งขึ้น คราวนี้รุนแรงจนเธอแทบขาดใจ
เคเลบ -- สำนึกแรกของเธอคิดถึงเขาขึ้นมาทันที หากแต่ริมฝีปากอันแตกระแหงนั้นกลับไม่มีเสียงใดๆเปล่งออกมา
แมรี่โกลด์กลั้นใจ พยายามต่อสู้กับความเจ็บปวด
เธอออกแรงขยับฝ่ามือที่บวมช้ำไปตามผ้าปูที่นอน สองขาที่ด้านชาขยับไปมา พยายามพยุงร่างตนเองขึ้นมาจากเตียง หากแต่ทั้งหมดที่เธอทำได้ มีเพียงขยับปลายนิ้วเท่านั้น
แมรี่โกลด์สอดส่ายสายตามองรอบตัว -- โลกอันมืดมิดที่โอบล้อมเธอไว้นั้น ทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังจมหายไปในก้นแม่น้ำลึกอันดำมืดก็ไม่ปาน
แมรี่โกลด์ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นช้าลง -- ยิ่งมันเต้นช้าลงเท่าไหร่ สติของเธอก็ใกล้ดับวูบมากขึ้นเท่านั้น และนั่นก็ทำให้เธอแทบสัมผัสไม่ได้ถึงการมีชีวิตอยู่ของลูกในท้องตนเอง
ความเดรัจฉานในตัวของเธอกำลังจะพรากชีวิตลูกในท้องไป
ความหวาดกลัวนั้นทำให้เธอกัดฟันแน่น ออกแรงขยับตัวด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี จนเส้นเลือดสีดำตามใบหน้า และลำคอปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว
หากแต่ความพยายามนั้นไม่เป็นผล -- ร่างอันบอบบางยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง
เธอจะไม่ยอมให้ลูกตายเด็ดขาด -- สำนึกนั้นทำให้เธอออกแรงพยายามอีกครั้ง คราวนี้มากกว่าเดิม และยาวนานกว่าเดิม -- จนกระทั่งเธอสามารถกลิ้งตัวลงมาจากเตียงได้สำเร็จ
แมรี่โกลด์หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดถาโถมไปทั่วทั้งร่างในตอนที่เธอกระแทกลงพื้นไม้ -- แรงกระแทกนั้นราวกับสั่นสะเทือนเข้าไปจนถึงกระดูกดำ เจ็บปวดจนเธอแทบขาดใจ -- แมรี่โกลด์หลุดเสียงครางออกมาจากลำคอ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านและเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ สองหูได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นช้าลง -- ช้าลง -- จนกระทั่งเงียบหายไป
แล้วทุกอย่างดับวูบไป พร้อมกับทุกสตินึกคิดของเธอ --
เฮือก!

วินาทีถัดมา ร่างของแมรี่โกลด์ก็ชักกระตุกอย่างรุนแรง เธอเงยใบหน้าขึ้นมาจากพื้นไม้ ฟื้นกลับมาจากโลกแห่งความตาย
ริมฝีปากอิ่มอ้ากว้าง แล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด จนเกิดเป็นเสียงดังขึ้นภายในห้อง
ไม่! -- จิตใต้สำนึกปลุกให้เธอฮึดสู้ และลืมตาตื่นขึ้น -- เธอจะไม่ยอมให้ลูกของเธอตายเด็ดขาด!
เธอจะตาย แล้วกลายเป็นปิศาจร้ายในตอนนี้ไม่ได้!
แมรี่โกลด์ขยับมือข้างหนึ่งโอบอุ้มหน้าท้องของตนไว้แน่น สองแขนและสองขาที่ขยับแทบไม่ไหวยังคงฝืนออกแรงคลานไปตามพื้นไม้อย่างรวดร้าวทรมาน --
ท่ามกลางโลกอันดำมืด และเงียบสงัดนั้น แมรี่โกลด์รู้สึกว่าช่วงเวลาได้ดำเนินผ่านไปยาวนาน ราวกับชั่วนิรันดร์ ยิ่งเธอพยายามคลานไปตามพื้นไม้ที่สัมผัสได้เท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็ยิ่งทำให้สติเธอเกือบดับวูบมากขึ้นเท่านั้น
ตึกตัก -- ตึกตัก --
หัวใจเธอเต้นเป็นจังหวะช้าลงเรื่อยๆ -- จนถึงวินาทีหนึ่งมันก็เกือบจะหยุดเต้น -- แมรี่โกลด์ฉุดรั้งตนเองไม่ให้สติดับวูบไปอีกครั้ง -- จิตใต้สำนึกเธอคือการอยู่รอดเพื่อการเกิดใหม่ของลูกเธอเท่านั้น
ถึงตรงนี้คำพูดของเคเลบก็ดังขึ้นในใจเธอ
คุณคลอดลูกด้วยตัวเองไม่ไหว แมรี่โกลด์
สำนึกนั้นมาพร้อมกับแรงบีบอัดอันรุนแรงในช่วงท้อง คราวนี้ทวีคูณขึ้นจนเธอขยับร่างไม่ไหวอีกต่อไป --
เธอใกล้คลอดลูก หากแต่ก็ใกล้ขาดใจตายเช่นเดียวกัน
เธอต้องการเคเลบ
ในชั่วขณะที่เธอหมดสิ้นหนทางนั้นเอง เธอก็แว่วได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไหนสักแห่งที่อยู่ไกลออกไป
"เมื่อหกเดือนก่อน --” เสียงนั้นดังขึ้น
แมรี่โกลด์ออกแรงคลานไปยังต้นเสียง -- จนกระทั่งปลายมือสัมผัสขอบบันไดได้ในที่สุด
ฉันไม่ได้บอกเธอ ฉันโกหกแมรี่โกลด์! เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นกว่าเดิม
และตอนนี้ ฉันคือตราบาปของตัวฉันเอง คือฝันร้ายที่เห็นในตอนลืมตาตื่น คือนรกที่หนีไม่พ้นในยามหลับไหล!
นั่นเป็นเสียงของเคเลบไม่ผิดแน่!
แมรี่โกลด์พยายามคลานไปตามเสียงกระซิบนั่นอย่างยากเย็น มือที่ฉุดรั้งร่างตนเองบอบช้ำสาหัสจนแทบจะหัก
“ฉันโกหกแมรี่โกลด์” เสียงทุ้มต่ำของเคเลบกระซิบต่อไป คราวนี้ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย “ฉันไม่ได้บอกเธอว่าฉันฆ่าเขาทิ้งกับมือตัวเอง ฉันไม่กล้าเล่าความจริงให้เธอฟังว่าฉันฆ่าลูกในไส้ไปด้วยน้ำมือของตัวเอง”
เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ
จากนั้นเสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายจะพึมพัมเป็นคำว่า
ฉันพยายามหนีตัวเอง หนีอดีต และความจริงนี้มานาน --
แมรี่โกลด์นิ่งเงียบ -- คำพูดนั้นของเคเลบคล้ายจะพูดกับตัวเอง ในแบบที่แมรี่โกลด์ไม่เคยได้ยินมาก่อนในตลอดชีวิตที่ครองคู่กับเขา
แต่มันจบลงแล้ว
จบลงแล้วงั้นหรือ -- แมรี่โกลด์ขมวดคิ้วกับคำพูดที่ได้ยิน -- เคเลบหมายถึงอะไรกัน
ถึงตรงนี้เสียงทุ้มต่ำของเคเลบก็คล้ายจะดังกังวานในความมืดยิ่งขึ้นกว่าเดิมว่า “เพราะฉันคิดว่าคืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันและแมรี่โกลด์ยังมีชีวิตอยู่” แมรี่โกลด์หยุดชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงนั้น “นี่อาจเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะยังมีชีวิตอยู่รอดบนโลกที่จบสิ้นไปแล้วใบนี้”
ตอนนั้นเองที่ปลายจมูกเธอได้กลิ่นเนื้อมนุษย์โชยมา -- กลิ่นอันเบาบางที่เธอสัมผัสได้น้อยลงนั้นเป็นคำตอบที่อธิบายทุกอย่าง วินาทีนั้นแมรี่โกลด์เข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเคเลบ
เขาถูกกัด!
และความเป็นมนุษย์ในตัวเขากำลังจะหายไป -- เธอจึงได้กลิ่นเขาเพียงเลือนราง
ตอนนี้ทั้งเธอและเขาต่างกำลังพยายามต่อสู้กับสัญชาตญาณอันดุร้ายที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างตนเองเหมือนกัน!
หากแต่กลิ่นเลือดมนุษย์อันน้อยนิดจากตัวเคเลบ ก็ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเธอทำงานเต็มที่อีกครั้ง!
แมรี่โกลด์ฉุดรั้งตัวเองไว้สุดความสามารถ ความหิวโหยในตัวตอบสนองต่อกลิ่นกายของเคเลบอย่างเต็มที่ ยิ่งเธอปรามตัวเองเท่าไหร่ คมเขี้ยวในโพรงปากเธอก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้นกว่าเดิม และแหลมคมมากกว่าเดิมเท่านั้น ประสาทสัมผัสที่ตอบสนองต่อกลิ่นของเคเลบนั้นรุนแรงกว่าเดิม จนทำให้เธอแทบสัมผัสถึงความเป็นมนุษย์ในตัวเองได้น้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ
“ดูสภาพของเรา” เสียงเคเลบกระซิบ “เราต่างเป็นพ่อที่ล้มเหลว เราต่างปกป้องลูกของเราไม่ได้ เราต่างฆ่าเขาด้วยมือของเราเอง และตอนนี้เราก็ต่างติดเชื้อแล้วเหมือนๆกัน --”
เราต่างปกป้องลูกของเราไม่ได้
ประโยคนั้นทำให้แมรี่โกลด์สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ในขณะที่พยายามเหนี่ยวรั้งความเป็นมนุษย์ของตนเอาไว้
ทั้งเธอและเคเลบไม่อาจเป็นมนุษย์อยู่ได้นานกว่านี้อีกแล้ว
ไม่อาจมีชีวิตอยู่ปกป้องลูกในท้องได้นานไปกว่านี้
“โลกใบนี้ไม่เหลือพื้นที่ให้มนุษย์อย่างเราอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างมันจบลงแล้ว -- มนุษย์ได้ตายจากไป และฟื้นกลับมาใหม่ในคราบปิศาจ -- และมนุษย์ที่ยังอยู่ ก็เป็นปิศาจร้ายในคราบมนุษย์ -- เราจะทำร้ายกันเอง และฆ่ากันเองในท้ายที่สุด”
แมรี่โกลด์คลานลงไปตามบันไดที่ปูพรมไว้เป็นทางยาว ในขณะที่ได้ยินเสียงของเคเลบกระซิบ -- ใบหน้าหันไปตามกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาในความมืด
แวบหนึ่งสัญชาตญาณสัตว์เดรัจฉานครอบงำตัวเธอ ภาพเนื้อที่ถูกฉีกกระชาก และเลือดสีแดงอันข้นคลั่กก็ฉายชัดขึ้นมาในใจ
แมรี่โกลด์เรียกสติตนเองกลับคืนมา ตื่นตกใจกับภาพที่เห็น -- เธอเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
เธอยื้อความเป็นมนุษย์นานไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว
เธอกำลังจะพ่ายแพ้
“นั่นทำให้ฉันคิดที่จะฆ่าแมรี่โกลด์ทิ้ง” เคเลบพูดออกมา ราวกับสารภาพบาป “ฉันคิดจะฆ่าให้เธอตายไปพร้อมกับลูกในท้อง -- และฉันจะยิงตัวตายตามไปเป็นคนสุดท้าย”
แมรี่โกลด์นิ่งชะงักไป เมื่อได้ยินประโยคนั้น
หากแต่สภาพของเธอในตอนนี้ไม่เหลือเรี่ยวแรงมากไปกว่านี้อีกแล้ว --
ยิ่งเธอพยายามเหนี่ยวรั้งความเป็นมนุษย์มากเท่าไหร่ พยายามรักษาชีวิตลูกในท้องนานเพียงใด เธอก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงชีวิตที่กำลังหลุดออกไปจากร่างตนเองมากเท่านั้น
ฉับพลันนั้นเสียงของเคเลบก็ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เงียบไปนาน -- คราวนี้น้ำเสียงนิ่งสงบ ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ ดั่งที่เธอคุ้นเคยมาตลอดทั้งชีวิต
“เรายังต้องอยู่เพื่อลูกในท้อง --” เคเลบกระซิบ “เขาต้องมีโอกาสได้เกิดมาบนโลกใบนี้ --”
เกิดความเงียบขึ้นมาเล็กน้อย --
“ยังไม่จบลง” เคเลบพูดขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายจะพูดกับตัวเองมากกว่าเดิม “เรื่องราวยังไม่จบลงแค่นี้ -- ยังมีเวลา -- จะมาแพ้ที่นี่ ในตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด -- ไม่แม้แต่แพ้ภัยตัวเอง ”
ไม่แม้แต่แพ้ภัยตัวเอง

คราวนี้ความเงียบที่เกิดขึ้นตามมา ราวกับจะยาวนานชั่วกัลปวสาน ทั้งๆที่มันอาจจะผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ทั้งเขาและเธอต่างกำลังต่อสู้กับด้านมืดในตัวเองไม่ต่างกัน
ด้านมืดอันดุร้าย เดรัจฉาน และน่ากลัว เกินกว่าที่ความเป็นตัวของเราเองจะรับมือได้ไหว --
ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้าสู่ร่างของแมรี่โกลด์ หัวใจของเธอคล้ายจะเต้นช้าลงจนเกือบเป็นหยุดนิ่ง ร่างทั้งร่างสั่นกระตุก และลมหายใจก็ติดขัดไปทั่วทั้งแผงอก
หน้าท้องเธอปวดร้าวยิ่งกว่าเดิม -- คราวนี้มากจนเธอไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป
สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอต่อสู้กับความเดรัจฉานในตัวเองอีกครั้ง
แมรี่โกลด์อ้าปากกว้าง พยายามสูดลมหายใจเข้าร่าง หากแต่ไม่เป็นผล -- ร่างของเธอคล้ายจะหมดซึ่งลมหายใจแห่งชีวิต ราวกับว่ากำลังยืนอยู่ใกล้เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์
แมรี่โกลด์รีบยึดความรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าท้องนั่นไว้มั่น ใช้มันเหนี่ยวรั้งให้เธอยังคงความเป็นมนุษย์ไว้ได้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต
ในช่วงเวลาที่สติเธอใกล้ดับวูบนั่นเอง เธอก็ได้ยินเสียงร้องคำรามดังมาจากสักแห่งในความมืด -- เธอได้ยินเสียงของเคเลบกระซิบโต้ตอบกลับไป --
มีใครอื่นอยู่ที่นี่ -- เธอบอกตนเอง
ใครอื่นที่ไม่ใช่เคเลบ!
“ไม่จริง!” เธอได้ยินเสียงแหบพร่าดังลั่นท่ามกลางความมืด
“ไม่จริง! แกโกหก! แกคนเดียวเท่านั้นที่รู้วิธีรักษา! แกถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ทั้งๆที่มีกลิ่นปิศาจร้ายติดอยู่บนตัวขนาดนั้น! แกคนเดียวที่ยังมีชีวิตรอดเป็นมนุษย์อยู่ได้นานขนาดนี้! นั่นเพราะแกต้องรู้อะไรบางอย่าง! ใช่ไหม! ใช่ไหม! แกรู้วิธี --”
จากนั้นแมรี่โกลด์ไม่สามารถจับใจความอะไรได้อีกต่อไป -- หากแต่เสียงกรีดร้อง เสียงคำราม เสียงต่อสู้ที่ดังตามมานั้น ทำให้เธอตื่นตระหนกต่อความเป็นไปของเคเลบ
เคเลบ!
เธออยากจะร้องเรียกเขา หากแต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้แม้สักนิด
โครม!
เสียงหวดกลางอากาศดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกระแทก และเสียงต่อสู้อันรุนแรง --
จากนั้นทุกอย่างก็เงียบสงบไปอีกครั้ง
แมรี่โกลด์พยายามสูดดมกลิ่นกลางอากาศ หากแต่กลิ่นกายของเคเลบก็เลือนหายไปเสียแล้ว!
นั่นทำให้แมรี่โกลด์หวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ -- ท่ามกลางความมืดรอบตัว เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าใครคือผู้รอดชีวิต
สามีของเธอ หรือคนแปลกหน้าคนนั้น!
DEFENDER (13) : MARIGOLD & CALEB & THE TRUTH.
มันคือเสียงของเหล่าปิศาจร้าย!
จนกระทั่งเสียงอันดุร้ายนั้นเงียบหายไป แมรี่โกลด์ก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง -- ความมืด และความวังเวงรอบตัวขณะนี้ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเดิม จนหัวใจเกือบหยุดเต้น --
นั่นไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากอากาศโดยรอบ หรือเพราะความมืดยามค่ำคืนที่มืดมนยิ่งกว่าเดิม -- แต่มันเป็นเพราะเธอเพิ่งสำนึกได้ ว่าเสียงของปิศาจร้ายที่เธอได้ยินอยู่ขณะนี้นั้น มันคือเสียงของตัวเธอเอง!
ความจริงที่รับรู้ ทำให้เธอสั่นสะท้าน เหงื่อกาฬไหลอาบไปทั่วใบหน้า และลำคออันขาวซีด
แมรี่โกลด์เปล่งเสียงร้องออกมา เมื่อความเจ็บปวดที่หน้าท้องหนักหน่วงยิ่งขึ้น คราวนี้รุนแรงจนเธอแทบขาดใจ
เคเลบ -- สำนึกแรกของเธอคิดถึงเขาขึ้นมาทันที หากแต่ริมฝีปากอันแตกระแหงนั้นกลับไม่มีเสียงใดๆเปล่งออกมา
แมรี่โกลด์กลั้นใจ พยายามต่อสู้กับความเจ็บปวด
เธอออกแรงขยับฝ่ามือที่บวมช้ำไปตามผ้าปูที่นอน สองขาที่ด้านชาขยับไปมา พยายามพยุงร่างตนเองขึ้นมาจากเตียง หากแต่ทั้งหมดที่เธอทำได้ มีเพียงขยับปลายนิ้วเท่านั้น
แมรี่โกลด์สอดส่ายสายตามองรอบตัว -- โลกอันมืดมิดที่โอบล้อมเธอไว้นั้น ทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังจมหายไปในก้นแม่น้ำลึกอันดำมืดก็ไม่ปาน
แมรี่โกลด์ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นช้าลง -- ยิ่งมันเต้นช้าลงเท่าไหร่ สติของเธอก็ใกล้ดับวูบมากขึ้นเท่านั้น และนั่นก็ทำให้เธอแทบสัมผัสไม่ได้ถึงการมีชีวิตอยู่ของลูกในท้องตนเอง
ความเดรัจฉานในตัวของเธอกำลังจะพรากชีวิตลูกในท้องไป
ความหวาดกลัวนั้นทำให้เธอกัดฟันแน่น ออกแรงขยับตัวด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี จนเส้นเลือดสีดำตามใบหน้า และลำคอปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว
หากแต่ความพยายามนั้นไม่เป็นผล -- ร่างอันบอบบางยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง
เธอจะไม่ยอมให้ลูกตายเด็ดขาด -- สำนึกนั้นทำให้เธอออกแรงพยายามอีกครั้ง คราวนี้มากกว่าเดิม และยาวนานกว่าเดิม -- จนกระทั่งเธอสามารถกลิ้งตัวลงมาจากเตียงได้สำเร็จ
แมรี่โกลด์หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดถาโถมไปทั่วทั้งร่างในตอนที่เธอกระแทกลงพื้นไม้ -- แรงกระแทกนั้นราวกับสั่นสะเทือนเข้าไปจนถึงกระดูกดำ เจ็บปวดจนเธอแทบขาดใจ -- แมรี่โกลด์หลุดเสียงครางออกมาจากลำคอ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านและเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ สองหูได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นช้าลง -- ช้าลง -- จนกระทั่งเงียบหายไป
แล้วทุกอย่างดับวูบไป พร้อมกับทุกสตินึกคิดของเธอ --
เฮือก!
วินาทีถัดมา ร่างของแมรี่โกลด์ก็ชักกระตุกอย่างรุนแรง เธอเงยใบหน้าขึ้นมาจากพื้นไม้ ฟื้นกลับมาจากโลกแห่งความตาย
ริมฝีปากอิ่มอ้ากว้าง แล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด จนเกิดเป็นเสียงดังขึ้นภายในห้อง
ไม่! -- จิตใต้สำนึกปลุกให้เธอฮึดสู้ และลืมตาตื่นขึ้น -- เธอจะไม่ยอมให้ลูกของเธอตายเด็ดขาด!
เธอจะตาย แล้วกลายเป็นปิศาจร้ายในตอนนี้ไม่ได้!
แมรี่โกลด์ขยับมือข้างหนึ่งโอบอุ้มหน้าท้องของตนไว้แน่น สองแขนและสองขาที่ขยับแทบไม่ไหวยังคงฝืนออกแรงคลานไปตามพื้นไม้อย่างรวดร้าวทรมาน --
ท่ามกลางโลกอันดำมืด และเงียบสงัดนั้น แมรี่โกลด์รู้สึกว่าช่วงเวลาได้ดำเนินผ่านไปยาวนาน ราวกับชั่วนิรันดร์ ยิ่งเธอพยายามคลานไปตามพื้นไม้ที่สัมผัสได้เท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็ยิ่งทำให้สติเธอเกือบดับวูบมากขึ้นเท่านั้น
ตึกตัก -- ตึกตัก --
หัวใจเธอเต้นเป็นจังหวะช้าลงเรื่อยๆ -- จนถึงวินาทีหนึ่งมันก็เกือบจะหยุดเต้น -- แมรี่โกลด์ฉุดรั้งตนเองไม่ให้สติดับวูบไปอีกครั้ง -- จิตใต้สำนึกเธอคือการอยู่รอดเพื่อการเกิดใหม่ของลูกเธอเท่านั้น
ถึงตรงนี้คำพูดของเคเลบก็ดังขึ้นในใจเธอ
คุณคลอดลูกด้วยตัวเองไม่ไหว แมรี่โกลด์
สำนึกนั้นมาพร้อมกับแรงบีบอัดอันรุนแรงในช่วงท้อง คราวนี้ทวีคูณขึ้นจนเธอขยับร่างไม่ไหวอีกต่อไป --
เธอใกล้คลอดลูก หากแต่ก็ใกล้ขาดใจตายเช่นเดียวกัน
เธอต้องการเคเลบ
ในชั่วขณะที่เธอหมดสิ้นหนทางนั้นเอง เธอก็แว่วได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไหนสักแห่งที่อยู่ไกลออกไป "เมื่อหกเดือนก่อน --” เสียงนั้นดังขึ้น
แมรี่โกลด์ออกแรงคลานไปยังต้นเสียง -- จนกระทั่งปลายมือสัมผัสขอบบันไดได้ในที่สุด
ฉันไม่ได้บอกเธอ ฉันโกหกแมรี่โกลด์! เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นกว่าเดิม
และตอนนี้ ฉันคือตราบาปของตัวฉันเอง คือฝันร้ายที่เห็นในตอนลืมตาตื่น คือนรกที่หนีไม่พ้นในยามหลับไหล!
นั่นเป็นเสียงของเคเลบไม่ผิดแน่!
แมรี่โกลด์พยายามคลานไปตามเสียงกระซิบนั่นอย่างยากเย็น มือที่ฉุดรั้งร่างตนเองบอบช้ำสาหัสจนแทบจะหัก
“ฉันโกหกแมรี่โกลด์” เสียงทุ้มต่ำของเคเลบกระซิบต่อไป คราวนี้ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย “ฉันไม่ได้บอกเธอว่าฉันฆ่าเขาทิ้งกับมือตัวเอง ฉันไม่กล้าเล่าความจริงให้เธอฟังว่าฉันฆ่าลูกในไส้ไปด้วยน้ำมือของตัวเอง”
เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ
จากนั้นเสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายจะพึมพัมเป็นคำว่า ฉันพยายามหนีตัวเอง หนีอดีต และความจริงนี้มานาน --
แมรี่โกลด์นิ่งเงียบ -- คำพูดนั้นของเคเลบคล้ายจะพูดกับตัวเอง ในแบบที่แมรี่โกลด์ไม่เคยได้ยินมาก่อนในตลอดชีวิตที่ครองคู่กับเขา
แต่มันจบลงแล้ว
จบลงแล้วงั้นหรือ -- แมรี่โกลด์ขมวดคิ้วกับคำพูดที่ได้ยิน -- เคเลบหมายถึงอะไรกัน
ถึงตรงนี้เสียงทุ้มต่ำของเคเลบก็คล้ายจะดังกังวานในความมืดยิ่งขึ้นกว่าเดิมว่า “เพราะฉันคิดว่าคืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันและแมรี่โกลด์ยังมีชีวิตอยู่” แมรี่โกลด์หยุดชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงนั้น “นี่อาจเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะยังมีชีวิตอยู่รอดบนโลกที่จบสิ้นไปแล้วใบนี้”
ตอนนั้นเองที่ปลายจมูกเธอได้กลิ่นเนื้อมนุษย์โชยมา -- กลิ่นอันเบาบางที่เธอสัมผัสได้น้อยลงนั้นเป็นคำตอบที่อธิบายทุกอย่าง วินาทีนั้นแมรี่โกลด์เข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเคเลบ
เขาถูกกัด!
และความเป็นมนุษย์ในตัวเขากำลังจะหายไป -- เธอจึงได้กลิ่นเขาเพียงเลือนราง
ตอนนี้ทั้งเธอและเขาต่างกำลังพยายามต่อสู้กับสัญชาตญาณอันดุร้ายที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างตนเองเหมือนกัน!
หากแต่กลิ่นเลือดมนุษย์อันน้อยนิดจากตัวเคเลบ ก็ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเธอทำงานเต็มที่อีกครั้ง!
แมรี่โกลด์ฉุดรั้งตัวเองไว้สุดความสามารถ ความหิวโหยในตัวตอบสนองต่อกลิ่นกายของเคเลบอย่างเต็มที่ ยิ่งเธอปรามตัวเองเท่าไหร่ คมเขี้ยวในโพรงปากเธอก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้นกว่าเดิม และแหลมคมมากกว่าเดิมเท่านั้น ประสาทสัมผัสที่ตอบสนองต่อกลิ่นของเคเลบนั้นรุนแรงกว่าเดิม จนทำให้เธอแทบสัมผัสถึงความเป็นมนุษย์ในตัวเองได้น้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ
“ดูสภาพของเรา” เสียงเคเลบกระซิบ “เราต่างเป็นพ่อที่ล้มเหลว เราต่างปกป้องลูกของเราไม่ได้ เราต่างฆ่าเขาด้วยมือของเราเอง และตอนนี้เราก็ต่างติดเชื้อแล้วเหมือนๆกัน --”
เราต่างปกป้องลูกของเราไม่ได้
ประโยคนั้นทำให้แมรี่โกลด์สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ในขณะที่พยายามเหนี่ยวรั้งความเป็นมนุษย์ของตนเอาไว้
ทั้งเธอและเคเลบไม่อาจเป็นมนุษย์อยู่ได้นานกว่านี้อีกแล้ว
ไม่อาจมีชีวิตอยู่ปกป้องลูกในท้องได้นานไปกว่านี้
“โลกใบนี้ไม่เหลือพื้นที่ให้มนุษย์อย่างเราอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างมันจบลงแล้ว -- มนุษย์ได้ตายจากไป และฟื้นกลับมาใหม่ในคราบปิศาจ -- และมนุษย์ที่ยังอยู่ ก็เป็นปิศาจร้ายในคราบมนุษย์ -- เราจะทำร้ายกันเอง และฆ่ากันเองในท้ายที่สุด”
แมรี่โกลด์คลานลงไปตามบันไดที่ปูพรมไว้เป็นทางยาว ในขณะที่ได้ยินเสียงของเคเลบกระซิบ -- ใบหน้าหันไปตามกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาในความมืด
แวบหนึ่งสัญชาตญาณสัตว์เดรัจฉานครอบงำตัวเธอ ภาพเนื้อที่ถูกฉีกกระชาก และเลือดสีแดงอันข้นคลั่กก็ฉายชัดขึ้นมาในใจ
แมรี่โกลด์เรียกสติตนเองกลับคืนมา ตื่นตกใจกับภาพที่เห็น -- เธอเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
เธอยื้อความเป็นมนุษย์นานไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว
เธอกำลังจะพ่ายแพ้
“นั่นทำให้ฉันคิดที่จะฆ่าแมรี่โกลด์ทิ้ง” เคเลบพูดออกมา ราวกับสารภาพบาป “ฉันคิดจะฆ่าให้เธอตายไปพร้อมกับลูกในท้อง -- และฉันจะยิงตัวตายตามไปเป็นคนสุดท้าย”
แมรี่โกลด์นิ่งชะงักไป เมื่อได้ยินประโยคนั้น
หากแต่สภาพของเธอในตอนนี้ไม่เหลือเรี่ยวแรงมากไปกว่านี้อีกแล้ว --
ยิ่งเธอพยายามเหนี่ยวรั้งความเป็นมนุษย์มากเท่าไหร่ พยายามรักษาชีวิตลูกในท้องนานเพียงใด เธอก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงชีวิตที่กำลังหลุดออกไปจากร่างตนเองมากเท่านั้น
ฉับพลันนั้นเสียงของเคเลบก็ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เงียบไปนาน -- คราวนี้น้ำเสียงนิ่งสงบ ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ ดั่งที่เธอคุ้นเคยมาตลอดทั้งชีวิต
“เรายังต้องอยู่เพื่อลูกในท้อง --” เคเลบกระซิบ “เขาต้องมีโอกาสได้เกิดมาบนโลกใบนี้ --”
เกิดความเงียบขึ้นมาเล็กน้อย --
“ยังไม่จบลง” เคเลบพูดขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายจะพูดกับตัวเองมากกว่าเดิม “เรื่องราวยังไม่จบลงแค่นี้ -- ยังมีเวลา -- จะมาแพ้ที่นี่ ในตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด -- ไม่แม้แต่แพ้ภัยตัวเอง ”
ไม่แม้แต่แพ้ภัยตัวเอง
คราวนี้ความเงียบที่เกิดขึ้นตามมา ราวกับจะยาวนานชั่วกัลปวสาน ทั้งๆที่มันอาจจะผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ทั้งเขาและเธอต่างกำลังต่อสู้กับด้านมืดในตัวเองไม่ต่างกัน
ด้านมืดอันดุร้าย เดรัจฉาน และน่ากลัว เกินกว่าที่ความเป็นตัวของเราเองจะรับมือได้ไหว --
ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้าสู่ร่างของแมรี่โกลด์ หัวใจของเธอคล้ายจะเต้นช้าลงจนเกือบเป็นหยุดนิ่ง ร่างทั้งร่างสั่นกระตุก และลมหายใจก็ติดขัดไปทั่วทั้งแผงอก
หน้าท้องเธอปวดร้าวยิ่งกว่าเดิม -- คราวนี้มากจนเธอไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป
สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอต่อสู้กับความเดรัจฉานในตัวเองอีกครั้ง
แมรี่โกลด์อ้าปากกว้าง พยายามสูดลมหายใจเข้าร่าง หากแต่ไม่เป็นผล -- ร่างของเธอคล้ายจะหมดซึ่งลมหายใจแห่งชีวิต ราวกับว่ากำลังยืนอยู่ใกล้เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์
แมรี่โกลด์รีบยึดความรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าท้องนั่นไว้มั่น ใช้มันเหนี่ยวรั้งให้เธอยังคงความเป็นมนุษย์ไว้ได้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต
ในช่วงเวลาที่สติเธอใกล้ดับวูบนั่นเอง เธอก็ได้ยินเสียงร้องคำรามดังมาจากสักแห่งในความมืด -- เธอได้ยินเสียงของเคเลบกระซิบโต้ตอบกลับไป --
มีใครอื่นอยู่ที่นี่ -- เธอบอกตนเอง
ใครอื่นที่ไม่ใช่เคเลบ!
“ไม่จริง!” เธอได้ยินเสียงแหบพร่าดังลั่นท่ามกลางความมืด “ไม่จริง! แกโกหก! แกคนเดียวเท่านั้นที่รู้วิธีรักษา! แกถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ทั้งๆที่มีกลิ่นปิศาจร้ายติดอยู่บนตัวขนาดนั้น! แกคนเดียวที่ยังมีชีวิตรอดเป็นมนุษย์อยู่ได้นานขนาดนี้! นั่นเพราะแกต้องรู้อะไรบางอย่าง! ใช่ไหม! ใช่ไหม! แกรู้วิธี --”
จากนั้นแมรี่โกลด์ไม่สามารถจับใจความอะไรได้อีกต่อไป -- หากแต่เสียงกรีดร้อง เสียงคำราม เสียงต่อสู้ที่ดังตามมานั้น ทำให้เธอตื่นตระหนกต่อความเป็นไปของเคเลบ
เคเลบ!
เธออยากจะร้องเรียกเขา หากแต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้แม้สักนิด
โครม!
เสียงหวดกลางอากาศดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกระแทก และเสียงต่อสู้อันรุนแรง --
จากนั้นทุกอย่างก็เงียบสงบไปอีกครั้ง
แมรี่โกลด์พยายามสูดดมกลิ่นกลางอากาศ หากแต่กลิ่นกายของเคเลบก็เลือนหายไปเสียแล้ว!
นั่นทำให้แมรี่โกลด์หวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ -- ท่ามกลางความมืดรอบตัว เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าใครคือผู้รอดชีวิต
สามีของเธอ หรือคนแปลกหน้าคนนั้น!