✌🤘👌👫 FYI อยู่ให้เป็น เว้นโควิด ⏰⌛

ยามนี้ไม่มีใครไม่ใส่หน้ากากและพร้อมจะฉีดวัคซีนป้องกัน
สิ่งรอบตนและคนรอบข้างที่จำเจย่อมทำให้เกิดความคิดหลากหลายรวมถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้น ซึม เศร้า กังวล หิวโหยและหวาดหวั่นยามเมื่อต้องออกจากบ้าน

ภาพแพทย์และเจ้าหน้าที่สวมชุด PPE บ่งบอกถึงความป้องกันเชื้อว่าสามารถติดต่อได้ง่ายด้วยเชื้อในอากาศซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ ความเสี่ยงจึงเป็นไปได้เสมอยามเข้าใกล้ผู้อื่น

  จากสิ่งที่รับรู้มาทำให้แต่ละคนต้องจัดการกับวิถีใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป ในที่นี้ไม่รวมถึงความอดอยาก ขาดรายได้เพราะผลจากโควิด

  ผู้เขียนเป็นผู้สูงวัยต้องสมัครรับฉีดวัคซีนรุ่นแรกของ 'หมอพร้อม'ที่เปิดในวันที่1พฤษภาคม
คนเข้าสมัครจนต้องปรับปรุงเว็บ แต่ก็มีจำนวนไม่มาก จนต้องช่วยบอกให้สมัครด้วยความไม่มั่นใจในวัคซีนตามข่าว
ผู้เขียนสมัครในวันที่5 ด้วยข้อแม้ที่ว่าสมัครฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้วได้วันนัดที่ 30 มิถุนายน ต้องหาข้อมูลว่าการฉีดวัคซีน2ชนิดจะมีผลอะไรบ้าง ต่อมาข่าวบอกว่าควรฉีดห่างกัน 2 สัปดาห์ จึงสมัครฉีดวัคซีนโควิดในวันที่15  กรกฎาคมไป แต่ต่อมาข่าวจากแพทย์แพร่หลายว่าต้องฉีดห่างกันอย่างน้อย1เดือน ทีนี้ทำให้เริ่มกังวลว่าจะทำอย่างไร ทุกการสมัครทำพร้อมเพื่อนบ้านที่เป็นพยาบาลเกษียณ จึงต้องช่วยกันเปลี่ยนการฉีดไข้หวัดใหญ่ให้เร็วขึ้นดูจะง่ายกว่า รอเพื่อนบ้านจัดการว่าจะมีวิธีไหน ถ้าไม่ได้ก็ต้องทิ้งฉีดไข้หวัดใหญ่ไป ทั้งที่หมอบอกว่าฉีดก่อนช่วยเสริมวัคซีนโควิดได้ด้วย

  แล้วความโชคดีก็บังเกิดขึ้นมาเมื่อวันที่19 เมื่อเพื่อนบ้านบอกว่ารับสายคนแจ้งมาว่าวันนี้มีฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนเวลา 11.30 น ขณะนั้นก็ใกล้11.00น แล้ว ลูกบอกว่าวันนี้วันที่19 แล้ว ไม่ครบเดือนหรอก เมื่อคิดตามก็ใช่ แต่คิดพรวดเดียวว่า เฮ้ย นั่นเดือนกรกฎาต่างหาก ร่วม2เดือน มิใช่มิถุนานั่นมันนัดฉีดไข้หวัดใหญ่ เผ่นสิคะ เร็วๆรีบออกรถภายใน10 นาที แต่งตัวเสร็จ รีบไปทันที คลินิคอยู่ในหมู่บ้าน มีคนใช้บริการอยู่ 5 คน เพื่อนบ้านหอบแม่สูงวัยใส่รถเอารถเข็นนั่งตามไปด้วย เมื่อยื่นบัตรนัดเดิมให้ไปแล้ว ได้คิว76 และได้ฉีดเสร็จภายใน20 นาทีจึงได้กลับถึงบ้าน 11.30 น

  เรื่องฉุกละหุกที่เกิดขึ้นถือเป็นธรรมดา ด้วยผู้เขียนจะประสบกับเรื่องราวทำนองนี้บ่อยมาก คือต้องมีอุปสรรคก่อนจึงจะผ่านไปชนิดหายใจรดต้นคอร่ำไป คงเป็นดวงชะตาแบบนี้กระมัง

  แต่..ก่อนจะถึงเรื่องฉีดวัคซีนโควิด ผู้เขียนมีอาการเหนื่อยหลังตื่นนอนเช้ามา วัดอุณหภูมิได้ 32 บ้าง 34 บ้าง ตัวเย็น ส่วนความดันก็เกินจากปกติ125 จึงเปิดดูอาการของโรค ตัวเย็น ว่าต่ำกว่า35 องศา ต้องรีบไปพบแพทย์ ทำให้กังวลไปอีก แต่เพราะเป็นวันอาทิตย์รพ.ใกล้บ้านปิด ได้แต่ไลน์ถามพยาบาล และเภสัชเพื่อนของลูก ได้แต่รอดูอาการ ครึ่งวันอาการก็ดีขึ้น เริ่มมีเหงื่อแบบทุกวันเพราะอากาศร้อน และความเหนื่อยก็คลาย ผ่านคืนนั้นไป เช้าขึ้นมาเป็นวันจันทร์วันหยุดอีก เหงื่อออกเหมือนทุกวันแล้ว ดีใจว่าหายแล้ว

  วันอังคารเช้าเหนื่อยและความดันขั้นมากถึง150 อุณหภูมิตัวก็35 องศา จึงรีบไปรพ. เพราะป่วยนี้ยังไม่ได้รับการรักษาเลย

  หมอสั่งตรวจคลื่นหัวใจ ผลปกติ เอ็กซ์เรย์ปอดเพราะเหนื่อย เจาะเลือดรอผลหนึ่งชั่วโมง กลับไปนอนรอที่เตียงที่วัดคลื่นหัวใจ ผลเอ็กเรย์ปอดปกติ เมื่อผลเลือดออกมาถือว่าดี หมอถามมีเรื่องช็อกความคิดอะไรมั้ย ไม่มีค่ะหมอ...
โรคตัวเย็น Hypothremia ก็ไม่ใช่ อุณหภูมิต่ำขนาดนี้ต้องตายแล้ววัดไม่ได้ หรือคนหิมะ อาจเป็นความแปรปรวนของระบบร่างกาย หรือเครื่องวัดทั้งสองรวน จากการถ่ายภาพค่าทั้งคู่พร้อมกันมาให้หมอดูตามเวลาเป็นช่วงๆเพื่อให้หมอได้ใช้วิเคราะห์อาการ

  นอนพักจนพอจึงได้กลับบ้าน
วันพุธเว้นหนึ่งวัน วันพฤหัสถามพยาบาลเรื่องอาการว่าไม่ดีขึ้นเลย ต่อมาต้องไปรพ.เจาะเลือดดูอาการไทรอยด์ ตามประวัติไม่ได้ตรวจมาสองปีแล้ว แต่ต้องรอผลหนึ่งสัปดาห์รอเวรหมอมาตรวจ ทีนี้ก็นั่งลุ้นไปสิคะผู้เฒ่า..
  
พฤหัสที่ 20 ไปรพ. ฟังผลเลือด ปรากฎว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลย หมอสรุปว่าให้เอาผลทั้งหมดไปปรึกษาหมอประจำที่รพ. จุฬาดู จะได้พบหมอเฉพาะทาง ฟังแล้วก็นึกว่าอีกแล้วเหรอ เพราะปัจจุบันเพิ่งได้ทำแมมโมแกรมทรวงอกสองครั้ง ห่างกันเกินหกเดือนเพราะเว้นโควิด หมอสั่งตรวจซ้ำเพราะไม่แน่ใจผลรังสี

ส่วนผลการไม่แน่ใจครั้งก่อนๆนั้นสาเหตุติดเชื้อทางเดินปัสสาวะต้องฉีดยาเป็นชุดๆละ4 เข็มมั้ง สองรอบจนต้องหาหมอเฉพาะทางที่สั่งทำอัลตร้าซาวด์เลยเจอซีสต์ในรังไข่สิคะ

หลังจากนั้นการผ่าตัดขนาดใหญ่ก็ตามมา อย่างที่ใครๆบอกว่าใครเขาก็ตัดกันทั้งนั้น แต่ผู้เขียนผ่าหน้าท้องคลอดลูกมาสามครั้งแล้วนะคะ นายจ๋าา..

รพ.จุฬาก็เป็นอีกรพ. หนึ่งที่ไม่เปิดรับรักษาปกติแบบทุกวัน หมอจึงต้องตามโทรและต้องสั่งยาให้คนไข้ด้วย การส่งอาจจะมีหลายช่องทาง คนไข้จ่ายเงินอยู่แล้ว เมื่อดูในช่องทางเห็นว่าชื่อคนไข้ขึ้นก็ต้องไปรับยา แต่ด้วยลูกต้องไปเจาะเลือดเช็คจากที่เป็นไข้เลือดออกเพิ่งหาย จึงให้ลูกช่วยรับยามาด้วย แต่มีอีกหนึ่งหมอที่ควรจะสั่งยาให้แล้ว ควรพ่วงกันรับเลยทีเดียว ลูกอ้างว่าหมอยังไม่ได้โทรมาหาคนไข้นะ ตามระบบต้องรอหมอโทรก่อน ก็ลูกทำตามแม่บอกก็แล้วกัน จะได้เสร็จหนเดียว แล้วมีปัญหาค่อยบอกมา
ลูกจึงบอกมาว่ายาหมอแรกได้แล้ว ยาหมอที่สองเขาให้ไปถามตามลำดับ มาที่ห้องจ่ายยาก็ขี้นแล้ว เภสัชดูในคอมพ์พบว่าหมอสั่งยาไว้ให้แล้วตั้งแต่30เมษาเขาถามว่าหมอโทรไปหรือยัง ยังค่ะ แต่ให้นั่งรอเดี๋ยวจะจัดยาให้  ลูกบอก เขาต้องจัดยานอกระบบให้แม่!

ลูกเอ๋ย อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำยุคโควิด เว้นระยะ เชื่อแม่เถอะมันเป็นสิทธิ์ของเราตามชื่อนั่นอยู่แล้ว และอย่าลืมว่า แม่เป็นผู้จัดการนะจ๊ะ

  อีกเรื่องหนึ่งก็เสร็จสิ้นลง
ถึงอย่างไรด้วยใจที่เข้มแข็งเชื่อในวิทยาศาสตร์ คงไม่ตายเพราะโควิดหรอก มีโรคอื่นให้เผชิญอีกแยะไปในอายุที่ยังเหลืออยู่..

เนื่องจากกลัวติดเชื้อโควิดจึงสั่งให้แม่บ้านหยุดมาทำงาน เงินเดือนจ่ายปกติ กลัวการติดเชื้อเพราะเราไม่แน่ใจว่าแม่บ้านจะเอาเชื้อมาจากไหนหรือเปล่า ต้องช่วยกันทำงานบ้าน ทำอาหารสามมื้อต่อวันต่อคน สั่งอาหารสดมาปรุงเองจากท็อปส์ และอาหารปรุงเสร็จชนิดเชื่อว่าไม่ผ่านมือหลังปรุงสุกแล้ว เมื่อสั่งบ่อยก็หมดอยาก ทำเองดีกว่า เวลาแต่ละวันจึงยุ่งเหยิงและยามว่างก็มีหลานมาจากคอนโดมาเล่นรอยามเย็นปั่นจักรยานในซอยหน้าบ้านให้เพลิดเพลินกันไป

  ก่อนนอนนึกว่าได้นอนที่นอนตนเองไม่ต้องไปกักquarantine
หรือHospitel ที่ไหนก็ถือว่าเป็นสุขดีแล้ว  ตามข้อเขียนในบทความของกิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/news/politic/2098902

ก็ช่วยค่อยเปลี่ยนความคิดเครียดเบาบางลงตามคิดคนอื่นบ้าง  ถึงแม้ว่าจะต้องครองตัวอยู่ในสถานการณ์โควิดอย่างน้อยถึงสิ้นปีตามข่าวบอก..ว่า

ฉีดวัคซีนให้เป็นวาระแห่งชาติ จะเริ่มฉีดเข็มแรกวันที่ 7 มิถุนายนนี้ เข็มที่ 1 จะฉีดตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ตั้งเป้าจะ ฉีดเข็มที่ 1 ให้ได้ 50 ล้านคน 70% ของประชากรในเดือนกันยายน และจะเริ่ม ฉีดเข็มที่ 2 ในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม

  เรื่อง ตามที่เห็นและเป็นไปค่ะ
ขอให้ทุกคนปลอดภัยได้ฉีดวัคซีนทันก่อนแพร่เชื้อใหม่นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่