🎽มาลาริน/The best vaccine is the one that you can get the soonest. ลุงตู่ผู้นำในสนามรบโควิดตัวจริง ฉีดวัคซีนเข็ม2แล้ว



นานาเยี่ยมบิ๊กตู่'ถลกแขนเสื้อซ้าย ฉีดแอสตร้าเซเนกาเข็ม2แล้ว
นายกฯ ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกา เข็ม 2 พร้อมยืนยันว่าไม่มีผลกระทบข้างเคียงใดๆ 

จันทร์ที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.01 น.



เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เข็ม 2  โดยมีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ฉีดให้ ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าบันทึกภาพ ทำข่าว เพราะสถานที่คับแคบ ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพผ่านเพจไทยคู่ฟ้า และสำนักโฆษกทำเนียบรัฐบาล
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเชเนก้า เข็มแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยฉีดที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าไม่มีผลกระทบข้างเคียงใดๆ 

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/845338

 
เพี้ยนชนะเลิศรู้จักหมอใหญ่อเมริกันเจ้าของรางวัล'เจ้าฟ้ามหิดล'คนพูดประโยค'วัคซีนที่ดีที่สุด คือวัคซีนที่ได้ฉีดเร็วที่สุด'
20 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 09:33 น.



20 พ.ค.64- คำว่า "วัคซีนที่ดีที่สุด คือวัคซีนที่ได้ฉีดเร็วที่สุด" กลายเป็นของแสลงในโลกโซเชียลกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และกลุ่มนี้โจมตีวัคซีนโควิดที่ฉีดในไทยแทบทุกกรณี รวมทั้งมักโจมตีบุคคลทุกแวดวงที่รณรงค์ให้ไปฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง 
ไม่เว้นแม้กระทั้งคนเป็นหมออย่าง  อั้ม อิราวัต ไปโพสต์ในทวิตเตอร์ให้ข้อมูลผิดๆว่า พูดตรงๆ ในฐานะแพทย์

#ผมไม่เห็นด้วยเลย กับประโยคที่ว่า #วัคซีนที่ดีที่สุด_คือวัคซีนที่มี #วัคซีนที่ดีที่สุด_คือที่ได้ฉีดเร็วสุด
 
มันไม่ใช่แบบนั้นเลย 
อยู่ๆก็มาเร่งบ้าเร่งบอ  ทั้งที่รัฐบริหารจัดการเรื่องวัคซีน ได้แบบห่วยแตก ไร้ประสิทธิภาพ

ล่าสุดผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)  โพสต์เฟซบุ๊ก เผยว่าบุคคลที่ พูดคำว่า'วัคซีนที่ดีที่สุด คือวัคซีนที่ได้ฉีดเร็วที่สุด' คือนพ.แอนโทนี เฟาซี่ (Anthony Fauci)  ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ และหัวหน้าที่ปรึกษาการแพร่ระบาดของรัฐบาลไบเดน นั่นเอง

หมอเฟาซี่  ได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลของประเทศไทย ในพ.ศ.2556 ด้วยผลงานดีเด่นด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อมนุษยชาติ

หมอเฟาซี่เป็นหมอชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียน  เกิดเมื่อ พ.ศ.2483  พ่อเป็นเจ้าของร้านขายยาที่นิวยอร์ก   

เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยคอร์แนลเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์   และได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคร้ายแรง  เช่น โรคเอดส์และโรคข้อทำงานที่โรงพยาบาลในกรุงนิวยอร์ก   แล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่ง
ชาติ  (NIAID  National - Institute of Allergy andInfectious Diseases)  

หมอเฟาซี่ เป็นผู้อยู่ในแนวหน้าในการผจญกับโรคติดต่อมาแล้วหลายโรค  เช่น  โรคเอดส์  ซาร์ส  หวัดนก เมอร์ส  อีโบล่า  และโควิด-19   และได้เป็นคณะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐ 7 คน ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีเรแกน  เคยทำงานเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์  และการพัฒนายาวัคซีนป้องกันอาวุธชีวภาพ หลังเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด 9/11

พ.ศ.2563  ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แต่งตั้งให้หมอเฟาซี่เป็นกรรมการเรื่องโควิดของทำเนียบขาว  แต่หมอเฟาซี่ ยืนกรานอย่างแข็งขันว่า ชาวอเมริกันทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย นั่นทำให้เขาขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับริกันหลายคนอย่างรุนแรง จนทรัมป์เรียกหมอเฟาซี่ว่าเป็นพวกกระต่ายตื่นตูมบ้าง เจ้าแห่งการหลอกลวงบ้าง 

เมื่อมีการเปลี่ยนประธานาธิบดี  โจ ไบเดน  ได้เชิญหมอเฟาซี่มาเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของประธานาธิบดีด้านการแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอเฟาซี่ในการดำเนินการเกี่ยวกับโควิด   โดยออกคำสั่ง บังคับการสวมหน้ากากอนามัยขณะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ  สนามบิน และอยู่ในสถานที่ราชการ   กักกันผู้เดินทางเข้าสหรัฐ  ขยายการผลิตและรณรงค์การฉีดวัคซีน  ตลอดจนการกลับไปเป็นสมาชิกขององค์การอนามัยโลก

โจ ไบเดน  คือประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 7  ที่หมอเฟาซี่ร่วมงานด้วย   โดยเขายืนยันหลักการในการทำงานว่า "การพูดความจริงที่ อ้างอิงตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์" แลการเสนอแนะเชิงนโยบาย "ที่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์" เท่านั้น

และหมอเฟาซี่ พูดคำว่า 'วัคซีนที่ดีที่สุด คือวัคซีนที่ได้ฉีดเร็วที่สุด'  เพื่อให้ชาวอเมริกัน เร่งรับการฉีดวัคซีน ลดอัตราการตาย และติดเชื้อโควิด-19  เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด และจะเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
หมอเฟาซี่ ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ประจำปี 2556 สาขาการแพทย์ ผลงานวิจัยที่โดดเด่นในการเข้าใจกลไกการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โดยแสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสเอชไอวี  มีการแบ่งตัวในต่อมน้ำเหลืองของผู้ได้รับเชื้ออย่างต่อเนื่อง  แม้ผู้ได้รับเชื้อไวรัสจะไม่แสดงอาการ แต่พบว่าจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวีในต่อมน้ำเหลืองมีระดับสูง  ไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4  ส่งผลให้ผู้ได้รับเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำ  เจ็บป่วยจากการติดเชื้อฉวยโอกาส  ซึ่งนำไปสู่แนวคิดในการให้ยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีชนิดผสมหลายตัว  (HAART)  ตั้งแต่ระยะแรกเพื่อควบคุมไวรัสไม่ให้แบ่งตัวอย่างมีประสิทธิภาพ  ประเมินผลได้จากการตรวจวัดจำนวนเชื้อไวรัส (HIV Viral  load) และจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว CD 4

แรงผลักดันและแนวคิดของ ศ.นพ.เดวิด ดี. โฮ  และ นพ.แอนโทนี ฟอซี  เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและเป็นมาตรฐานการรักษาผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน  เปลี่ยนสภาพจากโรครอวันตาย  มาเป็นโรคเรื้อรัง  ช่วยชีวิตผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีได้หลายสิบล้านคนทั่วโลก.

https://www.thaipost.net/main/detail/103524





ผู้นำตัวจริง ไม่ได้ดีแต่พูดค่ะ....เยี่ยม

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่