‘อดีตขุนคลัง’ ร้องศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัย พ.ร.ก.7 แสนล้าน พรุ่งนี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_2738804
“อดีตขุนคลัง” ร้องศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัย พ.ร.ก.7 แสนล้าน พรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นาย
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. .. เพื่อกู้เงินในวงเงิน 7 แสนล้านบาท นั้น
เนื่องจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ซึ่งกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท นั้น มีบทบัญญัติที่นอกเหนือจากเรื่องการกู้เงิน โดยได้บรรจุกระบวนการใช้จ่ายเงินของรัฐเข้าไว้ด้วย
โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จครบวงจรเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินดังกล่าว ทำให้การใช้จ่ายเงินของรัฐมีความหละหลวม ไม่มีขบวนการตรวจสอบให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อันเป็นการละเมิดหลักการวินัยการเงินการคลัง และเป็นที่เชื่อได้ว่า พ.ร.ก.ฉบับใหม่ก็จะมีข้อกำหนดเช่นเดียวกัน ตนมีความห่วงใยในหลักการบริหารการคลังของประเทศ จึงจะยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเรื่องนี้ และเนื่องจากเป็นประเด็นที่สำคัญ จึงใคร่ขอให้องคมนตรีกรุณานำข้อทักท้วงของนายธีระชัย และของทุกฝ่ายไปประกอบการพิจารณาให้รอบด้าน โดยตรจะยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.00 น.ที่ศาลปกครองสูงสุด แจ้งวัฒนะ
“
ผมเองไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะกู้เงิน เพราะตระหนักว่าประชาชนมีความเดือดร้อน และประชาชนจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการแก้ปัญหาโควิดอีกมาก แต่เห็นว่าการใช้จ่ายเงินของรัฐ จำเป็นต้องมีการควบคุมตรวจสอบตามหลักวินัยการเงินการคลัง ผมขอย้ำว่า ไม่คัดค้านการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะกู้เงิน แต่ขอแนะนำให้แก้ไขร่าง พ.ร.ก. โดยขอให้ใช้หลักการเดียวกับ พ.ร.ก. สมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ที่กู้เงินเพื่อโครงการไทยเข้มแข็ง และ พ.ร.ก. สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ที่กู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งทั้งสองกรณี กำหนดให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปตามครรลองปกติ อันเป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลัง ผมเห็นว่า การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ร่าง พ.ร.ก.ที่บัญญัติวิธีใช้จ่ายโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ คัดเลือกโครงการเอง กำกับโครงการเอง กำหนดระเบียบบริหารโครงการเองนั้น ทำให้มีช่องโหว่หละหลวม ขาดการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม ไม่ตรงหลักวินัยการเงินการคลัง จึงขอเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไข” นายธีระชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 พฤษภาคมหรือพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. นาย
ธีระชัยจะเข้ายื่นหนังสื่อต่อศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัย พ.ร.ก.7 แสนล้าน ที่ศาลปกครองสูงสุด แจ้งวัฒนะ
เกาหลีใต้เดินหน้าเป็นศูนย์ผลิตวัคซีนโควิด-19 ของโลก
https://www.tnnthailand.com/news/covid19/80623/
“เกาหลีใต้กำลังเร่งเดินหน้าเป็นศูนย์การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ระดับโลก จนขณะนี้ มีข้อตกลงผลิตหรือจะผลิตวัคซีนแล้ว 4 ขนาน”
วันนี้ ( 23 พ.ค.64)เว็บไซต์สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ซัมซุงไบโอโลจิกส์ในเครือซัมซุงกรุ๊ปลงนามข้อตกลงกับ Moderna บริษัทยาสหรัฐฯ ระหว่างที่ประธานาธิบดี
มุน แจอินเยือนสหรัฐเป็นเวลา 4 วัน เรื่องโรงงานของซัมซุงในเกาหลีใต้จะรับบรรจุขวดและติดฉลากให้แก่วัคซีนของ Moderna คาดว่าจะส่งมอบให้โมเดอร์นาได้เร็วที่สุดตั้งแต่ไตรมาสสามของปีนี้ นับเป็นวัคซีนโควิดขนานที่ 4 ที่จะผลิตในเกาหลีใต้ ตามหลัง AstraZeneca ของอังกฤษ Novavax ของสหรัฐ และ Sputnik V ของรัสเซีย
ส่วนวัคซีนที่เกาหลีใต้อนุมัติให้ใช้มี 4 ขนาน ได้แก่ AstraZeneca, Pfizer, Johnson&Johnson และ Moderna เกาหลีใต้หวังว่า การกระชับความร่วมมือกับผู้ผลิตวัคซีนระดับโลก ไม่เพียงช่วยเร่งการฉีดวัคซีนในเกาหลีใต้ แต่จะช่วยให้โลกก้าวข้ามกระแสชาตินิยมวัคซีนและบรรเทาการขาดแคลนวัคซีนได้
เกาหลีใต้พบผู้ติดโรคโควิด-19 คนแรกเมื่อปลายเดือนมกราคมปีที่แล้ว สั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มากถึง 192 ล้านโดส จนถึงขณะนี้มียอดติดเชื้อสะสม 135,929 คน และไม่เคยใช้มาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ดี ชาวเกาหลีใต้ 52 ล้านคนฉีดวัคซีนเพียง 3.4% เท่านั้น ทั้งที่มีวัคซีนมากพอสำหรับฉีดได้มากถึง 99 ล้านคน มากกว่าประชากรทั้งประเทศ เนื่องจากเเผชิญกับกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนวัคซีนทั่วโลกและความล่าช้าในการจัดส่งวัคซีน อย่างไรก็ดี ทางการตั้งเป้ามีภูมิคุ้มกันหมู่ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
JJNY : 4in1 ร้องศาลปค.วินิจฉัยพ.ร.ก.│เกาหลีใต้เดินหน้าศูนย์ผลิตวัคซีน│หมอ ยงแนะหาวัคซีนหลายยี่ห้อ│อินเดียป่วย“ราดำ”พุ่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2738804
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. .. เพื่อกู้เงินในวงเงิน 7 แสนล้านบาท นั้น
เนื่องจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ซึ่งกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท นั้น มีบทบัญญัติที่นอกเหนือจากเรื่องการกู้เงิน โดยได้บรรจุกระบวนการใช้จ่ายเงินของรัฐเข้าไว้ด้วย
โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จครบวงจรเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินดังกล่าว ทำให้การใช้จ่ายเงินของรัฐมีความหละหลวม ไม่มีขบวนการตรวจสอบให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อันเป็นการละเมิดหลักการวินัยการเงินการคลัง และเป็นที่เชื่อได้ว่า พ.ร.ก.ฉบับใหม่ก็จะมีข้อกำหนดเช่นเดียวกัน ตนมีความห่วงใยในหลักการบริหารการคลังของประเทศ จึงจะยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเรื่องนี้ และเนื่องจากเป็นประเด็นที่สำคัญ จึงใคร่ขอให้องคมนตรีกรุณานำข้อทักท้วงของนายธีระชัย และของทุกฝ่ายไปประกอบการพิจารณาให้รอบด้าน โดยตรจะยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.00 น.ที่ศาลปกครองสูงสุด แจ้งวัฒนะ
“ผมเองไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะกู้เงิน เพราะตระหนักว่าประชาชนมีความเดือดร้อน และประชาชนจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการแก้ปัญหาโควิดอีกมาก แต่เห็นว่าการใช้จ่ายเงินของรัฐ จำเป็นต้องมีการควบคุมตรวจสอบตามหลักวินัยการเงินการคลัง ผมขอย้ำว่า ไม่คัดค้านการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะกู้เงิน แต่ขอแนะนำให้แก้ไขร่าง พ.ร.ก. โดยขอให้ใช้หลักการเดียวกับ พ.ร.ก. สมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ที่กู้เงินเพื่อโครงการไทยเข้มแข็ง และ พ.ร.ก. สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ที่กู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งทั้งสองกรณี กำหนดให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปตามครรลองปกติ อันเป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลัง ผมเห็นว่า การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ร่าง พ.ร.ก.ที่บัญญัติวิธีใช้จ่ายโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ คัดเลือกโครงการเอง กำกับโครงการเอง กำหนดระเบียบบริหารโครงการเองนั้น ทำให้มีช่องโหว่หละหลวม ขาดการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม ไม่ตรงหลักวินัยการเงินการคลัง จึงขอเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไข” นายธีระชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 พฤษภาคมหรือพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. นายธีระชัยจะเข้ายื่นหนังสื่อต่อศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัย พ.ร.ก.7 แสนล้าน ที่ศาลปกครองสูงสุด แจ้งวัฒนะ
เกาหลีใต้เดินหน้าเป็นศูนย์ผลิตวัคซีนโควิด-19 ของโลก
https://www.tnnthailand.com/news/covid19/80623/
“เกาหลีใต้กำลังเร่งเดินหน้าเป็นศูนย์การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ระดับโลก จนขณะนี้ มีข้อตกลงผลิตหรือจะผลิตวัคซีนแล้ว 4 ขนาน”
วันนี้ ( 23 พ.ค.64)เว็บไซต์สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ซัมซุงไบโอโลจิกส์ในเครือซัมซุงกรุ๊ปลงนามข้อตกลงกับ Moderna บริษัทยาสหรัฐฯ ระหว่างที่ประธานาธิบดีมุน แจอินเยือนสหรัฐเป็นเวลา 4 วัน เรื่องโรงงานของซัมซุงในเกาหลีใต้จะรับบรรจุขวดและติดฉลากให้แก่วัคซีนของ Moderna คาดว่าจะส่งมอบให้โมเดอร์นาได้เร็วที่สุดตั้งแต่ไตรมาสสามของปีนี้ นับเป็นวัคซีนโควิดขนานที่ 4 ที่จะผลิตในเกาหลีใต้ ตามหลัง AstraZeneca ของอังกฤษ Novavax ของสหรัฐ และ Sputnik V ของรัสเซีย
ส่วนวัคซีนที่เกาหลีใต้อนุมัติให้ใช้มี 4 ขนาน ได้แก่ AstraZeneca, Pfizer, Johnson&Johnson และ Moderna เกาหลีใต้หวังว่า การกระชับความร่วมมือกับผู้ผลิตวัคซีนระดับโลก ไม่เพียงช่วยเร่งการฉีดวัคซีนในเกาหลีใต้ แต่จะช่วยให้โลกก้าวข้ามกระแสชาตินิยมวัคซีนและบรรเทาการขาดแคลนวัคซีนได้
เกาหลีใต้พบผู้ติดโรคโควิด-19 คนแรกเมื่อปลายเดือนมกราคมปีที่แล้ว สั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มากถึง 192 ล้านโดส จนถึงขณะนี้มียอดติดเชื้อสะสม 135,929 คน และไม่เคยใช้มาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ดี ชาวเกาหลีใต้ 52 ล้านคนฉีดวัคซีนเพียง 3.4% เท่านั้น ทั้งที่มีวัคซีนมากพอสำหรับฉีดได้มากถึง 99 ล้านคน มากกว่าประชากรทั้งประเทศ เนื่องจากเเผชิญกับกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนวัคซีนทั่วโลกและความล่าช้าในการจัดส่งวัคซีน อย่างไรก็ดี ทางการตั้งเป้ามีภูมิคุ้มกันหมู่ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้