เรามีเรื่องจะเล่าค่ะ เป็นความทรงจำดีๆ มาเล่าให้ฟังค่ะ
วันหนึ่ง เราออกจากงานกลับมาอยู่บ้านนอก เรารู้สึกเบื่อจึงได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆตามสถานบันเทิงต่างๆ เราไปเจอคนนึง พี่เขาเป็นคนที่โดดเด่น ในกลุ่มเพื่อนๆมาก เรารู้สึกว่า เออคนนี้ดูดี หล่อ น่ารัก ดูเท่มาก ทั้งการแต่งตัว บุคลิก ท่าทาง ดูดีไปหมด แต่ก็นั้นแหละเรารู้ตัวดี ว่าตัวเองไม่เหมาะกับพี่เขาเลยสักนิด หน้าตาก็บ้านๆ อนาคตก็ไม่มี เพราะเราทำงานตั้งแต่เรียนจบ เราจึงทำได้แค่มองผ่านๆ แล้วก็ผ่านไป ตอนดึก เราพาเพื่อนไปหาแฟนที่บ้าน เราไปเจอพี่คนนั้นอีกครั้ง พี่เขากำลังนั่งเล่นกีต้า ร้องเพลงในวงเหล้าที่บ้าน พอพี่เขาเล่นกีต้าเสร็จ พี่เขาเอากีต้ามาฝากเราถือไว้ เราก็รับไว้ แล้วดีดกีต้าคลอเบาๆ เพื่อรอเพื่อน ผ่านไปสักพัก ก็แยกวงกัน แต่เราหิวข้าวจึงพาเพื่อนไปแวะที่เซเว่น เพื่อซื้อข้าวก่อนจะไปส่งเพื่อนที่บ้าน บังเอิญ!!! เรามาเจอพี่เขาที่เซเว่นอีกรอบ ด้วยความที่เราเมา+กำลังกินมาม่า พี่เขาก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า ขอคำนึงสิ.....!!! เราอึ้งสักพัก แต่ก็ยื่นมาม่าให้ แต่...ด้วยความที่มือพี่เขาถือกีต้าอยู่หรืออะไรก็ไม่รู้ พี่เขาบอกว่า ป้อนน่อย มือไม่ว่าง......!!! เราก็เงียบ และก็ป้อนไปยังงั้น สักพักเราจึงถามว่า เอาอีกถ้วยไหม เพื่อนพี่จะไม่อิ่มนะ แต่พี่เขาบอกไม่เป็นไร แล้วก็เอามาม่าจากมือเราไปกินเอง โดยฝากกีต้าไว้กับเรา พอพี่เขากินอิ่ม พี่เขาก็บอกว่า ขอเบอร์น่อย......!!!! เราไม่รอช้าค่ะ ก็ให้เบอร์ไป แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่เพื่อนเราขอมานอนค้างที่บ้าน เพราะน่าจะขับรถไม่ไหว เราก็พาเพื่อนมานอนบ้านเรา ผ่านไปเป็นวันๆ พี่เขาก็ไม่ได้โทรมา เราก็เข้าใจว่า อ้อ สงสัยวันนั้นจะเมา ผ่านไปอีกวัน เพื่อนเราจะกลับบ้าน จึงบอกให้เราไปส่ง เราก็ไปส่ง แต่......เพื่อนมันให้ไปส่งที่บ้านแฟน เราก็ไป. พอไปถึง.............!!!!!!! เราไปเจอพี่เขาอีกครั้งที่บ้านแฟนเพื่อน พี่เขาก็ทัก และเข้ามาคุยด้วย เราก็เอิ่มมมม ยังงงๆแต่ก็คุย เราก็ไปๆมาๆ รักหว่างบ้านแฟนเพื่อนเพราะเราอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ เราก็ไปเจอพี่เขาทุกวันที่เราไป เราก็ไม่ได้เอะใจว่าพี่เขาไปอยู่ที่นั้นตรงกับเวลาที่เราไปได้ยังไง หรือวันไหนไม่เจอ ผ่านไปสักพัก พี่เขาก็จะตามหลังมา เราใช้ชีวิตอยู่แบบนั้น โดยมันเริ่มพัฒนาเรื่อยๆ เราก็ชอบพี่เขา แต่เป็นความชอบที่ไม่คาดหวัง และรู้สึกกลัวที่จะคาดหวัง เพราะพี่เขาเป็นผู้ชายที่อยู่ในอุดมคติเกินไป พี่เขาเป็นคนที่อบอุ่น ชอบมานอนหนุนตักแบบงงๆบ้าง เอาใจใส่เรื่องเล็กๆน้อยๆบ้าง เวลาเมาพี่เขาก็จะพยายามไม่กินเหล้าเยอะ แต่วันไหนที่เราไม่กิน พี่เขาก็จะเมาเละเทะ เราสลับดูแลกันอยู่แบบนั้น เราไม่ร้องขออะไรเลย เฟชก็เอาไว้ติดต่อกัน ไม่คิดจะลงรูปคู่ ไม่ขึ้นสถานะ เพราะเราไม่ได้ร้องขอ พี่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เราจึงเอาไว้ติดต่อกันเฉยๆ แต่กว่าเราจะแอดเพื่อนพี่เขาไปก็โทรคุยกันเป็นเดือนๆ เพราะเราไม่หวังอะไรอยู่แล้วมั่ง เพราะเรารู้สึกว่าพี่เขาน่ากลัว ถ้าเราคิดไปมากกว่านี้ เรากลัวเจ็บมากเวลาจากกัน
ผ่านไป 2-3 เดือน เราเริ่มรู้สึกว่า เพื่อนเรามีปัญหากับแฟนตัวเอง และพยายามยุยงให้เรากับพี่เขาเลิกกัน บอกเราว่าพี่เขาอยากเลิก เราก็ไปเคลียกับพี่เขา พี่เขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ความจริง พอเรากลับมาถามเพื่อน เพื่อนเราก็แถไปเรื่อย ว่าพูดเล่นบ้างอะไรบ้าง มันเกิดขึ้นบ่อยมาก จนเราเริ่มระแวงเพื่อนเรามาก แต่เราพยายามจะรักษาทั้งเพื่อน ทั้งแฟนไว้ เราจึงไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจเท่าไหร่
ผ่านไปอีกเดือน เราต้องกลับไปทำงานที่กรุงเทพ พี่เขาก็ต้องเตรียมตัวไปฝึกงาน เราจึงรู้สึกว่า เราควรทำใจแล้วล่ะ เพราะยังไงมันก็คงกำลังจะจบลงแล้ว แต่พอเรามาถึงกรุงเทพ พี่เขาก็ยังติดต่อมาเรื่อยๆ ผ่านไปเป็นเดือน มันมีคำนึงพี่เขาบอกว่า เขามีอะไรจะบอก เราก็ อ้อ คงถึงเวลาแล้วสินะ แต่พี่เขาก็เงียบ และบอกไม่มีอะไรๆๆๆ อยู่แบบนั้น แต่เราไม่อยากรั้งพี่เขาไว้นาน เพราะเรากลัวทุกอย่างจะแย่ลง เราอยากจะให้จากกันด้วยดีมากกว่า เราจึงเลือกที่จะเงียบ แล้วจากไปเงียบๆ พี่เขาก็ติดต่อมา แต่เราก็จะเมินและเงียบไปทุกครั้ง จนผ่านไปสักพัก เราก็รู้สึกโอเคขึ้นกว่าเดิมที่ปล่อยพี่เขาไปได้ พี่เขาอาจจะมีคนคุยหรืออะไรเราก็ไม่คิดจะอยากรู้ เราลบเพื่อน ลบทุกอย่างแล้วเดินหน้าต่อ จนผ่านมา 3 ปีแล้ว เรายังลืมภาพพี่เขาไม่ลงเลยสักครั้ง
แต่ถ้าวันนึงพี่เขากลับมา เราคิดว่ามันคงจะวนลูปเดิม วนอยู่แบบนั้น คงเป็นที่เรากลัวมากกว่าจะลองเสี่ยงเจ็บมั้ง
ถ้าเราย้อนกลับไปตอนนั้นได้. เราก็คงจะทำแบบเดิม ขอบคุณที่พี่ผ่านเข้ามา. ขอบคุณที่เป็นความทรงจำดีๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ.
เจอคนในอุดมคติ เราควรจะปล่อยไป หรือรั้งไว้กันนะ?
วันหนึ่ง เราออกจากงานกลับมาอยู่บ้านนอก เรารู้สึกเบื่อจึงได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆตามสถานบันเทิงต่างๆ เราไปเจอคนนึง พี่เขาเป็นคนที่โดดเด่น ในกลุ่มเพื่อนๆมาก เรารู้สึกว่า เออคนนี้ดูดี หล่อ น่ารัก ดูเท่มาก ทั้งการแต่งตัว บุคลิก ท่าทาง ดูดีไปหมด แต่ก็นั้นแหละเรารู้ตัวดี ว่าตัวเองไม่เหมาะกับพี่เขาเลยสักนิด หน้าตาก็บ้านๆ อนาคตก็ไม่มี เพราะเราทำงานตั้งแต่เรียนจบ เราจึงทำได้แค่มองผ่านๆ แล้วก็ผ่านไป ตอนดึก เราพาเพื่อนไปหาแฟนที่บ้าน เราไปเจอพี่คนนั้นอีกครั้ง พี่เขากำลังนั่งเล่นกีต้า ร้องเพลงในวงเหล้าที่บ้าน พอพี่เขาเล่นกีต้าเสร็จ พี่เขาเอากีต้ามาฝากเราถือไว้ เราก็รับไว้ แล้วดีดกีต้าคลอเบาๆ เพื่อรอเพื่อน ผ่านไปสักพัก ก็แยกวงกัน แต่เราหิวข้าวจึงพาเพื่อนไปแวะที่เซเว่น เพื่อซื้อข้าวก่อนจะไปส่งเพื่อนที่บ้าน บังเอิญ!!! เรามาเจอพี่เขาที่เซเว่นอีกรอบ ด้วยความที่เราเมา+กำลังกินมาม่า พี่เขาก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า ขอคำนึงสิ.....!!! เราอึ้งสักพัก แต่ก็ยื่นมาม่าให้ แต่...ด้วยความที่มือพี่เขาถือกีต้าอยู่หรืออะไรก็ไม่รู้ พี่เขาบอกว่า ป้อนน่อย มือไม่ว่าง......!!! เราก็เงียบ และก็ป้อนไปยังงั้น สักพักเราจึงถามว่า เอาอีกถ้วยไหม เพื่อนพี่จะไม่อิ่มนะ แต่พี่เขาบอกไม่เป็นไร แล้วก็เอามาม่าจากมือเราไปกินเอง โดยฝากกีต้าไว้กับเรา พอพี่เขากินอิ่ม พี่เขาก็บอกว่า ขอเบอร์น่อย......!!!! เราไม่รอช้าค่ะ ก็ให้เบอร์ไป แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่เพื่อนเราขอมานอนค้างที่บ้าน เพราะน่าจะขับรถไม่ไหว เราก็พาเพื่อนมานอนบ้านเรา ผ่านไปเป็นวันๆ พี่เขาก็ไม่ได้โทรมา เราก็เข้าใจว่า อ้อ สงสัยวันนั้นจะเมา ผ่านไปอีกวัน เพื่อนเราจะกลับบ้าน จึงบอกให้เราไปส่ง เราก็ไปส่ง แต่......เพื่อนมันให้ไปส่งที่บ้านแฟน เราก็ไป. พอไปถึง.............!!!!!!! เราไปเจอพี่เขาอีกครั้งที่บ้านแฟนเพื่อน พี่เขาก็ทัก และเข้ามาคุยด้วย เราก็เอิ่มมมม ยังงงๆแต่ก็คุย เราก็ไปๆมาๆ รักหว่างบ้านแฟนเพื่อนเพราะเราอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ เราก็ไปเจอพี่เขาทุกวันที่เราไป เราก็ไม่ได้เอะใจว่าพี่เขาไปอยู่ที่นั้นตรงกับเวลาที่เราไปได้ยังไง หรือวันไหนไม่เจอ ผ่านไปสักพัก พี่เขาก็จะตามหลังมา เราใช้ชีวิตอยู่แบบนั้น โดยมันเริ่มพัฒนาเรื่อยๆ เราก็ชอบพี่เขา แต่เป็นความชอบที่ไม่คาดหวัง และรู้สึกกลัวที่จะคาดหวัง เพราะพี่เขาเป็นผู้ชายที่อยู่ในอุดมคติเกินไป พี่เขาเป็นคนที่อบอุ่น ชอบมานอนหนุนตักแบบงงๆบ้าง เอาใจใส่เรื่องเล็กๆน้อยๆบ้าง เวลาเมาพี่เขาก็จะพยายามไม่กินเหล้าเยอะ แต่วันไหนที่เราไม่กิน พี่เขาก็จะเมาเละเทะ เราสลับดูแลกันอยู่แบบนั้น เราไม่ร้องขออะไรเลย เฟชก็เอาไว้ติดต่อกัน ไม่คิดจะลงรูปคู่ ไม่ขึ้นสถานะ เพราะเราไม่ได้ร้องขอ พี่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เราจึงเอาไว้ติดต่อกันเฉยๆ แต่กว่าเราจะแอดเพื่อนพี่เขาไปก็โทรคุยกันเป็นเดือนๆ เพราะเราไม่หวังอะไรอยู่แล้วมั่ง เพราะเรารู้สึกว่าพี่เขาน่ากลัว ถ้าเราคิดไปมากกว่านี้ เรากลัวเจ็บมากเวลาจากกัน
ผ่านไป 2-3 เดือน เราเริ่มรู้สึกว่า เพื่อนเรามีปัญหากับแฟนตัวเอง และพยายามยุยงให้เรากับพี่เขาเลิกกัน บอกเราว่าพี่เขาอยากเลิก เราก็ไปเคลียกับพี่เขา พี่เขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ความจริง พอเรากลับมาถามเพื่อน เพื่อนเราก็แถไปเรื่อย ว่าพูดเล่นบ้างอะไรบ้าง มันเกิดขึ้นบ่อยมาก จนเราเริ่มระแวงเพื่อนเรามาก แต่เราพยายามจะรักษาทั้งเพื่อน ทั้งแฟนไว้ เราจึงไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจเท่าไหร่
ผ่านไปอีกเดือน เราต้องกลับไปทำงานที่กรุงเทพ พี่เขาก็ต้องเตรียมตัวไปฝึกงาน เราจึงรู้สึกว่า เราควรทำใจแล้วล่ะ เพราะยังไงมันก็คงกำลังจะจบลงแล้ว แต่พอเรามาถึงกรุงเทพ พี่เขาก็ยังติดต่อมาเรื่อยๆ ผ่านไปเป็นเดือน มันมีคำนึงพี่เขาบอกว่า เขามีอะไรจะบอก เราก็ อ้อ คงถึงเวลาแล้วสินะ แต่พี่เขาก็เงียบ และบอกไม่มีอะไรๆๆๆ อยู่แบบนั้น แต่เราไม่อยากรั้งพี่เขาไว้นาน เพราะเรากลัวทุกอย่างจะแย่ลง เราอยากจะให้จากกันด้วยดีมากกว่า เราจึงเลือกที่จะเงียบ แล้วจากไปเงียบๆ พี่เขาก็ติดต่อมา แต่เราก็จะเมินและเงียบไปทุกครั้ง จนผ่านไปสักพัก เราก็รู้สึกโอเคขึ้นกว่าเดิมที่ปล่อยพี่เขาไปได้ พี่เขาอาจจะมีคนคุยหรืออะไรเราก็ไม่คิดจะอยากรู้ เราลบเพื่อน ลบทุกอย่างแล้วเดินหน้าต่อ จนผ่านมา 3 ปีแล้ว เรายังลืมภาพพี่เขาไม่ลงเลยสักครั้ง
แต่ถ้าวันนึงพี่เขากลับมา เราคิดว่ามันคงจะวนลูปเดิม วนอยู่แบบนั้น คงเป็นที่เรากลัวมากกว่าจะลองเสี่ยงเจ็บมั้ง
ถ้าเราย้อนกลับไปตอนนั้นได้. เราก็คงจะทำแบบเดิม ขอบคุณที่พี่ผ่านเข้ามา. ขอบคุณที่เป็นความทรงจำดีๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ.