🤗 "ณเดชน์" ประกบ "โบว์" เรื่องแรกที่ช่อง 3 ชวนม่วนคักใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”


ในยุคโควิด-19 ระบาดรุนแรง ไม่มีอะไรดีไปกว่าอยู่กับบ้านหาความสุขไป
 ซึ่งช่อง 3 ก็พร้อมเสิร์ฟละครแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เรื่อง “มนต์รักหนองผักกะแยง” 
ซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ชนะเลิศในการประกวดของกระทรวงวัฒนธรรม สรรค์สร้างสู่จอแก้ว
โดย บีบี–เอกนรี วชิรบรรจง ทายาท อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์ ที่นั่งแท่นเป็นผู้จัดละครเรื่องแรก ประเดิมสวยหรูด้วยนักแสดงนำระดับแม่เหล็ก
อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ประกบคู่กับ โบว์–เมลดา สุศรี ที่เพิ่งพ้นสัญญากับช่อง 7 ก็มาประเดิมเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก พร้อมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง
อาทิ แดนนี่ ลูเซียโน่, นับตังค์ นันท์ณภัส, เต๋า ภูศิลป์, อนุสรา วัสทองทักษ์, สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ, สมจิตร จงจอหอ,
ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ชไมพร สิทธิวรนันท์, หยอง ลูกหยี, ณัชพงศ์พล สุดดี ฯลฯ


พระเอกของเรื่อง ณเดชน์ เผยว่า “ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ทำงานกับพี่อ๊อฟเต็มตัว ก่อนหน้านี้อาจจะเจอๆกันบ้างในซีรีส์ 4 หัวใจแห่งขุนเขา 
แต่ตอนนั้นแค่รับเชิญแบบผ่านๆ ในซีรีส์ของพี่อ๊อฟ แล้วก็มีภาพยนตร์เรื่องนาคี แต่สำหรับละครเต็มตัวก็เรื่องนี้เรื่องแรก ซึ่งผมแฮปปี้มาก
เล่นละครเรื่องนี้เหมือนได้อยู่บ้าน ได้ทำงานกับคนในครอบครัว ได้พูดภาษาอีสาน กินอาหารอีสาน ได้รับรู้เรื่องราวประเพณีอีสาน
แล้วเนื้อเรื่องก็ยังแทรกความรู้ในการทำเกษตร ไม่ใช่แบบสารคดี พี่อ๊อฟมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ
แล้วก็มีเส้นของความรักของผมกับนางเอกด้วย ผมว่าท่านผู้ชม น่าจะมีความสุขไปพร้อมๆกับผมเหมือนกัน”
ส่วนสาว โบว์ เผยว่า “จริงๆโบว์เป็นคนอีสานอยู่แล้ว เป็นคนขอนแก่น บ้านเดียวกับพี่ณเดชน์ แต่ชีวิตจริงก็ไม่ได้พูดอีสานบ่อยมาก มีเพี้ยนๆอยู่เหมือนกัน 
ต้องตั้งใจฟังกันให้ดีๆ ละครเรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกของโบว์ที่มาทำงานให้กับช่อง 3 
เป็นความโชคดีหลายอย่างทั้งเรื่องบท โปรดักชันทีมงาน ดีใจมากที่ได้มาเล่นละครของพี่อ๊อฟ มันคือความใฝ่ฝันแล้วมันก็เป็นจริง”

สำหรับเรื่องราวในละคร บอกเล่าถึงความเป็นไปของพระเอกคือ เขียว (ณเดชน์) ซึ่งมาเรียนและได้ทำงานใน กทม.
แต่แล้วชีวิตพลิกผัน พบกับเรื่องที่ไม่คาดคิด ทำให้ความหวังในชีวิตพังทลาย ต้องซมซานกลับบ้านหนองกะแยงแบบสิ้นหวัง
แต่เมื่อเขาได้กลับมาพบกับครอบครัว เรื่องราวในอดีต ความอบอุ่นในชุมชนของหนองกะแยง ประเพณีดั้งเดิมต่างๆ ของชาวอีสาน
และได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบวิถีเกษตรกรรมเรียบง่ายแต่ยั่งยืน
ทำให้พระเอกหลงรักในวิถีชีวิตอันเรียบง่าย และเกิดเรื่องราวมากมาย รวมถึงความรักที่เติบโตขึ้น
ละครเรื่องนี้ ถ่ายทอดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการทำเกษตรอินทรีย์
ตัวละครถ่ายทอดความรู้สึกว่า ถ้าหากท้อแท้หมดหนทาง อยากให้ทุกคนกลับบ้าน
ขณะเดียวกันยังม่วนหลายกับเพลงอีสานเพราะๆ อีกมากมาย
ติดตามชมกันได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำทางช่อง 33.



ป.ล.
การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย มีแค่ไหนใช้เท่านั้น วิถีของการแบ่งปันน้ำใจเอื้อเฟือเผื่อแผ่ซึ่งกัน รู้จักคิดรู้จักใช้ในสิ่งที่มีอยู่

ชีวิตแวดล้อมที่ปราศจากการแก่งแย่ง อิจฉาริษยา โหยหา ในอำนาจและผลประโยชน์ สนองความต้องการส่วนตน

วิถีชีวิตแบบนี้ยังมีอยู่จริง แม้จะลดน้อยลง แต่มันไม่เ่คยสูญหาย ต่อให้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนั้นก็ตามที
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่