สวัสดีครับนี่เป็นกระทู้แรกของผมอาจจะมีพิมพ์ตกหล่นไปบ้างต้องขอโทษด้วยครับ
ปัจจุบันตอนนี้ผมอายุ 20 ปี ผมมีความรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเริ่มมีอาการทางจิตอ่อนๆ เพราะผมเริ่มไม่มีความรู้สึกที่จะอยากจะทำอะไรหรือจากเมื่อก่อนที่ชอบเล่นเกมส์ดูหนังฟังเพลงตอนนี้กลับรู้สึกเบื่อมันเอาดื้อๆ มันหน่วงกับทุกเรื่องและมันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในชนิดที่ว่าเริ่มทำร้ายตัวเองให้มีบาดแผลบางครั้งเราคิดว่าเราควบคุมตัวเองได้แต่อยู่ๆก็ทำลงไปซะแล้ว และเริ่มคิดในด้านลบมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งช่วงวันหยุดถ้าไม่มีอะไรทำก้จะนั่งเหม่อในชนิดที่ว่าข้าวปาไม่กิน เวลาจะนอนก็นอนไม่หลับหรือบางทีมันวูปไปเลย หรือบางครั้งก็คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยและบางทีน้ำตาก็ไหลออกมาเองแต่คือไม่ได้ร้องห่มร้องไห้ จนพี่ที่ทำงานต้องทักเรื่องนี้เพราะเค้ากลัวเราเป็นโรคซึมเศร้า!!!!และแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่เชียวชาญด้านพวกนี้ แต้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรึเปล่า
ถ้าถามว่าสาเหตุว่าผมเริ่มมีความรู้สึกนึกคิดแบบนี้เมื่อไหร่ ก็คงจะเป็นช่วงที่ผมเรียนม.ปลาย ช่วงนั้นผมป่วยเป็นวัณโรคปอดแต่โชคยังดีที่รักษาหายทันหมอบอกถ้ามาช้าอีกนิดเดียวคือได้ไปหวันนนT-T ด้วยเหตุนี้จึงโดนเพื่อนๆในชั้นเรียนและคุณครูคอยบลูลี่ชนิดที่ว่าไล่ให้ไปตายทุกวัน(คนที่พูดๆนี่ไม่ใช่ครูนะครับเป็นเพื่อร่วมชั้นส่วนคุรครูแค่คอยพูดแทงใจดำเอะอะจะให้ออก)แต่พอสวนกลับไปสิ่งที่โดนสวนกลับมาคือแค่อำกันเล่น(ขอไม่เอ่ยชื่อสถาบันร.ร.นะครับเพราะมันผ่านมาแล้ว)... ช่วงที่ดรียนผมไม่มีเพื่อนคบแม้แต่คนเดียวเพราะหลายๆคนกลัวติด งานกลุ่มก็ทำคนเดียวตลอดถึงแม้ว่าตอนนั้นผมจะรักษาโรคนี้หายขาดแล้ว และก็คิดว่าคงเป็นเพราะโรคด้วยตัวเราเองด้วยที่ไม่ยอมรับและเรียนจัดได้เลยว่าโง่ จำได้ว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยคิดออะไรเพราะจิตใจยังสตรองแต่เมื่อช่วงที่ขึ้น ม.5 พอมันเจอหนักเข้าทุกวันจนจบม.ปลาย ก็เริ่มมีความรู้สึกอยากตาย มีความคิดว่าเราอยู่ไปเพื่ออะไร ทำไมเราต้องเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เคยระบายให้คนในครอบครัวฟังหรือญาติพี่น้องบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ จะไปคิดมากทำไมตอนที่พวก....เด็กๆ.....ยังผ่านมันมาได้เลย....แค่นี้ทนไม่ได้..คนที่เค้าโชคร้ายกว่า.....มีตั้งเยอะตั้งแยะหัดอดทนบ้างเรือ่งขี้หมูขี้หมาแค่นี้ชีวิต...ยังต้องเจออะไรอีกมาก หลังจากที่เจอคำพูดเหล่านี้เข้าไปครอบครัวที่ผมเคยพูดคุยตลอดจนถึงตอนนี้ผมก้ไม่ค่อยได้คุยกับพวกเค้าอีกเลยเหตุผลก็นั่นแหละครับ หลังจากนั้นผมก็เริ่มรู้สึกไม่อยากกออกไปไหนอยากอยู่แต่ในห้อง เลิกเรียนกลับบ้านมาก็อยู่แต่ในห้องนอนและเริ่มนอนไม่หลับ พอเวลาผ่านไปก็เริ่มเฉยๆกับทุกๆเรื่องที่เจอในแต่ละวัน มันไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากหน่วงๆที่อก คิดอยากจะทำอะไรซักอย่างในหัวก็เริ่มมีความรู้สึกแบบแบ่งเป็นสองฝ่ายและตีกันวุ่นไปหมด เพื่อนๆที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ก็เริ่มเลิกคบผมไปทีละคนๆหลักๆเพราะความคิดผมมันมีแต่เรื่องพวกนี้พยายามจะเฮฮาด้วยแต่มันทำไม่ได้ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป จนตอนนี้ผมเริ่มเหนื่อยกับชีวิตแล้วครับ หรือว่าผมควรตายๆไปอย่างที่เพื่อนๆในสมัยเรียนบอกดี? หรือควรพบแพทย์ตามที่พี่ๆที่ทำงานแนะนำ? แล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?
ขอพื้นที่ระบาย...และผมควรไปพบจิตแพทย์ดีไหม?
ปัจจุบันตอนนี้ผมอายุ 20 ปี ผมมีความรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเริ่มมีอาการทางจิตอ่อนๆ เพราะผมเริ่มไม่มีความรู้สึกที่จะอยากจะทำอะไรหรือจากเมื่อก่อนที่ชอบเล่นเกมส์ดูหนังฟังเพลงตอนนี้กลับรู้สึกเบื่อมันเอาดื้อๆ มันหน่วงกับทุกเรื่องและมันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในชนิดที่ว่าเริ่มทำร้ายตัวเองให้มีบาดแผลบางครั้งเราคิดว่าเราควบคุมตัวเองได้แต่อยู่ๆก็ทำลงไปซะแล้ว และเริ่มคิดในด้านลบมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งช่วงวันหยุดถ้าไม่มีอะไรทำก้จะนั่งเหม่อในชนิดที่ว่าข้าวปาไม่กิน เวลาจะนอนก็นอนไม่หลับหรือบางทีมันวูปไปเลย หรือบางครั้งก็คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยและบางทีน้ำตาก็ไหลออกมาเองแต่คือไม่ได้ร้องห่มร้องไห้ จนพี่ที่ทำงานต้องทักเรื่องนี้เพราะเค้ากลัวเราเป็นโรคซึมเศร้า!!!!และแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่เชียวชาญด้านพวกนี้ แต้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรึเปล่า
ถ้าถามว่าสาเหตุว่าผมเริ่มมีความรู้สึกนึกคิดแบบนี้เมื่อไหร่ ก็คงจะเป็นช่วงที่ผมเรียนม.ปลาย ช่วงนั้นผมป่วยเป็นวัณโรคปอดแต่โชคยังดีที่รักษาหายทันหมอบอกถ้ามาช้าอีกนิดเดียวคือได้ไปหวันนนT-T ด้วยเหตุนี้จึงโดนเพื่อนๆในชั้นเรียนและคุณครูคอยบลูลี่ชนิดที่ว่าไล่ให้ไปตายทุกวัน(คนที่พูดๆนี่ไม่ใช่ครูนะครับเป็นเพื่อร่วมชั้นส่วนคุรครูแค่คอยพูดแทงใจดำเอะอะจะให้ออก)แต่พอสวนกลับไปสิ่งที่โดนสวนกลับมาคือแค่อำกันเล่น(ขอไม่เอ่ยชื่อสถาบันร.ร.นะครับเพราะมันผ่านมาแล้ว)... ช่วงที่ดรียนผมไม่มีเพื่อนคบแม้แต่คนเดียวเพราะหลายๆคนกลัวติด งานกลุ่มก็ทำคนเดียวตลอดถึงแม้ว่าตอนนั้นผมจะรักษาโรคนี้หายขาดแล้ว และก็คิดว่าคงเป็นเพราะโรคด้วยตัวเราเองด้วยที่ไม่ยอมรับและเรียนจัดได้เลยว่าโง่ จำได้ว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยคิดออะไรเพราะจิตใจยังสตรองแต่เมื่อช่วงที่ขึ้น ม.5 พอมันเจอหนักเข้าทุกวันจนจบม.ปลาย ก็เริ่มมีความรู้สึกอยากตาย มีความคิดว่าเราอยู่ไปเพื่ออะไร ทำไมเราต้องเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เคยระบายให้คนในครอบครัวฟังหรือญาติพี่น้องบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ จะไปคิดมากทำไมตอนที่พวก....เด็กๆ.....ยังผ่านมันมาได้เลย....แค่นี้ทนไม่ได้..คนที่เค้าโชคร้ายกว่า.....มีตั้งเยอะตั้งแยะหัดอดทนบ้างเรือ่งขี้หมูขี้หมาแค่นี้ชีวิต...ยังต้องเจออะไรอีกมาก หลังจากที่เจอคำพูดเหล่านี้เข้าไปครอบครัวที่ผมเคยพูดคุยตลอดจนถึงตอนนี้ผมก้ไม่ค่อยได้คุยกับพวกเค้าอีกเลยเหตุผลก็นั่นแหละครับ หลังจากนั้นผมก็เริ่มรู้สึกไม่อยากกออกไปไหนอยากอยู่แต่ในห้อง เลิกเรียนกลับบ้านมาก็อยู่แต่ในห้องนอนและเริ่มนอนไม่หลับ พอเวลาผ่านไปก็เริ่มเฉยๆกับทุกๆเรื่องที่เจอในแต่ละวัน มันไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากหน่วงๆที่อก คิดอยากจะทำอะไรซักอย่างในหัวก็เริ่มมีความรู้สึกแบบแบ่งเป็นสองฝ่ายและตีกันวุ่นไปหมด เพื่อนๆที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ก็เริ่มเลิกคบผมไปทีละคนๆหลักๆเพราะความคิดผมมันมีแต่เรื่องพวกนี้พยายามจะเฮฮาด้วยแต่มันทำไม่ได้ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป จนตอนนี้ผมเริ่มเหนื่อยกับชีวิตแล้วครับ หรือว่าผมควรตายๆไปอย่างที่เพื่อนๆในสมัยเรียนบอกดี? หรือควรพบแพทย์ตามที่พี่ๆที่ทำงานแนะนำ? แล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?