NAS คืออะไร? ทำไมถึงต้องมี NAS

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมารีวิวสิ่งหนึ่งอาจจะไม่ใหม่สำหรับบางคน แต่มันค่อนข้างใหม่สำหรับเรา นั่นก็คือ Network Attached Storage หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า NAS มันคืออุปกรณ์ Cloud  ส่วนตัวที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลต่างๆ ไว้ในเครื่อง แต่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทั่วทุกมุมโลกผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน การใช้งานมันก็คล้ายๆ กับการเอาข้อมูลไปฝากไว้ใน OneDrive, iCloud, Google Drive นั่นแหละ  แต่ว่ามันดีตรงที่เรามาเก็บไว้ในเครื่อง NAS ของเรา ทำให้มีความปลอดภัยมากกว่า มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า แล้วก็เหมือน External Hard Drive แต่เราไม่ต้องแบกไปไหนมาไหน ไม่ต้องกลัวเสี่ยงหาย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็โอนข้อมูลได้เลย

เราจะมาอธิบายจุดเด่น และข้อดี-ข้อเสียของเจ้าเครื่องนี้แบบบ้านๆ แบบคนใช้เอง ที่ไม่ได้มีความรู้เฉพาะทางด้านไอที เพราะตอนแรกเราก็ไม่รู้จักเครื่องนี้มาก่อน แต่เพราะอยากได้อุปกรณ์ที่เก็บไฟล์ข้อมูล และรูปภาพของคนในบ้านเท่านั้นเอง จนมีเพื่อนที่เขาทำงานตัดต่อวีดีโอแนะนำมา ถึงได้มาหาข้อมูลเพิ่ม แล้วรู้สึกว่าข้อมูลภาษาไทยค่อนข้างน้อย หรือบางทีข้อมูลที่มีก็เข้าใจยากเกินไป

NAS มีอยู่หลายยี่ห้อ ที่เราอาจจะเคยได้ยินหรือรู้จักก็มี Synology, Qnap, Asustor, Western Digital และอื่นๆ อีกมากมาย มีตั้งแต่ขนาดเล็ก สำหรับใช้งานส่วนตัวหรือในครอบครัว ไปจนถึงธุรกิจ SME หน้าตามันจะคล้ายๆ เครื่อง PC ขนาดจิ๋วค่ะ มี CPU และ RAM เหมือนคอมพิวเตอร์เลย แค่ไม่ได้สเปกดีเท่า เพราะการทำงานไม่ได้หนักขนาดนั้น ส่วนตัวเราใช้ NAS ของ ASUSTOR รุ่น NIMBUSTOR 2 (AS5202T) ซึ่งครั้งหน้าเราจะมารีวิวตัวนี้ให้ดูกัน

    
หน้าที่หลักของ NAS มันคือการเก็บข้อมูลค่ะ ไม่ว่าจะไฟล์เสียง รูปภาพ หรือวีดีโอ แต่ก็ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่ทุกวันนี้มันแถมมากับตัวเครื่อง NAS ด้วย เช่น แอปพลิเคชันสำหรับการดูหนัง ฟังเพลง การทำเว็บไซต์ แอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจ ที่ถือว่ามีประโยชน์มากๆ และจุดเด่นอีกอย่างคือการเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด และบันทึกเก็บไว้ในเครื่องนี้ได้ด้วย

การใช้งานก็เราก็ต้องเสียบสาย LAN ระหว่างตัวเครื่อง NAS กับ Router WIFI ค่ะ แล้วก็เสียบปลั๊กไฟ เปิดเครื่องไว้ตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟนะคะ เพราะว่า NAS เนี่ยกินไฟน้อยกว่าคอมพิวเตอร์มากค่ะ

สิ่งที่สำคัญของการใช้งาน NAS ก็คือ HDD ค่ะ ซึ่งตอนที่เราซื้อเครื่องมาเนี่ยมันจะมีแค่ตัวเครื่องเปล่าๆ เราต้องซื้อ HDD มาด้วย ซึ่งเราแนะนำว่าควรซื้อ HDD สำหรับ NAS โดยเฉพาะ เพราะมันจะทนทานกว่าค่ะ เช่น Seagate IronWolf หรือ WD Red/Red Plus โดยเราสามารถซื้อความจุได้ตามที่เราต้องการเลย แต่ก็ต้องดูด้วยนะคะว่าเครื่อง NAS รุ่นที่เราใช้สามารถรองรับได้เท่าไหร่ อย่างตัวที่เราใช้รับได้สูงสุด 36TB และเครื่องเราเป็นแบบ 2 Bay ก็จะใส่ HDD ได้ทั้งหมด 2 ลูก ลูกละ 18TB ถ้าเป็น 4Bay 8Bay 12Bay ก็จะใส่ HDD เพิ่มตามจำนวน Bay ความจุก็จะเยอะตามไปด้วย แต่ถ้าใช้ไม่ถึงจะใส่แค่ลูกเดียว หรือไม่ได้มีข้อมูลเยอะมากขนาดนั้นจะใส่แค่ 4TB เหมือนเราก็ได้นะคะ แล้วถ้าเกิดในอนาคตข้อมูลเยอะขึ้นก็ค่อยซื้อมาเพิ่มเอา เพราะข้อมูลมันอยู่ใน HDD ต่อให้เครื่อง NAS พัง เราก็ยังย้าย HDD ไปใส่เครื่องอื่นได้

การใช้ NAS นี้ มันจะมีระบบปฏิบัติการของมันอยู่ คล้ายๆ โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั่นแหละค่ะ แต่เราไว้ควบคุม และสั่งการทำงานจากตรงนั้นได้ และเราสามารถโหลดแอปพลิเคชันลงมาเพื่อเลือกใช้งานตามแบบที่เราชอบได้ รวมไปถึงแอปพลิเคชันสำหรับมือถือ แล้วเราก็สามารถตั้งแชร์โฟลเดอร์เพื่อใช้งานร่วมกับคนอื่นได้ด้วย เช่น ในครอบครัวสร้างโฟลเดอร์เพื่อเก็บข้อมูลไว้ร่วมกัน สมาชิกทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้ เช่น เก็บรวมภาพถ่ายครอบครัว หรือสำเนาเอกสารของสมาชิกในครอบครัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน ทำให้เวลาที่จำเป็นต้องใช้เอกสารด่วนๆ ไม่ต้องรอถ่ายรูป สแกนส่ง แต่สามารถสั่งพิมพ์ไปยัง Printer เลยก็ได้ค่ะ

ทำไมถึงต้องมี NAS? อันนี้คือตัวอย่างคร่าวๆ ถึงข้อดีในการมี NAS
- นักเรียน/คนทำงาน สามารถเก็บไฟล์เอกสารการเรียน เอกสารงานต่างๆ ได้ใน NAS เวลาไปทำงานหรือไปเรียนแล้วลืมใส่ USB เราก็สามารถเข้าไปโหลดมาได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องกลัวหาย ไม่ต้องกังวล อย่างเอกสารสำคัญอย่างพวกธีสิสเนี่ย ถ้าหายคือร้องไห้แน่นอนค่ะ 
- เก็บหนัง เพลง ที่เคยดาวน์โหลดไว้ในเครื่องนี้ สามารถเล่นวีดีโอ/เพลง ผ่านเครื่อง NAS ได้เลย 
- คนที่ทำงานสายออกแบบ ทำเว็บไซต์ Blogger YouTuber ทำเพจ ช่างภาพ นักตัดต่อ สถาปนิก พวกนี้ หากมี NAS  ก็จะสามารถเก็บงานได้เยอะมาก แถมสามารถเอางานออกมาใช้ได้ตลอดเวลา 
- คนที่ชอบถ่ายรูปจนเมมเต็ม ถ้ามี NAS ก็สามารถโอนถ่ายรูปเข้าไปเก็บใน NAS ได้เลย ไม่ต้องเอาเข้าคอมพิวเตอร์แล้วเอาไปเก็บต่อใน External Hard Drive และไม่ต้องกลัวว่าคอมพังแล้วจะดึงข้อมูลออกมาไม่ได้
- บริษัทที่ต้องทำงานแบบ Remote ทำให้ส่งข้อมูลได้ไวขึ้น ดึงข้อมูลต่างๆ ออกมาใช้ได้เร็วขึ้น
- บริษัทขนาดเล็กที่มีหลายสาขา สามารถอัปโหลดข้อมูลแต่ละสาขาลงใน NAS ได้เลย จะเข้าไปดูข้อมูลก็ทำได้สะดวกขึ้น
- คนที่ติดกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพเก็บไว้ได้นานขึ้นค่ะ
- ถ้าเอาข้อมูลไปฝากที่ Cloud เจ้าอื่นในปริมาณมาก หรือในอนาคตก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน/รายปี แต่ถ้ามี NAS เราก็ลงทุนแค่ครั้งเดียว แต่เก็บข้อมูลได้นานหลายปีถึงหลายสิบปี

ข้อเสียของ NAS
- ราคาค่อนข้างสูง คนที่ไม่ได้ทำงานสายเทคนิคอาจจะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า แต่ถ้าใช้ร่วมกับครอบครัว หรือมองในระยะยาวก็ถือว่าเกินคุ้มค่ะ
- เนื่องจาก NAS เป็นการเก็บข้อมูลแบบออนไลน์ ฉะนั้นมันมีความเสี่ยงในเรื่องของไวรัส หรือ Ransomware ดังนั้นการอัปเดต และพัฒนาระบบ และโปรแกรม Anti-virus ที่มากับตัวเครื่องจึงสำคัญมาก ดังนั้นต้องเลือกยี่ห้อ NAS ที่มีการพัฒนา และอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการเปลี่ยนรหัสบ่อยๆ ด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่