ออกตัวก่อนนะครับ ไม่ได้มีจุดประสงค์จะสร้างกระแสหรืออะไรนะครับ แค่อยากแชร์ให้คนรุ่นเดียวกัน หรือน้องๆที่มาในสายเดียวกันได้เชื่อมั่นในแนวทางครับ
ปัจจุบันผมอายุ24 นะครับ เรียนจบมาได้1ปีเศษ ปัจจุบันทำงานด้านการขายอยู่ครับ
ทางบ้านผมไม่ได้มีฐานะอะไรร่ำรวยครับ กลางๆไม่มีหนี้ ไม่มีสินทรัพย์เว่อวังอลังการ
ซึ่งเงินก้อนนี้ 1 ล้าน เป็นเส้นทางแรกที่ผมทำได้ครับ และจะมี 2 3 4 5 ตามมาแน่นอนครับ
อาจจนถึงตรงนี้ ใครไม่ชอบ ไม่เชื่อก็ข้ามไปได้เลยนะครับ ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาโม้หรืออะไรนะครับ แค่อยากทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นและรู้จักวางแผนครับ
ผมเริ่มต้นให้ความสำคัญด้านการเก็บเงินต้องยกเครดิตให้พี่ชาย กับคุณพ่อครับ
ตั้งแต่ผมจำความได้ ไม่แน่ใจว่าอายุเท่าไหร แต่สนใจหุ้นมากครับ จำได้ดีเลยครับเคยมาลองเล่น เทรดหุ้นในห้องโต๊ะสินธรนี้แหละครับ ของPANTIP
เด็กรุ่นหลังๆคงไม่ทัน เริ่มรู้สึกแก่เลยครับ 555 ซึ่งต่อมาพี่ชายผมได้เอาหนังสือมาให้ผมอ่านเล่มนึงครับ ชื่อว่าพ่อรวยสอนลูก
จนทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่ได้อยากทำงานไปจนตาย อยากมีเวลาใช้ชีวิต ตอนนั้นคิดในใจ ไม่เกิน40 จะเกษียณให้ได้ !
แน่นอนครับพอผมได้อ่านแล้วก็พยายามหาหนังสือหุ้นมาอ่านเรื่อยๆ ครับตั้งแต่ ดร.นิเวศ Stock2morrow คุณกวี ชูกิจเกษม จนปัจจุบันก็ตามๆเพจลงทุนต่างๆมากมายครับ ผมเริ่มลงทุนครั้งแรก จำได้ว่า ประมาณปี2ครับ อายุ20 ทำไมต้อง20 เพราะ เปิดพอร์ตได้ตอนอายุเท่านี้ครับ ระหว่างนั้นก็อ่านหนังสือมาเรื่อยๆ กับฟังคลิปหุ้นไปเรื่อยๆนะครับ
ผมอาจจะมีความโชคดีอยู่บ้างที่มีพี่ชาย และเพื่อนพี่ชายคอยให้คำปรึกษาเรื่องหุ้น และทำการบ้านอยู่เรื่อยๆครับ
โดยเงินที่ผมเอามาลงทุนเนี้ยไม่ได้มาจากที่บ้านนะครับ ทางบ้านผมก็มีปัญหาธุรกิจนิดหน่อยจาก สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ผมเอามาลงทุนผมเอามาจากงานในช่วงปิดเทอมครับ เป็นงานขายนะครับ[ทำตามพี่ชายครับ]
ก่อนจะลงทุนต้องมีวินัยในการเก็บออมครับ
ต้องประหยัด และไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยครับ
ผมตอนมัธยมจำได้ว่า ใช้จ่ายน้อยมากครับ กินข้าวโรงเรียนสมัยนั้น25-30บาท ขนมกินน้อยมากครับ บางวันก็ให้แม่ทำข้าวไปให้ครับ
อาจจะมีเล่นเกมกับเพื่อนๆบ้าง ตามประสาเด็กผู้ชายเนอะครับ วันนึง ชมนึง ถ้ามีจังหวะไรงี้ครับ
ผมอยากจะบอกว่าถ้าอยากรวยต้องเก็บเงินให้เป็นนิสัยและสันดานไปเลยครับ อะไรที่อยากได้ต้องถามตัวเองว่าอยากได้จริงไหม
ผมยอมรับว่าผมอาจจะมีซื้อของสุรุ่ยสุร่ายบ้างครับแต่ก็คิดว่าน่าจะน้อยกว่า เพื่อนๆคนอื่นๆครับ
ผมก็ทำแบบนี้เรื่อยมานะครับ แม้แต่ตอนมหาลัยผมทำกับข้าวกินเองในจังหวะที่ทำได้นะครับ เพราะประหยัดกว่า
ตอนผมเรียนจบเห็นเพื่อนๆบางคน หรือคนส่วนใหญ่ จะชอบออกรถกันเมื่อเรียนจบใช่ไหมครับ ผมแทบไม่มีในความคิดเลยนะครับ
อาจจะเป็นโชคดีที่ผมไม่ชอบรถเลยนะครับ ที่บ้านก็มีรถเก่าๆนะครับ ไม่ได้อยากได้เลยครับ อาจจะเป็นความโชคดี
และเพิ่มเริ่มทำงานตั้งแต่ ปี2 ช่วงปิดเทอมเลยครับซึ่งเป็นงานขาย งานเดิมที่ทำอยู่จนปัจจุบันนี้แหละครับ
ได้มาก็แบ่งใช้บ้าง และเก็บเงินเข้าพอร์ตมาเรื่อยๆครับ ช่วงไหนได้ทำงานก็เอามาทยอยซื้อหุ้นเรื่อยๆครับ
ต่อไปจะเป็นแนวทางในการที่ทำให้เงินเพิ่มได้เติบโต
แน่นอนครับเกริ่นมาขนาดนี้เพิ่มโตมาจากหุ้น และการทำงานจนทำให้มีล้านแรกในวัย 24ปีครับ
****ไม่ได้มีคำแนะนำซื้อ-ขายใดๆทั้งสิ้นจากบทความนี้นะครับ******
**ขอปิดชื่อหุ้น ให้ทายเองแล้วกันครับกลัวเป็นการชี้นำครับ**
ผมอ่านหนังสือแนว VI ตั้งแต่แรก เคยลอง เทคนิคแล้วไม่ใช่ทางครับ ใครไม่ชอบทางนี้ก็ลองดูอีกทางนะครับ ส่วนผม VI ครับ
ผมเริ่มต้นจากเงิน เกือบๆ1แสนบาทครับ
เงินก้อนแรกจำได้ดีครับลงทุนไปในหุ้น Cxx แล้วขาดทุนพอสมควรครับ จากการคาดการณ์ธุรกิจที่ผิดครับ จึงขายไป
ต่อมาก็ได้ลงทุน Mxx ได้กำไรกลับมาพอสมควร ประมาณ50% ในการถือ 6เดือนโดยประมาณครับ ก็ได้กลับมา
ต่อมาเจอน้องสวยครับ ตัวนี้โดนหนักมากครับ ขาดทุนไป 60%
ซึ่งระหว่างทางก็มีการซื้อหุ้น ทั้งถูกทางและผิดพลาดมากมายครับ ข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างครับ
แต่ผมอยากบอกว่าทุนน้อยก็สามารถมีเงินก้อนจากทางนี้ได้ครับ แต่ต้องทำการบ้านอย่างหนักและมีวินัยครับ ยอมรับว่าผมมีหลุดบ้างในช่วงขาดทุนหนักๆ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งไปนะครับ แค่นอยๆ ซึ่งผมก็ยึดแนวทาง VI เรื่อยมา แทบไม่เคยถือเงินสดครับ เพราะผมคิดว่า เสียโอกาสครับ
และอีกเหตุผลนึงคงเป็นเพราะได้ยินคำพูดของ อจ.VIท่านนึงครับว่า การถือเงินรอวิกฤตเป็นเรื่องของพระเจ้า ผมก็ถือหุ้น100%เต็มพอร์ตเรื่อยมา [อย่าทำตามนะครับ]
จนในที่สุดครับก็เจอเข้าจังๆ วิกฤติโควิด-19 พอร์ตหุ้นผมลงมาระดับติดลบ 60% เงินหายไปเยอะนะครับ ผมตอนนั้นมีเงินสดในมือน้อยมากนะครับ เป็นเงินที่ได้จากการทำงานนะครับ
จึงได้ซื้อหุ้นได้เล็กน้อยมากครับแทบไม่มีนัยยะ แต่ผมเลือกหุ้นที่พื้นฐานดีมีการเติบโตในพอร์ตอยู่แล้วครับ และก้าวผ่านวิกฤตมาได้ครับ
และที่สำคัญ ผมได้โอกาสจากวิกฤตในครั้งนี้ ไม่มากก็น้อยครับ หุ้นที่ถือผ่านมา D...... B..... J....
ก็รอดผ่านมาได้ทั้งหมด และหุ้นขึ้นเลเวล 200% ในบางตัว และได้มีโอกาสเข้าซื้อ หุ้น S......... จึงได้เติบโตมาเรื่อยๆครับ
*เน้นหุ้นเติบโต และไม่โดนดิสรัปครับ*
จนในที่สุดน่าจะประมาณปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา เงินโบนัสในการทำงานผมเข้า บวกกับเงินที่ได้คืนจาก IPO Txxxxx ก็ได้ลองนำเงินตรงนี้ไปลงทุนใน Cryto Curency ค่อยๆใส่ไปเรื่อยๆ จนเงินต้นเป็น 100K ครับและโตมาได้
*****ไม่ใช้คำแนะนำการลงทุนนะครับ คริปโตเสี่ยงกว่าหุ้น คนละเรื่องครับขอเตือน ย้ำนะครับ ไม่เข้าใจอย่าลงทุน***
และในที่สุดครับ ผมทำได้สำเร็จในเป้าหมายแรกครับเมื่อวันที่ 2/5/64 ที่ผ่านมานี้เอง
1ล้านบาทแรกในชีวิต มาจากการทำงานหนัก[งานขาย] และศึกษาลงทุนหุ้นอย่างจริงจัง และคริปโตครับ
ขอบคุณพี่ชายเพื่อนๆ นักลงทุนที่ทำให้ผมมาถึงเป้าหมายแรกครับ
ขอบคุณจากใจครับ
ผมตั้งใจเขียนเพื่อคนรุ่นใหม่อยากให้ความสำคัญกับการเก็บเงิน ลงทุน เพราะมันคือทางรอดครับ ไม่ได้โม้ใดๆทั้งสิ้นครับ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านนะครับ ถ้ามีประโยชน์อย่าลืมแชร์ให้ด้วยนะครับ
ทำให้สังคมไทยน่าอยู่กันครับ
ขอให้มีความสุขกับการลงทุนครับ

A.
[สินทรัพย์1ล้านแรก ด้วยวัย 24ปี] อยากแบ่งปันความสำเร็จให้คนรุ่นใหม่ครับ
ปัจจุบันผมอายุ24 นะครับ เรียนจบมาได้1ปีเศษ ปัจจุบันทำงานด้านการขายอยู่ครับ
ทางบ้านผมไม่ได้มีฐานะอะไรร่ำรวยครับ กลางๆไม่มีหนี้ ไม่มีสินทรัพย์เว่อวังอลังการ
ซึ่งเงินก้อนนี้ 1 ล้าน เป็นเส้นทางแรกที่ผมทำได้ครับ และจะมี 2 3 4 5 ตามมาแน่นอนครับ
อาจจนถึงตรงนี้ ใครไม่ชอบ ไม่เชื่อก็ข้ามไปได้เลยนะครับ ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาโม้หรืออะไรนะครับ แค่อยากทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นและรู้จักวางแผนครับ
ผมเริ่มต้นให้ความสำคัญด้านการเก็บเงินต้องยกเครดิตให้พี่ชาย กับคุณพ่อครับ
ตั้งแต่ผมจำความได้ ไม่แน่ใจว่าอายุเท่าไหร แต่สนใจหุ้นมากครับ จำได้ดีเลยครับเคยมาลองเล่น เทรดหุ้นในห้องโต๊ะสินธรนี้แหละครับ ของPANTIP
เด็กรุ่นหลังๆคงไม่ทัน เริ่มรู้สึกแก่เลยครับ 555 ซึ่งต่อมาพี่ชายผมได้เอาหนังสือมาให้ผมอ่านเล่มนึงครับ ชื่อว่าพ่อรวยสอนลูก
จนทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่ได้อยากทำงานไปจนตาย อยากมีเวลาใช้ชีวิต ตอนนั้นคิดในใจ ไม่เกิน40 จะเกษียณให้ได้ !
แน่นอนครับพอผมได้อ่านแล้วก็พยายามหาหนังสือหุ้นมาอ่านเรื่อยๆ ครับตั้งแต่ ดร.นิเวศ Stock2morrow คุณกวี ชูกิจเกษม จนปัจจุบันก็ตามๆเพจลงทุนต่างๆมากมายครับ ผมเริ่มลงทุนครั้งแรก จำได้ว่า ประมาณปี2ครับ อายุ20 ทำไมต้อง20 เพราะ เปิดพอร์ตได้ตอนอายุเท่านี้ครับ ระหว่างนั้นก็อ่านหนังสือมาเรื่อยๆ กับฟังคลิปหุ้นไปเรื่อยๆนะครับ
ผมอาจจะมีความโชคดีอยู่บ้างที่มีพี่ชาย และเพื่อนพี่ชายคอยให้คำปรึกษาเรื่องหุ้น และทำการบ้านอยู่เรื่อยๆครับ
โดยเงินที่ผมเอามาลงทุนเนี้ยไม่ได้มาจากที่บ้านนะครับ ทางบ้านผมก็มีปัญหาธุรกิจนิดหน่อยจาก สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ผมเอามาลงทุนผมเอามาจากงานในช่วงปิดเทอมครับ เป็นงานขายนะครับ[ทำตามพี่ชายครับ]
ก่อนจะลงทุนต้องมีวินัยในการเก็บออมครับ
ต้องประหยัด และไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยครับ
ผมตอนมัธยมจำได้ว่า ใช้จ่ายน้อยมากครับ กินข้าวโรงเรียนสมัยนั้น25-30บาท ขนมกินน้อยมากครับ บางวันก็ให้แม่ทำข้าวไปให้ครับ
อาจจะมีเล่นเกมกับเพื่อนๆบ้าง ตามประสาเด็กผู้ชายเนอะครับ วันนึง ชมนึง ถ้ามีจังหวะไรงี้ครับ
ผมอยากจะบอกว่าถ้าอยากรวยต้องเก็บเงินให้เป็นนิสัยและสันดานไปเลยครับ อะไรที่อยากได้ต้องถามตัวเองว่าอยากได้จริงไหม
ผมยอมรับว่าผมอาจจะมีซื้อของสุรุ่ยสุร่ายบ้างครับแต่ก็คิดว่าน่าจะน้อยกว่า เพื่อนๆคนอื่นๆครับ
ผมก็ทำแบบนี้เรื่อยมานะครับ แม้แต่ตอนมหาลัยผมทำกับข้าวกินเองในจังหวะที่ทำได้นะครับ เพราะประหยัดกว่า
ตอนผมเรียนจบเห็นเพื่อนๆบางคน หรือคนส่วนใหญ่ จะชอบออกรถกันเมื่อเรียนจบใช่ไหมครับ ผมแทบไม่มีในความคิดเลยนะครับ
อาจจะเป็นโชคดีที่ผมไม่ชอบรถเลยนะครับ ที่บ้านก็มีรถเก่าๆนะครับ ไม่ได้อยากได้เลยครับ อาจจะเป็นความโชคดี
และเพิ่มเริ่มทำงานตั้งแต่ ปี2 ช่วงปิดเทอมเลยครับซึ่งเป็นงานขาย งานเดิมที่ทำอยู่จนปัจจุบันนี้แหละครับ
ได้มาก็แบ่งใช้บ้าง และเก็บเงินเข้าพอร์ตมาเรื่อยๆครับ ช่วงไหนได้ทำงานก็เอามาทยอยซื้อหุ้นเรื่อยๆครับ
ต่อไปจะเป็นแนวทางในการที่ทำให้เงินเพิ่มได้เติบโต
แน่นอนครับเกริ่นมาขนาดนี้เพิ่มโตมาจากหุ้น และการทำงานจนทำให้มีล้านแรกในวัย 24ปีครับ
****ไม่ได้มีคำแนะนำซื้อ-ขายใดๆทั้งสิ้นจากบทความนี้นะครับ******
**ขอปิดชื่อหุ้น ให้ทายเองแล้วกันครับกลัวเป็นการชี้นำครับ**
ผมอ่านหนังสือแนว VI ตั้งแต่แรก เคยลอง เทคนิคแล้วไม่ใช่ทางครับ ใครไม่ชอบทางนี้ก็ลองดูอีกทางนะครับ ส่วนผม VI ครับ
ผมเริ่มต้นจากเงิน เกือบๆ1แสนบาทครับ
เงินก้อนแรกจำได้ดีครับลงทุนไปในหุ้น Cxx แล้วขาดทุนพอสมควรครับ จากการคาดการณ์ธุรกิจที่ผิดครับ จึงขายไป
ต่อมาก็ได้ลงทุน Mxx ได้กำไรกลับมาพอสมควร ประมาณ50% ในการถือ 6เดือนโดยประมาณครับ ก็ได้กลับมา
ต่อมาเจอน้องสวยครับ ตัวนี้โดนหนักมากครับ ขาดทุนไป 60%
ซึ่งระหว่างทางก็มีการซื้อหุ้น ทั้งถูกทางและผิดพลาดมากมายครับ ข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างครับ
แต่ผมอยากบอกว่าทุนน้อยก็สามารถมีเงินก้อนจากทางนี้ได้ครับ แต่ต้องทำการบ้านอย่างหนักและมีวินัยครับ ยอมรับว่าผมมีหลุดบ้างในช่วงขาดทุนหนักๆ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งไปนะครับ แค่นอยๆ ซึ่งผมก็ยึดแนวทาง VI เรื่อยมา แทบไม่เคยถือเงินสดครับ เพราะผมคิดว่า เสียโอกาสครับ
และอีกเหตุผลนึงคงเป็นเพราะได้ยินคำพูดของ อจ.VIท่านนึงครับว่า การถือเงินรอวิกฤตเป็นเรื่องของพระเจ้า ผมก็ถือหุ้น100%เต็มพอร์ตเรื่อยมา [อย่าทำตามนะครับ]
จนในที่สุดครับก็เจอเข้าจังๆ วิกฤติโควิด-19 พอร์ตหุ้นผมลงมาระดับติดลบ 60% เงินหายไปเยอะนะครับ ผมตอนนั้นมีเงินสดในมือน้อยมากนะครับ เป็นเงินที่ได้จากการทำงานนะครับ
จึงได้ซื้อหุ้นได้เล็กน้อยมากครับแทบไม่มีนัยยะ แต่ผมเลือกหุ้นที่พื้นฐานดีมีการเติบโตในพอร์ตอยู่แล้วครับ และก้าวผ่านวิกฤตมาได้ครับ
และที่สำคัญ ผมได้โอกาสจากวิกฤตในครั้งนี้ ไม่มากก็น้อยครับ หุ้นที่ถือผ่านมา D...... B..... J....
ก็รอดผ่านมาได้ทั้งหมด และหุ้นขึ้นเลเวล 200% ในบางตัว และได้มีโอกาสเข้าซื้อ หุ้น S......... จึงได้เติบโตมาเรื่อยๆครับ
*เน้นหุ้นเติบโต และไม่โดนดิสรัปครับ*
จนในที่สุดน่าจะประมาณปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา เงินโบนัสในการทำงานผมเข้า บวกกับเงินที่ได้คืนจาก IPO Txxxxx ก็ได้ลองนำเงินตรงนี้ไปลงทุนใน Cryto Curency ค่อยๆใส่ไปเรื่อยๆ จนเงินต้นเป็น 100K ครับและโตมาได้
*****ไม่ใช้คำแนะนำการลงทุนนะครับ คริปโตเสี่ยงกว่าหุ้น คนละเรื่องครับขอเตือน ย้ำนะครับ ไม่เข้าใจอย่าลงทุน***
และในที่สุดครับ ผมทำได้สำเร็จในเป้าหมายแรกครับเมื่อวันที่ 2/5/64 ที่ผ่านมานี้เอง
1ล้านบาทแรกในชีวิต มาจากการทำงานหนัก[งานขาย] และศึกษาลงทุนหุ้นอย่างจริงจัง และคริปโตครับ
ขอบคุณพี่ชายเพื่อนๆ นักลงทุนที่ทำให้ผมมาถึงเป้าหมายแรกครับ
ขอบคุณจากใจครับ
ผมตั้งใจเขียนเพื่อคนรุ่นใหม่อยากให้ความสำคัญกับการเก็บเงิน ลงทุน เพราะมันคือทางรอดครับ ไม่ได้โม้ใดๆทั้งสิ้นครับ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านนะครับ ถ้ามีประโยชน์อย่าลืมแชร์ให้ด้วยนะครับ
ทำให้สังคมไทยน่าอยู่กันครับ
ขอให้มีความสุขกับการลงทุนครับ
A.