รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เรามีความคิดที่จะวาดรูปเป็นอาชีพอาจจะไม่ได้เป็นวาดรูปโดยตรงอาจจะไปออกแบบสติ๊กเกอร์แบบเทปอะไรอย่างนี้ออกแบบโลโก้อะไรต่างๆ
แต่เรารู้สึกว่าเราไม่ถนัดว่าในโทรศัพท์เลย แต่เราอยากจะขายพวกรูปภาพเหมือนกัน แต่เรารู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีเลย ในขณะที่เพื่อนเราไปถึงไหนตอนไหนการวาดอนาโตมี่สวยขึ้นเยอะแยะแต่เราว่าแค่ครึ่งตัวอยู่เลย แต่เรามีเพื่อนสนิทคนนึงเขาซื้อไอแพดมาตอนประมาณ 1หรือมอ 2 นี่แหละเราจำไม่ค่อยได้ตอนแรกเขาฝีมือพอๆกับเราเลยอาจจะเก่งกว่านิดเดียวหมายถึงในแง่ anatomy แต่พอเขาเริ่มได้ iPad มาเขาก็วาดรูปเก่งขึ้นเรื่อยๆตอนนั้นคือดีใจมากๆเลยเพราะว่ามีเพื่อนเก่ง แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่ตัวเองอยู่แค่นี้แล้วก็พยายามถือว่ารูปนะแต่เหมือนจะไม่ทันเพื่อนเลย เราเลยคิดว่าเราอยากได้ iPad มากๆ จะติดตรงที่เราไม่มีตังค์ แล้วเราก็ไม่อยากขอพ่อแม่ถึงแม้ว่าในใจก็อยากให้เขาซื้อให้ก็เหอะ เราก็เลยคิดว่าเราจะหางานทำเก็บตังค์ แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงโควิดโรงเรียนเราเลยไม่เปิดจะถึงเปิดเราก็ไม่รู้จะทำงานอะไร เขาแม่เป็นคนติดเรามากแม่ไม่ยอมให้เราออกไปไหน
แม่บอกว่าให้มาทำงานกับแม่แม่เราเปิดร้านตัดผม เราทำได้แค่สระผมกับเป่าผมแค่นั้นเราก็คุยไม่เก่งด้วย แล้วแม่ชอบพูดเหมือนทำนองที่ว่า ไม่ต้องเรียนหรอก ออกมาทำงานกับแม่ใช้หนี้ใช้สิน หรือไม่ก็ทำนองที่ว่าตัวเราต้องกลับมาทำงานกับแม่ คือคือเราเข้าใจนะว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน อีกอย่างทำงานกับแม่เราก็จะเหมือนเหมือนมีครบทุกอย่างแล้ว แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แล้วก็มีคำพูดที่เรารู้สึกเจ็บปวดใจมากจากพ่อ ก็คือไม่ต้องเรียนเพราะว่าเขามีปัญหากับแม่ เรารู้สึกเจ็บใจมาก แต่เราก็จะทำอะไรก็ไม่ได้ แต่เหมือนเราก็จะได้เรียนบางครั้งเราก็เอาแน่นอนไม่ได้แล้วแต่อารมณ์ของพ่อแม่ เราอยากจะทำอะไรหลายๆอย่างอยากลงทุนขายนู่นนี่ ติดที่ว่าเราไม่มีทุน ถ้าเกิดเราได้เรียน เราจะได้ค่าขนมวันละ100 เราทำข้าวกล่องไปกินเอง เลยเสียแค่รถ แต่ค่ารถก็ปาไป50กว่าบาท แต่ก็ยังเหลือ แต่มันติดช่วงโควิด เลยไม่มีเงินเลย เเล้วปกติถ้าอยู่เราไม่ได้ค่าขนมอยู่แล้ว รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเลย เราอยากเรียนเพราะเราอยากมีชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เราแทบไม่ขอตังพ่อแม่ซื้อนู่นนี่ เสื้อผ้ายังเป็นของคนอื่นให้มา แต่เราพอใจนะ เพราะเราไม่ได้ออกไปไหน แต่แอบน้อยใจ เราพยายามไม่ขอเงินพ่อแม่ เครื่องเขียนอุปกรณ์การเรียน เราก็เก็บเงินซื้อเอง เราไม่ได้เรียนเก่งแต่เราขยันทำงานส่งตลอด บางครั้งก็รับทำงานเพื่อน ม.4 จริงๆเราอยากไปต่อสายอาชีพเพราะอยากทำงานหาเงิน แต่แม่ไม่ให้ไป บอกว่าถ้างั้นไปเรียน กศน. เเล้วมาทำงานกับแม่ แต่เราต้องการที่จะเปิดโลกกว้าง ที่บ้านปัจุบันเราไม่มีเพื่อน ตอนอนุบาลเราก็มีนะคะ แต่พอเริ่มโต แม่เริ่มไม่ให้เราออกจากบ้าน ด้วยเหตุผลว่าเราเป็นผู้หญิง อะไรทำนองนี้ แต่เราก็อยู่มาได้ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ เราโฟกัสที่การเรียน ถึงแม้เราไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร แต่เรามีสิ่งที่เราอยากทำ แต่ตอนนี้มันทำไม่ได้ เรารู้สึกท้อแท้มากๆค่ะ ปรึกษาใครก็ไม่ได้ จะขอเงินทุนที่แม่ ขายของออนไลน์ แต่เราเห็นว่าแม่มีหนี้สินเยอะเราเลยไม่อยากรบกวนแม่ เราควรทำไงดี เราอยากได้ไอแพด เพื่อใช้งานออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ สติ๊กเกอร์ทั่วไป ออกแบบเทป คอมมิชชั่น ขายของออนไลน์ ทำรายงาน(เเบบเพื่อนจ้าง) แต่เรารู้สึกหมดหนทางไม่ถูก เราเป็นมา1-2เดือน เราเหนื่อย หดหู่ในบางครั้ง ร้องให้คนเดียวในห้องน้ำ เราไม่กล้าปรึกษาใคร เลยขอมาระบายในนี้ ใครที่อ่านเรื่องของเรามาถึงตรงนี้ เราคิดว่าเตงอาจจะงงๆ แต่ว่าจะมีใครอ่านรึเปล่า5555 ขอบคุณมากถ้าอ่านมา ขอบคุณจริงๆ... ที่ว่าไปทั้งหมดมันยังเป็นแค่อีกส่วนหนึ่งของปัญหาอันใหญ่จนเราแบกแทบตะไม่ไหวส่วนหนึ่งของเรา เอาตรงๆนะ เราคิดหลายครั้งว่าเราไม่อยากอยู่อีกแล้ว เเต่เราก็มีสิ่งๆดีในชีวิตอยู่เหมือนกัน เเถมเราเป็นพวกขี้ขลาดมั้งไม่กล้าฆ่าตัวตายหรอก แต่เราเหนื่อยมาก
เราทำอะไรไม่ได้..เหนื่อยมากค่ะ ..
แต่เรารู้สึกว่าเราไม่ถนัดว่าในโทรศัพท์เลย แต่เราอยากจะขายพวกรูปภาพเหมือนกัน แต่เรารู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีเลย ในขณะที่เพื่อนเราไปถึงไหนตอนไหนการวาดอนาโตมี่สวยขึ้นเยอะแยะแต่เราว่าแค่ครึ่งตัวอยู่เลย แต่เรามีเพื่อนสนิทคนนึงเขาซื้อไอแพดมาตอนประมาณ 1หรือมอ 2 นี่แหละเราจำไม่ค่อยได้ตอนแรกเขาฝีมือพอๆกับเราเลยอาจจะเก่งกว่านิดเดียวหมายถึงในแง่ anatomy แต่พอเขาเริ่มได้ iPad มาเขาก็วาดรูปเก่งขึ้นเรื่อยๆตอนนั้นคือดีใจมากๆเลยเพราะว่ามีเพื่อนเก่ง แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่ตัวเองอยู่แค่นี้แล้วก็พยายามถือว่ารูปนะแต่เหมือนจะไม่ทันเพื่อนเลย เราเลยคิดว่าเราอยากได้ iPad มากๆ จะติดตรงที่เราไม่มีตังค์ แล้วเราก็ไม่อยากขอพ่อแม่ถึงแม้ว่าในใจก็อยากให้เขาซื้อให้ก็เหอะ เราก็เลยคิดว่าเราจะหางานทำเก็บตังค์ แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงโควิดโรงเรียนเราเลยไม่เปิดจะถึงเปิดเราก็ไม่รู้จะทำงานอะไร เขาแม่เป็นคนติดเรามากแม่ไม่ยอมให้เราออกไปไหน
แม่บอกว่าให้มาทำงานกับแม่แม่เราเปิดร้านตัดผม เราทำได้แค่สระผมกับเป่าผมแค่นั้นเราก็คุยไม่เก่งด้วย แล้วแม่ชอบพูดเหมือนทำนองที่ว่า ไม่ต้องเรียนหรอก ออกมาทำงานกับแม่ใช้หนี้ใช้สิน หรือไม่ก็ทำนองที่ว่าตัวเราต้องกลับมาทำงานกับแม่ คือคือเราเข้าใจนะว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน อีกอย่างทำงานกับแม่เราก็จะเหมือนเหมือนมีครบทุกอย่างแล้ว แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แล้วก็มีคำพูดที่เรารู้สึกเจ็บปวดใจมากจากพ่อ ก็คือไม่ต้องเรียนเพราะว่าเขามีปัญหากับแม่ เรารู้สึกเจ็บใจมาก แต่เราก็จะทำอะไรก็ไม่ได้ แต่เหมือนเราก็จะได้เรียนบางครั้งเราก็เอาแน่นอนไม่ได้แล้วแต่อารมณ์ของพ่อแม่ เราอยากจะทำอะไรหลายๆอย่างอยากลงทุนขายนู่นนี่ ติดที่ว่าเราไม่มีทุน ถ้าเกิดเราได้เรียน เราจะได้ค่าขนมวันละ100 เราทำข้าวกล่องไปกินเอง เลยเสียแค่รถ แต่ค่ารถก็ปาไป50กว่าบาท แต่ก็ยังเหลือ แต่มันติดช่วงโควิด เลยไม่มีเงินเลย เเล้วปกติถ้าอยู่เราไม่ได้ค่าขนมอยู่แล้ว รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเลย เราอยากเรียนเพราะเราอยากมีชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เราแทบไม่ขอตังพ่อแม่ซื้อนู่นนี่ เสื้อผ้ายังเป็นของคนอื่นให้มา แต่เราพอใจนะ เพราะเราไม่ได้ออกไปไหน แต่แอบน้อยใจ เราพยายามไม่ขอเงินพ่อแม่ เครื่องเขียนอุปกรณ์การเรียน เราก็เก็บเงินซื้อเอง เราไม่ได้เรียนเก่งแต่เราขยันทำงานส่งตลอด บางครั้งก็รับทำงานเพื่อน ม.4 จริงๆเราอยากไปต่อสายอาชีพเพราะอยากทำงานหาเงิน แต่แม่ไม่ให้ไป บอกว่าถ้างั้นไปเรียน กศน. เเล้วมาทำงานกับแม่ แต่เราต้องการที่จะเปิดโลกกว้าง ที่บ้านปัจุบันเราไม่มีเพื่อน ตอนอนุบาลเราก็มีนะคะ แต่พอเริ่มโต แม่เริ่มไม่ให้เราออกจากบ้าน ด้วยเหตุผลว่าเราเป็นผู้หญิง อะไรทำนองนี้ แต่เราก็อยู่มาได้ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ เราโฟกัสที่การเรียน ถึงแม้เราไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร แต่เรามีสิ่งที่เราอยากทำ แต่ตอนนี้มันทำไม่ได้ เรารู้สึกท้อแท้มากๆค่ะ ปรึกษาใครก็ไม่ได้ จะขอเงินทุนที่แม่ ขายของออนไลน์ แต่เราเห็นว่าแม่มีหนี้สินเยอะเราเลยไม่อยากรบกวนแม่ เราควรทำไงดี เราอยากได้ไอแพด เพื่อใช้งานออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ สติ๊กเกอร์ทั่วไป ออกแบบเทป คอมมิชชั่น ขายของออนไลน์ ทำรายงาน(เเบบเพื่อนจ้าง) แต่เรารู้สึกหมดหนทางไม่ถูก เราเป็นมา1-2เดือน เราเหนื่อย หดหู่ในบางครั้ง ร้องให้คนเดียวในห้องน้ำ เราไม่กล้าปรึกษาใคร เลยขอมาระบายในนี้ ใครที่อ่านเรื่องของเรามาถึงตรงนี้ เราคิดว่าเตงอาจจะงงๆ แต่ว่าจะมีใครอ่านรึเปล่า5555 ขอบคุณมากถ้าอ่านมา ขอบคุณจริงๆ... ที่ว่าไปทั้งหมดมันยังเป็นแค่อีกส่วนหนึ่งของปัญหาอันใหญ่จนเราแบกแทบตะไม่ไหวส่วนหนึ่งของเรา เอาตรงๆนะ เราคิดหลายครั้งว่าเราไม่อยากอยู่อีกแล้ว เเต่เราก็มีสิ่งๆดีในชีวิตอยู่เหมือนกัน เเถมเราเป็นพวกขี้ขลาดมั้งไม่กล้าฆ่าตัวตายหรอก แต่เราเหนื่อยมาก