❤มาลาริน/ราชทัณฑ์มีเหตุผลค่ะ...ผู้ต้องขังที่นอนห้องเดียวกันใกล้ชิดกับ น.ส.รุ้ง พ้นจากห้องกักโรค 4 คน ก็ไม่พบการติดเชื้อ



เม่าแพนด้า'ราชทัณฑ์'โต้'รุ้ง'ปูดทำครอบครัวติดโควิด งัดผลตรวจ'ผู้ต้องขัง-เพื่อนร่วมห้อง'ไร้เชื้อ

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.21 น.

"ราชทัณฑ์"โต้"รุ้ง ปนัสยา"ปูดทำครอบครัวติดโควิด-19 งัดผลการสอบสวนโรค ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ 10 มี.ค.ยันปล่อย 6 พ.ค. ขณะผลตรวจผู้ต้องขังร่วมแดนและเพื่อนร่วมห้องนอนทั้งหมด 1,500 คน ในวันที่ 8 พ.ค.ไม่พบติดเชื้อ
 
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าบิดาและมารดาติดเชื้อโควิด-19 จากตนที่ได้รับเชื้อมาจากในเรือนจำ โดยระบุว่า ผู้ต้องขังและนักโทษไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากน้อยเพียงใดในเรือนจำนั้น กรมราชทัณฑ์ขอชี้แจงว่า มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จริงในหลายเรือนจำ แต่กรมราชทัณฑ์ยังคงดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้กำหนดไว้

ซึ่งในกรณีของ น.ส.ปนัสยา กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจง ดังนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับตัว น.ส.ปนัสยา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 โดยควบคุมภายในห้องกักโรคของแดนแรกรับ และได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยการ SWAB ครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ผลไม่พบการติดเชื้อและทำการตรวจหาเชื้อครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 ผลไม่พบการติดเชื้อเช่นกัน จนกระทั่งวันที่ 26 เมษายน 2564 ได้อนุญาตให้นางสาวปนัสยา ลงจากห้องกักโรค (บนอาคารเรือนนอน) ลงมาอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังอื่นภายในแดนแรกรับจนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564
 
"ทั้งนี้ ทัณฑสถานหญิงกลาง แบ่งการควบคุมเป็น 2 แดน คือ แดนแรกรับ ซึ่งเป็นแดนที่ น.ส.ปนัสยา ถูกควบคุมตัวอยู่มีผู้ต้องขังประมาณ 1,500 คน ได้ทำการตรวจคัดกรองผู้ต้องขัง 100% เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ภายหลังจาก น.ส.ปนัสยา ปล่อยตัวไป ไม่พบผู้ต้องขังแดนนี้ติดเชื้อ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงผู้ต้องขังที่นอนห้องเดียวกันและใช้ชีวิตใกล้ชิดกับ น.ส.ปนัสยา ตั้งแต่พ้นจากห้องกักโรค จำนวน 4 คน ก็ไม่พบการติดเชื้อเช่นกัน"

สำหรับอีกแดนหนึ่ง คือ แดนผู้ต้องขังเด็ดขาดที่เกิดการระบาดของโรค ซึ่งมีผู้ต้องขังประมาณ 2,900 คน ทำการตรวจคัดกรองผู้ต้องขัง 100% พบผู้ต้องขังติดเชื้ออยู่ในแดนนี้ จำนวน 1,039 คน ตามที่ปรากฎเป็นข่าว และได้ย้ายผู้ต้องขังที่ติดเชื้อไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น จึงขอสร้างความเข้าใจต่อสังคมว่า กรมราชทัณฑ์ไม่ได้มีนโยบายหรือสั่งการให้ปิดบังข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานแต่อย่างใด อีกทั้งยังได้มีหนังสือกำชับให้เรือนจำและทัณฑสถานปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

https://www.naewna.com/local/573436

เพี้ยนฮัลโหลเหตุผลที่ราชทัณฑ์บอก..คนใกล้ชิด นอนติดกันไม่ติดโควิดจากในเรือนจำ

ดังนั้น รุ้งก็ไม่น่าติดโควิดจากเรือนจำ  

แต่ที่ติดกันหลายพันคนในราชทัณฑ์ ก็ต้องรับผิดชอบด้วยนะคะ

อย่าทำให้ลุงตู่เหนื่อยหนักไปอีกค่ะ

ช่วยกันเซฟประชาชนด้วย ....พาพันไฟท์ติ้ง

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
ถ้าผู้ต้องขังที่ใกล้ชิดรุ้งไม่มีใครติดเชื้อ  รุ้งเองตอนอยู่ในเรือนจำก็ไม่ได้ติดเชื้อ
แต่พอออกมาข้างนอกซักพัก ก็ติดเชื้อกันหมด ทั้งรุ้ง ทั้งคนในครอบครัว
ก็น่าจะสืบกลับไปได้ไม่ยากว่า เชื้อแพร่ระบาดมาจากไหน  ตอนนี้เค้าก็สืบแบบนี้กันทุกเคส

ในเพจของจังหวัดเรา เค้าทำเป็นตารางข้อมูล  คลิกเข้าไปไล่ดูไทม์ไลน์ได้เลยว่าผู้ป่วยไปที่ไหนมาบ้าง
แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยหมดนะ  เค้าเปิดข้อมูลเฉพาะให้คนตรวจสอบว่าตัวเองได้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงในเวลานั้นด้วยรึเปล่าเท่านั้น

เคสรุ้งก็เหมือนกัน  ไม่ต้องมาเสียเวลาดราม่าหรอก  สืบกลับไปเหมือนๆกับผู้ป่วยคนอื่นๆนั่นแหล่ะ
เดี๋ยวก็รู้เองว่าติดมาจากที่ไหนกันแน่  เจ้าตัวอย่าปิดบังข้อมูลก็แล้วกัน...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่