เล่ห์รักหัวใจ ตกกระไดพลอยโจน ตอนที่ 10

ตอนที่ 10 

"หายไปไหนกันมา" แก้วสุดากล่าวทัก เมื่อฉันและจักรินทร์เดินเข้ามาถึงล็อบบี้ที่คอนโดของฉัน

"แวะมาหา ก็ไม่อยู่ ว่าจะกลับแล้วค่ะพี่หมอ ก็ตั้งแต่วันที่พี่หมอพาหมอกไปจดทะเบียนสมรส ก้อยก็ไม่ได้เจอหมอกอีกเลย"

"ไปกันหลายที่ ยุ่งมากเลยก้อย โทษทีนะที่ไม่ได้โทรหาเลย" ฉันชิงตอบเสียก่อน เพราะไม่อยากให้คุณสามี ต้องพูดถึงเหตุการณ์ที่บ้านของเขา  

"คุณก้อยมาก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ฝากคุณหมอกด้วยนะ พี่จะเข้ากรมสักหน่อย เพราะว่าพรุ่งนี้พี่จะต้องไปรายงานตัวที่ฐานทัพ เพราะถึงเวลาต้องไปเกาะหน้าแล้ว"

"พี่หมอจะไปอยู่ที่เกาะหน้า แล้วหมอกล่ะคะ" แก้วสุดาทำเสียงแหลมตกอกตกใจ

"คุณหมอกก็ต้องไปกับพี่สิ" เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป

"แกจะไปอยู่ที่เกาะหน้ากับพี่หมอ จริงๆ เหรอ" แก้วสุดาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ในคอนโดของฉัน ก่อนที่จะถามอย่างสงสัย

"นั่นสิก้อย.. พี่หมอของแก.. จะให้ฉันไปเป็นชาวเกาะเนี่ยนะ" 

 ก็มีแต่ก้อยนี่แหละ ที่ตอนนี้ฉันสามารถทำท่าตีอกชกหัว ต่อหน้าเพื่อนได้ เพราะเพียงแค่ สามสี่วันที่ผ่านมา ชีวิตฉันก็เปลี่ยนไป เร็วมากจนฉันไม่ทันได้ตั้งตัวใดๆ ทั้งสิ้น และตอนนี้ฉันบอกตรงๆ เลยว่า ฉันก็ยังไม่แน่ใจในอนาคต และชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน 

"เกาะหน้า เกาะหลังอะไร ฉันก็ไม่รู้จัก เป็นยังไงก็ไม่รู้ ฉันจะอยู่ได้หรือเปล่าก็ไม่สิ" 

"เอาน่า อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนเลยเพื่อน" แก้วสุดาปลอบ 

"ฉันเคยได้ยินคุณใหญ่ กับพี่หมอคุยกันถึงเกาะหน้าอยู่บ้าง เท่าที่ฟังๆ ดู ก็ไม่น่ามีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะเกาะหน้า เป็นที่ทำการของทหาร ถ้าแกไปอยู่นั่น ก็คงปลอดภัยดี และไม่น่าจะมีอะไรน่ากลัว" 

"ก็คงอย่างนั้นมั้ง จะให้ฉันทำอย่างไรได้ล่ะ ตอนนี้" ฉันตอบเสียงอ่อย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงใกล้ๆ เพื่อน

"เออ.. แล้วงานของแกล่ะ จะว่ายังไง"

"ไม่รู้ว่ะ ยังไม่ได้คุยกับบอสเลย"

"จะลาออกเหรอ"

"คงไม่หรอก ถ้ายังไงก็คงต้องขอไปทำงานนอกสถานที่ไปสักระยะ"

"เออก็ดีนะ เกาะหน้าก็ไม่ไกลจากรีสอร์ตคุณใหญ่เท่าไหร่ ถ้าเบื่อ แกก็มาหาฉันได้บ่อยๆ "

"นี่ก้อย ฉันถามเรื่องคุณอ่อน อรุณฉายหน่อยสิ"

ฉันเปลี่ยนเรื่องคุย ไปถึงเรื่องที่ติดค้างในใจ เพราะฉันคิดว่ามันสำคัญมากกว่า เรื่องเกาะหน้าอะไรนั่น 

"อ้าวแกไปเจอเขาแล้วเหรอ"

"เออ เมื่อวานนี้ คุณจักรพาไปกราบคุณหญิงจารุวรรณ" ฉันเอ่ยชื่อคุณย่าของสามีทีละคำ

"ถ้าแกพูดอย่างนี้ แกก็เจอฤทธิ์ คุณหญิงแล้วล่ะสิ"

"ดูท่าทางคุณหญิงจะไม่ชอบเราสองคนเท่าไหร่ แต่สำหรับฉัน คงต้องใช้คำว่า.. เกลียด!"

"คุณหญิงแก ก็ไม่ชอบฉันมานานแล้ว หาว่าฉันแต่งงานกับคุณใหญ่ เพื่อต้องการเงินของเขา นี่ขนาดคุณใหญ่เป็นหลานห่างๆ นะแก ฉันยังโดนขนาดนี้ พี่หมอแกเป็นหลานในไส้ แกก็เตรียมตัวรับมือกับคุณหญิง ให้ดีก็แล้วกัน"

"เรื่องนั้นฉันไม่ห่วงหรอก แต่เรื่องของคุณอ่อน กับคุณจักร ฉันว่ามันมีกลิ่นแปลกๆ"

"แปลกยังไงวะ"

"ฉันเพียงแต่สงสัย ในท่าทีของทั้งสองคนนั้น เพราะมันดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่า พี่ชายกับน้องสาว" ฉันเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อนรัก

"แกรู้อะไรบ้าง บอกฉันทีนะ" ฉันออดอ้อน

"คุณยายของคุณอ่อน เป็นเพื่อนสนิทกับคุณหญิงจารุวรรณ ท่านมีลูกสาวอยู่หนึ่งคน ชื่อว่าคุณอรุณฉัตร ที่ท่านทั้งสองหมายมั่นปั้นมือ ว่าจะให้แต่งงานกับลูกชายคนเดียวของคุณหญิงจารุวรรณ คือนาวาเอกจักรพรรณ คุณพ่อของพี่หมอ ก่อนที่คุณยายของคุณอ่อนจะเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง แต่คุณพ่อของพี่หมอ ดันไปพบรักกับลูกสาวเจ้าสัวชาวจีน เจ้าของกิจการที่ดิน และรีสอร์ต ที่อยู่ใกล้ๆ กับกองทัพเรือ ก็คือคุณน้อยหรือคุณนรินทร์ น้าสาวของคุณใหญ่ งานจับคู่ก็เลยล่ม คุณอรุณฉัตรเธอรักคุณพรรณ คุณพ่อของพี่หมอมาก เลยเสียใจมาก ที่คุณพรรณยืนกราน ปฏิเสธไม่แต่งงานกับเธอ เธอเลยหันไปแต่งงานกับเพื่อนชายของเธอ"

แก้วสุดา หยุดดื่มน้ำสักครู่ก่อนเล่าต่อไปว่า

"คุณหญิงจารุวรรณโกรธคุณพรรณ ลูกชายตัวเองมาก ที่ไปหลงรักลูกสาวชาวจีน จึงพยายามขัดขวางการแต่งงานของท่านทั้งสอง ทุกวิถีทาง ถึงขนาด ตัดเป็นตัดตายกับลูกชายของตัวเอง แต่ด้วยความรักที่คุณพรรณ มีต่อคุณน้อย ท่านจึงยอมตัดขาดจากคุณแม่ของท่าน ไปแต่งงานกับคุณน้อย แต่คุณหญิงจารุวรรณไม่ได้ปล่อยลูกชายคนเดียวของท่านไปง่ายๆ ท่านทิ้งทวนยื่นคำขาดว่า ถ้าคุณพรรณยืนกรานว่าจะแต่งงานกับคุณน้อยก็ได้ แต่ถ้าเมื่อใดที่ทั้งสองมีลูก ต้องส่งลูกมาอยู่กับท่าน ไม่อย่างนั้นท่านจะฆ่าตัวตาย"

"โห..คุณหญิงแก ร้ายว่ะ.."

ฉันเปรยพร้อมกับนึกถึงใบหน้าของคุณย่าของคุณสามี ที่นั่งหลังตรงคอตั้งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่แม้เพียงแต่ปรายตามองฉัน 

"เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้นสิ พอคุณนริทร์คลอดพี่หมอได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ คุณหญิงก็ไปรับหลานชายกลับกรุงเทพฯ ทันที แต่กระนั้นแกก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไร แกอนุญาตให้คุณพรรณกับคุณน้อยไปเยี่ยมลูกชายได้บ่อยๆ เท่าที่ทั้งสองต้องการ"

"แผนหาเรื่องให้ลูกชายไปหาตัวเองชัดๆ "

"นั่นสิ คุณพรรณกับคุณน้อยก็เข้าใจ ไม่ได้โกรธ เกลียดคุณหญิงท่านแต่อย่างใด เพราะคุณหญิงท่านเลี้ยงดูรักใคร่หลานชายของท่านเป็นอย่างดี ส่วนพี่หมอเองก็รักคุณย่าท่านมาก ท่านจะให้ทำอะไร พี่หมอไม่เคยขัดใจคุณย่าท่านแม้แต่น้อย"

"เอ่อ แต่ที่เราเห็นมันไม่ใช่อย่างนั้นสิ" ฉันนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านมา

"นี่แกจะขัดฉันทำไมเนี่ย.. จะฟังต่อไหม"

... คนเล่าเริ่มมีน้ำโห เพราะกำลังนินทา.. เอ๊ย.. เล่าเรื่องอย่างเมามัน... 

"เออ.. เล่าต่อเถอะจ้า"

"ตอนคุณอ่อนอายุได้แค่สามขวบ คุณพ่อคุณแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต คุณหญิงจารุวรรณที่รักใคร่ เอ็นดูคุณอรุณฉัตรเหมือนลูกแท้ๆ ของเธอ เลยรับคุณอ่อนมาเลี้ยงเหมือนหลานแท้ๆ อีกคน ซึ่งทำให้พี่หมอกับคุณอ่อนโตมาด้วยกัน และสนิทกันมาก"

"อีกทีนะแก แต่ที่ฉันเห็นมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยนะแก"

ยิ่งฟังเรื่องทางบ้านของสามีตัวเอง ยิ่งทำให้ฉันสับสน วกวนมากยิ่งขึ้น ไม่ทันที่เพื่อนรักของฉันจะได้เล่าเรื่องต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เจ้าตัวรับสายพูดสองสามคำ จึงหันมาพูดกับฉันว่า

"หมอก ฉันต้องไปแล้วล่ะ รถคุณใหญ่ดันไปเสียอยู่กลางไฮเวย์ ฉันต้องไปช่วยสามีก่อนนะ"

"เฮ้ยอะไรวะ แกยังเล่าไม่จบเลย พรุ่งนี้ฉันก็จะเดินทางไปเป็นชาวเกาะแล้ว เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกก็ไม่รู้" ฉันต่อว่าเพื่อนที่ทำท่าผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว 

"ไอ้บ้า เกาะหน้ากับรีสอร์ตก็ใกล้กันนิดเดียว นั่งเรือนิด ต่อรถอีกหน่อย แกก็มาหาฉันได้" คนพูดผุดลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่วายมีกะจิตกะใจหันมาเตือนฉันว่า

"หมอก ฉันขออะไรแกสักอย่างได้ไหม"

"อะไรล่ะ"

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้แกเชื่อใจพี่หมอนะ" แก้วสุดาพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่จะรีบรุดจากไป

-------
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่