
ทุกวันนี้สัดส่วนการใช้หินควอทซ์สำหรับการตกแต่งที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสวยงาม คงทน และเป็นธรรมชาติของแผ่นหินควอทซ์ ที่มีส่วนประกอบหลักจากแร่ควอทซ์ธรรมชาติ ด้วยสัดส่วนที่สูงถึง 93% และด้วยคุณลักษณะและคุณสมบัติอันโดดเด่นในการดูดซึมน้ำที่ต่ำมาก ทนทานต่อการขีดข่วน ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกังวลใจเรื่องการดูแลรักษา แต่อย่างไรก็ดี เพื่อคงพื้นผิวให้มีความเงางามเสมือนใหม่อยู่เสมอ เคล็ดลับการดูแลรักษาจึงเป็นจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาให้หิน เงางามเหนือกาลเวลา

เคล็ดลับประจำวันเพื่อเพิ่มความเงางาม
1. ทำความสะอาดเป็นประจำ โดยใช้ผ้าขาวชุบน้ำพอหมาดๆ ผสมด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดอ่อนๆ เช็ดพื้นผิวหน้าของหินควอทซ์
แล้วเช็ดออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม แนะนำควรทำเป็นประจำทุกสัปดาห์
2. หากเปื้อนสารเคมี หรือคราบสกปรกที่สามารถทำให้เกิดความเสียหายที่พื้นผิวหน้าหิน ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

เคล็ดลับคราบติดแน่น
แม้หินควอทซ์ จะสามารถทนทานต่อคราบสกปรกที่เกิดจาก น้ำชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำส้มสายชู น้ำพริกเครื่องแกง น้ำมะนาว หรือน้ำมันปรุงอาหารอื่นๆ แต่ก็มีโอกาสเผชิญกับคราบฝังแน่น ผู้ใช้สามารถกำจัดคราบฝังแน่นได้ดังนี้
· เช็ดคราบด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด ใช้ครีมทำความสะอาดหินควอทซ์โดยเฉพาะ เทลงบนรอยคราบเพียงเล็กน้อย เช็ดทำความสะอาดเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ ให้ทั่วด้วยผ้าเปียกหรือฟองน้ำที่ไม่มีใยขัด แล้วเช็ดออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จนกระทั่งรอยคราบหลุดออก จากนั้นจึงล้างทำความสะอาดและเช็ดด้วยผ้านุ่มๆจนแห้ง
· ใช้อะซีโทน หรือแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดรอยคราบที่ติดแน่น เช่น รอยปากกา หรือ รอยจากน้ำยาทาเล็บ โดยการหยดอะซิโทนลงบริเวณที่มีคราบที่ติดแน่น ทิ้งไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วใช้ผ้าหรือฟองน้ำค่อยๆ ถูวนเป็น วงกลมเล็กๆ จนกระทั่งรอยดังกล่าวหมดไป จากนั้นล้างทำความสะอาดด้วยน้ำและใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง
· ใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบขัดสีอุปกรณ์ในครัวเรือนที่มีความเป็นกรดต่ำ (ดูได้จากน้ำยานั้นไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนัง) สามารถนำมาใช้ได้กับคราบที่ติดแน่นบนพื้นผิวของหินควอทซ์ ที่มีสีโทนอ่อนเท่านั้น เพียงหยดน้ำยาทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนลงบนรอยคราบที่ติดแน่น แล้วเช็ดทำความสะอาดเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ ให้ทั่วด้วยผ้าเปียก หรือฟองน้ำที่ไม่มีใยขัด จนกระทั่งรอยคราบหลุดออก จากนั้นจึงล้างทำความสะอาดและทำให้แห้งด้วยผ้านุ่มๆ ไม่ควรทิ้งน้ำยาทำความสะอาดแบบขัดสีนี้ไว้
· ในกรณีที่ต้องการขจัดคราบหมากฝรั่ง หรืออาหารที่มีคราบเหนียวติดแน่น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ใช้เกรียง แซะคราบส่วนเกินจากพื้นผิวหน้าของผลิตภัณฑ์ แล้วค่อยทำความสะอาดด้วยวิธีทำความสะอาดแบบปกติ

อย่าลืม เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำลายพื้นผิวที่สวยงามของหินควอทซ์ได้
· หลีกเลี่ยงการชโลมพื้นผิวของหินคอวทซ์ ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใดๆ เกินกว่า 24 ชั่วโมง
· หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุที่แหลมคมในการกำจัดคราบเกาะแน่นต่างๆ เพราะอาจทิ้งรอยขีดข่วนขึ้นได้
· หลีกเลี่ยงสารเคมีและน้ำยาทำความสะอาดชนิดเข้มข้น
· หลีกเลี่ยงการวางหม้อ กระทะ หรือถาดที่ใช้สำหรับเตาอบ ที่มีความร้อนสูงสัมผัสกับพื้นผิวของหินควอทซ์โดยตรง ควรใช้แผ่นรองกันความร้อน หรือถาดกันความร้อน
· หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุแหลมคม เช่น มีด สัมผัสโดยตรงกับพื้นผิว ควรใช้เขียงรองทุกครั้งในการใช้มีดใน กิจกรรมการเตรียมอาหาร

หินควอทซ์ผลิตจากวัสดุธรรมชาติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีความเงางามของเนื้อวัสดุ เพื่อรักษาพื้นผิวให้คงความสวยงาม ไร้คราบและรอยขีดข่วน ดังนั้นการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอและการคำนึงถึงข้อพึงระวังตามข้อมูลข้างต้น จะส่งผลดีต่อการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น
เคล็ดลับการดูแลรักษาหินควอทซ์ ให้เงางามเหนือกาลเวลา
ทุกวันนี้สัดส่วนการใช้หินควอทซ์สำหรับการตกแต่งที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสวยงาม คงทน และเป็นธรรมชาติของแผ่นหินควอทซ์ ที่มีส่วนประกอบหลักจากแร่ควอทซ์ธรรมชาติ ด้วยสัดส่วนที่สูงถึง 93% และด้วยคุณลักษณะและคุณสมบัติอันโดดเด่นในการดูดซึมน้ำที่ต่ำมาก ทนทานต่อการขีดข่วน ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกังวลใจเรื่องการดูแลรักษา แต่อย่างไรก็ดี เพื่อคงพื้นผิวให้มีความเงางามเสมือนใหม่อยู่เสมอ เคล็ดลับการดูแลรักษาจึงเป็นจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาให้หิน เงางามเหนือกาลเวลา
เคล็ดลับประจำวันเพื่อเพิ่มความเงางาม
1. ทำความสะอาดเป็นประจำ โดยใช้ผ้าขาวชุบน้ำพอหมาดๆ ผสมด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดอ่อนๆ เช็ดพื้นผิวหน้าของหินควอทซ์
แล้วเช็ดออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม แนะนำควรทำเป็นประจำทุกสัปดาห์
2. หากเปื้อนสารเคมี หรือคราบสกปรกที่สามารถทำให้เกิดความเสียหายที่พื้นผิวหน้าหิน ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
เคล็ดลับคราบติดแน่น
แม้หินควอทซ์ จะสามารถทนทานต่อคราบสกปรกที่เกิดจาก น้ำชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำส้มสายชู น้ำพริกเครื่องแกง น้ำมะนาว หรือน้ำมันปรุงอาหารอื่นๆ แต่ก็มีโอกาสเผชิญกับคราบฝังแน่น ผู้ใช้สามารถกำจัดคราบฝังแน่นได้ดังนี้
· เช็ดคราบด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด ใช้ครีมทำความสะอาดหินควอทซ์โดยเฉพาะ เทลงบนรอยคราบเพียงเล็กน้อย เช็ดทำความสะอาดเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ ให้ทั่วด้วยผ้าเปียกหรือฟองน้ำที่ไม่มีใยขัด แล้วเช็ดออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จนกระทั่งรอยคราบหลุดออก จากนั้นจึงล้างทำความสะอาดและเช็ดด้วยผ้านุ่มๆจนแห้ง
· ใช้อะซีโทน หรือแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดรอยคราบที่ติดแน่น เช่น รอยปากกา หรือ รอยจากน้ำยาทาเล็บ โดยการหยดอะซิโทนลงบริเวณที่มีคราบที่ติดแน่น ทิ้งไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วใช้ผ้าหรือฟองน้ำค่อยๆ ถูวนเป็น วงกลมเล็กๆ จนกระทั่งรอยดังกล่าวหมดไป จากนั้นล้างทำความสะอาดด้วยน้ำและใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง
· ใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบขัดสีอุปกรณ์ในครัวเรือนที่มีความเป็นกรดต่ำ (ดูได้จากน้ำยานั้นไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนัง) สามารถนำมาใช้ได้กับคราบที่ติดแน่นบนพื้นผิวของหินควอทซ์ ที่มีสีโทนอ่อนเท่านั้น เพียงหยดน้ำยาทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนลงบนรอยคราบที่ติดแน่น แล้วเช็ดทำความสะอาดเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ ให้ทั่วด้วยผ้าเปียก หรือฟองน้ำที่ไม่มีใยขัด จนกระทั่งรอยคราบหลุดออก จากนั้นจึงล้างทำความสะอาดและทำให้แห้งด้วยผ้านุ่มๆ ไม่ควรทิ้งน้ำยาทำความสะอาดแบบขัดสีนี้ไว้
· ในกรณีที่ต้องการขจัดคราบหมากฝรั่ง หรืออาหารที่มีคราบเหนียวติดแน่น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ใช้เกรียง แซะคราบส่วนเกินจากพื้นผิวหน้าของผลิตภัณฑ์ แล้วค่อยทำความสะอาดด้วยวิธีทำความสะอาดแบบปกติ
อย่าลืม เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำลายพื้นผิวที่สวยงามของหินควอทซ์ได้
· หลีกเลี่ยงการชโลมพื้นผิวของหินคอวทซ์ ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใดๆ เกินกว่า 24 ชั่วโมง
· หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุที่แหลมคมในการกำจัดคราบเกาะแน่นต่างๆ เพราะอาจทิ้งรอยขีดข่วนขึ้นได้
· หลีกเลี่ยงสารเคมีและน้ำยาทำความสะอาดชนิดเข้มข้น
· หลีกเลี่ยงการวางหม้อ กระทะ หรือถาดที่ใช้สำหรับเตาอบ ที่มีความร้อนสูงสัมผัสกับพื้นผิวของหินควอทซ์โดยตรง ควรใช้แผ่นรองกันความร้อน หรือถาดกันความร้อน
· หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุแหลมคม เช่น มีด สัมผัสโดยตรงกับพื้นผิว ควรใช้เขียงรองทุกครั้งในการใช้มีดใน กิจกรรมการเตรียมอาหาร
หินควอทซ์ผลิตจากวัสดุธรรมชาติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีความเงางามของเนื้อวัสดุ เพื่อรักษาพื้นผิวให้คงความสวยงาม ไร้คราบและรอยขีดข่วน ดังนั้นการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอและการคำนึงถึงข้อพึงระวังตามข้อมูลข้างต้น จะส่งผลดีต่อการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น