ช่วงนี้เห็นมีกระแสของหนัง ละคร ซีรี่ย์ที่กำลังดังในนั้นแหละ ที่กำลังฮิต ในNetfl**
มีการกล่าวถึงกิจกรรมต่างๆมากมายในมหาลัย
ปล. ประเด็นที่ผมจะเอามาคุยนั้น ไม่ใช่การเสียดสีกิจกรรมที่ไร้สาระ แต่ทำเพื่อการสังเคราะห์เล่นๆไปว่า ไอกิจกรรมที่ทำ มันส่งผลต่อหน้าที่การงาน ให้ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร
ก่อนอื่นผมขอเรียกมหาวิทยาลัย เป็นคำว่ามหาลัยแทนนะครับ เพื่อความกระชับง่ายต่อการอ่าน จะได้ไม่ขัดกับอารมณ์
เมื่อพูดถึงกิจกรรมกับพ่อแม่คนรอบข้าง เขาคิดกันส่วนใหญ่ว่า คงเป็นพวกจิตอาสาแหละ กิจกรรมพัฒนาบุคคลิกภาพบ้างล่ะ ลูกฉันไปทำดี ไปทำกิจกรรมเถอะลูก เพื่อส่วนรวม (ผมอ้างอิงจากชาวบ้านรอบๆรั่ว มหาลัย)
แต่พอเอาเข้าจริง มันก็เป็นเหมือนกันแทบทุกมหาลัย คือ กิจกรรมรับน้อง กีฬาสีที่จะต้องบังคับลง กิจกรรมเฟชรชี่ เดย์-ไนท์ กวาดใบไม้ถ่ายรูปเบิกเงินและค่าอุปกรณ์(โทษทีผิดอัน) ฯลฯ ไม่รวมพวกกิจกรรมที่ต้องฝืนใจ จำใจทำเช่น กยศ. (ผมไม่คยกู้)
ผมใช้คำว่าฝืนใจทำจริงๆ เพราะรอบๆตัวผมเพื่อนๆ คนที่ไม่มีเงิน เขาจะต้องออกไปทำงาน เชื่อไหมครับ วันๆเขาจะวนเวียนกับคำว่าเหนื่อยว่ะ วันนี้ไม่ว่างนะ ไปเก็บชั่วโมงแป๊บ เห้ยๆต้องรีบเก็บชั่วโมงก่อนเดี๋ยวไม่ได้กู้ (วันเงินออกซื้อ ไก่ทอดชื่อดัง อร่อยเลย)
(อันนี้คือภาระที่เขาจะต้องรับมันแบกมันให้ได้)
ผมเคยถามคนวงในมหาลัย เขาก็บอกนะกิจกรรมมันเยอะไปจริงๆแหละ แต่หน่วยงานเขาขอความร่วมมือมา ส่งจดหมายมาบ้าง ทั้งนี้ถ้ามันเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ อนุรักษ์ ผมชอบนะ สนับสนุนด้วย ยิ่งชาวบ้าน ขอความร่วมมือร่วมใจผม จะสนับสนุนเต็มที่เลย
ผมขอกลับเข้าประเด็นครับ
กิจกรรมที่มหาลัย ที่คนเปลือกนอกเห็นกัน จำพวกจิตอาสาบ้างล่ะ ออกค่าย บำรุงพื้นที่ ออกค่ายๆ พัฒนาศักยภาพบลาๆ พัฒนาหัวหน้าฝ่ายปกครอง กิจกรรมเหล่านี้ มันมีส่วนช่วย ทำให้การร่วมงานกันในสังคมนั้น มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นจรืงหรือ? ยิ่งทำกิจกรรมเยอะ ยิ่งมีโพรไฟล์ ยิ่งมีอำนาจต่อรองบางสิ่งบางอย่างมากขึ้นจริงหรือ?
( บางคนต้องไปร่วมกิจกรรมเพราะ เป็นตัวแทนของหมู่บ้านบ้าง "ตัวแทนห้อง" เพราะหน้าที่บ้างล่ะ ทั้งๆที่ไม่อยากไปแต่ก็ต้องไป โดนเชิญไปบ้างล่ะ หนักหน่อยคือกลัวเสียหน้า คนอื่นยังไปเลย ทำไมเราไม่ไป )
การไปร่วมกิจกรรมที่แก่นสารมีเพียงน้อยนิด พึ่งเริ่มเนื้อหา ผู้เข้าร่วมก็หาว เหม่อลอยกันแล้ว มันจะดีจรืงหรือ (ปล.ถ้ากิจกรรมเหล่านั้นถูกบังคับให้ทำ ไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ "ปัญหาเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละคน แต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ไม่เหมานะ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ถ้าเอาที่ผมสัมผัสมานะ กิจกรรมต่างๆ จะมีการแบ่งเกรดโครงการ เอาแบบหยาบๆ ผมให้2อย่างละกันไม่ต้องอ้อมเยอะถ้ามีอันอื่นก็ยกเว้นไว้ก่อน พอดีไม่อยากพูดถึง
1 โครงการของทางรัฐ (อันนี้ขอยกเว้นไม่กล่าว)
2โครงการที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงานที่ไม่ยุ่งกับงบหลวงเลย เน้นเก็บเงินกันเอง นิสิต นักศึกษาชอบโวย เก็บเงินอะไรนักหนา(อันนี้แหละประเด็น)
ถ้าไอการออกไปทำกิจกรรมเหล่านั้น ตามข้อสองเป็นเพรียงแค่หน้ากากเท่านั้น เพราะไส้ในยังไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง ถ้าผมทำกิจกรรมเหล่านี้ในข้อสอง ยิ่งพวกค่ายพัฒนาศักยภาพนะ ตัวดีเลย มักจะมีกิจกรรมที่เรียกว่า( กิจกรรมละลายพฤติกรรม )
ใครก็ได้แนะนำที คำว่าละลายพฤติกรรม หมายถึง การเอาสันดานเก่า เปิดมันออกมา โชว์มันออกมาให้คนรอบข้างเห็น อันนี้ผมกล่าวถูกไหมลองแย้งผมที
เพราะผมเคยโดน อายมากครับ กดดันด้วยแข่งกิจกรรมแพ้ ทีมเริ่มมีกลิ่นแหย่ๆ เกิดชนะกิจกรรม พวกก็จะเยาะเย้ยเหยียดกัน(พฤติกรรมเหล่านี้ มัธยมต้น-ปลายน่าจะเคยเจอกันมาบ้างแหละ บางคนถึงกับหน้าเสียเพราะกิจกรรมละลายพฤติกรรมส้งเท้าเหล่านี้ก็มีมาแล้ว )
โดยการเล่นกิจกกรม มีดังนี้
"อ่ะข้อตัวแทนกลุ่ม 1คน เต้นกล้วยทับหน้าห้องหน่อย อ่ะทุกคนปรบมือ แป๊ะๆ " อ่ะทุกคน ปะแป้งเล่นเกม อ่ะปรบมือห้า ครั้ง แป๊ะๆๆๆๆ ตบให้ดัง เต้นร่อนเอวหน่อยเร็ว ฯลฯ
หลังจบกิจกรรมก่อนนอน ตั้งวงกินเหล้าย่างหมูกะทะกันที่ค่ายที่ นศ.ทำกันเอง นี่แหละจะต้องหาช่องว่างกินเหล้าดูดบุหรี่ไฟฟ้ากัน อ้างเพื่อความบันเทิง
(ตรงนี้ห้ามอ้างครับ ว่าไม่มีใครเดือดร้อน หากมีการทำอะไรแนวๆนี้ คนทำโครงการจะรู้ดีครับ ว่าความซวยมันเป็นยังไง สืบกันนานๆ)
พอจบกิจกรรม ก็จะต้องปิดพิธี และก็ลากคำว่า ความกล้า ความอดทน ความมีวินัยเข้ามาเกี่ยว ขอให้จบทำความดีเก็บประสบการณ์ดีๆเอาไว้ ทั้งๆที่แมร่งคือการบังคับให้ทำให้ลงกิจกรรม ถ้าไม่ลงคือไม่ผ่าน
คุณลักษณะบกพร่อง คุณสอบตก บลาๆ
ข้อดีของการบังคับนะที่เห็นได้คือ คนมันพร้อมหน้าพร้อมตากันทำอะครับ ถ้าไม่รีบๆทำ งานก็จบช้า กลับเย็น ขี้เกียจมากๆเข้าคนในวงจะจิกตาเอา ทำๆไปเดี๋ยวคนมองค้อนนินทาว่าขี้เกียจอีก
ผมมองได้แค่นี้แหละแต่มันคือเรื่องจริง
แต่คนที่อยากทำมีมั้ยก็มี แต่น้อย
ส่วนใหญ่จะทำก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนจริงไหม หรือไม่จริง? ขัดกับหลักการทำจิตอาสามากที่ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน น้อยมากครับที่จะหาคนที่ไม่หวังจริงๆ
ผมเคยแกล้งแซวคนแนวๆนี้นะ เชื่อไหมครับมียิ้มมุมปากบ้างอะแซวไปเลยแนวๆทำกิจกรรม
ปล.0.1 ใครอยากโต้แย้งอะไร แย้งมาครับ หากความคิดเห็นนั้นส่งผลให้ผมเจริญสติปัญญา มีความรู้มากยิ่งขึ้น
ปล. ไม่เกี่ยวกับประเด็น
แก้ไข เพิ่ม สรุปสาระสำคัญคือ การมีกิจกรรมเหล่านี้ ที่ภายในออกแนวเละๆ อะนี้คือเรื่องจริงที่ผมและพองพวกเจอมาและก็มีหลายๆที่ ที่อาจจะเจอมา มันมีส่วนใดบ้างไหม ที่ส่งเสริมหน้าที่การงานของเรา ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ถ้าไม่นับคนจัดงาน ได้หน้าได้ตา
สาวๆที่ทำกิจกรรมจิตอาสาผมว่าดูมีเสน่ย์มากครับ
ไอพวกหนุ่มๆอะมองสาว ผมมองตามัน รู้เลยผีเห็นผีอะ มีเหล่ แอ๊ะะะะะ😊
การทำกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นตัวช่วยในการต่อยอดโอกาสทางสังคมของเราให้ หางานทำในอนาคตง่ายมากขึ้นไหมไหม
มีการกล่าวถึงกิจกรรมต่างๆมากมายในมหาลัย
ปล. ประเด็นที่ผมจะเอามาคุยนั้น ไม่ใช่การเสียดสีกิจกรรมที่ไร้สาระ แต่ทำเพื่อการสังเคราะห์เล่นๆไปว่า ไอกิจกรรมที่ทำ มันส่งผลต่อหน้าที่การงาน ให้ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร
ก่อนอื่นผมขอเรียกมหาวิทยาลัย เป็นคำว่ามหาลัยแทนนะครับ เพื่อความกระชับง่ายต่อการอ่าน จะได้ไม่ขัดกับอารมณ์
เมื่อพูดถึงกิจกรรมกับพ่อแม่คนรอบข้าง เขาคิดกันส่วนใหญ่ว่า คงเป็นพวกจิตอาสาแหละ กิจกรรมพัฒนาบุคคลิกภาพบ้างล่ะ ลูกฉันไปทำดี ไปทำกิจกรรมเถอะลูก เพื่อส่วนรวม (ผมอ้างอิงจากชาวบ้านรอบๆรั่ว มหาลัย)
แต่พอเอาเข้าจริง มันก็เป็นเหมือนกันแทบทุกมหาลัย คือ กิจกรรมรับน้อง กีฬาสีที่จะต้องบังคับลง กิจกรรมเฟชรชี่ เดย์-ไนท์ กวาดใบไม้ถ่ายรูปเบิกเงินและค่าอุปกรณ์(โทษทีผิดอัน) ฯลฯ ไม่รวมพวกกิจกรรมที่ต้องฝืนใจ จำใจทำเช่น กยศ. (ผมไม่คยกู้)
ผมใช้คำว่าฝืนใจทำจริงๆ เพราะรอบๆตัวผมเพื่อนๆ คนที่ไม่มีเงิน เขาจะต้องออกไปทำงาน เชื่อไหมครับ วันๆเขาจะวนเวียนกับคำว่าเหนื่อยว่ะ วันนี้ไม่ว่างนะ ไปเก็บชั่วโมงแป๊บ เห้ยๆต้องรีบเก็บชั่วโมงก่อนเดี๋ยวไม่ได้กู้ (วันเงินออกซื้อ ไก่ทอดชื่อดัง อร่อยเลย)
(อันนี้คือภาระที่เขาจะต้องรับมันแบกมันให้ได้)
ผมเคยถามคนวงในมหาลัย เขาก็บอกนะกิจกรรมมันเยอะไปจริงๆแหละ แต่หน่วยงานเขาขอความร่วมมือมา ส่งจดหมายมาบ้าง ทั้งนี้ถ้ามันเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ อนุรักษ์ ผมชอบนะ สนับสนุนด้วย ยิ่งชาวบ้าน ขอความร่วมมือร่วมใจผม จะสนับสนุนเต็มที่เลย
ผมขอกลับเข้าประเด็นครับ
กิจกรรมที่มหาลัย ที่คนเปลือกนอกเห็นกัน จำพวกจิตอาสาบ้างล่ะ ออกค่าย บำรุงพื้นที่ ออกค่ายๆ พัฒนาศักยภาพบลาๆ พัฒนาหัวหน้าฝ่ายปกครอง กิจกรรมเหล่านี้ มันมีส่วนช่วย ทำให้การร่วมงานกันในสังคมนั้น มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นจรืงหรือ? ยิ่งทำกิจกรรมเยอะ ยิ่งมีโพรไฟล์ ยิ่งมีอำนาจต่อรองบางสิ่งบางอย่างมากขึ้นจริงหรือ?
( บางคนต้องไปร่วมกิจกรรมเพราะ เป็นตัวแทนของหมู่บ้านบ้าง "ตัวแทนห้อง" เพราะหน้าที่บ้างล่ะ ทั้งๆที่ไม่อยากไปแต่ก็ต้องไป โดนเชิญไปบ้างล่ะ หนักหน่อยคือกลัวเสียหน้า คนอื่นยังไปเลย ทำไมเราไม่ไป )
การไปร่วมกิจกรรมที่แก่นสารมีเพียงน้อยนิด พึ่งเริ่มเนื้อหา ผู้เข้าร่วมก็หาว เหม่อลอยกันแล้ว มันจะดีจรืงหรือ (ปล.ถ้ากิจกรรมเหล่านั้นถูกบังคับให้ทำ ไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ "ปัญหาเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละคน แต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ไม่เหมานะ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ปล.0.1 ใครอยากโต้แย้งอะไร แย้งมาครับ หากความคิดเห็นนั้นส่งผลให้ผมเจริญสติปัญญา มีความรู้มากยิ่งขึ้น
ปล. ไม่เกี่ยวกับประเด็น
แก้ไข เพิ่ม สรุปสาระสำคัญคือ การมีกิจกรรมเหล่านี้ ที่ภายในออกแนวเละๆ อะนี้คือเรื่องจริงที่ผมและพองพวกเจอมาและก็มีหลายๆที่ ที่อาจจะเจอมา มันมีส่วนใดบ้างไหม ที่ส่งเสริมหน้าที่การงานของเรา ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ถ้าไม่นับคนจัดงาน ได้หน้าได้ตา
สาวๆที่ทำกิจกรรมจิตอาสาผมว่าดูมีเสน่ย์มากครับ
ไอพวกหนุ่มๆอะมองสาว ผมมองตามัน รู้เลยผีเห็นผีอะ มีเหล่ แอ๊ะะะะะ😊