กาลครั้งหนึ่ง
ซึ่งไม่ค่อยนานเท่าไหร่
ยังมีสามีภรรยาต่างวัย
อยู่คู่หนึ่ง ตัวสามีนั้น
อายุ50แล้ว เป็นคนขยัน
และค่อนข้างสันโดษ
เมื่อแต่งงานแล้วจึงพาภรรยาแยกมาปลูกบ้าน
อยู่ห่างจากผู้อื่น
ส่วนภรรยานั้น เมื่ออดีตเคยเป็นสาวงามที่สุดใน
หมู่บ้าน แต่ยากจน เมื่อมี
เศรษฐีที่ดินมาหลงรัก
พ่อแม่จึงยกให้ง่ายๆซะงั้น
(อ้าว..)(จริงๆคิดภาพไม่ออกครับว่ายกยากๆเป็นยัง
ไง) เมื่อตกกะไดแล้วก็เลย
ต้องพลอยกระโจนไป
ตาแก่ดาหลิงว่าไงก็ตามนั้น
ถึงจะต่างวัย แต่ชีวิตรัก
ของทั้งคู่ก็หวานชื่นรื่นรมย์
ดี(ไปรู้กับเขาได้ไงนะตาเจ็ดคนนี้)
'ผมเดาเอาครับท่านผู้อ่าน
ถ้าไม่หวานก็คงไม่อยู่ด้วยกันจนผมไปเจอหรอก
ป่านนี้ตีกันตายไปแล้วจริง
มะ'
"....."
ทุกๆวัน สามีก็จะพาภรรยา
สาวไปไร่ ไปนา ไปคอกวัว ไปเกี่ยวหญ้า คือไม่ว่า
จะไปไหนๆก็จะพาไปด้วย
ตลอด(รักแหละ ดูออก .. แต่ไม่รู้แกได้บอกเมียมั้ย)
แสดงออกขนาดนี้ดูไม่รู้ก็
ต้องพาไปเป็นอาหารปลา
แล้วมั้งครับ
เหตุการณ์ก็ดำเนินมาเรื่อยๆ
จนเย็นวันหนึ่ง บ้านน้อย
หลังนี้ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญ
มาเยือน
อากาศยามพลบค่ำเย็นยะเยือก คุณถวัลย์ของเรา
กำลังช่วยเมียหุงข้าวทำกับข้าวอยู่ จู่ๆหมาที่เลี้ยงไว้ก็เห่ากรรโชกขึ้น
"มีใครอยู่บ้างมั้ยครับ
ถ้าหากว่ามีส่งเสียงหน่อย"
เสียงคนมาร้องถาม ไอ้ครั้นจะไม่ตอบก็ดูไม่ดี
"ใคร มาทำอะไรมืดๆค่ำๆ
ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น"
อูย พี่ครับ ฟังเขาก่อน
ดีไหมครับ เขาอาจหลงทางมาก็ได้
"ผมไม่ได้หลงทางครับ
รถผมเสียอยู่สุดโค้งถนน
โน้น เลยมาขอความช่วย
เหลือ"
นั่นไง..ผมว่าแล้ว เอ้า!!..
ว่าไงครับพี่ถวัลย์
"ไม่ช่วย ผมซ่อมรถไม่เป็น
ไปหาคนอื่นเถอะ"
นั่น...ใจดำอีกต่างหาก
แต่วันนี้ไม่ไช่วันของแกครับ
เพราะคุณติ๊กภรรยาสาวสวย เธอได้ยินเสียงสนทนาและเธอก็เป็นคน
ใจดีด้วย
"รถเสียหรือคะ ขึ้นมากิน
น้ำกินท่าก่อนเถอะค่ะ เรื่องอื่น เดี๋ยวค่อยว่ากัน"
คุณถวัลย์ไม่เห็นด้วยเลย
ที่ภรรยาเชิญแขกยามวิกาล
ขึ้นบ้าน แต่ไม่รู้จะขัดอย่าง
ไร ก็เลยได้แต่เข่นเขี้ยว
เคี้ยวฟัน
'คอยดูนะ มันออกจากบ้านไปเมื่อไหร่ จะจับจุ๊บเหม่ง
ให้..ไว้ใจคนง่ายดีนัก'
จากแสงไฟที่สาดกระจ่าง
ทำให้มองเห็นร่างของผู้มา
เยือนชัดเจนว่า ...
เป็นชายหนุ่มร่างสูง
แต่งตัวดี ผิวขาวสะอาด
และมีหน้าตาที่หล่อเหลา
(หล่อแบบไม่เหลาเป็นไง
ไม่รู้จักง่ะ)
เล่นเอาคุณติ๊กหัวใจสะดุด
ไปตุ้บหนึ่ง(ดีนะที่ไม่ถึงกะ
ล้มเหลว)
ลองคิดถึงใจคุณถวัลย์ดูซี
ครับว่าจะเป็นไง
'หึ..เคือง ไอ้คนเล่ามันไม่ยักกะบรรยายให้ผมหล่อ
มั่ง'
"......"
ดังนั้นเสียงกระชากกระชั้น
จึงถามขึ้น
"ที่ว่ารถเสียนะอาการมัน
เป็นยังไง"
"มันกระตุกๆแล้วเครื่องก็ดับ
ไปเฉยๆครับพี่ ผมปล้ำกับ
มันจนหมดปัญญาแล้ว ก็เลยเดินมาขอความช่วย
เหลือ"
"เอางี้เถอะพี่...ไหนๆคุณแก
ก็มาขอให้เราช่วยแล้ว
แถมบ้านเราก็ไกลจากหมู่
บ้านเป็นสิบโล ขืนให้เดินต่อไปอีกคงไม่ไหวแน่ อาบน้ำ
กินข้าวแล้วค้างคืนที่นี่ก่อน
ก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าหมู่บ้านไปขอความช่วย
เหลือเถอะนะ พอดีฉันทำ
กับข้าวเสร็จแล้ว พี่แน่ะ..
พาแขกไปอาบน้ำสิ..ฉันจะตั้งโต๊ะรอ"
อยากจะไม่ยอม อยากจะ
กรีดร้อง แต่เกรงใจเมีย
ก็รัก ก็ตามใจกันเสียขนาด
นี้ จะขัดยังไง เอา..เอาไง
เอากัน คืนเดียวแค่นั้นหรอก
พี่ถวัลย์แกแอบน่ารักนะ
ว่ามั้ย
ระหว่างทานอาหาร แม้จะ
มีแค่แกงเลียงสารพัดผัก
กับน้ำพริกผักต้ม แต่หนุ่ม
หล่อของเราก็เอร็ดอร่อย
เป็นอย่างมากจนคุณติ๊ก
ต้องท้วงยิ้มๆว่า
"แอบขยักท้องไว้นิดนึงนะจ๊ะคุณก้อง พอดีวันนี้เรามีของหวานตบท้ายด้วยน่ะจ้ะ"
"ครับผม...ตั้งแต่เกิดมาผม
ยังไม่เคยกินข้าวอร่อยเหมือนวันนี้เลยครับ พี่ถวัลย์โชคดีจัง ที่ได้กินกับข้าวอร่อยทุกวัน"
'เออ...มันพูดดี ตะแรกว่าจะ
ให้นอนตากยุงอยู่ข้างล่าง
ย้ายให้ขึ้นไปนอนกางมุ้งอยู่ที่นอกชานก็ได้วะ'
แหม...พ่อคนรักเมีย
คืนนั้นนายก้องของเราก็เลยได้นอนอยู่ที่นอกชาน
เพราะปากมีเสน่ห์ครับท่าน
ผู้อ่าน
แต่กะลังสะลึมสะลือ
เสียงหมาก็เห่ากรรโชกขึ้น
(อีกละ หมาเห่าอีกละ ทีนี้
อะไรอีกล่ะ)
"พี่...หมาเห่าอ่ะ"
"พี่กำลังฟังอยู่ เหมือนมัน
วิ่งไปทางคอกวัวนะ สงสัย
มีคนมาขโมยวัวเราแน่"
"ทำไงดีล่ะพี่ ติ๊กกลัวนะ"
"ไม่ต้องกลัวจ้ะ พี่อยู่นี่ หนู
ไปหยิบปืนลูกซองมาให้พี่
เอาลูกมาทั้งกล่องเลยนะ
หนอย ไม่รู้จักเสือเก่าเสีย
แล้ว พ่อจะยิงให้ใส้แตกเลย"
"พี่ให้ติ๊กไปด้วยมั้ย"
"ไม่ต้องจ้ะ เป็นห่วงเปล่าๆ
ปิดประตูลงกลอนดีๆ พี่ไป
แป๊บเดียว"
"ระวังตัวด้วยนะพี่"
"จ้ะ"
หอมเหม่งเมียเอาฤกษ์เอาชัยแล้ว พี่ถวัลย์ก็ถือปืน
ย่องลงบ้านไป
ทางโน้นจะเป็นไงไม่รู้ละ(เพราะผู้เล่าไม่ถนัดฉากบู๊) แต่บนบ้านนั้น เพียงสามี
คล้อยหลังไป คุณติ๊กก็เปิด
มุ้งเข้าไปเขย่าตัวหนุ่มก้อง
ที่กำลังเข้าภวังคฺ์จะไปเฝ้า
พระอินทร์อยู่รอมร่อ
"คุณก้องๆ"
"ครับ"
หนุ่มหล่อของเราดีดตัวขึ้น
มานั่งตัวตรงเด๊ะ แหม..กะลังจะฝันเลย
"คุณก้องว่า..ฉันสวยไหมจ๊ะ"
"สวยครับ มากด้วย"
ตอบ พร้อมกับยิ้มหวาน
"แล้ว คุณชอบไหมจ๊ะ"
"ชอบครับ ทั้งสวยทั้งน่ารัก
ทำกับข้าวก็ดี ทำขนมก็อร่อย"
ยังคงโปรยยิ้มหวานเจี๊ยบ
อยู่เช่นเดิม
จนคนเขียนจะหลงรักไป
ด้วยแล้วเนี่ย หยุดยิ้มได้แล้ว
"ตอนเนี้ยผัวฉันไม่อยู่แล้ว
จ๊ะ..ถ้าคุณก้อง อยากทำอะ
ไรก็ทำได้นะ เพราะ.. "
บิดมือไปมาแบบแสนเอียงอายขณะแก้มสองข้างก็
ปลั่งสีขึ้น
"เราอยู่กันแค่สองคน รับรองว่าฉันจะไม่บอกใครเลย"
เท่านั้นเองตาของหนุ่มก้อง
ก็วาวขึ้น สีหน้าก็สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"จริงหรือ ถ้าอย่างนั้น ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ.."
แล้วชายหนุ่มก็ลุกพรวดพราดขึ้นก่อนจะ
วิ่งเข้าครัว
ไปกินถั่วเขียวต้มน้ำตาล
ก็...มันอร่อยมากอ่ะ
ตอนเย็นจะกินเยอะก็เกรงใจ
คราวนี้ละจะกินให้อิ่มเลย
ก็.....เค้าอนุญาติแล้วนี่ครับ
😍😍😍😍😍
จบแล้วจ้ะ
แซ่บ...
ซึ่งไม่ค่อยนานเท่าไหร่
ยังมีสามีภรรยาต่างวัย
อยู่คู่หนึ่ง ตัวสามีนั้น
อายุ50แล้ว เป็นคนขยัน
และค่อนข้างสันโดษ
เมื่อแต่งงานแล้วจึงพาภรรยาแยกมาปลูกบ้าน
อยู่ห่างจากผู้อื่น
ส่วนภรรยานั้น เมื่ออดีตเคยเป็นสาวงามที่สุดใน
หมู่บ้าน แต่ยากจน เมื่อมี
เศรษฐีที่ดินมาหลงรัก
พ่อแม่จึงยกให้ง่ายๆซะงั้น
(อ้าว..)(จริงๆคิดภาพไม่ออกครับว่ายกยากๆเป็นยัง
ไง) เมื่อตกกะไดแล้วก็เลย
ต้องพลอยกระโจนไป
ตาแก่ดาหลิงว่าไงก็ตามนั้น
ถึงจะต่างวัย แต่ชีวิตรัก
ของทั้งคู่ก็หวานชื่นรื่นรมย์
ดี(ไปรู้กับเขาได้ไงนะตาเจ็ดคนนี้)
'ผมเดาเอาครับท่านผู้อ่าน
ถ้าไม่หวานก็คงไม่อยู่ด้วยกันจนผมไปเจอหรอก
ป่านนี้ตีกันตายไปแล้วจริง
มะ'
"....."
ทุกๆวัน สามีก็จะพาภรรยา
สาวไปไร่ ไปนา ไปคอกวัว ไปเกี่ยวหญ้า คือไม่ว่า
จะไปไหนๆก็จะพาไปด้วย
ตลอด(รักแหละ ดูออก .. แต่ไม่รู้แกได้บอกเมียมั้ย)
แสดงออกขนาดนี้ดูไม่รู้ก็
ต้องพาไปเป็นอาหารปลา
แล้วมั้งครับ
เหตุการณ์ก็ดำเนินมาเรื่อยๆ
จนเย็นวันหนึ่ง บ้านน้อย
หลังนี้ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญ
มาเยือน
อากาศยามพลบค่ำเย็นยะเยือก คุณถวัลย์ของเรา
กำลังช่วยเมียหุงข้าวทำกับข้าวอยู่ จู่ๆหมาที่เลี้ยงไว้ก็เห่ากรรโชกขึ้น
"มีใครอยู่บ้างมั้ยครับ
ถ้าหากว่ามีส่งเสียงหน่อย"
เสียงคนมาร้องถาม ไอ้ครั้นจะไม่ตอบก็ดูไม่ดี
"ใคร มาทำอะไรมืดๆค่ำๆ
ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น"
อูย พี่ครับ ฟังเขาก่อน
ดีไหมครับ เขาอาจหลงทางมาก็ได้
"ผมไม่ได้หลงทางครับ
รถผมเสียอยู่สุดโค้งถนน
โน้น เลยมาขอความช่วย
เหลือ"
นั่นไง..ผมว่าแล้ว เอ้า!!..
ว่าไงครับพี่ถวัลย์
"ไม่ช่วย ผมซ่อมรถไม่เป็น
ไปหาคนอื่นเถอะ"
นั่น...ใจดำอีกต่างหาก
แต่วันนี้ไม่ไช่วันของแกครับ
เพราะคุณติ๊กภรรยาสาวสวย เธอได้ยินเสียงสนทนาและเธอก็เป็นคน
ใจดีด้วย
"รถเสียหรือคะ ขึ้นมากิน
น้ำกินท่าก่อนเถอะค่ะ เรื่องอื่น เดี๋ยวค่อยว่ากัน"
คุณถวัลย์ไม่เห็นด้วยเลย
ที่ภรรยาเชิญแขกยามวิกาล
ขึ้นบ้าน แต่ไม่รู้จะขัดอย่าง
ไร ก็เลยได้แต่เข่นเขี้ยว
เคี้ยวฟัน
'คอยดูนะ มันออกจากบ้านไปเมื่อไหร่ จะจับจุ๊บเหม่ง
ให้..ไว้ใจคนง่ายดีนัก'
จากแสงไฟที่สาดกระจ่าง
ทำให้มองเห็นร่างของผู้มา
เยือนชัดเจนว่า ...
เป็นชายหนุ่มร่างสูง
แต่งตัวดี ผิวขาวสะอาด
และมีหน้าตาที่หล่อเหลา
(หล่อแบบไม่เหลาเป็นไง
ไม่รู้จักง่ะ)
เล่นเอาคุณติ๊กหัวใจสะดุด
ไปตุ้บหนึ่ง(ดีนะที่ไม่ถึงกะ
ล้มเหลว)
ลองคิดถึงใจคุณถวัลย์ดูซี
ครับว่าจะเป็นไง
'หึ..เคือง ไอ้คนเล่ามันไม่ยักกะบรรยายให้ผมหล่อ
มั่ง'
"......"
ดังนั้นเสียงกระชากกระชั้น
จึงถามขึ้น
"ที่ว่ารถเสียนะอาการมัน
เป็นยังไง"
"มันกระตุกๆแล้วเครื่องก็ดับ
ไปเฉยๆครับพี่ ผมปล้ำกับ
มันจนหมดปัญญาแล้ว ก็เลยเดินมาขอความช่วย
เหลือ"
"เอางี้เถอะพี่...ไหนๆคุณแก
ก็มาขอให้เราช่วยแล้ว
แถมบ้านเราก็ไกลจากหมู่
บ้านเป็นสิบโล ขืนให้เดินต่อไปอีกคงไม่ไหวแน่ อาบน้ำ
กินข้าวแล้วค้างคืนที่นี่ก่อน
ก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าหมู่บ้านไปขอความช่วย
เหลือเถอะนะ พอดีฉันทำ
กับข้าวเสร็จแล้ว พี่แน่ะ..
พาแขกไปอาบน้ำสิ..ฉันจะตั้งโต๊ะรอ"
อยากจะไม่ยอม อยากจะ
กรีดร้อง แต่เกรงใจเมีย
ก็รัก ก็ตามใจกันเสียขนาด
นี้ จะขัดยังไง เอา..เอาไง
เอากัน คืนเดียวแค่นั้นหรอก
พี่ถวัลย์แกแอบน่ารักนะ
ว่ามั้ย
ระหว่างทานอาหาร แม้จะ
มีแค่แกงเลียงสารพัดผัก
กับน้ำพริกผักต้ม แต่หนุ่ม
หล่อของเราก็เอร็ดอร่อย
เป็นอย่างมากจนคุณติ๊ก
ต้องท้วงยิ้มๆว่า
"แอบขยักท้องไว้นิดนึงนะจ๊ะคุณก้อง พอดีวันนี้เรามีของหวานตบท้ายด้วยน่ะจ้ะ"
"ครับผม...ตั้งแต่เกิดมาผม
ยังไม่เคยกินข้าวอร่อยเหมือนวันนี้เลยครับ พี่ถวัลย์โชคดีจัง ที่ได้กินกับข้าวอร่อยทุกวัน"
'เออ...มันพูดดี ตะแรกว่าจะ
ให้นอนตากยุงอยู่ข้างล่าง
ย้ายให้ขึ้นไปนอนกางมุ้งอยู่ที่นอกชานก็ได้วะ'
แหม...พ่อคนรักเมีย
คืนนั้นนายก้องของเราก็เลยได้นอนอยู่ที่นอกชาน
เพราะปากมีเสน่ห์ครับท่าน
ผู้อ่าน
แต่กะลังสะลึมสะลือ
เสียงหมาก็เห่ากรรโชกขึ้น
(อีกละ หมาเห่าอีกละ ทีนี้
อะไรอีกล่ะ)
"พี่...หมาเห่าอ่ะ"
"พี่กำลังฟังอยู่ เหมือนมัน
วิ่งไปทางคอกวัวนะ สงสัย
มีคนมาขโมยวัวเราแน่"
"ทำไงดีล่ะพี่ ติ๊กกลัวนะ"
"ไม่ต้องกลัวจ้ะ พี่อยู่นี่ หนู
ไปหยิบปืนลูกซองมาให้พี่
เอาลูกมาทั้งกล่องเลยนะ
หนอย ไม่รู้จักเสือเก่าเสีย
แล้ว พ่อจะยิงให้ใส้แตกเลย"
"พี่ให้ติ๊กไปด้วยมั้ย"
"ไม่ต้องจ้ะ เป็นห่วงเปล่าๆ
ปิดประตูลงกลอนดีๆ พี่ไป
แป๊บเดียว"
"ระวังตัวด้วยนะพี่"
"จ้ะ"
หอมเหม่งเมียเอาฤกษ์เอาชัยแล้ว พี่ถวัลย์ก็ถือปืน
ย่องลงบ้านไป
ทางโน้นจะเป็นไงไม่รู้ละ(เพราะผู้เล่าไม่ถนัดฉากบู๊) แต่บนบ้านนั้น เพียงสามี
คล้อยหลังไป คุณติ๊กก็เปิด
มุ้งเข้าไปเขย่าตัวหนุ่มก้อง
ที่กำลังเข้าภวังคฺ์จะไปเฝ้า
พระอินทร์อยู่รอมร่อ
"คุณก้องๆ"
"ครับ"
หนุ่มหล่อของเราดีดตัวขึ้น
มานั่งตัวตรงเด๊ะ แหม..กะลังจะฝันเลย
"คุณก้องว่า..ฉันสวยไหมจ๊ะ"
"สวยครับ มากด้วย"
ตอบ พร้อมกับยิ้มหวาน
"แล้ว คุณชอบไหมจ๊ะ"
"ชอบครับ ทั้งสวยทั้งน่ารัก
ทำกับข้าวก็ดี ทำขนมก็อร่อย"
ยังคงโปรยยิ้มหวานเจี๊ยบ
อยู่เช่นเดิม
จนคนเขียนจะหลงรักไป
ด้วยแล้วเนี่ย หยุดยิ้มได้แล้ว
"ตอนเนี้ยผัวฉันไม่อยู่แล้ว
จ๊ะ..ถ้าคุณก้อง อยากทำอะ
ไรก็ทำได้นะ เพราะ.. "
บิดมือไปมาแบบแสนเอียงอายขณะแก้มสองข้างก็
ปลั่งสีขึ้น
"เราอยู่กันแค่สองคน รับรองว่าฉันจะไม่บอกใครเลย"
เท่านั้นเองตาของหนุ่มก้อง
ก็วาวขึ้น สีหน้าก็สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"จริงหรือ ถ้าอย่างนั้น ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ.."
แล้วชายหนุ่มก็ลุกพรวดพราดขึ้นก่อนจะ
วิ่งเข้าครัว
ไปกินถั่วเขียวต้มน้ำตาล
ก็...มันอร่อยมากอ่ะ
ตอนเย็นจะกินเยอะก็เกรงใจ
คราวนี้ละจะกินให้อิ่มเลย
ก็.....เค้าอนุญาติแล้วนี่ครับ
😍😍😍😍😍
จบแล้วจ้ะ