https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000045411
เพจดังสนับสนุนกระทรวงแรงงาน แก้ไขกฎหมายประกันสังคม เลือกได้ว่าจะเอาบำเหน็จหรือบำนาญ สามารถทุบกระปุกเงินสะสมบำเหน็จบำนาญชราภาพมาใช้ก่อนได้ แถมขอกู้ธนาคาร โดยใช้เงินสะสมบำหน็จบำนาญชราภาพค้ำประกันได้ด้วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงโควิด-19
วันนี้ (12 พ.ค.) จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เห็นชอบให้มีการปรับแก้กฎหมายประกันสังคม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวม 3 แนวทาง ประกอบด้วย
1. “ขอเลือก” รับเงินจากกองทุนบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ จากเดิมที่กฎหมายระบุว่า หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบมาเกินกว่า 15 ปี จะได้รับบำนาญโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ประกันตนบางส่วนต้องการเลือกใช้บำเหน็จ
2. “ขอคืน” เงินบางส่วนนำมาใช้ดำรงชีพ หรือนำไปลงทุนทำงานอื่นๆ ในช่วงที่ไม่มีงานทำ หรือเกิดวิกฤตหรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ถูกเลิกจ้างงาน เช่น กรณีการระบาดของโควิด-19 โดยผู้ประกันตนสามารถเรียกขอใช้เงินบางส่วนก่อน แต่ต้องไม่มากกว่า 30% ของเงินสะสมบำหน็จบำนาญชราภาพ หรือไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน
และ
3. “ขอกู้” โดยใช้วงเงินสะสมของผู้ประกันตนในส่วนของเงินสะสมบำเหน็จบำนาญชราภาพมาค้ำประกันเงินกู้ ให้ผู้ประกันตนที่เดือดร้อน ซึ่งส่วนนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาของสถาบันการเงิน
ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ มองว่าขอตัดสินใจเอง เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกันตนต้องการสภาพคล่องชั่วคราว แต่ไม่ต้องการเป็นหนี้ ผู้ประกันตนควรมีสิทธิในการเลือกใช้เงินกองทุนของตัวเอง ส่วนผู้ที่ไม่สนับสนุน มองว่า การให้ผู้ประกันตนนำเงินสมทบบำเหน็จบำนาญชราภาพมาใช้ก่อนได้ ถ้ากลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้ไม่สูงมาก นำเงินอนาคตมาใช้จะมีความเสี่ยงอย่างมาก
เฟซบุ๊กเพจ “เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน” โพสต์ข้อความระบุว่า ข้อเสนอแบ่งเป็นสามทางเลือก 1. ขอเลือกบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ เดิมผู้ประกันตนสามารถเลือกบำเหน็จหรือบำนาญได้แต่ถูกแก้ไขไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน โดยส่วนตัวคิดว่าผู้ประกันตนควรมีสิทธิ์เลือกดีแล้ว
2. ขอคืน โดยผู้ประกันตนสามารถเรียกขอใช้เงินบางส่วนก่อน แต่ต้องไม่มากกว่า 30% ของเงินสะสม เผื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินได้ เช่นมีเงินสะสม 120,000 บาท ขอเบิกเงินสำรองได้ 36,000 บาท เป็นต้น เงินสำรองเผื่อใช้ ช่วยลดการกู้ยืม เงินต้นหายบ้าง เพื่อให้ไปต่อได้
3. ขอกู้ โดยใช้วงเงินสะสมของผู้ประกันตนในส่วนของเงินสะสมบำเหน็จบำนาญชราภาพมาค้ำประกันเงินกู้ ข้อนี้ดี ถ้าสามารถนำยอด เงินสะสม มาใช้ในการค้ำประกันเงินกู้ได้ก็อยากให้เพิ่มในการค้ำประกัน อย่างอื่นเช่น ค้ำประกันสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงการประกันตัวในคดีไม่ร้ายแรงแบบสลากออมสินได้
“เราขอตัดสินใจเอง เร็วกว่านี้ได้ก็ดีค่ะ ขอคืนเพื่อไปเริ่มใหม่กับใครสักคนที่ไม่ใจร้าย” เฟซบุ๊กเพจ “เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน” ระบุ
เพจดังหนุนประกันสังคมเลือกบำเหน็จได้เอง ทุบกระปุกเงินสะสมชราภาพมาใช้ก่อน-ค้ำเงินกู้ได้
เพจดังสนับสนุนกระทรวงแรงงาน แก้ไขกฎหมายประกันสังคม เลือกได้ว่าจะเอาบำเหน็จหรือบำนาญ สามารถทุบกระปุกเงินสะสมบำเหน็จบำนาญชราภาพมาใช้ก่อนได้ แถมขอกู้ธนาคาร โดยใช้เงินสะสมบำหน็จบำนาญชราภาพค้ำประกันได้ด้วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงโควิด-19
วันนี้ (12 พ.ค.) จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เห็นชอบให้มีการปรับแก้กฎหมายประกันสังคม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวม 3 แนวทาง ประกอบด้วย
1. “ขอเลือก” รับเงินจากกองทุนบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ จากเดิมที่กฎหมายระบุว่า หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบมาเกินกว่า 15 ปี จะได้รับบำนาญโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ประกันตนบางส่วนต้องการเลือกใช้บำเหน็จ
2. “ขอคืน” เงินบางส่วนนำมาใช้ดำรงชีพ หรือนำไปลงทุนทำงานอื่นๆ ในช่วงที่ไม่มีงานทำ หรือเกิดวิกฤตหรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ถูกเลิกจ้างงาน เช่น กรณีการระบาดของโควิด-19 โดยผู้ประกันตนสามารถเรียกขอใช้เงินบางส่วนก่อน แต่ต้องไม่มากกว่า 30% ของเงินสะสมบำหน็จบำนาญชราภาพ หรือไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน
และ
3. “ขอกู้” โดยใช้วงเงินสะสมของผู้ประกันตนในส่วนของเงินสะสมบำเหน็จบำนาญชราภาพมาค้ำประกันเงินกู้ ให้ผู้ประกันตนที่เดือดร้อน ซึ่งส่วนนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาของสถาบันการเงิน
ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ มองว่าขอตัดสินใจเอง เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกันตนต้องการสภาพคล่องชั่วคราว แต่ไม่ต้องการเป็นหนี้ ผู้ประกันตนควรมีสิทธิในการเลือกใช้เงินกองทุนของตัวเอง ส่วนผู้ที่ไม่สนับสนุน มองว่า การให้ผู้ประกันตนนำเงินสมทบบำเหน็จบำนาญชราภาพมาใช้ก่อนได้ ถ้ากลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้ไม่สูงมาก นำเงินอนาคตมาใช้จะมีความเสี่ยงอย่างมาก
เฟซบุ๊กเพจ “เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน” โพสต์ข้อความระบุว่า ข้อเสนอแบ่งเป็นสามทางเลือก 1. ขอเลือกบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ เดิมผู้ประกันตนสามารถเลือกบำเหน็จหรือบำนาญได้แต่ถูกแก้ไขไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน โดยส่วนตัวคิดว่าผู้ประกันตนควรมีสิทธิ์เลือกดีแล้ว
2. ขอคืน โดยผู้ประกันตนสามารถเรียกขอใช้เงินบางส่วนก่อน แต่ต้องไม่มากกว่า 30% ของเงินสะสม เผื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินได้ เช่นมีเงินสะสม 120,000 บาท ขอเบิกเงินสำรองได้ 36,000 บาท เป็นต้น เงินสำรองเผื่อใช้ ช่วยลดการกู้ยืม เงินต้นหายบ้าง เพื่อให้ไปต่อได้
3. ขอกู้ โดยใช้วงเงินสะสมของผู้ประกันตนในส่วนของเงินสะสมบำเหน็จบำนาญชราภาพมาค้ำประกันเงินกู้ ข้อนี้ดี ถ้าสามารถนำยอด เงินสะสม มาใช้ในการค้ำประกันเงินกู้ได้ก็อยากให้เพิ่มในการค้ำประกัน อย่างอื่นเช่น ค้ำประกันสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงการประกันตัวในคดีไม่ร้ายแรงแบบสลากออมสินได้
“เราขอตัดสินใจเอง เร็วกว่านี้ได้ก็ดีค่ะ ขอคืนเพื่อไปเริ่มใหม่กับใครสักคนที่ไม่ใจร้าย” เฟซบุ๊กเพจ “เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน” ระบุ