8 คำถามกับผู้ประกาศข่าวสาวไฟแรง “ใบเฟิร์น – สุชาดา” พร้อมประจำการหน้าจอ PPTV ช่อง 36 ใน “เข้มข่าวเย็น”

PPTV HD ช่อง 36 เปิดตัวผู้ประกาศข่าวสาวคนใหม่ “เฟิร์น – สุชาดา นิ่มนวล” ที่จะมารายงานข่าวในรายการ “เข้มข่าวเย็น”
ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 17.00 – 18.00 น. เริ่มตั้งแต่ 10 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป โดยเธอคนนี้ผ่านประสบการณ์ในการอ่านข่าวมาอย่างโชกโชน ล่าสุดจะนั่งแท่นอ่านข่าวคู่กับ “โบกี้ - ภัทรี ภัทรโสภสกุล” อีกหนึ่งผู้ประกาศข่าวสาวมากความสามารถอีกคนของทีมข่าว PPTV
ที่พร้อมจะนำเสนอข่าวด้วยความชัดเจน ตรงไปตรงมา  กับ 8 คำถามที่จะทำให้รู้จักตัวตนของ “เฟิร์น – สุชาดา” มากขึ้น
1.ทำไมถึงเลือกเรียนด้านสื่อสารมวลชน 
   “ตอนนั้น เฟิร์นทราบดีอยู่แล้วว่าต้องการประกอบอาชีพอะไร นั่นคืออาชีพด้านงานข่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกาศข่าว หรือนักข่าวก็ตาม ก็เลยมุ่งเรียนมาทางด้านวารสารศาสตร์ และหลังจากที่เรียนจบก็ได้ทำงานในสายงานสื่อมวลชนมาโดยตลอด ซึ่งในบทบาทนั้น เฟิร์นต้องการให้สังคมได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เรานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมจากแหล่งข่าวที่ครบถ้วน หรือว่าวิธีการนำเสนอในรูปแบบของการเล่าเชิงวิเคราะห์ ก็เป็นการทำงานที่ท้าทาย เพราะมันไม่มีกรอบ และเราได้ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ ทักษะที่ได้จากการทำงานจริงก็ส่งผลถึงกระบวนการคิดประเด็นในการทำข่าวของเราได้มากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ”

2.ยุคนี้คิดว่า “ผู้ประกาศข่าว” / “นักข่าว” ต้องปรับตัวในการทำงานอย่างไร?
   “เฟิร์นมองว่าการสร้างตัวตน และพัฒนาตัวเองให้สามารถเข้าถึงคนดู คนอ่าน คนฟังได้มากยิ่งขึ้น อันนี้ถือว่าเป็นความท้าทายที่นักข่าวจะต้องปรับตัว ต้องมีความสามารถรอบด้าน ต้องทำได้หลายอย่างอาจจะมีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งก็ได้แล้วเอาความเชี่ยวชาญด้านนั้นๆ มาทำให้เข้าถึงในทุกๆ แพลตฟอร์ม รวมถึงสามารถขยายประเด็นข่าวแบบเจาะลึก ให้ข้อมูลคนดูรอบด้าน แล้วก็ให้คนดูเป็นคนตัดสินใจเองว่าข่าวนั้น เขามีความคิดเห็นอย่างไร โดยที่เราทำหน้าที่เป็นเพียงแค่คนกลางในการสื่อสารเท่านั้นค่ะ”

3.ที่ผ่านมายึดหลักอะไรในการผลักดันตัวเอง
   “ต้องบอกก่อนว่าการที่จะก้าวมาเป็นผู้ประกาศข่าวได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเฟิร์นเลยค่ะ จะต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และความมุ่งมั่นอย่างสูง บางคนรู้สึกท้อไปกลางคันเลยก็มี ซึ่งเฟิร์นเองได้เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว เคยถูกเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ จนถึงขั้นท้อแท้มากจนอยากจะเปลี่ยนอาชีพ แต่พอได้มีโอกาสแชร์ประการณ์กับพี่ๆ ในวงการข่าวหลายๆ ท่าน ก็ได้รับคำแนะนำว่าต้องให้ความสำคัญกับการทำข่าวให้ดีก่อน เพราะว่าถ้าเฟิร์นทำข่าวได้ดีแล้ว เราก็จะเข้าใจคอนเทนต์ แล้วเฟิร์นจะรู้เรื่องนั้นจริงๆ มีโอกาสได้คุยกับแหล่งข่าวจริงๆ ได้ลงพื้นที่จริงๆ ซึ่งทำให้เกิดอินเนอร์ หรือความเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยที่ไม่ต้องท่องจำ โดยทักษะในการพรีเซนท์สามารถฝึกเอาได้ ตัวเองก็เลยเปลี่ยนทัศนคติใหม่ และให้ความสำคัญกับการทำข่าวมากขึ้น ควบคู่ไปกับการฝึกพรีเซนท์นำเสนอข่าวทางหน้าจอ ฝึกเล่าข่าวในแบบที่เป็นตัวเอง และทำให้เฟิร์นข้ามผ่านในจุดที่เราคิดว่าเราทำไม่ได้จนมาถึงทุกวันนี้ได้ค่ะ”

4.ต้นแบบในการทำงานสายงานข่าวคือใคร
   “สำหรับเฟิร์น ขอยกให้ คุณสุทธิชัย หยุ่น เป็นต้นแบบเลยค่ะ คุณสุทธิชัยเป็นคนที่หยิบยื่นโอกาสให้เฟิร์นได้เข้ามาทำงานวิชาชีพนี้ เป็นเหมือนปรมาจารย์ด้านงานข่าวสำหรับเฟิร์นเลย เพราะการทำข่าวที่แข็งแรงเฉียบคม และเป็นที่ยอมรับจากคนในวิชาชีพนี้ รวมถึงผู้คนในสังคม เราต้องมีจริยธรรม อุดมการณ์ในการทำหน้าที่สื่อ และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับนักข่าวรุ่นหลังๆ ด้วย เฟิร์นยกให้คุณสุทธิชัย คือ ไอดอลในการทำงานสายงานข่าวค่ะ”

5.เป้าหมายสูงสุดของการทำงานคืออะไร
   “เป้าหมายสูงสุดในวิชาชีพนี้ คือเฟิร์นอยากจะทำสิ่งที่เราพยายามมาตั้งแต่แรกจนถึงทุกวันนี้ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก โดยจะตั้งใจสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี มีคุณค่าให้คนในสังคมให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากเราผ่านทางหน้าจอ นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการทำงานของเฟิร์นแล้วค่ะ”

6.อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำหน้าที่ “ผู้ประกาศข่าว” ที่ดี
   “ความน่าเชื่อถือ และจรรยาบรรณในวิชาชีพของเราค่ะ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าว เพราะปัจจุบันผู้ชมอาจมีความรู้รอบด้านมากกว่าผู้ประกาศข่าวด้วยซ้ำ เพราะเขาเสพข่าวได้จากทุกแพลตฟอร์ม เขามีเวลาที่จะติดตามข่าวสาร หาข้อมูลข่าว ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของเฟิร์น คือ จะต้องรู้มากกว่าคนดูรู้ให้ได้ ต้องเข้าใจข่าวนั้นๆ อย่างถ่องแท้ เราถึงจะไปสื่อสารให้เขาเช้าใจให้ได้ อันนี้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ผู้ประกาศข่าวต้องยึดถือไว้ และที่สำคัญต้องอยู่บนจริยธรรมของวิชาชีพด้วย จะต้องไม่มีอคติ และสามารถเปิดโอกาสให้แหล่งข่าวทุกคนได้มีโอกาสพูด คนดูจะเป็นผู้ตัดสินข้อมูลข่าวสารนั้นเองว่าเขาจะเชื่อแบบไหน เราจะไม่ไปเป็นผู้คนกำหนด หรือชี้นำว่าคนดูต้องเชื่อแบบนี้ นี่คือสิ่งที่คนที่เป็นสื่อมวลชนควรต้องมี เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการทำงานค่ะ”

7.ตอนนี้มีโอกาสได้มาร่วมงานกับ PPTV แล้ว มีการตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร
   “เฟิร์นดูข่าวของพีพีทีวีมาตลอด มีความศรัทธาการทำหน้าที่สื่อของพีพีทีวี เฟิร์นเห็นว่าข่าวของพีพีทีวีมีคุณค่าต่อสังคมจริงๆ ไม่เน้นข่าวเชิงดราม่า แม้แต่ข่าวกระแสอย่างลุงพลเอง พีพีทีวีก็นำเสนอ แต่จะเลือกนำเสนอในมิติที่สังคมควรจะต้องรับรู้ อย่างแง่มุมของกฎหมาย ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องดราม่า เฟิร์นมองว่านำเสนอได้ แต่ก็ควรมีขอบเขตที่พอดีที่คนดูควรได้รับรู้ และสิ่งนั้นควรมีประโยชน์ต่อผู้ชมจริงๆ เลยทำให้เฟิร์นรู้สึกว่าในกองบรรณาธิการข่าวของพีพีทีวีนั้น เขามีกระบวนการคิดทางข่าวที่น่าเชื่อถือ เฟิร์นจึงสนใจมาร่วมงานกับทีมข่าวของที่นี่ค่ะ”

8.สัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นมีอัดคลิปเล่าข่าวลง Tiktok ของพีพีทีวี ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก รู้สึกอย่างไรบ้าง
   “ก็รู้สึกตกใจมากเหมือนกัน เพราะเป็นครั้งแรกของเฟิร์นบนช่องทาง Tiktok เลยค่ะ ทำให้เฟิร์นรู้สึกว่าโซเซียลมีเดีย เป็นอีกช่องทางในการรายงานข่าวในยุคที่สื่อที่มีความเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เห็นว่าพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไป การใช้โซเซียลทำข่าวควบคู่กับทางหน้าจอทีวีที่เป็นสื่อหลัก มีความสำคัญมากเทียบเท่ากันเลย บน Tiktok อาจถูกจำกัดการนำเสนอด้วยเวลา เฟิร์นจึงย่อยเนื้อหาข่าวที่มีความยาก เอามาเล่าใหม่ให้มีความกระชับ ซึ่งยังคงแก่นของข่าวเอาไว้อยู่ รวมถึงวิเคราะห์ข่าวโดยมีการอ้างอิงถึงแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ก็เป็นการทำข้อมูลให้แข็งแรงมากขึ้นด้วยคะ เฟิร์นดีใจเหมือนกันนะคะ รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำออกมา ทำให้คนที่ติดตามได้รับประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ อย่างถ่องแท้อีกด้วย” 

โดยเธอยังกล่าวทิ้งท้ายอีกด้วยว่า... “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมข่าวพีพีทีวี เฟิร์นจะทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวรายการ “เข้มข่าวเย็น” คู่กับ คุณโบกี้ - ภัทรี หวังว่าจะมีโอกาสสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆ เพื่อคุณผู้ชมทางหน้าจอทุกแพลตฟอร์มของพีพีทีวี ฝากติดตามและเป็นกำลังใจเราสองคนด้วยค่ะ”

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่น่าจะทำให้ผู้ชมได้ทำความรู้จัก “เฟิร์น - สุชาดา นิ่มนวล” ผู้ประกาศข่าวสาวคนเก่ง 
งานนี้! แฟนๆชาวพันทิป สามารถติดตามชมเธอผู้นี้ได้ในรายการ “เข้มข่าวเย็น”
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00 – 18.00 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 

เพี้ยนยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่