เครื่องบินใบพัดที่เสียงดังที่สุดในโลก



XF-84H serial number 51-17060



การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบิน
จากเครื่องบินใบพัดเป็นเครื่องยนต์เจ็ท
ทำให้เห็นการเกิดขึ้นของเครื่องยนต์ชนิดใหม่
เครื่องยนต์เทอร์โบ/เครื่องยนต์กังหัน
ที่สร้างแรงขับจากเครื่องยนต์ไอพ่น
แทนแรงขับเคลื่อนที่ด้วยเครื่องยนต์ใบพัด

ในปี 1955 กองทัพอากาศสหรัฐฯ
ได้พัฒนาเครื่องบินทดลองที่เรียกว่า
Republic XF-84H Thunderscreech
ซึ่งผลิตโดย Republic Aviation
โดยจุดประสงค์ของเครื่องบินรุ่นนี้
คือ เพื่อทดสอบว่าเป็นไปได้หรือไม่
ที่เครื่องบินรบจะทิ้งระบบหนังสติ๊ก
ระบบรัดแล้วดีด/ยึดเครื่องบิน
ที่ขึ้น/ลงจากเรือบรรทุกด้วยตัวมันเอง



คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
The Intricate Skill That Goes Into 
Landing a Fighter Jet



เครื่องยนต์ Turboprop ได้รับเลือก
ให้ขับเคลื่อนเครื่องบินรุ่นนี้
เพราะใช้ใบพัดขนาดใหญ่
ในการเคลื่อนย้ายอากาศจำนวนมาก
ซึ่งทำให้เครื่องบินสร้างแรงขับได้มากขึ้น
ด้วยการใช้ความเร็วที่ต่ำลง
แรงขับที่มากขึ้น หมายถึง
การเร่งเครื่องที่เร็วขึ้น = ระยะบินขึ้นลงที่สั้นลง




ใบพัด GE T64 ด้านซ้าย 
กระปุกเกียร์พร้อมอะไหล่ตรงกลาง
gas generator (กังหัน turbine) ด้านขวา


ผังแสดงวิธีทำงานของ turboprop



Republic XF-84H มีโครงสร้าง
พื้นฐานมาจาก F-84 Thunderstreak
ที่มีปีกกว้างที่รู้จักกันดี
แต่แทนที่ด้วยเครื่องยนต์เจ็ท Turbopop
เครื่องยนต์ Allison XT40-A-1
เครื่องยนต์ขนาด 5,850 แรงม้า
พร้อมใบพัดเหล็ก 3 ใบ ยาวถึง 12 ฟุต
ซึ่งยาวมาก แม้ในขณะที่อยู่เฉย ๆ
โดนลมสักนิด ใบพัดก็หมุนได้

การบินด้วยความเร็วเหนือเสียง
ทำให้เกิดเสียงบูมอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งยินได้จากระยะไกลถึง 40 กิโลเมตร
คลื่นกระแทกจึงมีพลังมาก
จนสามารถทำให้คนตัวโตล้มลงได้




F-84F Thunderstreak



T40-A-10



Republic XF-84H



จากนิตยสาร Air & Space
Henry Beaird นักบินทดสอบในเวลานั้น
และเป็นหนึ่งในสองคนที่เคยบิน XF-84H
Henry Beaird วัย 78 ปี
และเคยขับเครื่องบิน Learjets เล่าความหลัง
“ วันหนึ่งลูกเรือได้นำมันออกไปยัง
พื้นที่ทดสอบที่ห่างไกล เพื่อทดสอบ
ที่ฐานทัพอากาศในรัฐ California
Edwards Air Force Base
ขณะที่กำลังอุ่นเครื่องเตรียมที่จะบินขึ้นไป
(ตัองอุ่นเครื่อง 30 นาทีจึงพร้อมบิน)
ที่ใกล้ ๆ กันคิดว่าเป็นเครื่องบิน C-47
เราคิดว่าไม่มีคนอยู่ในเครื่อง
แต่มีกัปตันเครื่องบินลำนั้น
นั่งอยู่ข้างในและเดินก้าวออกมา


พวกเราได้ยินเสียงกระแทกพื้น
ที่ด้านหลังของเครื่องบิน C-47 
เป็นกัปตันเครื่อง C-47 ที่ล้มดังสนั่น
และนอนหงายอยู่บนพื้น
แขนขานอนแนบกับพื้น
ในที่สุดถึงลุกขึ้นยืนได้


ตราบใดที่คุณยืนอยู่ข้างหน้า
หรือข้างหลังเครื่องบิน
มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก
แต่ถ้าคุณอยู่ในระนาบของเครื่องบิน
มันจะทำให้คุณล้มลงได้
จริง ๆ นี่คือ เรื่องจริง  "


เสียงรบกวนที่น่ากลัวของ XF-84H 
ทำให้เครื่องบินรุ่นนี้ได้รับฉายาว่า
Thunderscreech
(เสียงฟ้าร้องแสบแก้วหู)
เครื่องยนต์ของ Thunderscreech 
ถ้าทำงานด้วยความเร็วเต็มที่ตลอดเวลา
ใบพัดจะหมุนที่ 2,100 รอบต่อนาที
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปิดเครื่อง
เสียงดังจากใบพัดเกิดขึ้นทันที
แต่เป็นเสียงดังที่แย่มาก










Learjet 45 of Gama Aviation



A C-47 ที่ Duxford D-Day Show 2014





Edward von Wolffersdorff 
กัปตันของ Beaird เล่าว่า
" ผมจำได้ว่า การขึ้นบินครั้งแรกของผม
ที่วิ่งไปตามเส้นทางหลักขึ้นลง Runway
แต่ผมก็สงสัยว่า
ทำไมหอบังคับการบิน
จึงเปิดไฟแดงกระพริบแสงเป็นระยะ ๆ
ปรากฎว่า พวกเขาไม่ได้ยินเสียงใด ๆ
จากวิทยุภายในสนามบินของพวกเขาเลย
(เพราะเสียงเครื่องบิน XF-84H กลบเสียงหมด)
พวกเขาจึงไล่พวกเราให้ไปให้พ้น
แล้วส่งพวกเราไปที่ลานบินทางทิศเหนือ
 
ผมยังกลัวว่าคลื่นกระแทกจากใบพัด
อาจจะทำลายกระจกหน้าต่าง
ในหอบังคับการบินซึ่งอยู่ห่างจาก
Runway ประมาณหนึ่งไมล์

เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจาก
กระจกหน้าต่างแตกปลิว
เมื่อใดก็ตามที่เครื่องบิน XF-84H
กำลังอุ่นเครื่อง/กำลังบินอยู่
ผู้ควบคุมการจราจร
จะเอาวิทยุไปไว้ที่ใต้โต๊ะทำงาน
แล้วคลุมตัวเองหลบภัยด้วยผ้าห่ม

ไม่เคยมีใครบันทึก
ค่าเดซิเบลมันได้เลย
ผมคิดว่า พวกเขากลัวว่า
อุปกรณ์วัดอาจจะพังไปได้

โอ้ พระเจ้า เสียงนั้นแย่มาก
แม้ว่าเครื่องบิน XF-84H จะระบุว่า
ใบพัดหมุนที่ 3,000 รอบต่อนาที
ซึ่งจะส่งผลให้ปลายใบพัดเคลื่อนที่
ด้วยความเร็ว Mach 1.71 นั้น
มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก "

ผลการวิจัยและการคำนวณอย่างละเอียด
โดย John M. Leonard
จาก Rolls-Royce Heritage Trust
ระบุว่าเครื่องยนต์ที่หมุนด้วย
ความเร็ว 14,300 รอบต่อนาที
โดยใช้เกียร์ 6.8: 1 เช่นเดียวกับ T40
จะผลักดันใบพัดขนาดต่าง ๆ
ไปจนถึง Mach 1.18
อย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น


Hank Beaird เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และระบุว่า
" แม้ว่ามาตรวัดความเร็วระบุ 3,000 รอบ
แต่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นรอบต่อนาที
ความเร็วปลายอยู่ที่ประมาณ Mach 1.2
ดังนั้นสิ่งที่ John M. Leonard
คำนวณมานั้นน่าจะถูกต้อง ”

(ความเร็วเสียง โดยที่ความเร็ว 1 มัค 
ที่ระดับน้ำทะเล จะเท่ากับ 1,225 กม./ชั่วโมง 
ส่วนเสียงที่เดินทางในอากาศ
ที่มีอุณหภูมิ 25°C 
ได้ประมาณ 346 เมตร/วินาที 
และในอากาศที่อุณหภูมิ 20°C ได้ประมาณ 343 เมตร/วินาที 
หมายความว่า 1 มัค 
จะมีความเร็วเปลี่ยนแปลงตลอด 
เพราะว่าที่อุณหภูมิต่างกัน
ค่าความเร็วของเสียงก็จะต่างกันไปด้วย
( Supersonic เร็วเเค่ไหนกันนะ )
 






เครื่องบิน XF-84H เลยกลายเป็นเครื่องบิน
ที่ฐานทัพอากาศ Edwards Air Force Base
ไม่ชื่นชอบเลย เพราะเสียงดังสนั่นหนวกหูสุด ๆ
ทั้งยังต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมง
ในการอุ่นเครื่องก่อนบิน
จึงจะพร้อมบินขึ้นในอากาศได้
ซึ่งทำให้ไม่เหมาะเลยในการสู้รบอย่างชัดเจน
เพราะเสียงรบกวน และความล่าช้า
นี่เป็นปัญหาหลักที่ต้องยกเลิกสายการผลิต


หนังสือ Allison Power of Excellence
โดย William A. Schoneberger
และ Paul Sonnenburg
ได้สรุปเครื่องยนต์ T40 turboprop ว่า 

“ เรื่องชั่วร้าย  เป็นเครื่องบินที่ฝันร้าย
เครื่องบิน  XF-84H สร้างความเดือดร้อน
จากการสั่นสะเทือนที่เกิดจากใบพัด
ความเร็วเหนือเสียงและแรงบิด
อันทรงพลังที่เครื่องยนต์ผลิตขึ้น "






Lin Hendrix หนึ่งในนักบินทดสอบ
ที่ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมโครงการ
ได้บินเครื่องบินนี้เพียงครั้งเดียว
แล้วปฏิเสธที่จะบินอีกต่อไป
“ ถ้ามxง ไม่ใหญ่พอ
xง อย่าสั่งกูขึ้นไปบินอีก ”
Lin Hendrix บอกกับวิศวกรหัวหน้าโครงการ
 

มีแต่ Hank Beaird ผู้กล้าหาญ
ที่ขึ้นบินถึง 11 ครั้งกับเครื่องบิน XF-84H
แต่ 10 เที่ยวบินนั้นจบลงด้วยการบังคับลงจอด
" ให้ตายเถอะ พระเจ้า By jingo
เครื่องบินลำนั้นทำร้ายใครบางคน ”
Hank Beaird เคยกล่าวไว้
หลังจากลงจอดฉุกเฉิน

 
ในที่สุด ก็ไม่มีใครต้องการเครื่องบินรุ่นนี้
แรกสุดกองทัพเรือปฏิเสธรับมอบเครื่องบินรุ่นนี้
จากนั้นกองทัพอากาศก็ยกเลิกโครงการนี้
หลังจากสร้างเครื่องบิน XF-84H เพียง 2 ลำ
โดยใช้เวลาบินรวมกันทั้ง 2 ลำ
บินได้แค่ 6 ชั่วโมง 40 นาที

แม้ว่าเครืองบิน XF-84H จะเชื่อกันว่า
เป็นเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยใบพัดที่เร็วที่สุด
โดยมีความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการ
ที่ระบุไว้ 670 ไมล์ต่อชั่วโมง
ตามที่ทางสหรัฐจะคาดการณ์ไว้
แม้ว่าเครื่องบินทั้ง 2 ลำนี้
จะไม่เคยทำความเร็วสูง
ถึง 450 ไมล์ต่อชั่วโมงก็ตาม

 

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/3hd2XMS
https://bit.ly/33kVkMm
https://bit.ly/3baJYyO












ไซเรนเตือนภัย
เสียงดังที่สุดในโลก (138 เดซิเบล)


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Chrysler Air Raid Siren at Ederville



คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
LRAD RX Capabilities




ในปี 2004
ในช่วงสงครามอิรัค เป็นครั้งแรก
ที่กองทัพสหรัฐ ในเมือง Fallujah
ได้ติดตั้ง LRAD อาวุธเสียงดังมาก
ในรถยนต์ทหาร Humvees
ขับตระเวนด่า/สบถเป็นภาษาอาหรับ
ด่าพ่อแม่ พี่น้อง สหายร่วมรบ แกนนำ
ของพวกนักรบ Al-Qaeda  ที่ยึดเมืองอยู่


กับใช้ LRAD ในการควบคุม/สลายฝูงชน
โดยจะมุ่งหน้าไปยังที่ชาวอิรักมารวมตัวกัน
เพราะตรงที่จุดนั้น มักจะเป็นสถานที่เกิดเหตุ
ของมือระเบิดฆ่าตัวตาย ที่ฆ่าทุกคนแถวนั้น


อุปกรณ์ LRAD มีการตั้งค่าเสียงไว้หลายแบบ
และสามารถออกคำสั่งได้ในระยะทางไกล
หรือให้ส่งเสียงดังได้สูงถึง 149 เดซิเบล
(เทียบเท่ากับเสียงเครื่องยนต์เจ็ท
ระยะห่าง 100 ฟุต เสียงดังถึง 140 เดซิเบล)






Los Angeles County Sheriffs
กับชุดปราบจลาจลก็เคยใช้ LRAD
ปราบผู้ประท้วงที่ใกล้การชุมนุม
หาเสียงของ Donald Trump
ที่ศูนย์การประชุม Anaheim 
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2016

ในปี 2011
หน่วยตำรวจใช้อุปกรณ์ LRAD 
ในการชุมนุม Occupy Wall Street

ปัจจุบันมีการติดตั้งบนเรือเดินสมุทร
เพื่อป้องกันไม่ให้เรือลำเล็ก/เรือโจรเข้าใกล้
ในขณะนี้มีมากกว่า 20 ประเทศที่ใช้ LRAD

กองทัพอิสราเอลก็ใช้ LRAD 
เพื่อสลายการประท้วงชาวปาเลสไตน์

เรือล่าปลาวาฬญี่ปุ่นก็ใช้ LRAD
เพื่อขับไล่กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ประท้วงเรือญี่ปุ่น

เรือสำราญหลายลำก็ใช้ LRAD
เพื่อต่อสู้กับโจรสลัดในสถานที่ต่าง ๆ
เช่น Horn of Africa /ในมหาสมุทรอินเดีย


จาก The Tango of Death
เพลงข่มขวัญนาซีเยอรมัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่