"สรยุทธคัมแบ็ก" ฟีดแบ็กกระฉูดโลกทีวี-โซเชียล ดันเรตติ้งเพิ่มขึ้น 15%-30%



มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ หรือ MI ได้จับกระแสหลังการกลับมาจัดรายการข่าวของกรรมกรข่าว "สรยุทธ สุทัศนจินดา" ใน 2 รายการหลัก “เรื่องเล่าเช้านี้ และ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” อีกยังพ่วงบทบาทเป็นที่ปรึกษารายการข่าวของช่องกระตุ้นรายการข่าวทุกรายการ
รายการข่าวภายใต้การดูแลของสรยุทธทั้ง 4 รายการ มีการเปลี่ยนแปลงด้านเรตติ้งไปในทางที่ดีขึ้น โดย “เรื่องเล่าเช้านี้” หลังจากคุณสรยุทธกลับมาดำเนินรายการ จำนวนผู้ชมทางโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 31% รายการ “เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” ผู้ชมเพิ่มขึ้นประมาณ 10% 
โดยรายการ “เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม ทำเรตติ้งเฉลี่ยได้ 2.8% สูงกว่าในเดือนก่อนหน้านี้โดยเฉลี่ย มากกว่า 15% (2.4%)



รายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคม ทำเรตติ้งเฉลี่ยได้ 1.3% สูงกว่าในเดือนก่อนหน้านี้โดยเฉลี่ยมากกว่า 30% (1.0%) 
เช่นเดียวกับ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ที่ถึงแม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่จำนวนผู้ชมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ราว 20% 
ส่วน “เรื่องเด่นเย็นนี้” ที่เปลี่ยนทีมผู้ดำเนินรายการเป็น ไก่ ภาษิต คู่กับ ตูน ปรินดา และเปลี่ยนเวลาออกอากาศ ทำเรตติ้งเฉลี่ยได้ 1.6% สูงกว่าในเดือนก่อนหน้านี้โดยเฉลี่ยมากกว่า 20% (1.3%)เรตติ้งแซงข่าวช่อง 7
การกลับมาของสรยุทธ ยังทำให้เรตติ้งของรายการเรื่องเล่าเช้านี้กลับมาครองแชมป์ได้ ในกลุ่มผู้ชมในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้า “สนามข่าว 7 สี” ทันทีที่สรยุทธกลับมาจัดรายการในวันที่ 3 – 4 พ.ค. 
 
ส่วนรายการข่าวเช้าของช่องอื่นๆ ก็ล้วนแต่ถูกดึงผู้ชมไปจนทำให้เรตติ้งลดลงเกือบทุกรายการ ซึ่งกลุ่มผู้ชมในเมืองจะเห็นได้ชัดกว่ากลุ่มผู้ชมทั่วประเทศ



ในปัจจุบันตัวเลขเรตติ้งทีวีลดลงจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วมาก ลดลงเกือบ 50% ตามสภาพพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเรตติ้งเฉลี่ยในช่วงที่สรยุทธจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เมื่อปี 2559 อยู่ที่ 2.4 ในกลุ่มผู้ชมทั่วประเทศ และ 4.2 ในกลุ่มผู้ชมในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ขณะที่ปัจจุบันเรตติ้งอยู่ที่ 1.3 กับ 2.6 ตามลำดับ
ชมทางออนไลน์พุ่ง 100%
ในยุกที่การเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หลายคนดูทีวีน้อยลง แต่ชมผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้การวัดความนิยมของตัวสรยุทธในปัจจุบันต้องดูยอดรับชม และฟีดแบ็กในช่องทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนไป
 
โดยรายการ "เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์" ใน Facebook วันเสาร์ที่ 1 พ.ค. 64 ยอดรับชมสูงถึง 3.3 แสนครั้ง ซึ่งสูงกว่าในเดือนก่อนหน้านี้โดยเฉลี่ยมากกว่า 100% หรือเท่าตัว (1.6 แสนครั้ง) และมียอด Engagement มากกว่าสัปดาห์ก่อนกว่า 3 เท่าตัว และยอดชมผ่าน YouTube 1.9 ล้านครั้ง



“เรื่องเล่าเช้านี้” วันอังคารที่ 4 พ.ค. 64 มียอด view 2.8 แสน สูงกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุด (วันจันทร์ที่ 3 พ.ค. ไม่มีวีดีโอบันทึกใน Facebook) ส่วนในวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรก ยอดวิวสูงถึง 3.6 แสนครั้ง มากกว่าวันศุกร์ที่ 30 เม.ย. กว่าเท่าตัวติดเทรนด์ทวิตเตอร์
นอกจากนี้กระแสในโลกโซเชียล อาทิ ศิลปิน ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ใน Social Platforms ต่างๆ พร้อมใจกันพูดถึงการกลับมาจัดรายการของสรยุทธ ทำให้เกิดกระแสพูดถึงของการหวนรำลึกบรรยกาศเก่าๆ
 
ฟีดแบ็กในโลก Twitter นอกจากการคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ แล้ว ก็มีเสียงชื่นชมการทำหน้าที่คนทำข่าวที่เสนอข่าวรอบด้าน เป็นกลางตรงไปตรงมา และไม่เน้นข่าวหวย คนถูกหวย หรือข่าวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ และในวันที่ 1 พ.ค. ยังมีช่วงที่ #เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ติด Trend Twitter ประเทศไทยอันดับ 1 อีกด้วย



MI ได้สะท้อนในมุมของเม็ดเงินโฆษณาในรายการข่าวดังกล่าว โดยมีความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญใน 2 รายการ คือ เรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ที่มีเม็ดเงินโฆษณาเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 50% ทั้งๆ ที่เป็นช่วง COVID-19 ระลอก 3 ที่เม็ดเงินโฆษณาในตลาดหดตัวก็ตาม 
การเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินโฆษณาทั้ง 2 รายการส่วนใหญ่มาจากการโยกเม็ดเงินโฆษณาจากรายการประเภทอื่นๆ เช่น วาไรตี้ เป็นต้น
 
MI คาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่กว่านี้คือ การกลับมาของสรยุทธจะส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ชมให้หันกลับมาสนใจรายการข่าวช่วงเช้ามากขึ้น พูดง่ายๆ คือ ข่าวช่วงเช้าจะกลับมาเป็นอีกหนึ่ง Prime Time ของรายการประเภทข่าว

ที่มา : https://positioningmag.com/1330682
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่