เกลียดพ่อตัวเองมากขึ้นทุกวันทำไงดี

เรื่องอาจจะยาวหน่อยนะคะ  ไม่ได้รู้ว่าจะมีคนอ่านหรือปล่าว ขอแค่ได้ระบายออกมาบ้างก็พอค่ะ มันมีเรื่องที่พูดกันว่าพ่อแม่ทุกคนมักจะรักลูกไม่เท่ากันแน่นอน อาจจะรักคนโตมากกว่านิดนึง คนเล็กมากกว่านิดนึง และเราก็เป็นคนกลางที่พ่อแม่รักน้อยที่สุด ทุกครอบครัวมันจะมีเรื่องแบบนี้เสมอ อันนี้เป็นคำกล่าวของคุณครู​คนหนึ่งที่สอนวิชาสังคม​ แกก็พูดติดตลกนะ แบบประมาณ​ว่าเป็นเรื่องปกติ อย่าคิดมากกับความลำเอียงเพราะมันมีอยู่ทุกทีอยู่​แล้ว ขึ้นอยู่กับ​มากหรือน้อย แสดงออกมามากแค่ไหน เราก็ไม่เคยเชื่อนะถึงตอนเด็กๆเราจะโดนญาติๆล้อเลี่ยนว่าพ่อไม่รักบ้างละ ถึงรักก็รักนิดเดียวไม่เหมือนกับพี่สาว ครอบครัวเรามีพ่อแม่ เรา และเรามีพี่สาวอีก 3คน แต่พี่สาวคนโตเป็นลูกติดแม่ พี่สาวคนกลางเป็นลูกติดพ่อ และพี่สาวคนเล็กพ่อแม่เดียวกัน แต่ตอนเด็กๆที่บ้านเราจะมีแค่พ่อ แม่ ย่าบุญธรรม เราและพี่สาวคนเล็ก ครอบครัวเราก็ใช้ชีวิตเหมือนจะปกติ มีความสุขตามประสาครอบครัวเล็กๆ ถึงจะจนแต่ก็มีดูมีความสุข และถึงแม้ว่าตอนนี้ครอบครัวเราจะดูมีกว่าฐานะดีกว่าแต่ก่อน เราและพี่สาวเองก็เรียนจบและมีงานทำที่มั่นคงทุกคน พี่สาวเราก็แต่งงานและมีครอบครัวไปแล้วทั้ง 3คนส่วนเรายังไม่มีครอบครัวซึ่งตอนนี้ใกล้ตะ 30 ปีแล้ว ตอนเด็กๆเรามักจะโดนญาติๆที่เป็นอา น้า ป้า หรือเพื่อนๆของแม่ ล้อเราเสมอว่าพ่อไม่รัก รักก็รักน้อย บอกว่าเก็บเรามาจากถังขยะหรือไม่ก็โถ้ส้วม ตัวก็ดำผิดพ่อผิดแม่ พ่อกับแม่เราขาวมาก พี่สาวคนเล็กก็ขาวมาก แต่ญาติๆฝ่ายพ่อไม่มีคนขาวเลย ผิวเข้มมากแต่เราเป็นเด็กนะตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนเด็กๆเราไม่เคยได้นอนหลับสบายเหมือนเด็กคนอื่น เพราะย่าบุญธรรมเราแก่มากช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ เราซึ่งเป็นหลานคนเล็กต้องช่วยเหลือ ตอนกลางคืนเวลาย่าจะฉี่ต้องลุกขึ้นมาช่วยพาย่าไปฉี่ที่กระโถน พอย่าฉี่เรียบร้อยเราก็ไปตักน้ำจากห้องน้ำมาล้างให้แล้วเอาขันน้ำไปเก็บ ถึงกลับมานอนได้ ตอนเช้าเราก็ต้องเอากระโถนฉี่ไปทิ้ง เป็นหน้าที่เราคนเดียว ส่วนพี่สาวเราคนเล็กก็นอนหลับสบาย พี่สาวเราอายุมากกว่าเรา 2 ปี เวลาพ่อกับแม่ไปไหนก็จะเอาพี่สาวเราไปด้วยเกือบทุกครั้ง ส่วนเราก็ไม่เอาเคยด้วยเลย แม่ให้เหตุผลว่าเรายังเด็ก เราก็ไม่ค่อยตามนะ ได้แต่นั่งดูเวลาที่เค้าไปไหนมาไหนกัน ย่าก็บอกว่าอยู่กับย่านะ ซึ่งเด็กกับคนแก่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ ตอนย่าจะเข้าห้องน้ำ เราก็ยกแกนั่งบนกระดานไม้แบนๆที่มี 4 ล้อ แล้วก็ใช่เชือกลาก ซึ่งที่บ้านคานก็เยอะมากต้องยกขึ้นยกลงหลายรอบ ซึ่งเราเป็นเด็กตอนนั้นที่ย่าเดินไม่ค่อยได้แล้วเราน่าจะอยู่ป.1 ซึ่งเราเป็นเด็กตัวเล็กและผอมมาก เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่ามีโรคประจำตัว บางคนอาจจะสงสัยทำไมไม่ใช้กระโถน เราก็ไม่รู้​นะ555 แต่กระโถนใช้เฉพาะตอนกลางคืน ตอนนั้นเรารู้สึกเหนื่อยมากบางทีก็พูดจาไม่ดีกับย่าแบบพูดเสียงดัง แต่พอขึ้นป.2 ย่าก็เสีย ตอนนั้นเราเสียใจมากรู้สึกผิดที่พูดจาไม่ดีกับย่า แต่ก็พยายาม​บอกตัวเองเสมอว่าเรายังเด็กไม่ได้ตั้งใจ พอย่าเสียได้ไม่นานแม่ก็รับพี่สาวคนโตซึ่งลูกติดมาอยู่ด้วยอายุเยอะกว่าเรา 7 ปี พี่สาวคนโตเป็นคนใจเย็นและใจดีมาก เราเลยรักพี่สาวคนโตมาก และแม่ก็ต่อบ้านเพิ่มทำห้องให้พี่สาวคนเล็ก 1 ห้อง ให้เรากับพี่สาวคนโต1ห้อง เวลาพ่อแม่จะไปเที่ยวที่ไหนก็เอาแต่พี่สาวคนเล็กไปเหมือนเดิมให้เราอยู่บ้านกับพี่สาวคนโต มีเอาพี่สาวคนโตไปด้วยบ้างครั้ง แต่นานๆครั้งเอาไปด้วย เอาไปเวลาที่พ่อไม่ได้ไป คือพ่อไปทำงานนะ ไม่ได้อยู่​บ้าน ส่วนเราแม่ก็จะรับตาหรือไม่ก็ยายมาอยู่ด้วย โดยให้เหตุผลว่าเราต้องเฝ้าบ้านเพราะไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน​ตาหรือยาย มีอยู่ครั้งหนึ่งครอบครัวเราไปเที่ยวในเมืองกับเพื่อนของพ่อเข้ามีรถกระบะเราเลยไปด้วยได้หลายคน แต่พ่อกับแม่บอกว่าเราต้องอยู่บ้านกับยาย คราวนี้เราไม่ยอมขึ้นไปนั่งบนรถด้วย แม่ก็บ่นว่าพอโตเราดื้อขึ้นเยอะไม่เหมือนตอนเด็กที่บอกให้เฝ้าบ้านก็เฝ้า เราไม่สนอยากไปเที่ยวเหมือนเด็กคนอื่นๆบ้าง เราบอกทำไมไม่ให้พี่สาวคนเล็กเฝ้าบ้านละ คราวก่อนพ่อกับแม่ก็พาพี่สาวคนเล็กไปเที่ยวมาแล้ว พี่สาวคนเล็กก็ไม่ยอม เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา พ่อกับแม่ก็ไม่กล้าไล่เราแบบจริงจังเพราะคงเกรงใจเพื่อน  พี่สาวคนโตสงสารเราเลยลงจากรถ บอกเดียวจะ​อยู่​กับยายเอง เราก็สงสารนางมากนะตอนนั้นอยากจะเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว แต่ก็อยากจะเอาชนะพี่สาวคนเล็กเลยต้องไป  หลังจากเหตุการณ์​นั้นเราก็มีตามพ่อกับแม่อีกหลายครั้งแต่ก็โดนตีบ่อยๆ ต่างจากพี่สาวคนเล็กที่พอร้องไห้พ่อก็เอาไปด้วยทุกครั้ง       เราเลยเริ่มทำใจ อยู่​แต่บ้านกับตายายหรือไม่ก็พี่สาวคนโต  แต่ไม่ใช่ว่าพ่อกับแม่จะไม่พาเราไปเที่ยวไหนเลยนะ  ก็มีพาไปด้วยเป็นบางครั้ง  เรากลายเป็นเด็กที่เก็บกดอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยสุงสิงหรือพูดจากับใคร นอกจากเวลาที่ต้องอยู่บ้านกับตายาย เราสนิทกับตายายมาก และท่านก็เอ็นดูเรามาก ต่างกับพี่สาวคนเล็กของเราเป็นเด็กที่ฉลาด ร่าเริง สวย เป็นที่รักของทุกคน แต่ก็เป็นคนที่เอาแต่ใจมากเพราะพ่อกับย่าตามใจตั้งแต่เด็ก รักมากเพราะเป็นหลานคนแรก ส่วนพี่สาวคนกลางลูกติดพ่อ  พ่อกับย่าไม่เคยสนใจเพราะเค้าอยู่กับครอบครัวเค้า เวลาพี่สาวคนกลางมาหาพ่อที่ทำงานพ่อก็ชอบหนีกลัวมาขอตังค์​ พ่อไม่ค่อยสนใจพี่สาวคนกลางเลยถึงจะเป็นลูกแท้ๆแต่ก็ชอบมาบ่นกับแม่เสมอว่าเบื่อ วันนี้มาขอตังค์อีกแล้ว เกเรมาก น่าจะโดดเรียนมาอีก มีแต่แม่ที่บอกว่ายังไงก็เป็นลูกให้ตังค์​ใช้บ้าง ตอนนั้นพี่สาวคนกลางเกเรมาก  ก็ต้องยอมรับว่าเค้ามีแต่แม่ พ่อก็ไม่สนใจ แถมแม่ก็แต่งงานใหม่อีก มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่สาวคนกลางบอกจะเรียนจบม.3แล้ว ขอตังค์ไปเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาล ขาดตังค์อีก 3,000 พ่อก็บอกว่าไม่ให้เลยทันที มีแต่แม่ที่สงสารและเป็นคนเอาเงินเก็บของตัวเองไปให้ พ่อก็มาบ่นแม่บอกว่าเดียวมันก็หลอกเอาเงินไปเที่ยวไร้สาระอีก แต่แม่บอกว่าถ้าโกหกก็จะไม่ให้อีกเลย แต่ถ้ามันคือเรื่องจริงก็คืออนาคตของลูกคุณเลยนะ สรุปพี่สาวคนกลางเราเรียบจบและมีงานทำ ทุกวันนี้มาเยี่ยมครอบครัวเราที่บ้าน บ่อยๆแต่พี่สาวเราคนกลางไม่เคยปริปากเรียกพ่อว่าพ่อเลยสักครั้ง เวลามาหาก็คุยแต่กับเรา พี่สาวคนเล็ก พี่สาวคนโต และก็แม่เรา มีคุยกับพ่อบ้างแต่นิดหน่อย พี่สาวคนกลางสนิทกับแม่เราที่เป็นแม่เลี้ยงมากกว่าพ่อแท้ๆเสียอีก อาจจะเป็นเพราะพ่อไม่เคยสนใจดูดำดีเลยตั้งแต่เลิกกับแม่พี่สาวคนกลาง พ่อเราเป็นคนตั้งใจงานนะ  แต่ก็เป็นคนที่เอาแต่ใจมากเพราะย่าบุญธรรม​ตามใจมาก รับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก แกไม่มีลูก เลยรักพ่อมาก ย่าบุญ​ธรรมหาเมียให้พ่อ 2 ครั้ง แต่ก็เลิกทุกครั้งเพราะไม่มีใครทนพ่อได้ ถึงจะตั้งใจทำงานแต่พ่อเราก็เป็นคนที่สติไม่ค่อยเต็ม แบบผีเข้าผีออก เป็นคนที่สกปรกมากเกินจะบรรยาย อารมณ์เวลาโกรธจะโมโห​ร้ายมาก แต่ก็ไม่เคยทุบตีเเม่หรือพี่สาวทั้ง2คนเลย มีแต่เราที่โดนพ่อตีบ่อยๆ ยายเล่าให้ฟังว่าพ่อรักแม่มากถึงแม่จะเป็นแม่หม้ายแต่ก็ดึงดันจะให้ย่ามาสู่ขอแม่ให้ได้ ทีแรกย่าจะไม่ยอมเพราะไม่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นแม่หม้าย แต่ก็ต้องยอมเพราะเป็นการเลือกเมียเองครั้งแรกของพ่อและก็รักพ่อมากเลยยอมตามใจลูก ยายบอกว่าแม่ไม่เต็มใจแต่งงานกับพ่อเลยแต่ยายบังคับ เพราะเห็นว่าที่บ้านย่าพอมีฐานะและเห็นว่าเป็นคนตั้งใจทำงานเเละรักแม่มากเลยบังคับแม่ให้แต่งงานด้วย แรกๆแม่ก็แอบหนีกลับบ้านบ่อยๆเป็นห่วงพี่สาวคนโตด้วย แต่ยายก็บอกให้แม่ปรับตัว ให้เห็นแกลูกเพราะที่บ้านแม่จนมาก ข้าวสารจะกรอกหม้อยังแทบจะไม่มี ตากับยายก็พิการทั้งคู่หาเลี้ยงแม่กับน้องๆด้วยความลำบาก (แม่เราเป็นพี่สาวคนโตนะ)​ แม่เลยปรับตัวอยู่กับพ่อและย่าให้ได้ แม่เราเป็นคนดีและอดทนด้วยละ ย่าเลยรักและเอ็นดูในภายหลัง ตอนนั้นชีวิตก็เหมือนจะดีขึ้นนะ ถึงแม้ว่าปู่บุญ​ธรรม​จะติดการ
พนันและขายที่ดินเกือบหมดก็ตาม แต่แม่ก็ไม่ได้ลำบากมากเพราะเคยลำบากมามากว่านี้เยอะ ที่บ้านเราทำไร่ทำสวนพี่สาวเราทั้ง2คนค่อยช่วยแม่ ส่วนพ่อทำงานนอกบ้าน ส่วนเราแม่ให้ทำงานบ้านอย่างเดียว แม่บอกเราตัวเล็กมากกลัวทำไม่ไหว พี่สาวคนเล็กเลยชอบบ่นตลอดว่าทำไมไม่ให้เราทำบ้าง แม่ก็บอกให้เราโตกว่านี้หน่อย เราเป็นเด็กที่ตัวเล็กเเละผอมกว่าเด็กทั่วไปมาก ไปโรงเรียน​ก็กินข้าวฟรีตลอดจนจบประถม เพราะน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ ต่างกับพี่สาวที่ต้องจ่ายค่าข้าวตลอด มีอีกอย่างหนึ่งคือ พี่สาวเรามีตังค์​กินขนมเยอะๆตลอดต่างจากเราที่ไม่ค่อยได้กินเยอะเท่าไร เพราะเราได้ตังค์​มาโรงเรียนแค่วัน3บาท แต่บ้างทีแม่ก็แอบให้เรา4บาท ตอนนั้นขนมน่าจะ2บาท3บาท เราเคยถามแม่ว่าทำไมให้เราเยอะกว่าพี่สาว พี่สาวเราได้ 8 บาทตลอด ค่าข้าว 5บาท เหลือแค่3บาท แม่เราบอกว่าเอาไปเถอะไม่ต้องพูดอะไร เราเพิ่งมารู้ตอนโตว่าย่าแอบเอาเงินใส่ในกระเป๋าให้พี่สาวเราตลอด เพราะพี่สาวมาบอกแม่ว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋าตอนเช้าเยอะๆเกือบทุกวัน แม่เลยถามย่า เลยรู้ย่าว่าแอบให้เงินพี่สาว ตอนนั้นแม่ไม่เคยบอกกลัวเราเสียใจ แต่พอนานๆไปก็เล่าให้ญาติๆฟัง และญาติๆก็เอามาล้อเราทีหลัง พอเราโตขึ้นเลยถามแม่ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แม่เลยเล่าให้ฟัง แต่เราก็ไม่ได้โกรธย่านะ เรื่องมันนานแล้วด้วย ตอนเราป.4 เราป่วยหนักเกือบไม่รอด ตอนนั้นอยู่ที่บ้านกับแม่แค่2คน แม่ตื่นมาทันเลยพาเราไปหาหมอ หมอบอกให้แม่พาเราไปตรวจโรงพยาบาลใหญ่ แม่เลยรู้ว่าเรามีโรคประจำตัว แม่ก็พาเราเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ 3  4 เดือน เราก็อาการดีขึ้น แต่ตอนนั้นต้องทานยาตลอด โรคประจำตัวของเราไม่ร้ายแรงมาก ขอไม่บอกนะโรคอะไร แต่มันทำให้เรามีโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เราต้องทานยาและออกกำลังกายบ่อยๆ หมอบอกแม่ว่าพอเราโตขึ้นจะดีขึ้นเอง เพราะภูมิต้านทานเราก็จะเยอะขึ้นด้วย ให้เราออกกำลังกายบ่อยๆ พอเราเริ่มแข็งแรงขึ้นแม่ก็ให้ช่วยงานที่สวน แต่เราก็มีอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องทำประจำคือรีดชุดทำงานของพ่อ เราต้องทำคนเดียวตลอด ตอนเราเด็กแม่และพี่สาวคนโตเป็นทำ แต่ตอนนั้นพี่สาวคนโตมาเรียนต่อมหาลัยเลยกลายเป็นหน้าที่ของเรา ตอนนั้นเราก็คิดมาเสมอว่าพ่อกับแม่รักเรามากที่สุด มีงานอะไรเลยให้ทำตลอด จนพอเราเริ่มโตขึ้นเริ่มรู้ว่าไม่ใช่ละ555  เราโดนดุเรื่องรีดเสื้อผ้าไม่เรียยบ่อยๆ เพราะเตารีดเก่ามาก วางบนเสื้อผ้านานๆก็ไหม้ จนเราทนไม่ไหวเลยถามแม่ว่าทำไมไม่ใช้พี่สาวคนเล็กบ้างละ แม่ไม่ก็ไม่เคยตอบ พอเราโกรธไม่ยอมทำ แม่ก็ยอมทำเอง ไม่ใช้พี่สาว เราสงสารแม่เลยยอมกลับมาทำเองตลอดจนเราเรียนจบม.ปลาย เพราะแม่ทำงานหนักมากรับทำสวนหลายที่เพื่อส่งพี่สาวคนโตเรียนมหาลัย แม่ลำบากกว่าพ่อมาก พ่อทำแต่งานของตัวเองไม่เคยช่วยงานบ้านอะไรแม่สักอย่าง งานสวนที่บ้านทีช่วยบ้างเวลาแม่ขอร้อง ส่วนเราก็ช่วยแม่ขายผักบุ้ง ขายเผือก ขายมัน แล้วก็ปลาสดที่ยายเราตกเบ็ดมาได้เอาไปขาย โดนปั่นจักรยานที่ปู่แท้ๆของเราซื้อให้เรากับพี่สาว ปั่นไปขายตามข้างบ้านที่ไม่ไกลมาก ส่วนพี่สาวเราก็ชวนทำสวนอย่างเดียวเพราะพี่สาวเราอาย ไม่กล้าขาย แต่เราไม่อายและไม่กลัวเลยอาสาปั่นจักรยานไปขายตลอด ถึงพี่สาวเราจะเอาแต่ใจและชอบเอาเปรียบเราเป็นบ้างครั้ง แต่เราก็สนิทกันมากถึงทะเลาะกันบ่อยก็ตาม เรา3คน อีกคนคือพี่สาวคนโต สนิทกันมากเพราะโตมาด้วยกัน และก็มีอีกเหตุการณ์​หนึ่งเกิดขึ้นที่เราจำได้ไม่เคยลืมเลย ตอนนั้นเราอยู่ม.1 เราโดนพ่อตีเพราะหมากัด พ่อด่าเราว่าหาเรื่องเลยโดนหมากัด เราถามตัวเองมาตลอดว่าผิดอะไร เราอยู่ของเราดีๆ เราจะรู้มั๊ยว่าหมาบ้านยายข้างๆบ้านจะมากัดเรา พ่อกลับมาจากทำงานพ่อดี
เหมือนหงุดอะไรมาจากที่ทำงาน เวลาอารมณ์​เสียจากที่ทำงานก็ชอบลงที่เรา มีอารมณ์​เสียทะเลาะลงกับแม่บ้างแต่ก็ไม่เคยทำร้ายแม่เลยมีแต่ทำลายข้าวของ กับพี่สาวเราไม่เคยโดนตีเลย ด่าว่าสักคำก็ไม่เคย และเหตุการณ์​วันนั้นพ่อใช้ไม้แขวนเสื้อตีเราที่แผล ย้ำว่าตีที่แผลเรียกว่าฟาดไม่ยั้งและด่าว่าเราไปด้วย เราจำแววตาและสีหน้าของพ่อตอนนั้นได้ดี จำได้ว่ามันโหดร้ายสำหรับเราแค่ไหน พี่สาวคนโตเรากลับมาจากข้างนอกกับแฟนพอดี ดีนะว่าช่วงนั้นปิดเทอมนางเลยกลับมาอยู่บ้านด้วย นางเข้ามาห้ามแล้วถามเกิดอะไรขึ้นนางเลยรีบพาเราไปหาหมอ ตอนนั้นเย็บหลายเข็มมากเพราะหมาก็กัดลึกแถมโดนตีอีก พอแม่กลับพี่สาวคนเล็กกลับมาพี่สาวคนโตก็เล่าให้ฟังแล้วเรื่องก็เงียบไป เราจำเหตุการณ์​คราวนั้นได้ไม่เคยลืม และทำให้เรามีอคติกับพ่อมาตลอด
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่