JJNY : “ย้ายประเทศกันเถอะ” กลุ่มFBฮอต 3 วันครึ่งล้าน│คลัง-ธปท.หั่น GDP│ชูวิทย์ เผยข่าววงในรพ.จุฬา│ดีเจสุหฤทเขียนปมวัคซีน

“ย้ายประเทศกันเถอะ” กลุ่มเฟซบุ๊กฮอตข้ามคืน 3 วันสมาชิกครึ่งล้าน
https://www.pptvhd36.com/news/สังคม/146697

 
“ย้ายประเทศกันเถอะ” กลุ่มเฟซบุ๊กฮอตข้ามคืน 3 วันสมาชิกครึ่งล้าน รวมตัวแชร์เรื่องราวการใช้ชีวิตในต่างแดนแบบละเอียดยิบ เป็นข้อมูลและทางเลือกให้กับสมาชิก
 
ย้ายประเทศกันเถอะ” เป็นกลุ่มที่ถูกตั้งขึ้นบนแพลตฟร์อมโซเชียลมีเดียของเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2564 ซึ่งเป็นกลุ่มส่วนตัว  โดยยอดกดไลค์เพจ ณ วันที่ทำข้อมูล (3 พ.ค.64) มีสมาชิกอยู่ที่ 500,000 คน 
 
กลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ” วัตถุประสงค์คือแนะนำการใช้ชีวิตในต่างประเทศของผู้มีประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมตัวขอวีซ่า เตรียมข้อมูล เรื่องราวการใช้ชีวิตปัจจุบัน เรื่องราวของประเทศนั้นๆ   การย้ายถิ่นฐานแบบถูกกฎหมาย แนะนำที่เรียนต่อ หรือ แนะนำสายการทำงาน
 
 โดยจะติดแฮชแท็กทีมและชื่อประเทศนั้นๆ  เช่น #ทีมออสเตรเลีย #ทีมแคนาดา #ทีมสวีเดน ซึ่งก่อนที่จะเข้าเป็นสมาชิก จะต้องทำความเข้าใจกับกฎของกลุ่ม  เช่น
 
- กฎของกลุ่ม -
 
วิธีการโพสต์ รบกวนติด # ให้ตรงกับเนื้อหา เพื่อความสะดวกในการค้นหา และแยกประเภท
 
1. #การเตรียมตัวและวีซ่า
 
การเตรียมความพร้อม ทั้งกายใจ ภาษา จนไปถึงการเตรียมเอกสาร ตั้งแต่การขอวีซ่า การไปเรียน การทำงาน และการลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว
 
2. #รีวิวประเทศ
 
แชร์ประสบการณ์จากต่างแดน ทั้งข้อเด่น ข้อด้อย ความประทับใจ มุมมองเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม จนไปถึงดินฟ้าอากาศ
 
3. #แนะนำสายงาน
 
แนะนำสายงานต่าง ๆ โอกาสในการหางาน ตลาดงาน ความต้องการแรงงาน รวมไปถึงให้คำแนะนำและข้อควรระวังของแต่ละสายอาชีพ
   
ขณะเดียวกันก็มีข้อห้ามเป็นโพสต์ที่ไม่อนุมัติ คือ
 
1. โพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ของกลุ่ม (ฉอดการเมืองได้ แต่ไม่เอาคำหยาบนะครับ)
 
2. โพสต์ที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน (เสี่ยงต่อการถูกฟ้องครับ คิดในใจพอ)
 
3. โพสต์โฆษณาและแฝงการขายที่ไม่ได้รับอนุญาต
 
4. โพสที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เพศ อาชญากรรม ยาเสพติด หรือสิ่งอื่นใด ที่ขัดต่อศีลธรรมและกฏหมาย
 
5. โพสต์ที่สุ่มเสี่ยง ยั่วยุให้เกิดความเข้าใจผิด และความขัดแย้ง ภายในกลุ่มกันเอง
 
6. โพสต์ที่ไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่ที่กำหนด
 
7. โพสต์อื่นๆ ตามที่ผู้ดูแลเห็นสมควร
 
ขณะเดียวกัน ก็มีบางความเห็นที่เป็นสีสัน เช่น แนะนำให้ซื้อเกาะแล้วตั้งประเทศเองเนื่องจากจำนวนสมาชิกเยอะเพียงพอแล้ว เป็นต้น แต่ก็มีสมาชิกบางคนอาสาเปิดสอนภาษาให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งนับว่าเป็นการเตรียมตัวขั้นพื้นฐาน เป็นต้น
 
อย่างไรก็ตาม สมาชิกในกลุ่มดังกล่าวต้องยอมรับว่ามีความหลากหลายมาก และส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น วิศวกร แพทย์ เภสัชกร ฯลฯ 
 

 
คลัง-ธปท. หั่น GDP ระลอกใหม่ เร่งรับมือ “ท่องเที่ยว-บริโภค” สะดุด
https://www.prachachat.net/finance/news-660842
 
ในที่สุดก็ถึงคิวของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ที่ได้ประกาศปรับลดประมาณการอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2564 ของไทยลง เช่นเดียวกับสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจภาคเอกชนที่พาเหรดปรับลดประมาณการกันไปก่อนหน้านี้
 
โดย “ดร.กุลยา ตันติเตมิท” ผู้อำนวยการ สศค.กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวที่ 2.3% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 1.8-2.8%) ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 2.8% ต่อปี ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19
 
ทั้งนี้ สศค.ได้ปรับลดประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเหลือ 2 ล้านคน จากเดิมคาด 5 ล้านคน หรือลดลง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยข้อกำกัดเรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เปิดเฉพาะบางพื้นที่นำร่อง ทำให้คาดว่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้ามาแค่ 1.7 แสนล้านบาท ลดลง 49% จากเดิมคาด 2.6 แสนล้านบาท
 
อย่างไรก็ดี เม็ดเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่มีการเร่งการเบิกจ่ายในปี 2564 เพิ่มขึ้นอีก 1 แสนล้านบาท เป็นราว 6.02 แสนล้านบาท จากตัวเลขประมาณการเดิมที่ราว 5.02 แสนล้านบาทเพื่อใช้ดำเนินมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ จะช่วยพยุงได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือมาตรการ และจะเร่งสรุปภายในเดือน พ.ค.นี้
 
การดำเนินมาตรการทางการคลังอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราชนะ, โครงการ ม.33 เรารักกันและมาตรการด้านการเงินต่าง ๆ ประกอบกับการใช้จ่ายเงินกู้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายในส่วนที่เหลือได้อย่างต่อเนื่อง จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภค ประคับประคองภาคธุรกิจ และรักษาระดับการจ้างงานให้สูงขึ้นได้
 
ดร.กุลยา” กล่าวด้วยว่า ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 
1) การระบาดของโควิดระลอกใหม่ในหลายประเทศ 
2) ข้อจำกัดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 
3) ราคาน้ำมันดิบที่อาจปรับเพิ่มขึ้นได้ 
และ 4) ความผันผวนของระบบการเงินโลก และเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ
 
ด้าน “ชญาวดี ชัยอนันต์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเดือน มี.ค. และไตรมาส 1 ปี 2564 ยังไม่เห็นผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 เนื่องจากเพิ่งเริ่มการระบาดในช่วงปลายเดือน มี.ค. อย่างไรก็ดี ธปท.ยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตามการลดลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดย ธปท.คาดว่าจะปรับประมาณการจีดีพีในระยะต่อไป จากเดิมคาดการณ์จีดีพีโตที่ 3%
 
ทั้งนี้ ในเดือน พ.ค. คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะนำผลกระทบจากการระบาดระลอก 3 เข้าไปประเมินด้วย
 
ก่อนจะมีการระบาดระลอก 3 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทยอยปรับดีขึ้น ทั้งในดัชนีภาคการบริโภคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐการลงทุนเอกชน แต่หลังจากมีระลอก 3 ดัชนีที่จะเห็นการสะดุดในไตรมาส 2 จะเป็นเรื่องการบริโภคตามกิจกรรมที่ลดลงและการท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าภาครัฐจะมีมาตรการเข้ามากระตุ้นการบริโภค ทำให้เห็นตัวเลขบริโภคกลับมาได้ในปลายปี แต่ที่เป็นแรงส่งดี ๆ ต่อเนื่องและเป็นพระเอกของปีนี้จะเป็นการส่งออก
 
นอกจากนี้ ต้องติดตามผลกระทบตลาดแรงงานที่ในเดือน มี.ค. 2564 ยังคงเปราะบาง เนื่องจากตัวเลขผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่อยู่ที่ 92,279 คน เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.พ. 2564 อยู่ที่ 90,904 คน
 
ชญาวดี” บอกด้วยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการช่วยเหลือในส่วนของลูกหนี้รายย่อย เพื่อให้มีความครอบคลุมมากขึ้น โดยกำลังประเมินภาพผลกระทบและประสานงานกับภาครัฐอยู่ คาดว่าจะออกมาได้เร็ว ๆ นี้
 
ส่วนมาตรการจะออกมาอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่