รู้สึกเก็บกดเหมือนกันมั๊ย?

สวัสดีค่ะ ตามหัวข้อเลยใครเป็นเหมือนเรามั่ง อันนี้เป็นกระทู้ให้พท.คนระบายออกมานะคะ ถ้าขี้เกียวอ่านเชิญกระทู้อื่นจ้าา 

จขกท ตอนนี้อายุจะ 32 แล้ว รู้สึกเริ่มจะอยากเป็นโรคซึมเศร้านิดๆ 
ด้วยความที่ว่าพอเรียนป.ตรีจบก็มาช่วยงานที่บ้านเลย เพราะเราเห็นพี่สาวสองคนจบป.โทมาหนักแต่สุดท้ายก็มาช่วยทำธุรกิจที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นเรามองว่าเสียเวลากับเสียเปล่า สู้หาประสบการณ์ค้าขายที่บ้านเลยดีกว่า
พอทำงานมาได้ 8 ปี หลายอย่างก็ส่งผลถึงการตัดสินใจค่ะ

พี่สาวคนโตเลิกช่วยงานที่บ้านหลังเราเข้ามาช่วยเนื่องจากทนรับมือกับนิสัยเด็กเก่า(แก่)ของที่บ้านไม่ไหวเพราะเขามองเรายังเด็กไม่มีอำนาจเหนือเขาได้เลย 
ก็ทนเป็นเบี้ยล่างพวกเขามาหน่อย เขาก็ทยอยลาออกไปเพราะเหตุส่วนตัว
ตอนแรกก็ว่าก็เดินงานไหวอยู่ค่ะ คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร แต่พอนานๆไปสักพักพี่สาวได้แต่งงานกับเพื่อนของเพื่อนที่จบป.โทมาด้วยกัน
แม่เคยเตือนเราแล้วว่าอยากให้ทำอะไรให้รีบทำเพราะถ้าพี่สาวแต่งออกไปเขาจะไม่มีเวลามาช่วยงานที่บ้านแล้วเพราะทางนั้นก็อยากให้เขาช่วยงานถาวรเลย (แต่สุดท้ายเขาก็อยากทำทางนี้มากกว่าเพราะถนัดด้านนี้มากกว่าแต่เวลาไม่ยืดหยุ่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว) 
ช่วงเวลาที่ทำงานมาพี่สาวก็หาคอร์สสั้นๆเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง ซึ่งบางครั้งก็มีกินเวลาพักผ่อนของเราจนปัจจุบันนี้ทำวาน 7 วันต่ออาทิตย์เลยทีเดียว จนสุดท้ายยังไม่ทันรู้เลยว่าอยากทำอะไรเพราะมัวแต่ทำงานสุดท้ายพี่สาวก็แต่งงาน นั่นแหละคือวันที่หมดอิสรภาพของเราโดยสมบูรณ์

มาทางพี่คนกลางเขาก็เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเองแต่ไหนแต่ไร ชอบช่วยเหลือเพื่อน กับที่เขาเคยทำงานมากจนไม่สนใจพ่อแม่ที่ต้องคอยไปรับไม่ว่าจะดึกแค่ไหนหรือต้องไปส่งเช้าไม่ว่าจะเช้ามากแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ได้แต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน แต่สุดท้ายก็มาเปิดธุรกิจเล็กร่วมกันกับที่บ้านในอาคารเดียวกันเพื่อช่วยกันดูธุรกิจของพ่อแม่ แม้จะไม่เต็มที่ก็ตาม พร้อมกับพี่เขย

ส่วนสำหรับเรา จากที่สมัยก่อนพ่อกับแม่ทำงานหนักเพื่อเคลียร์หนี้ที่ต้องแบกรับมานาน เลยทำให้พวกเขาต้องเลือกโรงเรียนที่สามารถมารับ-ส่งได้ทั้งหมด พ่อจึงเลือกรร.แห่งหนึ่งในสาทร ซึ่งมันคือฝันร้ายมากเพราะครูรร.นี้ชอบเปรียบเทียบเราก็พี่สาวคนกลางตลอดเวลา บวกกับสังคมในนั้นก็ไม่เวิร์คสุดๆ แถมถนนสาทรก็ขึ้นชื่อเรื่องความรถติดมหาศาลของเขา พูดไปก็หวนไปถึงสมัยเด็ก ถนนตรงข้ามบ้านเรามีโรงเรียนนึงซึ่งเรามองว่าดีมากเพราะใกล้บ้านและดูแล้วว่าสภาพแวดล้อมก็น่าจะมีอนาคตกว่า แต่ด้วยความที่เรายังเด็กมากกก เลยไม่เอ่ยปากออกไปเพราะเรารู้ว่าสุดท้ายพ่อแม่ก็แค่มองผ่านอย่างไม่ใส่ใจและทำงานต่อไป แม้ว่ารร.ที่ว่าจะอยู่ห่างจากบ้านเราแค่ฝั่งตรงข้ามแค่นั้นเอง

ด้วยความที่บ้านเป็นครอบครัวคนจีนหลายๆอย่างเลยทำให้เราอยู่ในกรอบมากจนไม่สามารถคิดอะไรได้เลย เพราะแม่จะเป็นคนที่ตีทางให้แล้วว่าเราจะไปทางไหน ทำให้เราไม่มีโอกาสเรียนรู้สิ่งอื่นที่ไม่สามารถทำเงินในสายตาเขาได้ ไม่ว่าเราจะอยากเรียนร้องเพลง อยากวาดรูปเป็นงานอดิเรก อยากทำงานปักหรืออะไรก็ตาม หรือแม้กระทั่งอยากออกเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว หรืออะไรก็ตามเพื่อหาความสุขในชีวิตของตัวเอง สุดท้ายก็จะมีแต่ข้อห้ามที่ทางบ้านทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเพื่อตัดความสุของเราออกไป ในสายตาที่บ้านเขามองว่าเรายังเด็กมากกกกกมั่ง เพราะการเรียนไม่ดีตอนเด็ก ไม่มีเพื่อนดีๆสักคน พอมีความรักก็มีแต่คนไม่ดีสำหรับครอบครัว บวกกับไม่ว่าจะรักใครก็มีแต่รักข้างเดียว กับรักที่ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา ด้วยความที่ว่าเหลือเราคนเดียวที่ยังไม่แต่งงาน ทำให้คนพุ่งเป้าว่าผู้ชายที่จะเข้ามาในชีวิตครอบครัวเราต้องไม่เดือดร้อนเรื่องธุรกิจกับมรดกของที่บ้านเราเด็ดขาด เพราะเคยเจอปสกคนอื่นมาเยอะ
ส่วนใหญ่ก็จบไม่ค่อยสวย รวมของเราด้วย 

อีกอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเครียดมากเพราะพี่น้องฝั่งแม่ คนเล็กสุดมีปัญหาทาวการเงินหนักมาก ต่อให้ที่บ้านพยายามกู้หนี้แค่ไหนก็ตาม สุดท้ายก็เป็นหนี้เหมือนเดิม แถมสุดท้ายโทษพี่ๆว่าเขาเป็นคนเล็กสุด พี่ๆทุกคนต้องช่วยเขา คือ...คำว่าพี่น้องเขาย่อมช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่เขาก็มีลิมิตของเขา มีภาระของเขาที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าแบกเพิ่มอีกคนโดยที่คนเล็กไม่คิดจะแก้ไขอะไรเลยมันก็ไม่ไหวป๊ะ และที่ซวยสุดคือเราเป็นน้องคนเล็กเหมือนเขา ทำให้แม่คอยบอกเราตลอดเวลาที่เผลอพูดเรื่องญาตฝั่งแม่ทีไร แม่จะเทศน์เราว่าให้ใช้เงินให้ดีๆอย่าให้เหมือนน้าเรานะ เพราะมีปัญหามาไม่มีใครจะช่วยเธอนะ
พี่ๆเขาจะไม่ช่วยเธอ
น้าเธอก็ไม่ช่วยเธอ
ไม่มีใครจะช่วยเธอ
ไม่มีเงินเธอก็หมาตัวนึง
เธอจะไม่มีเงินดูแลบ้านนะ เพราะพี่เขาไม่ช่วยออกอยู่แล้วพราะเขาแต่งงานแล้ว
พี่เขยไม่ช่วยเธอนะ เพราะเขาคิดว่าทำไมต้องช่วยด้วย

เขาพูดทวนอย่างนี้ทุกครั้งจนปักเข้าไปข้างในสมองส่วนลึกแล้ว  คือ...เราไม่ได้มีหนี้แต่กินหรูเหมือนแกนะ แต่แม่จะพูดตลอดเวลาที่อยู่ในรถ ไม่ว่าจะขับจากที่บ้านไปร้าน หรือจากร้านกลับมาบ้าน เขาจะพูดไม่หยุดจนกว่าจะถึงที่หมาย แล้วสะกดจิตเราตลอดเวลาจนตอนนี้เราจิตตกมาก เหนื่อยมากกกอยากให้เขาหยุดพูด อยากให้เขาช่วยรักษาจิตใจหน่อยว่าคนที่เขาพูดเนี่ยคือลูกนะ ไม่ใช่น้องเขาที่เป็นต้นเหตุของความเครียดของเราขนาดนี้ ไม่ต้องสื่อสารน้องผ่านลูกได้มั๊ย เขาไม่มีทางได้ยินหรอก แต่คนได้ยินอ่ะจะตายเอา ...

ด้วยความที่เราเป็นคนเล็ก แถมในบ้านมีกันแค่พ่อแม่ลูกแล้ว ทำให้เราถูกตีกรอบหนักขึ้น จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตล่วงหน้า ซึ่งบางทีขอแล้วแต่คนอื่นก็แซงหยุดก่อน จะไปไหนก็ต้องเปิดแอพ 360 แบบมีจีพีเอส เพื่อเช็คว่าเราไปไหนบ้าง ทำให้อึดอัดหนักมาก บวกกับเราเป็นผู้หญิง การต่อล้อต่อเถียงพ่อแม่เป็นอะไรที่บาปมาก มีแต่ฝั่งผู้ใหญ่เท่านั้นที่อยากจะพูดอะไรก็พูดได้ ไม่ต้องมานั่งเก็บกดเหมือนเรา (บางครั้งเคยตกใจตื่นเพราะโมโหเรื่องราวในฝันจนทุบเตียงหนักมาก) ยิ่งตอนนี้มาเจอโควิด ทำให้การจะออกไปเซเว่นยังถูกว่าแล้วว่าอีกว่าอย่าซื้อของข้างนอกมากิน ถ้าจะกินก็ล้างน้ำตัวห่อของก่อน ต้องอุ่นก่อน ต้องล้างมือก่อน ขนาดเผลอจับรีโมตเพื่อเปลี่ยนช่องอย่างที่เขาต้องก็ก็โดนสั่งให้ไปล้างแล้วล้างอีก ขนาดคนอื่นซื้อของมาให้พอโดนเห็นก็โดนว่าแล้วว่าอีก เพราะเขากลัวเชื้อจะติดพ่อ (พ่อสุขภาพไม่ดี) โดนพูดตลอดว่าถ้าเอาเชื้อเข้าบ้านมันเป็นความผิดเธออย่างนั้นอย่างนี้จนตอนนี้จิตตกไปหมดแล้ว ขนาดเราพูดว่า คงได้เครียดตายก่อนติดโควิท เขาก็ขอให้ได้พูดว่าอย่างน้อยก็ไม่ทรมาน 

ครับ .... ไม่ทรมานเลย

คนที่พูดได้ฝ่ายเดียวจะพูดอะไรก็ได้ ไม่ต้องมานั่งเก็บกดจนต้องมานั่งเขียนยาวๆในพันทิปตอนตีสองเหมือนเราหรอกค่ะ

ตอนนี้จากคนที่เคยมีรอยยิ้ม เคยไม่คิดอะไร เคยพยายามมองโลกในแง่ดี มาตอนนี้ยิ้มไม่ออกแล้วค่ะ ตอนนี้รู้สึกแก่มาก อยากทิ้งทุกอย่าง ย้ายประเทศมาก
แต่ยิ้ม ไปยุโรปเขาก็รังเกียจเรา ไปอเมริกาก็เกลียดเรา ไปนู้นก็ไม่ดีไปนี่ก็ไม่ได้เพราะสุดท้ายถึงทำได้เราก็คงไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะเราขาดความสามารถ สู้คนอื่นไม่ได้ ไม่รู้จะพัฒนาด้านอะไรแล้วเพราะตอนนี้โดนสะกดจิตไปแล้วว่าทำอะไรไปก็ไม่เวิคหรอกตามที่ที่บ้านห้ามเราทุกอย่างอย่างที่เขาหวังเอาไว้แล้ว

บางทีก็อยากตายนะ แต่ก็โดนคำสอนพระพุทธศาสนาสอนอีกว่าการฆ่าตัวตาย = ตกนรก บวกกับมันไม่ใช่ทางออกของปัญหาอีก 

เคยหนีเที่ยวน่านคนเดียวเพื่ออยู่กับตัวเอง ยิ้มเจอพวกนักท่องเที่ยวที่มากับกรุ๊ปใหญ่ป่วนประสาทคนมาคนเดียวอีก 

สุดท้ายนี้สำหรับใครที่มาอ่านบทความนี้ ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ แม้ว่าตอนนี้เราจะทำได้แค่บั่นทอนความรู้สึกมาลงในเว็บนี้ สุดท้ายก็ลงเอยกับตัวเองว่า เราก็ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อเช้าวันถัดไปจนหมดลมหายใจ

หวังสักวันว่าเราขอเจอความสุขอย่างน้อย 10-20 ปี หรือแม้กระทั่งสิ้นสุดของชีวิตเราเลยก็ยิ่งดี

เป็นกำลังใจให้คนฟิลดาร์กตอนนี้นะคะ แม้คนที่กำลังปลอบกำลังดาร์กอยู่ก็ตาม แต่ขออย่าตอบโต้มันด้วยความดาร์ก ขอให้พยายามให้กำลังใจกันและกันนะคะ 

ใครอยากเม้นเพื่อระบาย ยินดีให้พื้นที่จ้าา หรือใครอยากให้ข้อแนะนำดีๆก็สามารถทำได้เหมือนกันนะคะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่