คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
พูดในประเด็น "คีพวง-ไม่คีพวง" ละกันนะครับ
ส่วนตัวมองว่าการคีพวงจริงๆไม่ใช่การไม่รับงานเดี่ยวเลยและรับแต่งานวง แบบนี้ผมจะเรียกตรงๆไปเลยว่า "ทำแต่งานวง"
การคีพวงในลักษณะนี้ ความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมมองว่ามันมีอยู่ 3 แบบ และขอใช้โซชิเป็นกรณีศึกษา
เพราะผมมองว่าโซชินี่แหละคือวงที่ให้คำจำกัดความของคำว่า "คีพวง" ได้อย่างชัดเจนที่สุด
แบบแรกคือการที่ไม่ว่าจะทำงานเดี่ยวหรืองานวง สมาชิกจะพาชื่อวงติดตัวไปด้วย ทำอะไรก็จะนึกถึงวงและเพื่อนสมาชิกเสมออะไรแบบนี้
ประมาณว่าถ้าฉันปังจากงานเดี่ยวชิ้นนี้ ฉันก็จะพาให้วงปังไปกับฉันด้วย แบบยุนอาที่ดังมากจากบทแซบยอกใน You Are My Destiny
แต่เวลาไปไหนมาไหนหรือออกสื่อ ยุนอาจะแนะนำตัวเองว่า "โซนยอชิแด ยุนอา" เสมอ
หรือเวลามีใครเรียกเธอว่า "แซบยอก" ยุนอาก็ยิ้มรับนะ แต่ก็จะย้ำถึงวงตัวเองด้วยว่า "หนูมาจากโซนยอชิแดนะคะ"
แบบที่ 2 คือการที่สมาชิกทุกคนยึดวงเป็นหลักหรือศูนย์รวมใจ แต่ไม่ใช่ยึดจนไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองเลย [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก็แบบโซชินั่นแหละที่พอถึงจุดนึงทุกคนก็แยกย้ายไปตามความฝันหรือความถนัดของตัวเอง แต่ทุกคนยังมีวงเป็นศูนย์รวมใจของตัวเอง
ยังมองหาโอกาสในการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทุกคนยังคงแนะนำตัวว่าเป็นสมาชิกโซนยอชิแดอยู่
แบบที่ 3 คืออยู่ในรูปแบบการให้เกียรติความเป็นวง ประมาณว่าถ้าไม่ใช่ด้วยจำนวนสมาชิกครบวง ก็จะไม่มีการคัมแบคอัลบั้มใหม่ที่ใช้ชื่อวง
ในกรณีของโซชิก็คือการที่ SM ให้ 5 คนที่ยังอยู่ในค่ายปล่อยผลงานในนามซับยูนิต Girls' Generation-Oh!GG
ไม่ใช่ในนามวง Girls' Generation แล้วสงวนชื่อ Girls' Generation ไว้กับการคัมแบคแบบสมาชิกครบทั้ง 8 คนเท่านั้น
แบบนี้ผมก็มองว่าเป็นการ "คีพวง" ในลักษณะนึง (ซึ่งผมมองว่า SM เองก็ "คีพวง" กับโซชิมากประมาณนึงแหละ)
ส่วน "ไม่คีพวง" เอาจริงๆนะ ผมมองว่ามันต้องเป็นอะไรที่มากกว่าแค่กระจายตัวไปรับงานเดี่ยวเฉยๆ
ไม่คีพวงจริงๆสำหรับผมคือต่างคนต่างเอาแต่งานเดี่ยวแล้วไม่สนใจวงเลย ไม่นึกถึงวงไม่นึกถึงสมาชิกคนอื่นๆ
หรือตัวค่ายไม่ไยดีกับกิจกรรมหรือผลงานแบบเต็มวงแล้ว และให้ศิลปินทำงานเดี่ยวอย่างเดียว แบบนี้แหละคือ "ไม่คีพวง" จริงๆ
ตัวอย่างของเคสนี้ก็คือ f(x) ที่เอาจริงๆผมคิดว่าตัวสมาชิกน่ะ คีพวงนะ แต่ SM ต่างหากที่เป็นฝ่าย "ไม่คีพวง" แล้ว
ส่วนตัวมองว่าการคีพวงจริงๆไม่ใช่การไม่รับงานเดี่ยวเลยและรับแต่งานวง แบบนี้ผมจะเรียกตรงๆไปเลยว่า "ทำแต่งานวง"
การคีพวงในลักษณะนี้ ความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมมองว่ามันมีอยู่ 3 แบบ และขอใช้โซชิเป็นกรณีศึกษา
เพราะผมมองว่าโซชินี่แหละคือวงที่ให้คำจำกัดความของคำว่า "คีพวง" ได้อย่างชัดเจนที่สุด
แบบแรกคือการที่ไม่ว่าจะทำงานเดี่ยวหรืองานวง สมาชิกจะพาชื่อวงติดตัวไปด้วย ทำอะไรก็จะนึกถึงวงและเพื่อนสมาชิกเสมออะไรแบบนี้
ประมาณว่าถ้าฉันปังจากงานเดี่ยวชิ้นนี้ ฉันก็จะพาให้วงปังไปกับฉันด้วย แบบยุนอาที่ดังมากจากบทแซบยอกใน You Are My Destiny
แต่เวลาไปไหนมาไหนหรือออกสื่อ ยุนอาจะแนะนำตัวเองว่า "โซนยอชิแด ยุนอา" เสมอ
หรือเวลามีใครเรียกเธอว่า "แซบยอก" ยุนอาก็ยิ้มรับนะ แต่ก็จะย้ำถึงวงตัวเองด้วยว่า "หนูมาจากโซนยอชิแดนะคะ"
แบบที่ 2 คือการที่สมาชิกทุกคนยึดวงเป็นหลักหรือศูนย์รวมใจ แต่ไม่ใช่ยึดจนไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองเลย [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก็แบบโซชินั่นแหละที่พอถึงจุดนึงทุกคนก็แยกย้ายไปตามความฝันหรือความถนัดของตัวเอง แต่ทุกคนยังมีวงเป็นศูนย์รวมใจของตัวเอง
ยังมองหาโอกาสในการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทุกคนยังคงแนะนำตัวว่าเป็นสมาชิกโซนยอชิแดอยู่
แบบที่ 3 คืออยู่ในรูปแบบการให้เกียรติความเป็นวง ประมาณว่าถ้าไม่ใช่ด้วยจำนวนสมาชิกครบวง ก็จะไม่มีการคัมแบคอัลบั้มใหม่ที่ใช้ชื่อวง
ในกรณีของโซชิก็คือการที่ SM ให้ 5 คนที่ยังอยู่ในค่ายปล่อยผลงานในนามซับยูนิต Girls' Generation-Oh!GG
ไม่ใช่ในนามวง Girls' Generation แล้วสงวนชื่อ Girls' Generation ไว้กับการคัมแบคแบบสมาชิกครบทั้ง 8 คนเท่านั้น
แบบนี้ผมก็มองว่าเป็นการ "คีพวง" ในลักษณะนึง (ซึ่งผมมองว่า SM เองก็ "คีพวง" กับโซชิมากประมาณนึงแหละ)
ส่วน "ไม่คีพวง" เอาจริงๆนะ ผมมองว่ามันต้องเป็นอะไรที่มากกว่าแค่กระจายตัวไปรับงานเดี่ยวเฉยๆ
ไม่คีพวงจริงๆสำหรับผมคือต่างคนต่างเอาแต่งานเดี่ยวแล้วไม่สนใจวงเลย ไม่นึกถึงวงไม่นึกถึงสมาชิกคนอื่นๆ
หรือตัวค่ายไม่ไยดีกับกิจกรรมหรือผลงานแบบเต็มวงแล้ว และให้ศิลปินทำงานเดี่ยวอย่างเดียว แบบนี้แหละคือ "ไม่คีพวง" จริงๆ
ตัวอย่างของเคสนี้ก็คือ f(x) ที่เอาจริงๆผมคิดว่าตัวสมาชิกน่ะ คีพวงนะ แต่ SM ต่างหากที่เป็นฝ่าย "ไม่คีพวง" แล้ว
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
วงใครวงมันไหมจำเป็นต้องทำตามกันทั้ง Kpop หรอหลายวงศิลปินเค้าบอกเองเค้าสะดวกแบบนี้ไม่ได้กระทบรายได้ บางวงไม่ออกเดี่ยวแต่รวยกว่าอีกหลายๆวงหลายเท่าก็มี ว่าแต่ยูสนี้ใช่ยูสแอนตี้ตึกเช่าที่เคยโดนลบไปรึป่ะประวัติทั้งตั้งกระทู้เสี้ยม TXT Enhypen กะจะปั่นเต็มที่แต่ไม่มีใครอินด้วยแอนตี้ BTS แซะRM ยูสเก่าเจ้าเดิมติ่งLoonaแสตนตึกชมพูหนิสร้างสรรค์แต่คอนเทนกัดแซะวงอื่นเก่งว่างมากน่าจะเอาเวลาไปสตรีมวงตัวเองดีกว่ามานั่งจับผิดวงชาวบ้านจะได้ตามเค้าทันไม่ต้องมานั่งฟุ้งซ่านคิดคอนเท้นอะไรแบบนี้🤭
ความคิดเห็นที่ 25
คนในบริษัท Big Hit ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ BTS โดยตรงบอกว่า ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง "ไม่มีกิจกรรมเดี่ยวของแต่ละคน" เนื่องจากตารางเวลา
ของบังทันพวกเขาสบายใจที่จะทำงานกลุ่ม แต่ใช่ว่าจะไม่มีผลงานเดี่ยวของตัวเอง อย่างของบังทันก็ยังปล่อยผลงานเพลงเดี่ยวของตัวเองออกมาทุกปี
บางทีก็ไม่ต้องทำตามสูตรเหมือนKpopทุกวงก็นะ เพราะถ้าคนมันจะดังต่อให้ทำงานแบบกลุ่มหรือแบบเดี่ยวมันก็จะดังอยู่ดี
บังทันขนาดไม่มีงานเดี่ยวแบบจริงๆจังๆ ชื่อเสียงของแต่ละคนยังติดลมบน ขนาดไม่มีงานเดี่ยวชื่อเสียงรายบุคคลยังยืน 1K-POP ก็นั้นแหละค่ะจะงานวงหรือเดี่ยวถ้าคนมันจะดัง ต่อให้รับงานแบบไหนก็ดังอยู่ดี
ของบังทันพวกเขาสบายใจที่จะทำงานกลุ่ม แต่ใช่ว่าจะไม่มีผลงานเดี่ยวของตัวเอง อย่างของบังทันก็ยังปล่อยผลงานเพลงเดี่ยวของตัวเองออกมาทุกปี
บางทีก็ไม่ต้องทำตามสูตรเหมือนKpopทุกวงก็นะ เพราะถ้าคนมันจะดังต่อให้ทำงานแบบกลุ่มหรือแบบเดี่ยวมันก็จะดังอยู่ดี
บังทันขนาดไม่มีงานเดี่ยวแบบจริงๆจังๆ ชื่อเสียงของแต่ละคนยังติดลมบน ขนาดไม่มีงานเดี่ยวชื่อเสียงรายบุคคลยังยืน 1K-POP ก็นั้นแหละค่ะจะงานวงหรือเดี่ยวถ้าคนมันจะดัง ต่อให้รับงานแบบไหนก็ดังอยู่ดี
ความคิดเห็นที่ 27
เราว่าบางทีคนก็ยึดติดกับวงไอดอลตามแบบแผนเดิมๆ เกินไปรึเปล่าคะที่ว่าพอวงเริ่มดังก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานเดี่ยวตามที่ตัวเองสนใจ (หรือไม่ได้สนใจ แต่อยากลองทำเพราะได้รับโอกาส)
นอกจากงานเพลงของวง แบบแผนไอดอลคือต้องรับงานแสดง ออกอัลบั้มโซ่โล่ ออกรายการวาไรตี้ พิธีกร ดีเจ โฆษณา ถ่ายแบบ ฯลฯ เพื่อต่อยอดในวงการบันเทิง เหมือนใช้ความเป็นไอดอลเป็น 'ทางผ่าน' เพื่อไปทำงานสายอื่นเท่านั้น กลายเป็นว่าวงที่ไม่รับงานเดี่ยวดูเป็นเรื่องไม่ปกติ ทั้งที่ความจริงแล้วจุดเริ่มต้นจริงๆ ของวงไอดอลคืองานเพลงและ performance เหมือนกับนักร้องคนอื่นๆ
ขออนุญาตอ้างอิงถึงวงที่เราตามแล้วกันนะคะ เพราะ BTS เป็นวงที่ไม่รับงานเดี่ยวและแทบไม่ทำงานอื่นนอกจากงานเพลง มีจ็อบเสริมเป็นพวกโฆษณากับรายการวาไรตี้ที่ค่ายทำเองบ้าง แต่งานหลัก 90% คืองานเพลง, performance, และทัวร์คอนเสิร์ต รายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากตรงนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่ศิลปินโฟกัสแค่การทำเพลง เพราะฉะนั้นในเคสนี้การทำงานกับวงก็คือการต่อยอดทั้งในแง่ประสบการณ์และรายได้อยู่แล้ว
ส่วนโซโล่เดี่ยวมีทั้งเพลงในอัลบั้มของวง และถ้าอยากทำอัลบั้มโซโล่เอง ศิลปินสามารถทำเพลงแบบที่อยากทำแล้วให้ค่ายดูแลเรื่องการปล่อยเพลงเมื่อไหร่ก็ได้ ข้อเสียคือไม่มีการโปรโมตอย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงนี้เราไม่คิดแทนศิลปินนะคะ เพราะการโปรโมตแต่ละครั้งต้องใช้เวลาซ้อมและต้องมีการแพลนคิวงาน ซึ่งถ้าในปีหนึ่งเมมเบอร์ปล่อยมิกซ์เทปพร้อมกัน 3 คนแล้วต้องขึ้นโปรโมต อาจจะกระทบตารางงานอื่นๆ ของวงที่แพลนมาก่อนแล้วได้ (เพราะตารางงาน BTS แน่นมากจริงๆ ค่ะ แทบไม่มีช่วงว่างยาวเกิน 1-2 วีค ปี 2020 ที่มีโควิดยังมีเพิร์ฟรวมๆ เป็นร้อยสเตจ)
ส่วนงานอื่นๆ เช่นวาไรตี้หรืองานแสดง อันนี้เราไม่อยากให้มองว่าไอดอลทุกวงต้องหางานเดี่ยวเหมือนๆ กัน เพราะไม่ใช่ไอดอลทุกคนที่จะสนุกกับรายการวาไรตี้หรือจำเป็นต้องฝึกสกิลส่วนนี้เพื่อไปต่อยอด โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจเดบิวต์มาเพื่อทำงานเพลงและมีรายได้สูงมากงานเพลงเป็นหลัก การรับงานอื่นนอกจากงานเพลงซึ่งไม่ได้ทำรายได้เพิ่มและไม่ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาทางดนตรีหรือ performance อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลา การไปออกวาไรตี้หรือถ่ายละครหนึ่งเรื่อง อาจทำรายได้ไม่เท่ายอดสตรีมเพลงไม่กี่เพลงด้วยซ้ำ เพราะงั้นถ้าไม่ใช่งานที่ชอบหรืออยากทำจริงๆ อยู่แล้ว การไม่รับงานเดี่ยวศิลปินก็ไม่ได้เสียโอกาสอะไร
ส่วนตัวเรามองว่าเงื่อนไขและเป้าหมายของแต่ละวงไม่เหมือนกัน บางคนเดบิวต์มาสักพักแล้วรู้สึกอยากทำอย่างอื่น อยากลองอะไรใหม่ๆ บางคนเดบิวต์มาแล้วก็ไม่ได้อยากไปทำงานสายอื่น พอถึงจุดอิ่มตัวแล้วก็จบ บางคนอาจจะอยากลองทำงานเดี่ยวแต่ยังไม่พร้อมในแง่ความสามารถ หรือบางคนอาจจะรู้สึกว่าอยู่กับวงแล้วสบายใจกว่า สนุกมากกว่า ได้ทำอะไรที่อยากทำมากกว่า ขึ้นอยู่กับว่าศิลปินพอใจกับการทำงานกับวงแค่ไหน บางทีแค่งานวงอย่างเดียว ศิลปินก็มีโอกาสได้ทำทุกอย่างที่อยากทำแล้ว ตรงนี้เรามองว่าศิลปินแต่ละคนมีจุดของความพอใจแตกต่างกัน ข้อดีข้อเสียของการรับงานเดี่ยวหรือไม่รับงานเดี่ยว หรือชอบทำงานวงมากกว่าทำงานเดี่ยว มีแค่ตัวศิลปินที่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าอะไรดีกว่ากัน
ส่วนเรื่องคีพวง เราว่าอันนี้ก็ไม่น่าเกี่ยวกับการรับงานเดี่ยวหรือไม่รับเลยค่ะ คำว่า 'คีพวง' มันมีมากกว่าแค่การทำงานวงอยู่แล้ว อย่างเราเองก็ไม่ได้มองว่าวงที่เราตามคีพวงเพราะเขาไม่ทำงานเดี่ยว แต่เพราะว่าเมมเบอร์ enjoy กับงานวง แพสชั่นมันหนักไปที่งานเพลงกับ performance มาตลอดตั้งแต่เดบิวต์ และมีโอกาสใหม่ๆ ด้านงานเพลงเข้ามาเรื่อยๆ จากงานวงโดยตรง การไม่รับงานเดี่ยวจึงไม่ใช่ปัญหาทั้งในแง่การต่อยอดการทำงานและรายได้สำหรับศิลปิน และถ้ามีคนเริ่มรับงานเดี่ยวก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่คีพวงและไม่อยากทำงานวงแล้ว หรือถ้าเขาวันหนึ่งไม่อยากทำงานวงขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขาเหมือนกัน
งานเดี่ยวกับงานวงไม่สามารถตัดสินได้หรอกค่ะว่าศิลปินคีพวงแค่ไหน ถ้าคนๆ หนึ่งทำแต่งานวงอย่างเดียวเพราะหาทางต่อยอดงานเดี่ยวไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้พอใจหรือสบายใจที่จะทำงานกับคนในวง ไม่สนิทกับคนในวง ไม่มีความสุขกับการทำงานวง แค่ทำงานไปตามสัญญาให้จบๆ แบบนี้คงเรียกไม่ได้ว่าเป็นการคีพวง และเราเองก็มองว่าการไม่คีพวงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร สุดท้ายถ้าศิลปินจะเลือกรับแต่งานเดี่ยว มีส่วนร่วมกับงานวงน้อยลงเพราะไม่แฮปปี้ก็เป็นความพอใจของเขาเช่นกัน
นอกจากงานเพลงของวง แบบแผนไอดอลคือต้องรับงานแสดง ออกอัลบั้มโซ่โล่ ออกรายการวาไรตี้ พิธีกร ดีเจ โฆษณา ถ่ายแบบ ฯลฯ เพื่อต่อยอดในวงการบันเทิง เหมือนใช้ความเป็นไอดอลเป็น 'ทางผ่าน' เพื่อไปทำงานสายอื่นเท่านั้น กลายเป็นว่าวงที่ไม่รับงานเดี่ยวดูเป็นเรื่องไม่ปกติ ทั้งที่ความจริงแล้วจุดเริ่มต้นจริงๆ ของวงไอดอลคืองานเพลงและ performance เหมือนกับนักร้องคนอื่นๆ
ขออนุญาตอ้างอิงถึงวงที่เราตามแล้วกันนะคะ เพราะ BTS เป็นวงที่ไม่รับงานเดี่ยวและแทบไม่ทำงานอื่นนอกจากงานเพลง มีจ็อบเสริมเป็นพวกโฆษณากับรายการวาไรตี้ที่ค่ายทำเองบ้าง แต่งานหลัก 90% คืองานเพลง, performance, และทัวร์คอนเสิร์ต รายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากตรงนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่ศิลปินโฟกัสแค่การทำเพลง เพราะฉะนั้นในเคสนี้การทำงานกับวงก็คือการต่อยอดทั้งในแง่ประสบการณ์และรายได้อยู่แล้ว
ส่วนโซโล่เดี่ยวมีทั้งเพลงในอัลบั้มของวง และถ้าอยากทำอัลบั้มโซโล่เอง ศิลปินสามารถทำเพลงแบบที่อยากทำแล้วให้ค่ายดูแลเรื่องการปล่อยเพลงเมื่อไหร่ก็ได้ ข้อเสียคือไม่มีการโปรโมตอย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงนี้เราไม่คิดแทนศิลปินนะคะ เพราะการโปรโมตแต่ละครั้งต้องใช้เวลาซ้อมและต้องมีการแพลนคิวงาน ซึ่งถ้าในปีหนึ่งเมมเบอร์ปล่อยมิกซ์เทปพร้อมกัน 3 คนแล้วต้องขึ้นโปรโมต อาจจะกระทบตารางงานอื่นๆ ของวงที่แพลนมาก่อนแล้วได้ (เพราะตารางงาน BTS แน่นมากจริงๆ ค่ะ แทบไม่มีช่วงว่างยาวเกิน 1-2 วีค ปี 2020 ที่มีโควิดยังมีเพิร์ฟรวมๆ เป็นร้อยสเตจ)
ส่วนงานอื่นๆ เช่นวาไรตี้หรืองานแสดง อันนี้เราไม่อยากให้มองว่าไอดอลทุกวงต้องหางานเดี่ยวเหมือนๆ กัน เพราะไม่ใช่ไอดอลทุกคนที่จะสนุกกับรายการวาไรตี้หรือจำเป็นต้องฝึกสกิลส่วนนี้เพื่อไปต่อยอด โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจเดบิวต์มาเพื่อทำงานเพลงและมีรายได้สูงมากงานเพลงเป็นหลัก การรับงานอื่นนอกจากงานเพลงซึ่งไม่ได้ทำรายได้เพิ่มและไม่ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาทางดนตรีหรือ performance อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลา การไปออกวาไรตี้หรือถ่ายละครหนึ่งเรื่อง อาจทำรายได้ไม่เท่ายอดสตรีมเพลงไม่กี่เพลงด้วยซ้ำ เพราะงั้นถ้าไม่ใช่งานที่ชอบหรืออยากทำจริงๆ อยู่แล้ว การไม่รับงานเดี่ยวศิลปินก็ไม่ได้เสียโอกาสอะไร
ส่วนตัวเรามองว่าเงื่อนไขและเป้าหมายของแต่ละวงไม่เหมือนกัน บางคนเดบิวต์มาสักพักแล้วรู้สึกอยากทำอย่างอื่น อยากลองอะไรใหม่ๆ บางคนเดบิวต์มาแล้วก็ไม่ได้อยากไปทำงานสายอื่น พอถึงจุดอิ่มตัวแล้วก็จบ บางคนอาจจะอยากลองทำงานเดี่ยวแต่ยังไม่พร้อมในแง่ความสามารถ หรือบางคนอาจจะรู้สึกว่าอยู่กับวงแล้วสบายใจกว่า สนุกมากกว่า ได้ทำอะไรที่อยากทำมากกว่า ขึ้นอยู่กับว่าศิลปินพอใจกับการทำงานกับวงแค่ไหน บางทีแค่งานวงอย่างเดียว ศิลปินก็มีโอกาสได้ทำทุกอย่างที่อยากทำแล้ว ตรงนี้เรามองว่าศิลปินแต่ละคนมีจุดของความพอใจแตกต่างกัน ข้อดีข้อเสียของการรับงานเดี่ยวหรือไม่รับงานเดี่ยว หรือชอบทำงานวงมากกว่าทำงานเดี่ยว มีแค่ตัวศิลปินที่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าอะไรดีกว่ากัน
ส่วนเรื่องคีพวง เราว่าอันนี้ก็ไม่น่าเกี่ยวกับการรับงานเดี่ยวหรือไม่รับเลยค่ะ คำว่า 'คีพวง' มันมีมากกว่าแค่การทำงานวงอยู่แล้ว อย่างเราเองก็ไม่ได้มองว่าวงที่เราตามคีพวงเพราะเขาไม่ทำงานเดี่ยว แต่เพราะว่าเมมเบอร์ enjoy กับงานวง แพสชั่นมันหนักไปที่งานเพลงกับ performance มาตลอดตั้งแต่เดบิวต์ และมีโอกาสใหม่ๆ ด้านงานเพลงเข้ามาเรื่อยๆ จากงานวงโดยตรง การไม่รับงานเดี่ยวจึงไม่ใช่ปัญหาทั้งในแง่การต่อยอดการทำงานและรายได้สำหรับศิลปิน และถ้ามีคนเริ่มรับงานเดี่ยวก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่คีพวงและไม่อยากทำงานวงแล้ว หรือถ้าเขาวันหนึ่งไม่อยากทำงานวงขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขาเหมือนกัน
งานเดี่ยวกับงานวงไม่สามารถตัดสินได้หรอกค่ะว่าศิลปินคีพวงแค่ไหน ถ้าคนๆ หนึ่งทำแต่งานวงอย่างเดียวเพราะหาทางต่อยอดงานเดี่ยวไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้พอใจหรือสบายใจที่จะทำงานกับคนในวง ไม่สนิทกับคนในวง ไม่มีความสุขกับการทำงานวง แค่ทำงานไปตามสัญญาให้จบๆ แบบนี้คงเรียกไม่ได้ว่าเป็นการคีพวง และเราเองก็มองว่าการไม่คีพวงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร สุดท้ายถ้าศิลปินจะเลือกรับแต่งานเดี่ยว มีส่วนร่วมกับงานวงน้อยลงเพราะไม่แฮปปี้ก็เป็นความพอใจของเขาเช่นกัน
แสดงความคิดเห็น
[K-Pop] ทำไมคนถึงมองว่าการไม่รับงานเดี่ยว คือการคีพวงคระ ?
เพราะไอดอลยุคก่อนจะทำงานวง ควบคู่กับงานเดี่ยวไปด้วย มีไม่กี่คนที่เทงานวงเพื่อรับงานเดี่ยว
แต่ทุกวันนี้คือใครไม่รับ หรือไม่มีงานเดี่ยว ก็จะถูกพูดว่า เพราะเขาคีพวงๆ
ก็เลยสงสัยว่าเราสามารถทำงานเดี่ยว ควบคู่งานวงไปด้วยไม่ได้หรอคระ
อย่าง SNSD Bigbang Super Junior Red Velvet Blackpink etc. คือเราก็เห็นเขาทำงานเดี่ยว ในขณะที่ไม่ทิ้งงานวงไปไหน แถมยังอยู่กันมานานด้วย ยิ่ง SNSD Bigbang SJ คืออยู่มากันเป็น 10 ปี SJ พึ่งฉลอง 15 ปี ไป โดยที่เมมที่งานเดี่ยวเยอะๆ ก็เคลียร์งานเพื่อมาร่วมวง
หรืออย่างเจนนี่ โรเซ่ ออกโซโล่ก็พ่วงชื่อวงตลอด ลิซ่าไปทำงานในจีน ก็เอาชื่อ Blackpink ไปด้วย จะดีกว่าไหมถ้าเมมใช้งานเดี่ยว เพื่อให้ตัววงมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
หรือกรณีที่เห็นชัดสุดอย่างซอลฮยอน ฮานิ ที่ใช้งานเดี่ยว สร้างชื่อเสียง สร้างเงินให้วง
หรือล่าสุด Red Velvet ไม่ได้คัมแบ็คเป็นปี ทั้งๆ ที่ Psycho กระแสแรงมาก แต่ไม่ได้ต่อยอด เพื่อรอการกลับมาของเวนดี้ เราว่าเนี่ย คีพวงของจริง ไม่ครบคนก็ไม่คัม ไปทำงานอื่นรอ
เลยสงสัยว่าทำไมใครไม่รับงานเดี่ยว หรือไม่มีงานเดี่ยว ก็จะพูดว่าคีพวงๆ กันหมด
ทั้งๆ ที่คนที่รับงานเดี่ยว เขาก็ไม่ได้ทิ้งวงไปไหน