หัวใจพลิกล็อค...บทที่ 12

๑๒

         เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มขึ้น เรียกให้ลูกค้าในร้านหันไปสนใจบนเวที ที่ตอนนี้นักร้องและนักดนตรีขึ้นมาจนครบวงและเริ่มบทเพลงแรกด้วยเพลงในจังหวะมันๆ
 
          “นั่นแฟนแกนี่แป้ง”    
 
         ปาณฑราเงยหน้าขึ้นมองไปบนเวทีตามที่มนฤดีชี้ชวน ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นเล็กน้อย เมื่อประสานสายตาเข้ากับมือกีตาร์หนุ่มเข้าพอดี และเหมือนเขาส่งยิ้มน้อยๆ มาให้เธอ
 
         “คนบ้า ทำคนอื่นเขาว้าวุ่นมาทั้งวัน ยังจะมีหน้ามายิ้มให้อีก” 
 
         หญิงสาวต่อว่าเขาอยู่ในใจ ก่อนรีบหลบสายตาพราวระยับคู่นั้น และหันมาปฏิเสธความเข้าใจผิดของเพื่อนร่วมงาน
 
          “ใช่แฟนที่ไหนกันเล่า” 
 
          “ก็เมื่อวานเห็นยืนกอดกันกลมที่ลานจอดรถ ไม่ใช่แฟนแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ”
 
         “นอกจากความจำดีแล้วยังตาดีอีกนะแม่คุณ” ปาณฑราแอบค่อนขอดเพื่อนอยู่ในใจ ที่เหมือนจะคอยจับผิดเธอไปซะทุกเรื่องเลย 
 
         “มันเป็นอุบัติเหตุย่ะ” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนี ทำทีเป็นสนใจกับนักร้องบนเวทีแทน 
 
         
 
          “สวัสดีค่าาา” นักร้องสาวมาดเท่ในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงยีนขาเดฟสีดำ ส่งเสียงทักทายลูกค้าหลังจากเพลงแรกจบลง 
 
         “ก็กลับมาพบกับวงของเราเช่นเดิมนะคะ ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ไม่เจอกันหลายวันไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงพวกเราหรือเปล่านะคะ”
 
         จบคำถามของนักร้องสาว ลูกค้าสาวๆ ที่เป็นขาประจำของร้านก็ส่งเสียงตอบกลับมาดังลั่น 
 
         “คิดถึง!”
 
         “ได้ยินแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย” ดรัลพรว่าพร้อมทำท่าประกอบ ซึ่งก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้เช่นเดิม 
 
         “ก่อนที่จะไปฟังบทเพลงต่อไป ดิวมีหนึ่งคำถามมาถามทุกคนก่อนค่ะ นอกจากดิวที่ร้องนำเป็นประจำอยู่แล้ว ทุกคนอยากฟังเสียงใครอีกไหมคะ” ถามพร้อมยื่นไมค์ออกไปด้านหน้าเวที และเสียงที่ตอบกลับมาก็มีทั้งชื่อมือกลอง มือกีตาร์และมือเบส
 
         “แหม เสียงเรียกร้องดังขนาดนี้ สงสัยจะเบื่อฟังเสียงดิวกันแล้ว งั้นคืนนี้ดิวขอมอบหน้าที่ให้กับปราชญ์ มือกีตาร์ของเรานั่นเองค่า”
 
         สิ้นเสียงของดรัลพร ลูกค้าสาวๆ ในร้านต่างก็ส่งเสียงกรี๊ดลั่นร้าน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ติดกับโต๊ะของกลุ่มปาณฑรา จนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูไว้แน่น ไม่เช่นนั้นแก้วหูของเธอต้องแตกแน่ๆ
 
         นักร้องสาวส่งต่อไมค์ให้กับพิชญ์พงศ์ จากนั้นก็เดินไปหยิบกีตาร์ที่เตรียมไว้ขึ้นมาสะพาย และเดินไปประจำตำแหน่งเดิมของมือกีตาร์
 
         “สวัสดีครับทุกคน” ชายหนุ่มส่งเสียงทักทาย พร้อมกวาดตามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่โต๊ะของหกสาว 
 
         “หวังว่าทุกคนคงจะไม่ว่านะครับ ถ้าผมจะขอทำหน้าที่ร้องนำสักวัน สำหรับเพลงที่ผมจะร้องต่อไปนี้ ผมขอมอบให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งวันนี้เธอก็นั่งอยู่ในร้านนี้ด้วย” 
 
         พิชญ์พงศ์ว่าพร้อมส่งสายตาสื่อความหมายไปยังคนที่ต้องการสื่อถึง ซึ่งคำพูดของเขาสามารถเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้เป็นอย่างดี และต่างก็อยากรู้ว่าสาวคนนั้นคือใคร  
 
         
 
          “ขอเธออย่ามองฉัน ดั่งเช่นเจ้าชายในฝันที่แสนดี ฉัน...มันก็เท่านี้ ไม่รู้จะดีอย่างใจเธอคิดไว้หรือเปล่า แค่เพียงคนๆ หนึ่ง ที่เงียบเหงาในหัวใจ อยากมีเธอร่วมทางไปข้างๆ กัน...
 
         ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อม แต่ฉันพร้อมจะเป็นคนดีของเธอ ฉันอาจไม่ใช่เจ้าชายที่เลิศเลอ แต่ฉันจะเป็นผู้ชายที่รักเธอ ตลอดไป... 
 
         ขอเพียงแค่เธอนั้น โปรดไว้วางใจให้ฉันเคียงข้างกาย สายลมที่อ่อนไหว ช่วยพัดความจริงจากใจกระซิบข้างใจเธอ ว่ามีคนๆ หนึ่ง ที่เงียบเหงาในหัวใจ อยากมีเธอร่วมทางไปข้างๆ กัน...
 
         ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อม แต่ฉันพร้อมจะเป็นคนดีของเธอ ฉันอาจไม่ใช่เจ้าชายที่เลิศเลอ แต่ฉันจะเป็นผู้ชายที่รักเธอ ตลอดไป...”[1]
 
         
 
         “ยังจะปฏิเสธอีกไหมว่าเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนที่ไหนเขาร้องเพลงแบบนี้ส่งให้กัน แถมยังมองกันตาหวานเชื่อมซะขนาดนี้” 
 
         มนฤดีกระซิบกระซาบถามปาณฑรา เมื่อจับสังเกตได้ว่าคนที่มือกีตาร์หนุ่มส่งสายตาให้อยู่บ่อยๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอนี่เอง
 
         “แกก็พูดไปเรื่อยนะยายมิ้ม เขาหมายถึงฉันที่ไหนกัน เขาอาจจะมองคนอื่นก็ได้” 
 
         “เขาแสดงออกชัดซะขนาดนี้ยังจะมาปากแข็งอีกนะแกเนี่ย มีแฟนหล่อขนาดนี้เป็นฉันนะจะรีบป่าวประกาศให้โลกรู้เลย และจะอัปรูปคู่รัวๆ ทั้งในเฟซบุ๊ก ในไอจี ทวิตเตอร์และทุกช่องทางที่จะอวดได้เลย เพื่อแสดงตัวว่าคนนี้ของฉัน ชะนีอื่นจะได้มามาเกาะแกะให้รำคาญใจ” พูดด้วยท่าทีจริงจัง 
 
         ปาณฑราไม่ได้โต้อะไรกลับไป หญิงสาวทำเพียงส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับความคิดของอีกฝ่าย ที่คิดไปซะไกล ก่อนจะหันมาสนใจกับเสียงเพลงที่เขาตั้งใจบรรเลงเพื่อใครสักคน ที่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงเธอหรือเปล่า 
 
         ปาณฑราที่กำลังจะฉีกยิ้มกว้างเป็นอันต้องหุบฉับ เมื่อเสียงวี้ดว้ายจากสาวๆ โต๊ะข้างหลังดังแทรกขึ้น และความคิดที่กำลังจะคล้อยตามมนฤดี เรื่องที่ว่าพิชญ์พงศ์กำลังร้องเพลงให้ตัวเองนั้นก็พลันหายไปด้วย
 
         “เขาร้องเพลงนี้ให้แกแน่เลยยายเนย ไม่อย่างนั้นคงไม่มองมาที่แกตลอดแบบนี้หรอก แถมยังส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้อีก” หญิงสาวคนหนึ่งจีบปากจีบคอพูด 
 
         “แบบนี้ก็แสดงว่าเขาใจอ่อนให้แกแล้วน่ะสิ ไม่เสียแรงที่แกมาเฝ้าเขาทุกคืนอยู่เป็นเดือนๆ โอ๊ยฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆ เลย” เพื่อนอีกคนพูดขึ้นพลางทำท่ากระดี๊กระด๊า
 
         “ฉันเคยบอกพวกแกแล้วไง ว่าคนอย่างฉัน ถ้าลองได้หมายตาใครไว้แล้ว ไม่รอดมือฉันหรอก เดี๋ยวคืนนี้ชวนเขาไปต่อด้วยกันสักหน่อยดีกว่า” 
 
         หญิงสาวรูปร่างอวบอัดในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำ พูดพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นเข็ม จากนั้นก็เดินนวยนาดไปที่หน้าเวทีพร้อมแก้วเหล้าในมือ หญิงสาวยัดธนบัตรใบสีเทาใส่มือชายหนุ่มเพื่อเป็นทิป ตามด้วยแก้วเหล้าที่ถือติดมือไปด้วย ซึ่งพิชญ์พงศ์ก็รับมาแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
 
         
 
         ‘ที่หายเงียบไป ที่ไม่โทร.กลับ และไม่อ่านไลน์เธอก็เพราะแบบนี้เองสินะ ผู้ชายกะล่อน ทีเมื่อวานทำเป็นตีหน้าเศร้า ทำเป็นตัดพ้อต่อว่าเธอสารพัดตอนโดนเธอขอจบความสัมพันธ์ พอวันนี้กลับมาร้องเพลงจีบสาวตาหวานเชื่อมซะแล้ว แบบนี้มันน่าตัดออกจากวงโคจรของชีวิตซะจริงๆ เชียว’ 
 
         ปาณฑราต่อว่าให้ชายหนุ่มอยู่ในใจ พร้อมถลึงตาดุใส่คนที่ยืนส่งยิ้มกระชากใจสาวอยู่กลางเวที ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วจัดการบล็อกไลน์ บล็อกเฟซบุ๊กแล้วก็บล็อกเบอร์โทรศัพท์ของผู้ชายกะล่อน จากนั้นก็ยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากทีเดียวหมดแก้ว
 
         
 ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้หัวใจดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้
         
 
         

 
[1] เพลง ฉันไม่ใช่เจ้าชาย ขับร้องโดย นวพล ภูวดล
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่