สุสานอัปยศของทหารอเมริกันใน WWII



©  Stranger20824



วงกลมสีแดง คือ Plot E

 

The Oise Aisne
American Cemetery and Memorial

ใน Picardy ทางภาคเหนือของ France
มีหลุมศพทหารอเมริกันมากกว่า 6,012 ศพ
ที่เข้าร่วมทำสงครามในสงครามโลกครั้งที่ 1
พื้นที่สุสานจะแบ่งที่ฝังศพเป็น 4 เขต
Plot A B C D และยังมี Plot E สุสานอัปยศ
ที่อยู่ด้านนอกกำแพงของสุสานแห่งนี้
ต้องเดินอ้อมถนนไปยัง Plot E ราว 100 เมตร

Plot E ค่อนข้างเงียบสงบซ่อนตัวอยู่หลังป่าทึบ
ศพถูกฝังไว้ที่นี่ พวกนี้ไม่ใช่ทหารวีรบุรุษสหรัฐ
แต่เป็นทหารสหรัฐที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ
ในช่วงไปทำสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรป
พวกนี้ถูกปลดออก/ปลดยศทหาร
จากการพิจารณาของศาลทหาร
เพราะมีความผิดในข้อหาก่ออาชญากรรม
ในช่วงสงคราม หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ความผิดของทหารพวกนี้คือ
พวกนักข่มขืนและพวกฆาตกร
เหยื่อคือ เพื่อนทหารอเมริกัน 26 คน
ส่วนเหยื่ออีก 71 คนเป็นพลเรือน
อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี
โปแลนด์ และแอลจีเรีย (ทั้งชายและหญิง)
ทั้งหมดถูกฆ่าทิ้ง หรือถูกข่มขืนก่อนฆ่าทิ้ง

กองทัพสหรัฐฯ โดยคำสั่งศาลทหาร
ได้ประหารชีวิตทหารสหรัฐ 98 คน
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
European Theatre of Operations
โทษฐานความผิดก่ออาชญากรรมร้ายแรง
โดยก่อนประหารชีวิตทุกครั้ง
ทุกคนจะถูกปลดออก/ปลดยศทหาร
แล้วนำตัวไปแขวนคอ หรือ ยิงเป้า ให้ตาย

เดิมซากศพทหารชั่วช้าเลวทรามพวกนี้
จะถูกฝังไว้ใกล้กับสถานที่ประหารชีวิต
ในประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส
เบลเยียม เยอรมนี อิตาลีและแอลจีเรีย

แต่ในปี 1949 ซากศพเหล่านี้ถูกนำกลับมา
ฝั้งรวมไว้ที่สุสาน Plot E ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ
พร้อมกับลงทะเบียนชื่อศพทหารที่ฝังไว้
ทะเบียนหลุมฝังศพนี้เรียกว่า
ผู้ตายที่เสียชื่อเสียง

Plot E ถูกซ่อนไว้โดยเจตนาอย่างแท้จริง
และไม่มีทางเข้าออกอย่างเป็นทางการ
สำหรับสาธารณชน/คนที่มาเยี่ยมเยือน
ทางเดียวที่เข้าไปได้ คือ
เดินผ่านประตูด้านหลัง
ของสำนักงานที่ทำการสุสานแห่งนี้
ทั้งยังไม่สนับสนุนให้มีผู้เข้าเยี่ยมชม
และไม่มีการระบุว่ามี Plot E 
ไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์
แผ่นพับคู่มือ บน abmc

Plot E คือ การต่อต้านอย่างแรง
เป็น สุสานแห่งความอัปยศ
แบบผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ ไม่นับญาติด้วย
พนักงานสุสานคนหนึ่งกล่าวไว้



Pvt Louis Till (73) ใน Plot E


© https://bit.ly/3gOaOQM





บัตรแข็งห้องสมุด



ที่นี่ไม่มีอนุสาวรีย์หินอ่อน และคำจารึกใด ๆ
ที่ปกติมักจะมีอยู่เหนือหลุมศพของคนตาย
แต่ Plot E มีแค่หมายเลขบนก้อนคอนกรีต
ขนาดบัตรแข็งห้องสมุด โดยระบุตัวเลข
ตามลำดับสลักด้วยสีดำ ไม่มีชื่อ วันเดือนปี

ความตั้งใจเดิม คือ หลุมศพแต่ละหลุม
จะไม่สามารถระบุตัวตนคนตายได้
แต่รัฐบาลสหรัฐฯ มีเอกสารหลักฐาน
ระบุว่ามีใครฝังอยู่ที่ไหนบ้างในสุสาน

ในปี 2009 รัฐบาลสหรัฐฯ
ต้องทำตามกฎหมายเสรีภาพข่าวสาร
Freedom of Information Act
จึงตัองเปิดเผยรายชื่อแต่ละหลุมฝังศพ

ที่นี่มีไม้กางเขนสีขาวขนาดเล็ก
ฝังไว้โดดเดี่ยวในที่ว่างด้านหลัง
ห้ามติดตั้งธงชาติสหรัฐอเมริกา
ห้ามเครื่องบินบินผ่านเหนือพื้นที่ดังกล่าว
(รัฐพิธีแสดงความเคารพศพทหาร)
หลุมฝังศพที่ Plot E จะทำการฝังศพ
ให้หันหัวศพไปคนละทิศกับสุสานหลัก
Plot A B C D ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

นักโทษทหารสหรัฐมีราว ๆ 27,000 คน
ลดโทษไป 85% ราว 22,950 คน
เหลือยังต้องรับโทษตามเดิม 4,050 คน

Plot E มีศพทหารอเมริกัน 94 คน
ไม่พบอีก 4 ศพ มีเพียงศพเดียวที่ถูกฝังที่นี่
ที่ไม่ใช่ฆาตกรฆ่า ข่มขืน คือ Eddie Slovik
ถูกยิงเป้า 31 มกราคม 1945
คดีจงใจหนีทหารเพียงคนเดียว
จากนักโทษประหารชีวิต
ขัอหาหนีทหาร 49 คน
48 คนลดโทษหมด
อนึ่ง มีทหารสหรัฐหนีทหารราว 21,000 คน
แต่ได้รับการลดโทษทุกคน

แม้ว่า Antoinette Slovik ภริยา
จะขอนำศพกลับมาฝังที่สหรัฐ
แต่รัฐบาลสหรัฐได้ปฏิเสธเรื่องนี้
จนกระทั่ง Antoinette Slovik ตายในปี 1979

ในปี 1981
เรื่องการนำศพ Eddie Slovik กลับมาสหรัฐ
ได้มีแกนนำคือ Bernard V. Calka
อดีตทหารผ่านศึกสหรัฐ เชื้อชาติโปแลนด์
เคยผ่านการรบในสงครามโลกครั้งที่ 2
ผู้บริหารเขต Macomb County
ได้ยื่นคำร้องต่อประธานาธิบดีสหรัฐ
Ronald Reagan Mister President

ในปี 1987
คำขอของ Bernard V. Calka ได้รับอนุมัติ
ท่านได้ขอรับเงินบริจาค 5,000 เหรียญสหรัฐ
เพื่อจ่ายค่าขุดศพขึ้นมา/นำกลับมาฝังศพใหม่
ที่สุสาน Detroit's Woodmere Cemetery
เคียงข้างกับ Antoinette Slovik จนทุกวันนี้








เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/3vqSJMO
https://bit.ly/2R4edQK




สุสานที่อยู่ติดกับ Plot E


Oise-Aisne





อนุสรณ์สถาน





ทางเข้า Oise-Aisne Cemetery





ทหารนิรนาม














เรื่องเล่าไร้สาระ


ในเมืองจีน ไม่มีสุสานคนอัปยศ
มีแต่รูปปั้น ฉินไคว่(ฉินฮุ่ย) กับภริยา
ที่วางไว้ให้ชาวบ้านสาปแช่ง
กับมี อิ่วจาก้วย/ปาท่องโก๋ กินให้หายแค้น
นัยว่า แก้แค้นให้งักฮุย(เย่ว์เฟย)
เพราะถูกเท็จทูล ซ่งเกาจงฮ่องเต๊
จนตัองตายพร้อมลูกชายในสนามรบ
แต่จริง ๆ ทั้งคู่สมคบคิดกันกลัวถูกแย่งบัลลังค์
เพราะงักฮุย ยิ่งรบ ยิ่งเก่ง ชาวบ้านยิ่งชอบ
แบบชนะคือราชา แพ้คือขี้ข้า

ซี๊หนั่งตี่ฮวงจุ๊ย(ที่อยู่คนตาย)
(ซี๊=ตาย หนั่ง=คน ตี่=ที่ดิน)
วิธีดูฮวงจุ๊ย(ลมน้ำ) แพงมาก
เพราะการดูแตกต่างกับ
หนั่งตี่ฮวงจุ๊ย(ที่อยู่คนเป็น)
เชื่อว่าฮวงจุ๊ยดี จะส่งผลดีดีถึงลูกหลาน

ในอดีต เวลาทุกฝ่ายรบกัน
จะส่งคนไปทำลายฮวงจุ๊ย
บรรพบุรุษแกนนำทุกคน
นี่คือ สงครามจิตวิทยาข่มขู่
ไอ้ลูกเนรคุณ
แค่ฮวงจุ๊ยยังรักษาไม่ได้
อย่าสะเออะมาสู้กับกู

เหมาเจ๋อตุง ก็แก้แค้น
ทุบฮวงจุ๊ยทิ้งหลายแห่ง
เพราะเคยโดนมาก่อน
กับนี่คือ การแสดงอำนาจบาตรใหญ่
ผี อสูร เทวดา กูไม่กลัว กูทุบทิ้งให้ดู
(กู คือ คำเรียกตัวกูเองของฮ่องเต๊
ห้ามผู้อื่นใช้ ขืนใช้โทษตัดหัว 7 ชั่วโคตร)

มีบางคนพูดว่า
ถ้าฮวงจุ๊ยส่งผลให้ดีจริง
พวกเราทุกวันนี้คงเป็น
ขี้ข้าราชวงศ์จิ๋นซีฮ่องเต๊
สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ





แต่ที่ไทย ขโมยจะทุบบัว
(ที่ใส่กระดูกคนตาย)
เพื่อหาของมีค่ามีราคาไปขาย
ส่วนกระดูกจะโยนทิ้งเรี่ยราด โดนกันทุกที่

หลวงพ่อปัญญาเคยเทศนา
ให้เอาอังคารไปลอยน้ำ ทำบุญก็ง่ายด้วย


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ทุกชีวิตเป็นเช่นนั้นเอง








กินอย่าอาย ตายอย่ากลัว
ยากชั่งหัว ตายเป็นเหม็ด(หมด)
เมืองไทยมีคติ ตายแล้วมักให้อภัย
จะได้ไม่มีเวรกรรมซึ่งกันและกัน
ทั้งในชาตินี้/ขาติหน้า สืบต่อไป

จขกท. เคยไป อนุสรณ์สถานถังแดง ที่พัทลุง
ที่บอกกล่าวตำนานไทยฆ่าไทย
ที่ ทางทหารไทย ยอมรับว่าเรื่องจริง

ส่วนกระดูกเข้าบัว (รวมสหายทหารป่า)
มีเก็บไว้ทึ่ วัดไม้เสียบ ชะอวด นครศรีธรรมราช








สมัยก่อนจะมีทิศผีออกในเมืองหลวง
ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพ ฯ
บริเวณสี่แยกสำราญราษฎร์ในปัจจุบัน
ทุกศพจะต้องออกทาง ประตูผี เท่านั้น
แล้วมักจะไปทำพิธีเผาศพที่วัดสระเกศ

ประตูผีจะต้องไม่มีการลงคาถาอาคมใดใด
เพื่อให้ดวงวิญญาณของศพ(ผี)
ที่ยังไม่ได้ทำพิธีศาสนาพุทธ ผี พราหมณ์ ฯลฯ
จะได้ออกไปจากเมืองหลวง ไปผุดไปเกิด
ไปชดใช้กรรมตามความเชื่อของแต่ละศาสนา
หรือแค่คืนพลังงานทั้งหมดที่ได้มาสู่ธรรมชาติ
ตามความเชื่อนักฟิสิคส์บางคนในปัจจุบัน

ประตูผีจะสร้างให้ทิศทางชนกับ
พระอุโบสถวัดพระแก้ว ที่ตั้งพระแก้วมรกต
หันหน้าตรงไปทางประตูผี
เพื่อสะกดผี กดทับความชั่วร้าย สิ่งอัปมงคล
ไม่ให้เข้ามาสู่เมืองหลวงได้
(ถ้าจีนแต้จิ๋วเรียกว่า ชง หรือ เซี่ย กัน)
แต่ทุกวันนี้ประตูผี คือ
ย่านของกินหลากหลาย


ที่เรือนจำมหันตโทษบางขวาง
นักโทษประหารชีวิตทุกราย
และนักโทษที่ตายในคุก
จะขนศพออกมาทางประตูผี
ได้ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น
ประตูผีฝังติดกำแพงคุกแดน 9 11
แดน 11 ขังนักโทษรอประหารชีวิต
ติดต่อกับวัดบางแพรกใต้


เวลาเปิดประตูผีสีแดงนำศพเข้าวัด
จะรู้สึกเย็นวาบจับขั้วหัวใจ ตรงทางเข้า
ตามคำบอกเล่าของนักโทษชั้นดี/ผู้คุม
ที่ขนศพนักโทษประหารชีวิต/ตาย หลายราย
เวลาปิดประตูผี จะร้อนอบอ้าวด้านในทันที

การขนศพมายังวัดบางแพรกใต้
เพื่อรอญาติ/มูลนิธิมารับศพ
หรือรอให้วัดเผาศพให้

เวลาเรือนจำบางขวาง
จะประหารชีวิตนักโทษ
ที่นับถือศาสนาพุทธ
จะนิมนต์พระสงฆ์
จากวัดบางแพรกใต้
มาให้นักโทษได้ทำบุญ
และฟังเทศน์ก่อนตาย
เพราะวัดอยู่ติดกับเรือนจำ
นิมนต์ได้สะดวกรวดเร็วกว่าวัดอื่น

ถ้านักโทษนับถือศาสนาอื่น 
ถ้าเชิญนักบวชมาได้ ก็จะเชิญ
แต่มักจะมาไม่ทันเวลาประหารชีวิต
เพราะเรื่องประหารชีวิตนี้ลับมากที่สุด
กลัวนักโทษรู้ว่าตายแน่แล้ววันนี้ จะเครียดจัด
อาจเกิดแตกตื่นก่อการจลาจล/สู้ตายได้

เพชฌฆาต/ผู้ดูแลนักโทษประหาร
จะรู้ล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมงก่อนมีการประหารชีวิต
แต่ไม่รู้ว่านักโทษเป็นใคร ชื่ออะไร
จะรู้หลังจากเก็บนักโทษเข้าห้องขังแล้ว
จึงจะรู้รายชื่อว่าใครต้องตายบ้างวันนี้
แล้วจึงเข้าไปคุมตัวนักโทษออกจากห้องขัง
เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนประหารชีวิต

นักโทษที่นับถือศาสนาอื่น
มักจะไม่มีนักบวชมา/ไม่ทันทำพิธีสุดท้าย
ทำให้นักโทษตัองทำพิธีทางศาสนาด้วยตนเอง
เช่น มิก หลงจิ ชาวไทยมุสลิม จากซัง(ตรัง)
ก็ทำพิธีสวดดุอาร์ก่อนถูกฉีดยาพิษ
นักโทษนับถือศาสนาคริสต์
จะสวดอ้อนวอนขอให้พระเจ้ายกโทษบาป
ก่อนเดินเข้าสู่หลักประหาร

ศพนักโทษประหารชีวิต
จะฝากไว้ที่วัดบางแพรกใต้
รอให้ญาติ/มูลนิธิมารับศพที่วัด
แล้วนำศพกลับไปทำพิธีทางศาสนาได้
แต่ห้ามจัดงานศพให้เอิกเกริกโดยเด็ดขาด

ถ้าศพนักโทษที่เสียชีวิตนับถือศาสนาอื่น
ทางเรือนจำจะประสานงานกับมูลนิธิ
ให้นำศพไปทำพิธีทางศาสนาของคนตาย

ถ้าไม่มีญาติมารับศพ ก็จะใส่ไว้ในคอนโดฝังศพ
เก็บไว้รอญาติ 2 ปี ก่อนทำการเผาศพต่อไป
ที่มาใน Youtube ยุทธ บางขวาง มีหลายตอน

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่