สวัสดีค่ะ
เราอยากปรึกษาทุก ๆ คนมาก ๆ ตอนนี้เราเข้าสู่ช่วงวัยทำงานแล้วค่ะ ยอมรับว่าประวัติการทำงานไม่ค่อยดี
เพราะเรามีแก็ปเยียร์ ที่ตอนจบมาแล้วมีไปเที่ยวอยู่เป็นปี ทำให้ช่วงนั้นไม่ได้ทำงานที่ไหนเลยค่ะ
บวกกับช่วงนั้นเราขายของออนไลน์อยู่ แล้วรู้สึกว่ารายได้มันอยู่ได้ในระดับนึงนะ
แต่เริ่มมาหางานเพราะคิดได้ว่า อายุเริ่มมากขึ้นแล้ว ถ้าไม่หางานตอนนี้ก็คงจะไม่มั่นคงแล้วค่ะ
ประวัติการทำงานเราก่อนจะมาทำที่ปัจจุบัน คือปีที่แล้ว เราถูกออกเนื่องด้วยเหตุผลไม่ผ่านโปร
เพราะเรายังทำงานไม่ครบช่วงโปรเบชั่น แต่ที่รู้มาจริงๆคือบริษัทได้รับผลกระทบหนักจากโควิด
ทำให้ต้องเลย์ออฟพนักงานใหม่ ๆ ออกหมดเลยค่ะ ที่ให้เหตุผลนี้ เพราะบริษัทกลัวว่าจะต้องจ่ายเงินค่าชดเชย
ทีนี้พอมาปัจจุบัน เราเพิ่งมาทำงานที่นี่ 3เดือนค่ะ
ช่วงวันแรก ที่เข้ามาทำงาน มีเพื่อนเข้ามาในวัยไล่เลี่ยกันเลย ทั้งหมดในแผนกที่เราอยู่ เฉลี่ยอายุในทีม 22-28 ปี
ทีมเราจะมีหัวหน้าคนนึง และเป็นเลขาเจ้านายด้วย อายุ 45+ แล้วค่ะ
ซึ่งนับตั้งแต่ที่เราเข้ามาทำงาน จนเดือนที่ 2 เราก็ยังไม่ได้อะไรกับหัวหน้าคนนี้ นอกจากมีแค่ความรำคาญ
เพราะเขาจะชอบเป็นคนที่เวลาเข้างานช่วงเช้า จะนั่งเม้าท์กับเด็กในทีม ที่เป็นลูกรักเค้าค่ะ
คุยกันเสียงดังโวยวาย คนอื่นทำงานเงียบ ๆ อยู่ดี ๆ เค้าหัวหน้าก็จะหัวเราะเสียงดัง ฮ่าๆ ขึ้นมาจนตกใจค่ะ
บางทีก็กรี๊ด ว้ายยยย ขึ้นมาแบบดังๆ เราสะดุ้ง คนอืนสะดุ้งก็มี
พอตอนกลางวัน จะกินข้าวจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มแล้วชอบแซว แซะ พูดจากัดเด็กในทีมที่เป็นน้องๆ
เช่น มีพี่คนนึงเป็น ญญ จะชอบพูดว่าแกเอากันยังไง เล่นขี้หรอ อะไรประมาณนี้ ซึ่งมันเป็นช่วงพักกินข้าวค่ะ
เราฟังแล้วเราก็จะอ้วกอยู่หน่อยๆ บางทีต้อยอมลงไปกินข้างนอก ทั้งที่มันร้อนและเสียเวลาต่อคิวมาก
บางคนโดนบอก แกอ้วนเน้าะ ถ้าผอมกว่านี้จะดีกว่ามากเลย บางคนบอกแกดำจังเลย
เราก็มีบ้างค่ะ เช่น ทำไมไปทำดั้งทรงนี้ ทำแบบถูกๆล่ะสิ พี่ว่ามันไม่สวย ประมาณนี้ค่ะ
ทีนี้ เรื่องที่เราอยากปรึกษาทุกคนคือ
เราทำงานมาได้ตอนนี้สามเดือนแล้วค่ะ
แต่ช่วงที่เราทำงานได้ 2 เดือนแรก และยังดี ๆ กับหัวหน้าอยู่ เราพบว่ามีรุ่นพี่ในทีม ลาออกไปรวมทั้งหมด 7 คน
ที่เข้าแล้วออกนะคะ บางคนเข้ามาไม่ถึง 3 วันก็ออกแล้วก็มีค่ะ อยู่นานสุดคือ 3เดือน
บางคนเป็นรุ่นพี่ที่เราสนิทมาก คือเค้าเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนโรงเรียนเดียวกันค่ะ แต่บังเอิญมาเจอกันที่นี่
เค้ามาทำแค่ 3 วันแล้วออก เราก็ถามเหตุผลว่าเพราะอะไร เค้าก็ไม่ยอมเล่านะ บอกว่าเดี๋ยววันไหนเราลาออก
เค้าจะเล่าให้ฟัง เราก็เลยไม่ได้ตื้อต่อ เราก็ปล่อยผ่าน
แต่พี่คนอื่น ๆ ที่เราเคยสอนงานเค้าในช่วงที่เค้าเพิ่งเข้ามาทำ แล้วออกไปอีก เราก็ถามนะว่าเพราะอะไร
บางคนบอก งานหนักมาก บางคนบอกไม่มีใครสอนงาน บางคนไม่โอเคกับหัวหน้า
แล้วเราก็ถามว่ายังไงในแต่ละเรื่องที่ได้ฟังค่ะ จนเราเริ่มว่ารู้สึกตัวว่าเออเราก็โดนแบบนี้ จริงมากเลย
ละรุ่นพี่แต่ละคนก็เตือน ๆ ว่าให้หางานใหม่รอไว้นะ ถ้าอยู่แบบนี้ไม่น่ารอด
คือด้วยลักษณะตัวเราเองเป็นคนค่อนข้างพูดตรงค่ะ เราจะไม่ค่อยเลียเจ้านายหรือเกาะคนอื่น
ง่าย ๆ เลย คืออยู่ไม่เป็น เราจะเน้นที่ว่าเรารับผิดชอบงานเรา ทำให้ดีที่สุด
แต่ถ้าให้เราเป็นคนที่แบบ ล้างจานให้ ไปซื้อผ้าอนามัยให้ เอาข้าวไปใส่จานมาให้ เหมือนที่ลูกรักเค้าทำ แบบนี้เราไม่ไหวค่ะ
สถานการณ์ล่าสุดของโควิด ทำให้บริษัทเราจำเป็นต้องให้พนักงานสมัครใจลาออก
เค้าเรียกประชุมกันทั้งวันเลยค่ะ สรุปคือพวกเราไม่มีใครลาออก ในทีมก็จะมีตำแหน่งนึง มีกัน 5 คน
และตำแหน่งเรา มีกัน 3 คน และตำแหน่งอื่น ๆ อีก
ที่มีปัญหาคือ เจ้านายเรียกหัวหน้าไปคุยว่า ในทีมใครไร้ประโยชน์สุด หัวหน้าก็จิ้มเลยค่ะว่า คนนี้ คนนั้นนะ
จนสุดท้าย HR เรียกไปจ้างออกทั้งหมด 4 คน(รวมแผนกอื่น)
โดยที่หัวหน้าบอกทุกคนเลยว่า พี่เสียใจที่น้องโดนออก พี่ไม่มีสิทธิ์ไปเอาใครออกได้หรอกนะ
พี่ไม่ได้เลือกเองด้วยซ้ำ ที่น้องโดนออก เพราะคนนั้นไปฟ้องเจ้านาย คนนี้ไปฟ้องเจ้านายว่าน้องไม่ทำงาน
ซึ่งคนนั้นคนนี้ 1 ในนั้นที่หัวหน้าไปพูดมีเราด้วยค่ะ เราเลยโดนคนเกลียดและหมั่นไส้เยอะมาก
พอมีเรื่องปลดพนักงาน ต่อมาก็มีน้องในทีมลาออกอีก 4 คน
รวมทั้งหมดกลายเป็นว่า ทีมเรา น้องๆที่ทำงานกับเราจะลาออกหมดเลยค่ะ ทั้ง 5 คนในตำแหน่งนั้น
ส่วนตำแหน่งเราที่มีกัน 3 คน ก็จะต้องโยกไปทำหน้าที่นั้นด้วยค่ะ แต่ใน 3 คนนี้จะแยกออกกันอีก เป็นคนละทีม
เพราะดูแลกันคนละอย่าง สมมติมี เรา นัข โค เราจะเจอการเอาเปรียบดังนี้ค่ะ
1 เราดูแลทุกช่องทางการขายของแบรนด์ A ในบริษัท เช่น fb, ig, line, website, central online, king power, shopee, lazada
2 นัขดูแลทุกช่องทางการขายของแบรนด์ B ในบริษัท เช่น fb, ig, line, website, central online, shopee, lazada
3 บือดูแลช่องทางการขายของแบรนด์ C ในบริษัท เช่น fb, line, website, twitter
และหัวหน้าบอกว่าเค้างานเยอะ เลยรับคนเข้ามาช่วยเค้าทำช่องทางอื่น ๆ อีก โดยที่คนอื่นต้องทำช่องทางที่เหลือค่ะ
เราเลยรู้สึกว่าเราโดนเอาเปรียบมาก
และล่าสุดเลย เหมือนกับเราเดินผ่านหน้าจอคอมของหัวหน้าค่ะ เค้าเปิดช่องไลน์ที่สร้างกลุ่มไว้โดยที่ไม่มีเราและน้องในทีมที่ต้องโดนออก
แต่มีบืออยู่ในนั้นรวมถึงคนอื่น ๆ ด้วย เราไม่ได้อ่านข้อความนะคะ
แต่ก่อนหน้านั้นเหมือนเราได้ยินพี่ๆในบริษัท คนที่เค้าดีๆ เตือนว่า หัวหน้าอะตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นรวมแต่ลูกรักเค้าไว้แล้วคอลไลน์เพื่อด่าเรากันอยู่
แต่ละคนบอกว่าเราหน้าเหวี่ยงแบบนั้น ทำงานพลาดแบบนี้ ทำไมไม่ให้ออก หัวหน้าเลยพูดว่า ถ้าเกลียดเรามากขนาดนั้น
เดี๋ยวพี่ไปบอกเจ้าของให้ได้นะว่า ให้ไล่เราออก
ตอนเราฟังเราก็งงค่ะ แต่ก็คิดว่าเออคงไม่จริงหรอก
แต่พอหลังจากนั้นบรรยากาศในที่ทำงานก็เปลี่ยนไปค่ะ เวลาเราทำงานก็จะไม่มีใครคุยกับเราเลยค่ะ
แล้วเวลาอะไรที่เหมือนเราทำผิด หัวหน้าจะตะโกนเสียงดังกลางออฟฟิศให้ทุกคนได้ยินค่ะ พอเราเดินไปที่โต๊ะถามว่ามันผิดยังไงนะพี่
พออธิบายไปมาสรุปว่าไม่ผิด หัวหน้าก็จะเงียบไปแล้วทำเหมือนไม่รู้เรื่อง พูดเบาๆ แต่คนทั้งออฟฟิศได้ยินไปแล้ว
พอเวลาเลิกงาน ตอน2-3ทุ่ม มีอะไรผิด เช่นพิมพ์ผิด หรือไม่ CC เมลเพื่อนในทีม
หัวหน้าจะแคปลงกลุ่มที่มีเจ้าของอยู่ และแท็กชื่อไลน์เรา พร้อมเขียนว่า ทำไมไม่ทำคะ ทำไมทำผิดคะ ประมาณนี้ค่ะ
คำถามคือ
- เราเลยอยากถามว่าถ้าย้ายงานตอนนี้จะดีไหมคะ
- ถ้าเราควรสู้ต่อ แล้วเราควรทำตัวยังไงบ้างคะ
ตอนนี้มาทำงานเหมือนมานรก ไม่มีความสุขเลยค่ะ
เราชอบเนื้องานมาก ๆ ตั้งแต่ทำงานมาเราชอบงานของที่นี่ที่สุดแล้ว แต่เราไม่ชอบบรรยากาศที่ทำงานและการโดนจับผิดเลย
ปล.รุ่นน้องในทีมที่ไม่ถูกจ้างออก ยื่นใบลาออกหมดแล้วนะคะ กลายเป็นว่าทั้งทีมนอกจากลูกรักหัวหน้า จะเหลือแค่เราค่ะ
ปล2. เราเพิ่งรู้ว่าหัวหน้าเราค่อนข้างเป็นเด็กมีปัญหาค่ะ เค้าเลยเล่าว่าออกมาอยู่คอนโดเองตั้งแต่เด็ก และวันที่พ่อเสียก็ไม่ไปงานศพ
วันเสาร์อาทิตย์จะอยู่แต่กับแฟนที่ไม่ได้แต่งงาน และไม่มีลูกค่ะ ทั้งชีวิตไม่เคยมีเพื่อนในชีวิตจริง มีแต่น้องๆในที่ทำงานที่ชอบเรียกว่าลูก
เราควรรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดีคะ
พี่ ๆ คนไหนเป็นสายด่วนสุขภาพจิตหรือรับปรึกษาปัญหาชีวิตติดต่อหลังไมค์ได้เลยนะคะ มีหลายเรื่องที่เจอมากกว่าที่พิมพ์อีกเยอะเลย
แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไง เครียดจนนอนไม่หลับมาเป็นสัปดาห์แล้วค่ะ
ปรึกษา/ หัวหน้าไม่ปกติ ควรลาออกหรือทำงานไปก่อน
เราอยากปรึกษาทุก ๆ คนมาก ๆ ตอนนี้เราเข้าสู่ช่วงวัยทำงานแล้วค่ะ ยอมรับว่าประวัติการทำงานไม่ค่อยดี
เพราะเรามีแก็ปเยียร์ ที่ตอนจบมาแล้วมีไปเที่ยวอยู่เป็นปี ทำให้ช่วงนั้นไม่ได้ทำงานที่ไหนเลยค่ะ
บวกกับช่วงนั้นเราขายของออนไลน์อยู่ แล้วรู้สึกว่ารายได้มันอยู่ได้ในระดับนึงนะ
แต่เริ่มมาหางานเพราะคิดได้ว่า อายุเริ่มมากขึ้นแล้ว ถ้าไม่หางานตอนนี้ก็คงจะไม่มั่นคงแล้วค่ะ
ประวัติการทำงานเราก่อนจะมาทำที่ปัจจุบัน คือปีที่แล้ว เราถูกออกเนื่องด้วยเหตุผลไม่ผ่านโปร
เพราะเรายังทำงานไม่ครบช่วงโปรเบชั่น แต่ที่รู้มาจริงๆคือบริษัทได้รับผลกระทบหนักจากโควิด
ทำให้ต้องเลย์ออฟพนักงานใหม่ ๆ ออกหมดเลยค่ะ ที่ให้เหตุผลนี้ เพราะบริษัทกลัวว่าจะต้องจ่ายเงินค่าชดเชย
ทีนี้พอมาปัจจุบัน เราเพิ่งมาทำงานที่นี่ 3เดือนค่ะ
ช่วงวันแรก ที่เข้ามาทำงาน มีเพื่อนเข้ามาในวัยไล่เลี่ยกันเลย ทั้งหมดในแผนกที่เราอยู่ เฉลี่ยอายุในทีม 22-28 ปี
ทีมเราจะมีหัวหน้าคนนึง และเป็นเลขาเจ้านายด้วย อายุ 45+ แล้วค่ะ
ซึ่งนับตั้งแต่ที่เราเข้ามาทำงาน จนเดือนที่ 2 เราก็ยังไม่ได้อะไรกับหัวหน้าคนนี้ นอกจากมีแค่ความรำคาญ
เพราะเขาจะชอบเป็นคนที่เวลาเข้างานช่วงเช้า จะนั่งเม้าท์กับเด็กในทีม ที่เป็นลูกรักเค้าค่ะ
คุยกันเสียงดังโวยวาย คนอื่นทำงานเงียบ ๆ อยู่ดี ๆ เค้าหัวหน้าก็จะหัวเราะเสียงดัง ฮ่าๆ ขึ้นมาจนตกใจค่ะ
บางทีก็กรี๊ด ว้ายยยย ขึ้นมาแบบดังๆ เราสะดุ้ง คนอืนสะดุ้งก็มี
พอตอนกลางวัน จะกินข้าวจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มแล้วชอบแซว แซะ พูดจากัดเด็กในทีมที่เป็นน้องๆ
เช่น มีพี่คนนึงเป็น ญญ จะชอบพูดว่าแกเอากันยังไง เล่นขี้หรอ อะไรประมาณนี้ ซึ่งมันเป็นช่วงพักกินข้าวค่ะ
เราฟังแล้วเราก็จะอ้วกอยู่หน่อยๆ บางทีต้อยอมลงไปกินข้างนอก ทั้งที่มันร้อนและเสียเวลาต่อคิวมาก
บางคนโดนบอก แกอ้วนเน้าะ ถ้าผอมกว่านี้จะดีกว่ามากเลย บางคนบอกแกดำจังเลย
เราก็มีบ้างค่ะ เช่น ทำไมไปทำดั้งทรงนี้ ทำแบบถูกๆล่ะสิ พี่ว่ามันไม่สวย ประมาณนี้ค่ะ
ทีนี้ เรื่องที่เราอยากปรึกษาทุกคนคือ
เราทำงานมาได้ตอนนี้สามเดือนแล้วค่ะ
แต่ช่วงที่เราทำงานได้ 2 เดือนแรก และยังดี ๆ กับหัวหน้าอยู่ เราพบว่ามีรุ่นพี่ในทีม ลาออกไปรวมทั้งหมด 7 คน
ที่เข้าแล้วออกนะคะ บางคนเข้ามาไม่ถึง 3 วันก็ออกแล้วก็มีค่ะ อยู่นานสุดคือ 3เดือน
บางคนเป็นรุ่นพี่ที่เราสนิทมาก คือเค้าเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนโรงเรียนเดียวกันค่ะ แต่บังเอิญมาเจอกันที่นี่
เค้ามาทำแค่ 3 วันแล้วออก เราก็ถามเหตุผลว่าเพราะอะไร เค้าก็ไม่ยอมเล่านะ บอกว่าเดี๋ยววันไหนเราลาออก
เค้าจะเล่าให้ฟัง เราก็เลยไม่ได้ตื้อต่อ เราก็ปล่อยผ่าน
แต่พี่คนอื่น ๆ ที่เราเคยสอนงานเค้าในช่วงที่เค้าเพิ่งเข้ามาทำ แล้วออกไปอีก เราก็ถามนะว่าเพราะอะไร
บางคนบอก งานหนักมาก บางคนบอกไม่มีใครสอนงาน บางคนไม่โอเคกับหัวหน้า
แล้วเราก็ถามว่ายังไงในแต่ละเรื่องที่ได้ฟังค่ะ จนเราเริ่มว่ารู้สึกตัวว่าเออเราก็โดนแบบนี้ จริงมากเลย
ละรุ่นพี่แต่ละคนก็เตือน ๆ ว่าให้หางานใหม่รอไว้นะ ถ้าอยู่แบบนี้ไม่น่ารอด
คือด้วยลักษณะตัวเราเองเป็นคนค่อนข้างพูดตรงค่ะ เราจะไม่ค่อยเลียเจ้านายหรือเกาะคนอื่น
ง่าย ๆ เลย คืออยู่ไม่เป็น เราจะเน้นที่ว่าเรารับผิดชอบงานเรา ทำให้ดีที่สุด
แต่ถ้าให้เราเป็นคนที่แบบ ล้างจานให้ ไปซื้อผ้าอนามัยให้ เอาข้าวไปใส่จานมาให้ เหมือนที่ลูกรักเค้าทำ แบบนี้เราไม่ไหวค่ะ
สถานการณ์ล่าสุดของโควิด ทำให้บริษัทเราจำเป็นต้องให้พนักงานสมัครใจลาออก
เค้าเรียกประชุมกันทั้งวันเลยค่ะ สรุปคือพวกเราไม่มีใครลาออก ในทีมก็จะมีตำแหน่งนึง มีกัน 5 คน
และตำแหน่งเรา มีกัน 3 คน และตำแหน่งอื่น ๆ อีก
ที่มีปัญหาคือ เจ้านายเรียกหัวหน้าไปคุยว่า ในทีมใครไร้ประโยชน์สุด หัวหน้าก็จิ้มเลยค่ะว่า คนนี้ คนนั้นนะ
จนสุดท้าย HR เรียกไปจ้างออกทั้งหมด 4 คน(รวมแผนกอื่น)
โดยที่หัวหน้าบอกทุกคนเลยว่า พี่เสียใจที่น้องโดนออก พี่ไม่มีสิทธิ์ไปเอาใครออกได้หรอกนะ
พี่ไม่ได้เลือกเองด้วยซ้ำ ที่น้องโดนออก เพราะคนนั้นไปฟ้องเจ้านาย คนนี้ไปฟ้องเจ้านายว่าน้องไม่ทำงาน
ซึ่งคนนั้นคนนี้ 1 ในนั้นที่หัวหน้าไปพูดมีเราด้วยค่ะ เราเลยโดนคนเกลียดและหมั่นไส้เยอะมาก
พอมีเรื่องปลดพนักงาน ต่อมาก็มีน้องในทีมลาออกอีก 4 คน
รวมทั้งหมดกลายเป็นว่า ทีมเรา น้องๆที่ทำงานกับเราจะลาออกหมดเลยค่ะ ทั้ง 5 คนในตำแหน่งนั้น
ส่วนตำแหน่งเราที่มีกัน 3 คน ก็จะต้องโยกไปทำหน้าที่นั้นด้วยค่ะ แต่ใน 3 คนนี้จะแยกออกกันอีก เป็นคนละทีม
เพราะดูแลกันคนละอย่าง สมมติมี เรา นัข โค เราจะเจอการเอาเปรียบดังนี้ค่ะ
1 เราดูแลทุกช่องทางการขายของแบรนด์ A ในบริษัท เช่น fb, ig, line, website, central online, king power, shopee, lazada
2 นัขดูแลทุกช่องทางการขายของแบรนด์ B ในบริษัท เช่น fb, ig, line, website, central online, shopee, lazada
3 บือดูแลช่องทางการขายของแบรนด์ C ในบริษัท เช่น fb, line, website, twitter
และหัวหน้าบอกว่าเค้างานเยอะ เลยรับคนเข้ามาช่วยเค้าทำช่องทางอื่น ๆ อีก โดยที่คนอื่นต้องทำช่องทางที่เหลือค่ะ
เราเลยรู้สึกว่าเราโดนเอาเปรียบมาก
และล่าสุดเลย เหมือนกับเราเดินผ่านหน้าจอคอมของหัวหน้าค่ะ เค้าเปิดช่องไลน์ที่สร้างกลุ่มไว้โดยที่ไม่มีเราและน้องในทีมที่ต้องโดนออก
แต่มีบืออยู่ในนั้นรวมถึงคนอื่น ๆ ด้วย เราไม่ได้อ่านข้อความนะคะ
แต่ก่อนหน้านั้นเหมือนเราได้ยินพี่ๆในบริษัท คนที่เค้าดีๆ เตือนว่า หัวหน้าอะตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นรวมแต่ลูกรักเค้าไว้แล้วคอลไลน์เพื่อด่าเรากันอยู่
แต่ละคนบอกว่าเราหน้าเหวี่ยงแบบนั้น ทำงานพลาดแบบนี้ ทำไมไม่ให้ออก หัวหน้าเลยพูดว่า ถ้าเกลียดเรามากขนาดนั้น
เดี๋ยวพี่ไปบอกเจ้าของให้ได้นะว่า ให้ไล่เราออก
ตอนเราฟังเราก็งงค่ะ แต่ก็คิดว่าเออคงไม่จริงหรอก
แต่พอหลังจากนั้นบรรยากาศในที่ทำงานก็เปลี่ยนไปค่ะ เวลาเราทำงานก็จะไม่มีใครคุยกับเราเลยค่ะ
แล้วเวลาอะไรที่เหมือนเราทำผิด หัวหน้าจะตะโกนเสียงดังกลางออฟฟิศให้ทุกคนได้ยินค่ะ พอเราเดินไปที่โต๊ะถามว่ามันผิดยังไงนะพี่
พออธิบายไปมาสรุปว่าไม่ผิด หัวหน้าก็จะเงียบไปแล้วทำเหมือนไม่รู้เรื่อง พูดเบาๆ แต่คนทั้งออฟฟิศได้ยินไปแล้ว
พอเวลาเลิกงาน ตอน2-3ทุ่ม มีอะไรผิด เช่นพิมพ์ผิด หรือไม่ CC เมลเพื่อนในทีม
หัวหน้าจะแคปลงกลุ่มที่มีเจ้าของอยู่ และแท็กชื่อไลน์เรา พร้อมเขียนว่า ทำไมไม่ทำคะ ทำไมทำผิดคะ ประมาณนี้ค่ะ
คำถามคือ
- เราเลยอยากถามว่าถ้าย้ายงานตอนนี้จะดีไหมคะ
- ถ้าเราควรสู้ต่อ แล้วเราควรทำตัวยังไงบ้างคะ
ตอนนี้มาทำงานเหมือนมานรก ไม่มีความสุขเลยค่ะ
เราชอบเนื้องานมาก ๆ ตั้งแต่ทำงานมาเราชอบงานของที่นี่ที่สุดแล้ว แต่เราไม่ชอบบรรยากาศที่ทำงานและการโดนจับผิดเลย
ปล.รุ่นน้องในทีมที่ไม่ถูกจ้างออก ยื่นใบลาออกหมดแล้วนะคะ กลายเป็นว่าทั้งทีมนอกจากลูกรักหัวหน้า จะเหลือแค่เราค่ะ
ปล2. เราเพิ่งรู้ว่าหัวหน้าเราค่อนข้างเป็นเด็กมีปัญหาค่ะ เค้าเลยเล่าว่าออกมาอยู่คอนโดเองตั้งแต่เด็ก และวันที่พ่อเสียก็ไม่ไปงานศพ
วันเสาร์อาทิตย์จะอยู่แต่กับแฟนที่ไม่ได้แต่งงาน และไม่มีลูกค่ะ ทั้งชีวิตไม่เคยมีเพื่อนในชีวิตจริง มีแต่น้องๆในที่ทำงานที่ชอบเรียกว่าลูก
เราควรรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดีคะ
พี่ ๆ คนไหนเป็นสายด่วนสุขภาพจิตหรือรับปรึกษาปัญหาชีวิตติดต่อหลังไมค์ได้เลยนะคะ มีหลายเรื่องที่เจอมากกว่าที่พิมพ์อีกเยอะเลย
แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไง เครียดจนนอนไม่หลับมาเป็นสัปดาห์แล้วค่ะ