สวัสดีครับ ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง หรืออ่านก็ได้ครับ
จากที่ผมเคยมาปรึกษาว่า ผมแอบรู้สึกดีๆ กับคนคนหนึ่ง....และก็มีหลายท่านคอมเมนต์เตือน เรื่องความเหมาะสม
ณ วันนั้นผมก็ตัดสินใจว่าผมจะรับฟัง แต่ก็ขอพิจารณาด้วยตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เรื่องนั้นมันจบลงไปแล้วครับ
ผมจึงอยากมาเล่าให้ฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างใน "137" ช่วงที่เราคบกันที่ผ่านมา
ก่อนอื่นขอเล่าท้าวความก่อนครับ (ไม่นับใน 137 วันนะครับ)
เรื่องเริ่มจาก วันที่ 25 ธันวา ปี 2562 ตอนที่ผมได้รับข้อความแชตจากน้องเค้าครั้งแรก เรื่องงาน น้องเค้าถามว่าจะให้ไปติดต่อวันไหนดี
คือน้องเค้าจะมาฝึกงานที่ผมทำงานอยู่ ผมเลยประสานติดต่อให้ ตลอดเวลาตั้งแต่ 25 ธันวา 62 เป็นมาการคุยของเราก็เป็นไปในเรื่องานทั้งหมดเลย
จนวันที่ 28 มิถุนายน 2563 เป็นครั้งแรกที่น้องเค้าคุยเล่นกับผม น้องเค้าขอเอกสารบางอย่าง ซึ่งผมมีไฟล์อยู่ แต่ยังส่งให้น้องเค้าไม่ได้
เพราะตอนนั้นผมไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ทำงานที่น้ำตกแห่งหนึ่ง ไม่ได้เอาคอมไป เลยบอกน้องเค้าไปว่า "ที่นี้มีแค่ก้อนหินกับน้ำ ส่งยังไงละ" เค้าบอกว่า "ทัวร์เป็นนกขนิ้นนะครับ"
ผมก็เอ๊ะ.... ครั้งแรกที่พูดเล่นกับเรานะเนี้ย แอบยิ้มในใจ
หลังจากนั้นบทสนทนาระหว่างเราก็เปลี่ยนเป็นเรื่องของการเลี้ยงปลา เพราะผมชอบเลี้ยงปลามาก น้องเค้าก็ชอบเหมือนกัน
น้องเค้าจะถามว่าร้านไหนดี เลี้ยงยังไง ตู้แบบไหนดี ผมก็ให้คำแนะนำไป ซึ่งผมก็คุยเยอะมากเลยตอนนั้น เพราะผมก็อินกับเรื่องปลามากพอสมควร
เราคุยเรื่องปลา เรื่องตู้ปลา อุปกรณ์เลี้ยงปลากันเป็นเดือนๆ เลย จนเข้าเดือน กรกฏา 63
น้องเค้าก็เริ่มที่ต้องมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเรียน ผมก็ให้คำปรึกษาเรื่องวิจัยกับน้องเค้าไป จนกระทั่งผมคิดวิจัยให้เค้าเลย เพราะผมคิดว่าแบบนี้ดีกว่า
ผมแก้งานเค้าหมดเลย เพราะผมมั่นใจมากว่าแบบนี้คือวิธีที่เค้าจะพัฒนาตัวเองได้ดีกว่าวิจัยที่เค้าทำ (ผมก็เจ้ากี้เจ้าการเนอะ) หลังๆ พิมพ์ให้ด้วยเลย
ปกติผมไม่ตอบแชตใครเรื่องงานหลังจากเลิกงงานแล้ว แต่กับน้องเค้าผมตอบได้ตลอดเลย ทุ่มหนึ่ง สองทุ่มก็ยังตอบ
ช่วงประมาณ สิงหา 63 น้องเค้าจะปรึกษาผมเรื่องวิจัยเยอะมาก บางคืนคุยกันถึงห้าทุ่ม ผมก็คุยได้เรื่อยเปื่อย งานตัวเองก็ไม่ได้ทำ 555
ซึ่งผมใช้วิธีพิมพ์แชตเฟสบุ๊คมาตลอดนะครับ (ที่อ้างอิงเวลาได้ก็ไปดูย้อนหลังนี้แหละ) วันที่ 6 กันยายน 63 เป็นครั้งแรกที่ผมโทร หาเค้า เราคุยกันแปปเดียว
แต่ก็เป็นเรื่องงานวิจัยนะ คุย 4 นาที นิดหน่อย ผมเองก็ถามเค้าในบางเรื่อง เช่นความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบางอย่างที่เค้าเกียวข้อง ผมก็ถามเค้านะ เค้าก็ให้คำตอบโอเค
วันที่ 2 ตุลาคม 63 เป็นครั้งแรกที่เค้าเรียกตัวว่า "น้อง" กับผม โดยน้องเค้ากำลังเรียงเอกสารที่ผมให้ทำอยู่ แล้วก็ถ่ายภาพส่งมา ผมก็บอกไปว่า ดีมาก
น้องเค้าตอบว่า ก.ไก่ ล้านตัว แล้วถามว่า "ไม่มาช่วยน้องเหรอ" ผมนี้ยิ้มมมมมมมมมมเลย แต่ก็ตอบไปว่า 'คิดว่าไม่นะ' ก็ยังไว้ฟอร์มหน่อยหนึ่ง
วันที่ 10 ตุลาคม 63 เป็นครั้งแรกที่น้องเค้าโอนเงินเข้าบัญชีผม ฝากผมทำบุญ.....ผมเลยได้โอกาสให้เบอร์น้องเค้าไป เพราะปกติ จะติดต่อกันทางแชตเท่านั้น แต่เบอร์มือถือผม เป็นพร้อมเพย์ เลยแอบให้เบอร์ไป เลยหยอกๆ ไปว่า 'จะเอาเบอร์ก็บอกตรงๆ' เค้าก็ไม่ตอบอะไร ผมก็แหงะ หรือว่าเร็วไปวะ
วันที่ 18 ตุลาคม 63 ผมอธิบายวิธีใช้ Excel กับน้องเค้าตั้งแต่สองทุ่ม จนสี่ทุ่มเลย ถ่ายภาพส่งทีละภาพๆ กันตลกดี
วันที่ 19 ตุลาคม 63 วันนี้เป็นวันที่น้องเค้าเปลี่ยนชื่อเล่นในแชตของเค้าเป็นรูป อิโมจิ "ลิงปิดปาก" ผมก็งงๆ ว่าเปลี่ยนทำไม เปลี่ยนพื้นหลังแชต เป็นมัดย้อมด้วย
ผมก็คิดซิ ว่าเฮ้อย เราพิเศษกว่าคนอื่นแน่นอนงานนี้ และน้องเค้ายังตั้งค่า อิโมจิเวลาที่เรากด ไลค์เฉยๆ อะคนรับให้เป็นเครื่องหมาย แบบ "สู้ๆ" ผมก็ยิ่งอิ่มใจเลย
เลยบอกไปว่า 'เออดีจัง สวย' เค้าก็ไม่ตอบอะไร
วันที่ 30 ตุลาคม 63 ผมเห็นน้องเค้านั่งซึมๆ เลยถามว่าเป็นไร เค้าบอกว่าเค้าส่งงานไม่ทัน ผมเลยถามว่างานอะไร เค้าบอกว่างานวิจัยที่สรุปเป็ฯ paper เล็กๆ
ผมก็อึกๆ ไป เพราะหรือเป็นเพราะวะ ที่สั่งแก้งานวิจัยน้องเค้าเยอะ จนเค้าส่งไม่ทัน ผมเลยทำให้เลย เป็น Paper Review เล็กๆ ห้าหกแผ่น ใส่รายละเอียดตามกระบวนการวิจัย แล้วส่งไฟล์ให้น้องเค้า บอกว่าเอาไปส่งอาจารย์ซะ
วันที่ 31 ตุลาคม 63 เค้าก็ไปพรีเซนต์วิจัยที่มหาลัย ส่งภาพมาให้ผมดูด้วย ผมก็แอบดีใจเล็กๆ นะ ว่าเออ เราก็ช่วยน้องเค้าได้นี้หว่า แล้วก็ดีใจที่น้องเค้าให้ความสำคัญกับเราด้วยแหละ
วันที่ 5 พฤศจิกายน 63 ผมได้คุยกันน้องเค้าแบบที่แปลกไปครั้งแรก มีการคุยกันแบบไม่เหมือนเพื่อนร่วมงาน ผมก็หวั่นๆ ว่าจะเกินไปมั้ย เราก็ต้องคีพลุคเป็นงานเป็นการด้วยซิ แต่ก็ยังแค่คุยแชตนะครับ
ช่วงนั้นที่ทำงานจะมีทริปกัน ผมอยากให้น้องเค้าไปด้วย แต่น้องเค้าติดเรื่องเงินค่าใช้จ่าย แต่คุยไปมา มีพี่ที่ทำงานอีกคนที่น้องเค้าช่วยทำงานอยู่ ออกตังให้ส่วนหนึ่ง ผมเลยบอกว่างั้นผมออกให้ด้วย น้องเค้าเลยได้ไปด้วย ผมดีใจมากเลย แต่ก็เก็บอาการไว้สุดๆ
ความรู้สึกดีๆ 137 วัน (ช/ช)
จากที่ผมเคยมาปรึกษาว่า ผมแอบรู้สึกดีๆ กับคนคนหนึ่ง....และก็มีหลายท่านคอมเมนต์เตือน เรื่องความเหมาะสม
ณ วันนั้นผมก็ตัดสินใจว่าผมจะรับฟัง แต่ก็ขอพิจารณาด้วยตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เรื่องนั้นมันจบลงไปแล้วครับ
ผมจึงอยากมาเล่าให้ฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างใน "137" ช่วงที่เราคบกันที่ผ่านมา
ก่อนอื่นขอเล่าท้าวความก่อนครับ (ไม่นับใน 137 วันนะครับ)
เรื่องเริ่มจาก วันที่ 25 ธันวา ปี 2562 ตอนที่ผมได้รับข้อความแชตจากน้องเค้าครั้งแรก เรื่องงาน น้องเค้าถามว่าจะให้ไปติดต่อวันไหนดี
คือน้องเค้าจะมาฝึกงานที่ผมทำงานอยู่ ผมเลยประสานติดต่อให้ ตลอดเวลาตั้งแต่ 25 ธันวา 62 เป็นมาการคุยของเราก็เป็นไปในเรื่องานทั้งหมดเลย
จนวันที่ 28 มิถุนายน 2563 เป็นครั้งแรกที่น้องเค้าคุยเล่นกับผม น้องเค้าขอเอกสารบางอย่าง ซึ่งผมมีไฟล์อยู่ แต่ยังส่งให้น้องเค้าไม่ได้
เพราะตอนนั้นผมไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ทำงานที่น้ำตกแห่งหนึ่ง ไม่ได้เอาคอมไป เลยบอกน้องเค้าไปว่า "ที่นี้มีแค่ก้อนหินกับน้ำ ส่งยังไงละ" เค้าบอกว่า "ทัวร์เป็นนกขนิ้นนะครับ"
ผมก็เอ๊ะ.... ครั้งแรกที่พูดเล่นกับเรานะเนี้ย แอบยิ้มในใจ
หลังจากนั้นบทสนทนาระหว่างเราก็เปลี่ยนเป็นเรื่องของการเลี้ยงปลา เพราะผมชอบเลี้ยงปลามาก น้องเค้าก็ชอบเหมือนกัน
น้องเค้าจะถามว่าร้านไหนดี เลี้ยงยังไง ตู้แบบไหนดี ผมก็ให้คำแนะนำไป ซึ่งผมก็คุยเยอะมากเลยตอนนั้น เพราะผมก็อินกับเรื่องปลามากพอสมควร
เราคุยเรื่องปลา เรื่องตู้ปลา อุปกรณ์เลี้ยงปลากันเป็นเดือนๆ เลย จนเข้าเดือน กรกฏา 63
น้องเค้าก็เริ่มที่ต้องมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเรียน ผมก็ให้คำปรึกษาเรื่องวิจัยกับน้องเค้าไป จนกระทั่งผมคิดวิจัยให้เค้าเลย เพราะผมคิดว่าแบบนี้ดีกว่า
ผมแก้งานเค้าหมดเลย เพราะผมมั่นใจมากว่าแบบนี้คือวิธีที่เค้าจะพัฒนาตัวเองได้ดีกว่าวิจัยที่เค้าทำ (ผมก็เจ้ากี้เจ้าการเนอะ) หลังๆ พิมพ์ให้ด้วยเลย
ปกติผมไม่ตอบแชตใครเรื่องงานหลังจากเลิกงงานแล้ว แต่กับน้องเค้าผมตอบได้ตลอดเลย ทุ่มหนึ่ง สองทุ่มก็ยังตอบ
ช่วงประมาณ สิงหา 63 น้องเค้าจะปรึกษาผมเรื่องวิจัยเยอะมาก บางคืนคุยกันถึงห้าทุ่ม ผมก็คุยได้เรื่อยเปื่อย งานตัวเองก็ไม่ได้ทำ 555
ซึ่งผมใช้วิธีพิมพ์แชตเฟสบุ๊คมาตลอดนะครับ (ที่อ้างอิงเวลาได้ก็ไปดูย้อนหลังนี้แหละ) วันที่ 6 กันยายน 63 เป็นครั้งแรกที่ผมโทร หาเค้า เราคุยกันแปปเดียว
แต่ก็เป็นเรื่องงานวิจัยนะ คุย 4 นาที นิดหน่อย ผมเองก็ถามเค้าในบางเรื่อง เช่นความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบางอย่างที่เค้าเกียวข้อง ผมก็ถามเค้านะ เค้าก็ให้คำตอบโอเค
วันที่ 2 ตุลาคม 63 เป็นครั้งแรกที่เค้าเรียกตัวว่า "น้อง" กับผม โดยน้องเค้ากำลังเรียงเอกสารที่ผมให้ทำอยู่ แล้วก็ถ่ายภาพส่งมา ผมก็บอกไปว่า ดีมาก
น้องเค้าตอบว่า ก.ไก่ ล้านตัว แล้วถามว่า "ไม่มาช่วยน้องเหรอ" ผมนี้ยิ้มมมมมมมมมมเลย แต่ก็ตอบไปว่า 'คิดว่าไม่นะ' ก็ยังไว้ฟอร์มหน่อยหนึ่ง
วันที่ 10 ตุลาคม 63 เป็นครั้งแรกที่น้องเค้าโอนเงินเข้าบัญชีผม ฝากผมทำบุญ.....ผมเลยได้โอกาสให้เบอร์น้องเค้าไป เพราะปกติ จะติดต่อกันทางแชตเท่านั้น แต่เบอร์มือถือผม เป็นพร้อมเพย์ เลยแอบให้เบอร์ไป เลยหยอกๆ ไปว่า 'จะเอาเบอร์ก็บอกตรงๆ' เค้าก็ไม่ตอบอะไร ผมก็แหงะ หรือว่าเร็วไปวะ
วันที่ 18 ตุลาคม 63 ผมอธิบายวิธีใช้ Excel กับน้องเค้าตั้งแต่สองทุ่ม จนสี่ทุ่มเลย ถ่ายภาพส่งทีละภาพๆ กันตลกดี
วันที่ 19 ตุลาคม 63 วันนี้เป็นวันที่น้องเค้าเปลี่ยนชื่อเล่นในแชตของเค้าเป็นรูป อิโมจิ "ลิงปิดปาก" ผมก็งงๆ ว่าเปลี่ยนทำไม เปลี่ยนพื้นหลังแชต เป็นมัดย้อมด้วย
ผมก็คิดซิ ว่าเฮ้อย เราพิเศษกว่าคนอื่นแน่นอนงานนี้ และน้องเค้ายังตั้งค่า อิโมจิเวลาที่เรากด ไลค์เฉยๆ อะคนรับให้เป็นเครื่องหมาย แบบ "สู้ๆ" ผมก็ยิ่งอิ่มใจเลย
เลยบอกไปว่า 'เออดีจัง สวย' เค้าก็ไม่ตอบอะไร
วันที่ 30 ตุลาคม 63 ผมเห็นน้องเค้านั่งซึมๆ เลยถามว่าเป็นไร เค้าบอกว่าเค้าส่งงานไม่ทัน ผมเลยถามว่างานอะไร เค้าบอกว่างานวิจัยที่สรุปเป็ฯ paper เล็กๆ
ผมก็อึกๆ ไป เพราะหรือเป็นเพราะวะ ที่สั่งแก้งานวิจัยน้องเค้าเยอะ จนเค้าส่งไม่ทัน ผมเลยทำให้เลย เป็น Paper Review เล็กๆ ห้าหกแผ่น ใส่รายละเอียดตามกระบวนการวิจัย แล้วส่งไฟล์ให้น้องเค้า บอกว่าเอาไปส่งอาจารย์ซะ
วันที่ 31 ตุลาคม 63 เค้าก็ไปพรีเซนต์วิจัยที่มหาลัย ส่งภาพมาให้ผมดูด้วย ผมก็แอบดีใจเล็กๆ นะ ว่าเออ เราก็ช่วยน้องเค้าได้นี้หว่า แล้วก็ดีใจที่น้องเค้าให้ความสำคัญกับเราด้วยแหละ
วันที่ 5 พฤศจิกายน 63 ผมได้คุยกันน้องเค้าแบบที่แปลกไปครั้งแรก มีการคุยกันแบบไม่เหมือนเพื่อนร่วมงาน ผมก็หวั่นๆ ว่าจะเกินไปมั้ย เราก็ต้องคีพลุคเป็นงานเป็นการด้วยซิ แต่ก็ยังแค่คุยแชตนะครับ
ช่วงนั้นที่ทำงานจะมีทริปกัน ผมอยากให้น้องเค้าไปด้วย แต่น้องเค้าติดเรื่องเงินค่าใช้จ่าย แต่คุยไปมา มีพี่ที่ทำงานอีกคนที่น้องเค้าช่วยทำงานอยู่ ออกตังให้ส่วนหนึ่ง ผมเลยบอกว่างั้นผมออกให้ด้วย น้องเค้าเลยได้ไปด้วย ผมดีใจมากเลย แต่ก็เก็บอาการไว้สุดๆ