JJNY : ศรีธัญญางดรับผู้ป่วยใหม่│พท.ชง5มาตรการสธ. 5มาตรการศก.│ตร.กักกักตัวดับคาแฟลต│หนุ่มวัย45ดับคาคอนโด│KNUบุกตีฐานพม่า

อย่าเพิ่งบ้า! โควิดทำเดือดร้อนทุกวงการ รพ.ศรีธัญญา ประกาศงดรับผู้ป่วยใหม่ตั้งแต่วันนี้
https://www.matichon.co.th/region/news_2692862
 
 
อย่าเพิ่งบ้า! โควิดทำเดือดร้อนทุกวงการ รพ.ศรีธัญญา ประกาศงดรับผู้ป่วยใหม่ตั้งแต่วันนี้
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากมีประกาศของโรงพยาบาลศรีธัญญาออกมาเผยแพร่ว่า ประกาศโรงพยาบาลศรีธัญญา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) งดบริการผู้ป่วยจิตเวชใหม่ชั่วคราว  ยกเว้นมีอาการวิกฤตฉุกเฉิน ตั้งแต่ 27 เมษายน 2564 เป็นต้นไป สำหรับผู้ป่วยเก่ากรณีอาการปกติ มาตามนัดเปิดให้บริการรับยาเดิม โดยไม่ต้องพบแพทย์ จันทร์-ศุกร์ เช้าเวลา 08.30-10.30 น. บ่าย 13.00-14.30 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการรับยาทางไปรษณีย์ทุกวัน โทร 0-2580-7800 ต่อ 57222 กรณีอาการเปลี่ยนแปลงพบแพทย์ตามนัด
 
ขณะที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ผู้สื่อข่าวพบว่า ที่บริเวณทางเข้า-ออกของโรงพยาบาลแห่งนี้มีการนำป้ายประกาศดังกล่าวมาติดไว้จริงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
 
ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดเผยว่า ป้ายประกาศดังกล่าวเพิ่งมีเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลนำมาติดไว้ตอน 4 โมงเย็นที่ผ่านมา โดยที่ตนก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าในวันพรุ่งนี้จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งในประกาศนี้อย่างไร ในกรณีที่มีผู้ป่วยเดินทางมาที่โรงพยาบาล เพราะยังไม่ได้รับคำสั่งที่แน่ชัดว่าจะดำเนินการอย่างไรหากมีผู้ป่วยเดินทางมาที่โรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้
 
ทางด้านญาติผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางมาส่งผู้ป่วยรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนเองก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าโรงพยาบาลจะมีประกาศงดรับผู้ป่วยรายใหม่ในวันพรุ่งนี้ ก็รู้สึกแปลกใจกับประกาศนี้เช่นกัน แต่คิดว่าทางโรงพยาบาลคงจะป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสโควิดลุกลามระบาดเข้ามาในโรงพยาบาลมากกว่า ซึ่งก็นับว่าตนยังโชคดีที่เดินทางมาส่งผู้ป่วยเมื่อช่วงเย็นได้ทันเวลาพอดี เพราะหากตัดสินใจมาในวันพรุ่งนี้แล้วก็ไม่รู้ว่าทางโรงพยาบาลจะรับผู้ป่วยรายใหม่ไว้รักษาหรือไม่
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากประกาศดังกล่าวของทางโรงพยาบาลที่เผยแพร่ไปในโลกโซเชียลเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทำให้บรรดาผู้คนในโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในระลอกนี้ ส่งผลกระทบไปทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่คนบ้าในยุคนี้ที่แม้แต่โรงพยาบาลที่ต้องดูแลรักษาโดยตรงยังต้องหยุดให้บริการ


 
แถลงการณ์ เพื่อไทย ชง "5 มาตรการสาธารณสุข 5 มาตรการเศรษฐกิจ" แก้โควิด-19
https://www.thairath.co.th/news/politic/2078353
 
“เพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ ชง 5 มาตรการสาธารณสุข 5 มาตรการเศรษฐกิจ จี้ รัฐบาล แก้ปัญหาโควิด-19 แบบครบวงจร ช่วยปากท้องพี่น้องประชาชน ที่กำลังวิกฤติหนัก 
 
วันที่ 27 เม.ย. พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ว่า 
 
สถานการณ์การระบาดของโควิดระลอกที่ 3 ได้สร้างความเสียหายต่อประเทศทั้งทางด้านสาธารณสุข สุขภาพของพี่น้องประชาชน และสภาวะเศรษฐกิจ ลงลึกถึงปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยในระยะที่ผ่านมา การรับมือโควิดของรัฐบาลผิดพลาด ล้มเหลว และไร้ประสิทธิภาพ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้
 
1.1. รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาผู้ป่วยตกค้างที่รอเข้าสู่ระบบการรักษาหลายร้อยราย และต้องไม่มีเหตุการณ์ผู้ป่วยรอเข้าสู่ระบบจนเสียชีวิตเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด รัฐบาลยังต้องให้ความสำคัญกับปัญหาคอขวดด้าน ICU และอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรองรับผู้ป่วยหนัก เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของประชาชน
 
1.2. รัฐบาลต้องบริการจัดการระบบโลจิสติกส์ด้านการตรวจเชื้อ การเข้ารักษาในโรงพยาบาล ปัญหาเตียงเต็ม ให้เป็นระบบ โดยใช้ฐานข้อมูลเดียวในการบริหารจัดการ และรายงานสถานะให้พี่น้องประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
 
1.3. รัฐบาลต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ โดยตั้งเป้าหมาย 100 ล้านโดส ภายในปีนี้ โดยเร่งฉีดให้ได้วันละ 400,000 โดสต่อวัน เพื่อให้ครอบคลุม 50-60% ของประชาชนภายในสิ้นปีนี้
 
1.4. รัฐบาลต้องรับฟังและแก้ไขข้อผิดพลาดในการทำงาน ตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง และร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มปริมาณการฉีดวัคซีนให้คนไทย เพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาวะวิกฤติ
 
1.5. การล็อกดาวน์ (หากจำเป็นต้องดำเนินการ) ต้องทำโดยยึดหลักเฉพาะเจาะจง ไม่สร้างภาระกับประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศเกินความจำเป็น
 
2. ด้านเศรษฐกิจ
 
2.1. รัฐบาลต้องเร่งเยียวยาประชาชนและภาคเอกชน โดยที่เฉพาะที่ได้ผลกระทบจากการระบาดในระลอกที่ 3 โดยเยียวยาเป็นเงินสดจำนวน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยควรใช้ระบบเฉพาะเจาะจง หลีกเลี่ยงการเยียวยาแบบเหวี่ยงแห
 
2.2. ต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายจริงของงบฟื้นฟูที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายอยู่ราว 300,000 ล้าน ให้มีการใช้จริงและเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน และโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นฯ วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
2.3. รัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือ SMEs ซึ่งเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเยียวยาผู้ประกอบการที่ถูกสั่งปิดโดยภาครัฐ และที่ได้รับผลกระทบ เร่งแก้ไขกลไกในมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ ให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสินเชื่อและการตีโอนทรัพย์ รวมถึงมาตรการเพื่อรักษาระดับการจ้างงาน
 
2.4. มาตรการสิทธิพิเศษด้านภาษี เงินคืน ส่วนลด เพื่อดึงกำลังซื้อจาก “คนมีรายได้สูง” โดยระบุเงื่อนไขมุ่งเป้าไปที่การซื้อ “สินค้าคงทน” เครื่องจักร อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าชิ้นใหญ่ๆ เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนรอบใหม่ สร้างการจ้างงาน สร้างเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจ
 
2.5. สนับสนุนการส่งออกในจังหวะที่ประเทศคู่ค้าเริ่มฟื้น โดยสนับสนุนเรื่องต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักร มาตรการด้านภาษีศุลกากร เพื่อทำให้ผู้ประกอบไทยส่งออกในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อดึงรายได้เข้าประเทศ รวมถึงการดูแลค่าเงินบาท
 
วิกฤตโควิด-19 นั้นหนักหนาทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ และพร้อมผนึกกำลังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อฝ่าฟันและพ้นผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
 

 
ตำรวจกักตัวโควิด ดับคาแฟลต รอชุดพิเศษเก็บศพ เผยสีกากีติดเชื้อ 624 ราย 
https://www.pptvhd36.com/news/อาชญากรรม/146328
 
ตำรวจกักตัวในแฟลต พบติดโควิด-19 เสียชีวิตปริศนา ร่วมกตัญญูฯรอชุดพิเศษเข้าเก็บศพ เผยยอดตร.ติดเชื้อแล้ว 624 ราย 
 
ตำรวจกักตัวโควิด ดับคาแฟลต รอชุดพิเศษเก็บศพ เผยสีกากีติดเชื้อ 624 ราย
 
เมื่อเวลา20.20 น.วันที่ 26 เมษายน มีรายงานว่า มูลนิธิร่วมกตัญญู รับแจ้งให้ประสานส่งทีมปฏิบัติการเฉพาะทาง ไปที่แฟลตตำรวจ ถนอมมิตร เนื่องจากมีตำรวจ ระบุ ยศ ร.ต.ท.ที่ระหว่างกักตัวเนื่องจากมีเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตในห้องพัก เป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.คันนายาว ทั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
 
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 64 ถึงวันที่ 25 เมษายน 2564 มีรายงานข้าราชการตำรวจ ติดเชื้อโควิด-19 แล้วจำนวน 624 นาย สังกัดนครบาล 160 นาย สอบสวนกลาง 90 นายและอื่นๆอีก ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 471 นาย
 
"พล.ต.อ.สุวัฒน์แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ห่วงเรื่องกำลังพลในช่วงนี้ ถ้ากำลังพลส่วนไหนที่ขาดตกบกพร่องไปจนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ให้ประสานหน่วยข้างเคียงขอกำลังมาสนับสนุน ช่วงนี้จะนำเทคโนโลยีมาใช้ โดย ผบ.ตร.ได้ออกแบบ ติดตั้งกล้องวงจรปิด กว่า 9,000 ตัว เป็นเครื่องมือในการทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในช่วงโควิด-19 นี้คงได้เห็นการใช้ประสิทธิภาพของกล้องในการป้องกันที่ดีมากยิ่งขึ้น"โฆษกตร.กล่าว 
 
ขณะที่ ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ พล.ต.ต.ฐากูร นิ่มสมบุญ ผบก.ทว. พ.ต.อ.พจน์ ฟอร์ตี้ รอง ผบก.ทว. พ.ต.อ. สมิง รอดรัตษะ รอง ผบก.ทว.พร้อมด้วยผู้บริหารนายเฉลิมพงษ์ มหาวาณิชย์วงศ์  ที่ปรึกษาโครงการบริษัท มอร์  เมดกานสชนดิคอล จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งพิฆาตโควิด-19 ฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 

 
สลดอีกราย หนุ่มวัย 45 เสี่ยงสูง ดับคาคอนโด ปั๊มไม่ขึ้น ร่างรอเก็บ 8 ชม.
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6364846
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกรณีสลด ชายวัย 45 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างรอตรวจเชื้อโควิด หลังจากพบว่ามีความเสี่ยงสูงสัมผัสผู้ป่วยมาก่อนหน้าจึงกักตัว แต่อาการทรุดหนัก เพื่อนโทรขอความช่วยเหลือภาครัฐ แต่ถูกปฏิเสธ บอกให้ผู้ป่วยโทรเอง สุดท้ายไม่ทันเสียชีวิตคาคอนโดแห่งหนึ่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37
 
โดย ผู้ป่วยชาย ชื่อเอก อายุ 45 ปี ไปสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากญาติที่ต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ กลับมา กทม.เริ่มมีอาการเสี่ยงติดเชื้อโควิด ผู้ป่วยตรวจเชื้อครั้งแรกไม่เจอ และกักตัวรอไปตรวจเชื้อซ้ำ แต่ไปต่อคิวตรวจ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง รับตรวจเชื้อแค่ 20คนต่อวัน วันแรกไปก็คิวเต็ม ต่อมาไปตั้งแต่ตีห้า รับบัตรคิวแต่ก็คิวเต็ม จึงมาลงทะเบียนรอตรวจกับประกันสังคมได้คิวตรวจ 27 เม.ย.
 
ต่อมา คืนวันที่ 25 เม.ย. ผู้ป่วยอาการหนัก ไอหนัก หายใจเองไม่ได้ โทรหาญาติที่ต่างจังหวัด ญาติจึงช่วยประสาน1669 แต่สัญญาณขึ้นที่จังหวัดที่อยู่ จึงต้องประสานขอความช่วยเหลือนิติคอนโด โดยนิติโทรแจ้ง 1669 และ 1668 แต่ปลายสายบอกให้ผู้ป่วยโทรเอง และขอเบอร์ผู้ป่วยจะโทรกลับเอง แต่แจ้งไปแล้วผู้ป่วยอาการหนักหายใจติดขัดและนอนนิ่งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังยืนยันจะคุยกับผู้ป่วยเท่านั้น เช้าวันที่ 26 เม.ย. เจ้าหน้าที่ ติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ จึงเดินทางมาที่คอนโด พบว่าผู้ป่วยหมดสติหายใจรวยริน ปั๊มหัวใจแต่ไม่ทัน เสียชีวิตในห้อง ข้างศพ มีเอกสารเตรียมจะไปตรวจเชื้อโควิด
 
หลังจากเสียชีวิต ศพถูกทิ้งไว้ในห้องถึง 8 ชั่วโมง เพื่อรอการชันสูตรศพ แพทย์ชันสูตรระบุว่า ระบบหัวใจล้มเหลว แต่ญาติเชื่อว่า ผู้ป่วยนั้นติดเชื้อโควิด รอรับการตรวจเชื้อจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม พบว่า ญาติ ระบุว่าขาดการติดต่อกันหลายปี ไม่รู้ว่าน้องชายป่วย ไร้การช่วยเหลือ หากน้องได้ไปตรวจเชื้อ ได้รับการรักษา คงไม่เสียชีวิตสุดเวทนา วอนภาครัฐ ขอให้น้องชายเป็นกรณีสุดท้ายที่รอการรักษาจนตาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่