สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
รายการนี้ข้าพเจ้าตามดูอยู่นะ ดูเหมือนคนจีนเขาจะชอบใจความจริงจังและจริงใจ
ขอไม่พูดเรื่องความสามารถนะ อันนี้ถ้าไม่ดีเขาก็คงไม่เอา แต่จะขอพูดในเรื่องการเข้ากันในด้านวัฒนธรรม
อย่างที่ทราบว่าจีนเขาชาตินิยม ภูมิในความเป็นจีนสุดๆ สังเกตได้เลยว่าในรายการแฝงการนำเสนอวัฒนธรรมจีนไว้เต็มที่ ไม่ว่าจะแบบเก่า หรือแบบผสมผสาน พอดีเด็กไทยเราสามารถเข้ากับความจีนได้โดยธรรมชาติ เช่น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน การพยายามพูดภาษาเขาในทุกสถานการณ์ และอย่างที่ทราบกันดีว่าในไทย ดูจากภายนอกเหมือนอินเดีย แต่ไส้ใน จะมีจุดร่วมกับจีนอยู่มาก เช่น มุมมองทางด้านศีลธรรม
และความเป็นจีนหรือวัฒนธรรมจีน เราถือเป็นวัฒนธรรมสูง ใช้กันจนคุ้นเคย รู้เล็กรู้ใหญ่ รู้ถูกรู้ควร รู้แม้กระทั่งควรใช้อย่างไรตอนไหน พอไปอยู่กับเขาก็เลยเข้ากันง่าย
สังเกตมั้ยว่าหนุ่มกรชืตดูจะดื่นตาตื่นใจกับอาหาการกิน ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ อย่างจริงใจ นั่นแหละคือจุดแข็งของเขาล่ะ
(บอกไว้ก่อนนะ คนจีนไม่โง่ เขารู้อยู่นะว่าใครจริงใจไม่จริงใจกับวัฒนธรรมเขา)
นอกจากนี้หนุ่มกรชิตมีเชื้อจีน หน้าตาเลยเข้าหูเข้าตาคนบ้านเขา ยิ่งเมื่อคนจีนรู้ว่าเขามีเชื้อจีน ก็ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดมักคุ้น ซึ่งจุดเรียกคะแนนอยู่ตอนที่หนุ่มกรชิตได้กล่าวขอบคุณคุณเช่าหมิงหมิงและเพื่อนๆ ทำให้แม่ยกของคุณเช่าหมิงหมิงซึ่งกำลังช้ำอกช้ำใจจากการที่คนของตัวเองโดนดูถูก โดนด่าเพราะการตัดต่อของรายการ รู้สึกว่าหนุ่มกรชิตเป็นเพื่อนแท้ของคุณคนนี้ เลยเทคะแนนที่จะล้มเลิกโหวตไปให้
เท่าที่จำได้ จะมีจุดเรียกคะแนนอยู่ ๒-๓ สถานการณ์ คือ
๑. การเรียนภาษาจีน พี่น้องสองหนุ่มขยันมาก จนสามารถพูดกับเขาได้อย่างว่องไว เขาเลยชื่นชมว่าขยันหมั่นเพียร
๒.การฝึกซ้อมในเวทีแรก ในตอนนั้นหนุ่มญี่ปุ่นเข้มงวดมากจนคนจีนบ่น แต่หนุ่มกรชิตไม่เพียงไม่บ่น หากยังพยายามสร้างกำลังใจแก่กลุ่มและหนุ่มญี่ปุ่น คนจีนเลยชื่นชมว่ามีความอดทน มุมมองต่อการแข่งขันดี
๓.การพูดภาษาจีน จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่คนจีนถามว่าเขาทั้งสองเป็นคนไทย ทำไมถึงได้ไม่ยอมพูดไทยเวลาอยู่ด้วยกัน และสองหนุ่มก็หันไปตอบเขาว่าเป็นเราอยากให้พวกคุณฟังรู้เรื่อง คนจีนได้เห็นจึงชื่นชมว่าสองหนุ่มเคารพรายการ
๔.สำเนียงของหนุ่มกรชิตเหมือนสำเนียงผู้ไท้พูดจีน (ผู้ไท้ คือ ผู้จ้วงกลุ่มหนึ่งที่อยู่กวางสี) เขาฟังแล้วรู้สึกน่ารัก น่าเอ็นดู (ถ้าจำไม่ผิดเขาตั้งฉายาให้หนุ่มกรชิตว่าเป็นหนุ่มกวางสีด้วยนะ)
จากการตามอ่านความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคนจีนต่างสงสัยและตั้งข้อสันนิษฐานกันใหญ่ว่าที่คนไทยพูดจีนได้เร็วเป็นเป็นเพราะเสียงของไทยมีมาก ที่ไทยคนเชื้อสายจีนเยอะ ที่ไทยเริ่มมีการสอนภาษาจีนกันเยอะขึ้น
แต่จริงๆ แล้วที่ไทยความลับอย่างหนึ่งที่คนจีนส่วนน้อยไม่ค่อยรู้ก็คือในเขตหนันหยาง(เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ไทยเรียนภาษาจีนได้ไวสุด เพราะลักษณะการประกอบศัพท์ ไวยกรณ์ มุมมอง คำเชื่อมสันธาน ฯลฯ ของภาษาไทยมีจุดคล้ายคลึงกับภาษาจีนเกินกว่าร้อยละ ๗๐ ถ้าคนไทยจำศัพท์ได้ จำสันธานได้ จำนวลภาษาได้ จะสามารถสร้างรูปประโยคพอที่จะสามารถสนทนาในชีวิตประจำวันกับคนจีนได้
เพราะอย่างนี้ ประโยคที่ว่า "不ugly 是狗" (ไม่น่าเกลียดเป็นหมา) หรือ "骗子" (หลอกเด็ก) สำหรับคนไทย สามารถเข้าใจ และใช้ได้ไวและถูกจังหวะมาก เพราะในระบบความคิดทางภาษาของคนไทยมีพร้อมอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจอะไร ถ้าจีนจะเลือกไทยเป็นหมุดแรกในแถบนี้ที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมจีน เพราะไม่เพียงแต่คนไทยเชื้อสายจีนจะมากที่สุดในโลก ทางไทยยังเปิดรับได้ทุกวัฒนธรรม สามารถใช้วัฒนธรรมต่างๆ ได้โดยไม่เคอะเขิน และที่สำคัญ ด้วยลักษณะของวัฒนธรรมไทยที่มีอัตตลักษณ์ไปทางอินเดีย สิ่งที่เรียกว่าการลักขโมยวัฒนธรรมเหมือนกับทางเกาหลี จะเกิดได้น้อยมาก เพราะไม่ว่าศิลปะวัฒนธรรมอะไรๆ ที่มาจากจีน คนไทยจะระบุชัดๆ ไปเลยว่านี่เป็นของจีน ไม่ใช่ของไทย เช่น ลวดลาย วันปีใหม่ ฯลฯ
จะอย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานส่วนตัวของข้าพเจ้า อาจจะไม่จริงเสมอไปก็ได้นะ อ่านแล้วโปรดพิจารณา
ขอไม่พูดเรื่องความสามารถนะ อันนี้ถ้าไม่ดีเขาก็คงไม่เอา แต่จะขอพูดในเรื่องการเข้ากันในด้านวัฒนธรรม
อย่างที่ทราบว่าจีนเขาชาตินิยม ภูมิในความเป็นจีนสุดๆ สังเกตได้เลยว่าในรายการแฝงการนำเสนอวัฒนธรรมจีนไว้เต็มที่ ไม่ว่าจะแบบเก่า หรือแบบผสมผสาน พอดีเด็กไทยเราสามารถเข้ากับความจีนได้โดยธรรมชาติ เช่น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน การพยายามพูดภาษาเขาในทุกสถานการณ์ และอย่างที่ทราบกันดีว่าในไทย ดูจากภายนอกเหมือนอินเดีย แต่ไส้ใน จะมีจุดร่วมกับจีนอยู่มาก เช่น มุมมองทางด้านศีลธรรม
และความเป็นจีนหรือวัฒนธรรมจีน เราถือเป็นวัฒนธรรมสูง ใช้กันจนคุ้นเคย รู้เล็กรู้ใหญ่ รู้ถูกรู้ควร รู้แม้กระทั่งควรใช้อย่างไรตอนไหน พอไปอยู่กับเขาก็เลยเข้ากันง่าย
สังเกตมั้ยว่าหนุ่มกรชืตดูจะดื่นตาตื่นใจกับอาหาการกิน ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ อย่างจริงใจ นั่นแหละคือจุดแข็งของเขาล่ะ
(บอกไว้ก่อนนะ คนจีนไม่โง่ เขารู้อยู่นะว่าใครจริงใจไม่จริงใจกับวัฒนธรรมเขา)
นอกจากนี้หนุ่มกรชิตมีเชื้อจีน หน้าตาเลยเข้าหูเข้าตาคนบ้านเขา ยิ่งเมื่อคนจีนรู้ว่าเขามีเชื้อจีน ก็ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดมักคุ้น ซึ่งจุดเรียกคะแนนอยู่ตอนที่หนุ่มกรชิตได้กล่าวขอบคุณคุณเช่าหมิงหมิงและเพื่อนๆ ทำให้แม่ยกของคุณเช่าหมิงหมิงซึ่งกำลังช้ำอกช้ำใจจากการที่คนของตัวเองโดนดูถูก โดนด่าเพราะการตัดต่อของรายการ รู้สึกว่าหนุ่มกรชิตเป็นเพื่อนแท้ของคุณคนนี้ เลยเทคะแนนที่จะล้มเลิกโหวตไปให้
เท่าที่จำได้ จะมีจุดเรียกคะแนนอยู่ ๒-๓ สถานการณ์ คือ
๑. การเรียนภาษาจีน พี่น้องสองหนุ่มขยันมาก จนสามารถพูดกับเขาได้อย่างว่องไว เขาเลยชื่นชมว่าขยันหมั่นเพียร
๒.การฝึกซ้อมในเวทีแรก ในตอนนั้นหนุ่มญี่ปุ่นเข้มงวดมากจนคนจีนบ่น แต่หนุ่มกรชิตไม่เพียงไม่บ่น หากยังพยายามสร้างกำลังใจแก่กลุ่มและหนุ่มญี่ปุ่น คนจีนเลยชื่นชมว่ามีความอดทน มุมมองต่อการแข่งขันดี
๓.การพูดภาษาจีน จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่คนจีนถามว่าเขาทั้งสองเป็นคนไทย ทำไมถึงได้ไม่ยอมพูดไทยเวลาอยู่ด้วยกัน และสองหนุ่มก็หันไปตอบเขาว่าเป็นเราอยากให้พวกคุณฟังรู้เรื่อง คนจีนได้เห็นจึงชื่นชมว่าสองหนุ่มเคารพรายการ
๔.สำเนียงของหนุ่มกรชิตเหมือนสำเนียงผู้ไท้พูดจีน (ผู้ไท้ คือ ผู้จ้วงกลุ่มหนึ่งที่อยู่กวางสี) เขาฟังแล้วรู้สึกน่ารัก น่าเอ็นดู (ถ้าจำไม่ผิดเขาตั้งฉายาให้หนุ่มกรชิตว่าเป็นหนุ่มกวางสีด้วยนะ)
จากการตามอ่านความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคนจีนต่างสงสัยและตั้งข้อสันนิษฐานกันใหญ่ว่าที่คนไทยพูดจีนได้เร็วเป็นเป็นเพราะเสียงของไทยมีมาก ที่ไทยคนเชื้อสายจีนเยอะ ที่ไทยเริ่มมีการสอนภาษาจีนกันเยอะขึ้น
แต่จริงๆ แล้วที่ไทยความลับอย่างหนึ่งที่คนจีนส่วนน้อยไม่ค่อยรู้ก็คือในเขตหนันหยาง(เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ไทยเรียนภาษาจีนได้ไวสุด เพราะลักษณะการประกอบศัพท์ ไวยกรณ์ มุมมอง คำเชื่อมสันธาน ฯลฯ ของภาษาไทยมีจุดคล้ายคลึงกับภาษาจีนเกินกว่าร้อยละ ๗๐ ถ้าคนไทยจำศัพท์ได้ จำสันธานได้ จำนวลภาษาได้ จะสามารถสร้างรูปประโยคพอที่จะสามารถสนทนาในชีวิตประจำวันกับคนจีนได้
เพราะอย่างนี้ ประโยคที่ว่า "不ugly 是狗" (ไม่น่าเกลียดเป็นหมา) หรือ "骗子" (หลอกเด็ก) สำหรับคนไทย สามารถเข้าใจ และใช้ได้ไวและถูกจังหวะมาก เพราะในระบบความคิดทางภาษาของคนไทยมีพร้อมอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจอะไร ถ้าจีนจะเลือกไทยเป็นหมุดแรกในแถบนี้ที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมจีน เพราะไม่เพียงแต่คนไทยเชื้อสายจีนจะมากที่สุดในโลก ทางไทยยังเปิดรับได้ทุกวัฒนธรรม สามารถใช้วัฒนธรรมต่างๆ ได้โดยไม่เคอะเขิน และที่สำคัญ ด้วยลักษณะของวัฒนธรรมไทยที่มีอัตตลักษณ์ไปทางอินเดีย สิ่งที่เรียกว่าการลักขโมยวัฒนธรรมเหมือนกับทางเกาหลี จะเกิดได้น้อยมาก เพราะไม่ว่าศิลปะวัฒนธรรมอะไรๆ ที่มาจากจีน คนไทยจะระบุชัดๆ ไปเลยว่านี่เป็นของจีน ไม่ใช่ของไทย เช่น ลวดลาย วันปีใหม่ ฯลฯ
จะอย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานส่วนตัวของข้าพเจ้า อาจจะไม่จริงเสมอไปก็ได้นะ อ่านแล้วโปรดพิจารณา
แสดงความคิดเห็น
chuang2021 ตามแค่ช่วงแรกๆ อะไรทำให้นายอันดับพุ่งจากยี่สิบกว่ามาอันดับ 5 ครับ