เนื่องจากเราเพิ่งมีเจ้าตัวเล็ก โดยเราเป็นครอบครัวเดี่ยวไม่มีคนเลี้ยง แต่มีน้าที่อาสาจะเลี้ยงให้ เงื่อนไขคือแกจะมาเลี้ยงให้ที่บ้าน หรือให้เราไปส่งตัวเล็กที่บ้านแก เนื่องจากแกก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล จึงไม่สามารถมาอยู่ด้วยกันกับเราได้ค่ะ
เราจึงได้ตัดสินใจขายบ้านแฝดย่านบางบัวทอง เพราะบ้านน้าอยู่ทำเลค่อนข้างใกล้เมือง (เกษตร-นวมินทร์ เลียบด่วน) จึงมองหาบ้านเพื่อให้อยู่ใกล้น้า เพื่อให้น้าสะดวกในการเดินทางมาเลี้ยง หรือเราสามารถไปส่งได้โดยไม่ไกลกันมากค่ะ
ด้วยงบประมาณที่เราตั้งไว้ 4-5 ลบ ถ้าทำเลที่ใกล้น้าเลย เราจะได้ประมาณทาวน์โฮม 3 ชั้นมือสองค่ะ ห่างจากบ้านแกไม่เกิน 5 กม และเดินทางไปทำงานสะดวกทั้งเราและแฟนค่ะ (ทาวน์โฮมโครงการดี มีที่จอดรถคันที่ 3 ให้ ส่วนกลาง นิติและเพื่อนบ้านดี รวมถึงราคาประเมินก็ดีกว่าราคาที่ขายมากค่ะ (ขาย 4 ลบ ราคาประเมิน 5 ลบ ถือว่าราคาประเมินค่อนข้างดีเลยค่ะสำหรับทาวน์โฮมมือสองอายุ 10 ปี)
แต่แฟนเราก็อยากได้บ้านเดี่ยว เนื่องจากเค้าชอบบ้านที่มีพื้นที่ และชอบความเป็นส่วนตัวค่ะ ซึ่งบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝดในงบที่เราตั้งและน้ายังพอเดินทางได้ ก็จะอยู่ค่อนข้างไกลเลยค่ะ ห่างจากบ้านน้า >10กม ค่ะ ลองถามน้าดู น้าบอกว่าทำเลนั้นยังพอเดินทางมาเลี้ยงให้ได้
แต่ใจเราก็แอบห่วงเรื่องการเดินทางไม่สะดวกและเวลาที่เร่งรีบ จะทำให้แกเลี้ยงน้องได้ไม่นาน เพราะเหนื่อยเดินทาง เหนื่อยเลี้ยงหลาน และแกอายุเกือบ 70 แล้วค่ะ (แต่แกแข็งแรงนะคะ ออกกำลังกายประจำ ขับรถไปไหนมาไหนเองได้ค่ะ)
เพราะการเดินทางมาเลี้ยงเช้า และกลับเย็นเวลาจะบีบมาก (น้าต้องมาถึงบ้านเราก่อน 7.30 น. และกว่าจะได้กลับก็ ประมาณ 19.30 น. ถือว่าชั่วโมงทำงานน้าค่อนข้างยาวนานเลยค่ะ) เราห่วงเรื่องที่แกจะไม่มีเวลาดูแลครอบครัวด้วยอีกเรื่องนึงค่ะ
เพราะเราต้องออกไปทำงานเช้าขึ้น และกลับถึงบ้านช้าลง เพราะว่าบ้านที่ดูไว้ค่อนข้างไกล ตามที่แจ้งไว้ข้างต้นค่ะ
เนื่องจากเราเป็นครอบครัวเดี่ยว คนเลี้ยงจึงมีความสำคัญและมีส่วนในการตัดสินใจมาก ๆ ค่ะ
หากน้าไม่เลี้ยงให้ก็คงจะต้องจ้างพี่เลี้ยง ซึ่งเราไม่อยากเลือกทางนี้เลยค่ะห่วงเจ้าตัวเล็กค่ะ และพี่เลี้ยงยุคนี้ก็เปลี่ยนงานบ่อย ๆ อยู่ไม่ค่อยนานค่ะ เด็กก็ต้องปรับตัวเยอะอีกค่ะ การไปส่งเนอสเซอรี่ในยุคโควิด ก็เสี่ยงทั้งติดโรค เสี่ยงเนอสเซอรี่ถูกสั่งปิดอีกค่ะ
เด็กกว่าจะดูแลตัวเองได้คงอีกนาน ไหนจะเวลาหลังเลิกเรียนและปิดเทอมอีก ถ้าอยู่ใกล้น้า ถึงแกเดินทางมาเลี้ยงไม่ไหว เรายังไปส่งให้ที่บ้านแกได้ค่ะ อีกอย่าง ด้วยงบประมาณบ้านที่เราตั้งไว้ ขนาดบ้านและแบบบ้าน จะไม่มีห้องแม่บ้าน แปลว่าพี่เลี้ยงต้องนอนกับเราบนบ้านค่ะ ซึ่งก็ดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ค่ะ
ถ้าเราตัดใจจ้างพี่เลี้ยงได้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อบ้านเดี่ยวที่ไกล แต่เราทำใจไม่ได้ค่ะ ห่วงลูก และเราก็คิดว่าพี่เลี้ยงคงเข้า ๆ ออก ๆ ไม่ราบรื่น (ดูจากที่เพื่อนเราก็จ้างพี่เลี้ยงค่ะ เปลี่ยนบ่อยมาก) กลัวแม่จะต้องออกจากงานค่ะ ซึ่งเป็นอะไรที่เสี่ยงมากถ้าจะมีรายได้แค่คุณพ่อคนเดียวในยุคโควิดแบบนี้ค่ะ
(ทาวน์โฮมที่เราดูไว้ มีห้องเอนกประสงค์ขนาดเล็กชั้นล่าง สามารถทำห้องให้พี่เลี้ยงพักได้ ถ้าอนาคตน้าเลี้ยงไม่ไหว และต้องมีแม่บ้านค่ะ)
ถามเพื่อน ๆ ครอบครัวเดี่ยวว่าถ้าเป็นเพื่อน ๆ จะเลือกอะไรดีคะ
ทาวน์โฮม 3 ชั้น ใกล้เมือง มือสอง อายุ 10 ปี vs บ้านเดี่ยวมือ 1 ชานเมือง เลือกอะไรดี
เราจึงได้ตัดสินใจขายบ้านแฝดย่านบางบัวทอง เพราะบ้านน้าอยู่ทำเลค่อนข้างใกล้เมือง (เกษตร-นวมินทร์ เลียบด่วน) จึงมองหาบ้านเพื่อให้อยู่ใกล้น้า เพื่อให้น้าสะดวกในการเดินทางมาเลี้ยง หรือเราสามารถไปส่งได้โดยไม่ไกลกันมากค่ะ
ด้วยงบประมาณที่เราตั้งไว้ 4-5 ลบ ถ้าทำเลที่ใกล้น้าเลย เราจะได้ประมาณทาวน์โฮม 3 ชั้นมือสองค่ะ ห่างจากบ้านแกไม่เกิน 5 กม และเดินทางไปทำงานสะดวกทั้งเราและแฟนค่ะ (ทาวน์โฮมโครงการดี มีที่จอดรถคันที่ 3 ให้ ส่วนกลาง นิติและเพื่อนบ้านดี รวมถึงราคาประเมินก็ดีกว่าราคาที่ขายมากค่ะ (ขาย 4 ลบ ราคาประเมิน 5 ลบ ถือว่าราคาประเมินค่อนข้างดีเลยค่ะสำหรับทาวน์โฮมมือสองอายุ 10 ปี)
แต่แฟนเราก็อยากได้บ้านเดี่ยว เนื่องจากเค้าชอบบ้านที่มีพื้นที่ และชอบความเป็นส่วนตัวค่ะ ซึ่งบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝดในงบที่เราตั้งและน้ายังพอเดินทางได้ ก็จะอยู่ค่อนข้างไกลเลยค่ะ ห่างจากบ้านน้า >10กม ค่ะ ลองถามน้าดู น้าบอกว่าทำเลนั้นยังพอเดินทางมาเลี้ยงให้ได้
แต่ใจเราก็แอบห่วงเรื่องการเดินทางไม่สะดวกและเวลาที่เร่งรีบ จะทำให้แกเลี้ยงน้องได้ไม่นาน เพราะเหนื่อยเดินทาง เหนื่อยเลี้ยงหลาน และแกอายุเกือบ 70 แล้วค่ะ (แต่แกแข็งแรงนะคะ ออกกำลังกายประจำ ขับรถไปไหนมาไหนเองได้ค่ะ)
เพราะการเดินทางมาเลี้ยงเช้า และกลับเย็นเวลาจะบีบมาก (น้าต้องมาถึงบ้านเราก่อน 7.30 น. และกว่าจะได้กลับก็ ประมาณ 19.30 น. ถือว่าชั่วโมงทำงานน้าค่อนข้างยาวนานเลยค่ะ) เราห่วงเรื่องที่แกจะไม่มีเวลาดูแลครอบครัวด้วยอีกเรื่องนึงค่ะ
เพราะเราต้องออกไปทำงานเช้าขึ้น และกลับถึงบ้านช้าลง เพราะว่าบ้านที่ดูไว้ค่อนข้างไกล ตามที่แจ้งไว้ข้างต้นค่ะ
เนื่องจากเราเป็นครอบครัวเดี่ยว คนเลี้ยงจึงมีความสำคัญและมีส่วนในการตัดสินใจมาก ๆ ค่ะ
หากน้าไม่เลี้ยงให้ก็คงจะต้องจ้างพี่เลี้ยง ซึ่งเราไม่อยากเลือกทางนี้เลยค่ะห่วงเจ้าตัวเล็กค่ะ และพี่เลี้ยงยุคนี้ก็เปลี่ยนงานบ่อย ๆ อยู่ไม่ค่อยนานค่ะ เด็กก็ต้องปรับตัวเยอะอีกค่ะ การไปส่งเนอสเซอรี่ในยุคโควิด ก็เสี่ยงทั้งติดโรค เสี่ยงเนอสเซอรี่ถูกสั่งปิดอีกค่ะ
เด็กกว่าจะดูแลตัวเองได้คงอีกนาน ไหนจะเวลาหลังเลิกเรียนและปิดเทอมอีก ถ้าอยู่ใกล้น้า ถึงแกเดินทางมาเลี้ยงไม่ไหว เรายังไปส่งให้ที่บ้านแกได้ค่ะ อีกอย่าง ด้วยงบประมาณบ้านที่เราตั้งไว้ ขนาดบ้านและแบบบ้าน จะไม่มีห้องแม่บ้าน แปลว่าพี่เลี้ยงต้องนอนกับเราบนบ้านค่ะ ซึ่งก็ดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ค่ะ
ถ้าเราตัดใจจ้างพี่เลี้ยงได้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อบ้านเดี่ยวที่ไกล แต่เราทำใจไม่ได้ค่ะ ห่วงลูก และเราก็คิดว่าพี่เลี้ยงคงเข้า ๆ ออก ๆ ไม่ราบรื่น (ดูจากที่เพื่อนเราก็จ้างพี่เลี้ยงค่ะ เปลี่ยนบ่อยมาก) กลัวแม่จะต้องออกจากงานค่ะ ซึ่งเป็นอะไรที่เสี่ยงมากถ้าจะมีรายได้แค่คุณพ่อคนเดียวในยุคโควิดแบบนี้ค่ะ
(ทาวน์โฮมที่เราดูไว้ มีห้องเอนกประสงค์ขนาดเล็กชั้นล่าง สามารถทำห้องให้พี่เลี้ยงพักได้ ถ้าอนาคตน้าเลี้ยงไม่ไหว และต้องมีแม่บ้านค่ะ)
ถามเพื่อน ๆ ครอบครัวเดี่ยวว่าถ้าเป็นเพื่อน ๆ จะเลือกอะไรดีคะ