💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 55 🚀💫🕛💫

กระทู้คำถาม

บนชายหาดแห่งเกาะนิรนาม...

ออเรเคิล นั่งพักผ่อนอยู่บนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ทอดสายตามองทัศนียภาพอันน่ารื่นรมณ์ข้างหน้า และรอบกาย พลางนึกทบทวนเหตุการณ์ทั้งหลายในอดีตที่ผ่านมา ด้วยสภาวะจิตใจที่สับสนอลหม่าน มีความขัดแย้งรุนแรง ด้วยจิตใจที่ใฝ่ด้านมืดยังคงรบเร้าให้หวนกลับไปแอตแลนติสใต้ ภาพลักษณ์แห่งความเป็นองค์จักรพรรดินีอันสูงส่งเรืองอำนาจยังคงติดตามหลอกหลอน ทำให้จิตใจที่ใฝ่ด้านมืดคิดหาเหตุผลโต้แย้งสิ่งที่บิดาได้แสดงให้นางได้เห็น

"บางที โพเซดอน อาจใช้เครื่องฉายภาพ สร้างภาพเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นมา ก็เป็นได้นี่นา! ภาพเหุการณ์เหล่านั้น มันดูโหดร้ายกับเราเกินไป มันไม่น่าจะโหดร้ายได้ถึงปานนั้น! ลูกใครที่ไหนกันเล่า จะชั่วช้าสามาณย์ ขืนใจแม่ตัวเอง แล้วฆ่าแม่ตัวเองได้ !!?? ส่วนจักรพรรดิ...ถึงแม้ว่าเขาไม่ใช่ หากแต่เป็นชาวต่างพิภพ ถึงรูปกายที่แท้จริงจะน่ารังเกียจ แต่ก็เป็นผู้มีวิทยาการก้าวไกล มีภูมิปัญญาสูงมากๆ ไม่อย่างนั้นแล้ว คงไม่สามารถสร้างยานบินเดินทางข้ามดวงดาวซึ่งไกลแสนไกลมาถึงโลกมนุษย์ได้หรอก! และผู้มีปัญญาสูง ก็ไม่น่าจะมีจิตใจเหี้ยมโหด และเลวทรามต่ำช้า อย่างที่เราได้ยินเขาพูดกับพวกทหารถึงอนาคตที่จะกระทำกับเรา!! เพราะฉะนั้น เราสมควรจะกลับไปหาเขา เคียงข้างเขาในตำแหน่งจักรพรรดินีต่อไป และให้เขาฉีดยาเพื่อเพาะเชื้อข้ามสายพันธุ์ระหว่างเขากับเราใหม่!! เราสมควรทำเช่นนี้สิจึงจะถูก ใช่ไหม ???"

ความรู้สึกพลุ่งพล่านขึ้น จนนั่งเฉยต่อไปไม่ได้ ต้องพรวดพราดลุกขึ้นยืน ใบหน้าบูดบึ้ง รู้สึกโกรธตัวเอง...และอยากจะกลับสู่ตำหนักในพระราชวังแห่งแอตแลนติสใต้ในบัดดล!

"เรียกแอตลาสให้ออกมา แล้ววานเขาให้พาไปส่งกลับวังดีกว่า..."

ครั้นคิดแล้ว ขยับปาก กำลังจะตะโกนร้องเรียกแอตลาส แต่แล้วก็ชะงัก เบรคตัวเองไว้โดยฉับพลัน เพราะดวงจิตอีกด้านหนึ่งคัดค้านไว้

"จะบ้าหรือ ออเรเคิล !! โพเซดอนคือพ่อนะ! พ่อย่อมรักลูก เป็นห่วงลูก มีพ่อที่ไหนกันจะมาหลอกลวงลูก ? ทุกอย่างที่เจ้าเห็น เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกาลจริงๆ   หนทางสว่างเปิดอ้าแขนรอรับเจ้าแล้ว ดีแล้วที่เจ้าเลือกมาอยู่ที่นี่ ต่อให้อยู่ไปตลอดชีวิต ไม่ไปไหนอื่นเอีก ก็นับว่าสมควร นับว่าคุ้ม ปล่อยวางอดีตที่ผ่านมาเสียเถิด  หากเจ้ายังขืนจะกลับไปเป็นจักรพรรดินีต่อ ในอนาคตเจ้าต้องตายแน่!! อ๋อ...ใช่! เจ้าไม่กลัวตาย แต่การตายอย่าน่าอนาถ อย่างที่ได้เห็นมา สมควรหรือ ? แม้ทารกสายพันธุ์ผสมถูกทำลายไปแล้วก็จริง แต่ถ้าเจ้ากลับไป อสูรในคราบจักรพรรดิก็จะทำให้เจ้าตั้งครรภ์อีกครั้ง และในอนาคต เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าลูกคนใหม่จะไม่ขืนใจเจ้าแล้วฆ่าเจ้าตาย!??? และการกลับไปเป็นจักรพรรดินีของอสูรร้ายต่อไปอีก ก็คือการร่วมกันกดขี่ข่มเหงรังแกและเข่นฆ่าชาวโลกด้วยกันเองต่อไป ออเรเคิล เจ้าเคยทรยศต่อชาติจากฝ่ายเหนือไปร่วมฝ่ายใต้มาแล้วนะ ยังจะทรยศต่อโลกด้วยหรือ ในเมื่อเจ้าก็เป็นชาวโลก!??"

จำนนต่อเหตุผลนี้...ออเรเคิล จึงทรุดตัวลงนั่งตามเดิม ซบหน้าลงกับสองฝ่ามือ

รู้สึกอัดอั้น อยากจะร้องไห้ แต่มันร้องไม่ออกเสียแล้วตอนนี้!

ความรู้สึกเช่นนี้ ทุกข์ทรมาณอย่างยิ่ง!!

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะนางเกิดความขัดแย้งในใจซึ่งแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย...

ที่สำคัญ...ยัง "เสียดาย" ไม่อยากให้ความยิ่งใหญ่แห่งความเป็นจักรพรรดินี หลุดลอยไป...ยังไม่สามารถปล่อยวางได้ !!

และในขณะเดียวกัน จิตฝ่ายกุศลในด้านสว่าง ก็ตอกย้ำให้รู้ตัวว่า ตนทำผิดมานักต่อนัก

นึกๆ แล้ว ก็รู้สึกอิจฉาพี่สาวฝาแฝด ออเรร่า...ที่ได้อยู่กับพวกคนดีๆ

"นางคงจะมีความสุขทุกวันคืน คงไม่ทุกข์ทรมานใจ เหมือนอย่างที่เราเป็นอยู่ตอนนี้..."

ถึงจุดนี้ ออเรเคิล ไม่รู้ตัวเสียแล้วว่า ตนเอง เข้าใจผิดอย่างแรง!!

นางลืมไปแล้ว ว่า ความรู้สึกของตน และออเรร่าผู้เป็นพี่สาวฝาแฝด จะถ่ายทอดหรือส่งต่อให้กันและกัน เพราะดวงจิตขณะปฏิสนธิเป็นดวงเดียวแล้วแบ่งแยกเป็นสอง !!

ออเรเคิล หารู้ไม่...ว่า ในยามที่ตนกำลังทุกข์ระทมหมองไหม้ ด้วยความขัดแย้งที่ถาโถมเข้าใส่ตนในยามนี้เพราะสาเหตุ "ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องปล่อยวางแต่จำเป็นต้องปล่อยวาง" อีกที่หนึ่งซึ่งห่างไกลออกไป คือในศูนย์ปฏิบัติการแห่งโลโคเทีย ออเรร่า ก็กำลังเกิดอาการจิตหดหู่ เศร้าซึมขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ! รู้สึกเบื่อหน่ายต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากกินข้าวกินปลา และไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมมีความรู้สึกเช่นนี้ !!

"เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ ออเรร่า ? ทำไมเจ้าดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน" เอวามองเห็นนางมีอาการผิดปกติมาทั้งวัน จึงเดินเข้าไปหาและเอ่ยถามในขณะที่นางนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ บนม้านั่งข้างนอกห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ใกล้ๆ ยาน THE FUGITIVE ซึ่งจอดอยู่

"อืมม...ข้าก็ไม่รู้จ้ะ พี่เอวา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน มันรู้สึก เบื่อหน่ายไปหมด แล้วก็ เศร้าใจ หดหู่เหลือเกิน เหมือนไม่อยากจะทำอะไร ไม่อยากกินอะไร ท้อแท้...เครียดด้วย บ้าจริง! ทำไมข้ากลายเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ย ??" แฝดผู้พี่กล่าวบ่นแล้วยกสองมือกุมหัว

"ใจเย็นๆนะ น้องพี่..." เอวาไม่รู้จะช่วยนางอย่างไร ได้แต่พยายามปลอบใจ "มันคงจะเป็นอยู่ไม่นานนักหรอกจ้ะ บางที อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงที่...เอ้อ...สิ่งที่ท่านพี่วันชนะเรียกว่า 'เมนส์' กำลังมา และมันมาผิดเวลา"

"ประจำเดือนจ้ะ คำที่ท่านพี่วันชนะกล่าวนั่น..." ออเรร่าเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือ ตอบนางแล้วยิ้มอย่างฝืดๆ ฝืนๆ

"เออใช่ๆๆ ความจำเจ้าดีจัง! ข้านึกไม่ออก ลืม!" เอวากล่าวแล้วหัวเราะ พยายามทำให้ออเรร่าขำจะได้คลายอารมณ์หนักๆ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ลงได้บ้าง

"มันไม่ใช่เป็นเพราะเมนส์มาผิดเวลาหรอกจ้ะ พี่เอวา...เพราะตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลาที่เมนส์ของข้าจะมา...ยังอีกหลายวัน!" ออเรร่ากล่าวชี้แจง เริ่มยิ้มออก นางชมชอบการอยู่ใกล้ๆ และพูดคุยกับพี่สาวผู้มาจากดินแดนเมืองคนบาปคนนี้มาก

ไม่นาน กัปตันและชาวคณะทุกคนก็ได้ทราบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับออเรร่า

สาวจอยลองใช้อุปกรณ์ตรวจร่างกายนางดู พบว่า ไม่มีไข้ใดๆ แต่พอพานางไปเข้าเครื่องตรวจสมอง จึงพบว่านางมีความเครียดอย่างสูง

ขณะเดียวกันก็มีสภาพ "จิตตก" ซึ่งในสถานการณ์รอบตัวที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มองไม่เห็นสิ่งใดที่จะเป็นสาเหตุทำให้นางตกอยู่ในสภาพนี้ได้เลย

หลังจากได้รับการปลอบใจ กระตุ้นให้มีกำลังใจจากหลายๆ คน บางคนที่กวนๆ อย่างเช่นสถาพร หรือแม้กระทั่งสามหนุ่มอาข่าหาเรื่องตลกขบขันจี้เส้นมาเล่าให้ฟัง ออเรร่าจึงค่อยยิ้มออก ผ่อนคลายลงได้บ้าง

และแล้ว สาวแฝดผู้พี่ ก็นึกสันนิษฐานถึงสาเหตุที่น่าจะเป็นขึ้นมาได้เอง! นางทำตาโต ตบเข่าตัวเองอย่างแรง โพล่งออกมา

"ใช่แล้ว! ต้องใช่แน่ๆ"

"หืมม์ อะไรใช่ ? ยังไงจ๊ะ ?" เอวาถาม

"ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ เป็นความรู้สึกแบบ สังหรณ์...แต่คิดว่า คงใช่แหละเจ้าค่ะ!" ตอนนี้นางมีสีหน้าแววตาขึงขัง

"ไหนลองว่ามาซิ" เอ็มม่าเร่งซักถาม

ออเรร่า สูดหายใจลึก ก่อนเผยสิ่งที่ตนสังหรณ์

"อาการของข้า...น่าจะเกี่ยวข้องกับ ออเรเคิล เจ้าค่ะ!"

หลายคนหูผึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น ตอนนี้ เหล่าสมาชิก THE FUGITIVE ทั้งเก่าและใหม่ ต่างพากันห้อมล้อมวงเข้ามา ออเรร่าจึงกลายเป็นศูนย์กลางของทุกๆ คน

"อาการอย่างที่เจ้าเป็นมา มันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับออเรเคิลนะ" ผู้เฒ่าไดโอเซนัสตั้งข้อสันนิษฐาน

"นั่นน่ะสิ! ข้าก็เห็นด้วยกับอาจารย์ปู่" แม่หมอฟรีด้ากล่าวผสมโรง "นางได้เป็นจักรพรรดินี ครองอำนาจสูงสุดร่วมกับจักรพรรดิตัวปลอมแล้ว ถือว่านางได้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่นางใฝ่ฝันแล้วนี่นา"

"หรือว่า นางถูกทำร้าย โดยเจ้าพวกนั้น เลยหนีออกจากวัง ?" สถาพรกล่าวแสดงความสงสัย

"ไม่น่าใช่นะคะ พี่พร" สาวฝาแฝดอีกคู่หนึ่งซึ่งเป็นคนพี่คือรัชนกกล่าวค้าน แล้วตามมาด้วยความเห็นของคนน้อง รัชนี

"นั่นสิคะ! ข่าวว่า นางกำลังจะให้กำเนิดรัชทายาทมิใช่หรือ ? สถานการณ์แบบนี้ ยิ่งสมควรจะเสริมความมั่นคงในตำแหน่งของนางมากขึ้นไปอีก"

"นางไม่ถูกใครทำร้ายแน่นอนเจ้าค่ะ หากหมายถึงการทำร้ายร่างกาย" ออเรร่าชี้แจง "เพราะถ้านางบาดเจ็บ ข้าก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย เรื่องนี้ พ่อข้าเคยพิสูจน์ให้ข้ากับนางเห็นเป็นประจักษ์มาแล้ว"

"พิสูจน์...ยังไงจ๊ะ ?" เอวาซักถามอีก

"คือว่า...ตอนที่พ่อ กับข้า และนาง ได้พบกันครั้งแรก ในถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของท่านแอตลาส พ่อบอกเรื่องผลกระทบที่มีต่อกันนี้ให้ข้าฟัง ข้าไม่เชื่อเขาเลยในตอนนั้น ไม่ยอมรับเขาเป็นพ่อด้วยเพราะรู้สึกโกรธมากที่เขาเคยทอดทิ้งเราสองคนพี่น้องให้อยู่กันคนละที่คนละกาลเวลา เขาเห็นว่าข้าไม่เชื่อจึงลงมือทำการพิสูจน์ให้ข้าเห็นกับตาและรับผลกระทบที่ว่านั้นเป็นครั้งแรก โดยปล่อยพลังไฟฟ้าเข้าใส่ร่างของออเรเคิลซึ่งกำลังหลับอยู่ในตู้กระจกรูปทรงเรียว พอนางโดนพลังไฟฟ้าจากพ่อนางก็สะดุ้งตื่นและได้รับความเจ็บปวดร้องลั่น และในเวลาเดียวกันนั้น ข้าก็รับความเจ็บปวดร่วมกับนางด้วย!"

"อ้อ...ที่แท้เป็นเช่นนี้" แม่หมอฟรีด้ากล่าวด้วยความทึ่ง

"ยังมีอีกครั้งหนึ่งเจ้าค่ะ เป็นตอนที่พ่อ สั่งให้ข้าเดินทางไปช่วยนางให้รอดพ้นจากเจ้าอสูรร้ายกามาร่าซึ่งคิดจะขืนใจนาง แถมยังจับลาลูน่าได้อีกคนหนึ่งด้วย ก่อนที่ออเรเคิลจะเข้าไปในถ้ำซึ่งลาลูน่าถูกจับมัดไว้ ข้าลงจากยานของแอตลาส เผชิญหน้ากับนาง นางถูกเจ้ากามาร่าใช้เถาวัลย์เป็นเชือกมัดตัวไว้ข้างนอก หน้าถ้ำ เราสองคนปะทะคารมกัน ถึงตอนหนึ่ง ข้าโมโห อดไม่ได้ เลยตบหน้านางไปฉาดหนึ่ง อย่างแรงเลยเจ้าค่ะ! แล้วข้าก็ต้องรู้สึกเจ็บจากการตบที่ตัวเองทำกับนางด้วยเหมือนกัน"

"อืม...ขนาดความเจ็บปวดทางกาย ยังถ่ายทอดถึงกันได้แบบนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความเจ็บปวดทางจิตใจ จะไม่ส่งผลกระทบ มันก็ต้องถ่ายทอดถึงซึ่งกันและกัน อย่างแน่นอนทีเดียว!" ผู้เฒ่าไดโอเซนัสกล่าวพลางเอามือลูบหนวดเครายาวขาวโพลนของตน

"สรุปแล้ว ต้องมีอะไรบางอย่าง เกิดขึ้นกับออเรเคิล และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มีผลกระทบต่อจิตใจของนางอย่างมาก ทำให้นางรู้สึก ทั้งเศร้าซึม หดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย หมดความกระตือรือร้น หมดกำลังใจ สิ้นหวัง ทุกอย่างที่เป็นความรู้สึกด้านลบ อย่างที่พวกเราได้เห็นอาการของออเรร่า" กัปตันประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาบวกกับความน่าจะเป็นแล้วสรุปข้อสันนิษฐาน

"เดี๋ยวนะคะ..." สาวจอยนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงยกมือขึ้นแล้วพูดแทรก "คราวก่อน กัปตันสันนิษฐานว่า ที่ออเรเคิลหายตัวไปจากวังนั้น อาจจะเป็นเพราะ...บิดาของนางคือโพเซดอน พาเอาตัวไป"

"ใช่ครับ" กัปตันพยักหน้าตอบ

"งั้น เทพโพเซดอน คงต้องได้ทำอะไรบางอย่าง ซึ่งสำคัญมากๆ และน่าจะรุนแรงมากๆ ต่อนาง" สาวเล็กตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่ม แล้วหันไปถาม "สามี"

"แอนดี้! เธอล่ะจ๊ะ มีความเห็นว่าไงบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ?"

"อ่า..." แอนดรอยด์ผู้ใกล้ความเป็นคนมากขึ้นทุกที ทำท่าครุ่นคิด แต่ที่จริงในสมองกลอัจฉริยะของเขากำลังคำนวณและประมวลผลอย่างเร็วจี๋ "...จากที่ผมฟังมาทั้งหมด อาการของนายหญิงออเรร่า รับการถ่ายทอดมาจาก..อ่า...ออเรเคิล ผู้เป็นน้องสาวฝาแฝด ผมไม่แน่ใจว่าสมควรเรียกนางว่า 'นายหญิง' ด้วยหรือเปล่า"

"ไม่สมควรแน่นอน!!" ออเรร่าตอบทันควันด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง "เพราะนางยังไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิก และคงยากที่จะเป็นเช่นนั้น!!"

"อ่า...ครับผม นายหญิง" แอนดี้พยักหน้าแล้วโค้งให้นางทีหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อไป "อาการของนายหญิงออเรร่า รับการถ่ายทอดมาจากออเรเคิล แน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ! และ โอกาสที่ โพเซดอน จะเป็นผู้ลักพาตัวออเรเคิลไปจากวังของจักรพรรดิฝ่ายใต้ มีอยู่ 97.9778 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโอกาสที่โพเซดอนจะกระทำบางสิ่งซึ่งมีผลกระทบต่อจิตใจของนาง อันส่งผลกระทบถึงนายหญิงออเรร่าอีกทีหนึ่งนั้น ก็มีถึง 98.8679 เปอร์เซ็นต์ เพราะหาสาเหตุและปัจจัยอย่างอื่นไม่พบ ครับผม"

"ตอบแบบนี้นี่ คือ คำพูดของหุ่นยนต์แท้ๆ เลย ไม่ใช่คำพูดของคนละ!!" สาวเล็กเหน็บแนม

แอนดี้ยิ้มแหยๆ พลางยกมือเกาหัวเหมือนแก้เขิน ชาวคณะหลายคนขำกับคำพูดของสาวเล็ก 

(ต่อครับ) ^^
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่