เล่ากันว่า สุนัขป่านิวกินี (New Guinea Singing Dog) หรือ สุนัขร้องเพลงนิวกินี อาศัยอยู่บนเกาะนิวกินีมาตั้งแต่สมัยยุคหิน ถือเป็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองของนิวกินี ที่มีเสียงเห่าไพเราะมาก เลี้ยงโดยชาวเผ่าที่อาศัยบนที่ราบและในที่ราบสูง
พวกมันเป็นที่รู้จักของชาวโลกจากการค้นพบในนิวกินีเมื่อปี 1950 เมื่อมีชาวตะวันตกที่เดินทางไปศึกษาสัตว์ป่าที่บริเวณพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
Southern Highlands บนเกาะนิวกินี หลังจากที่ถูกนำเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาข้ามช่องแคบแบริ่งเมื่อ 9, 000 ปีก่อน โดยปี ค.ศ.1958 มันถูกนำมาไว้ที่สวนสัตว์ San Diego Zoo Safari Park
ต่อมาในปี ค.ศ.1996 สมาคมสุนัขสหราชอาณาจักร ได้รับรองสายพันธุ์หมาป่านิวกินีนี้ลงในทะเบียนของสมาคม เเต่ไม่เป็นที่นิยมในการเลี้ยงกันอย่างกว้างขวางเเต่อย่างใดจนถึงทุกวันนี้ แต่ผู้ที่ชื่นชอบสุนัขบางคนเชื่อว่าสุนัขร้องเพลงนิวกินีเป็นหนึ่งในสุนัขที่เก่าแก่ที่สุด แต่ไม่น่าใช่สุนัขพันธุ์เก่าแก่ที่สุด
New Guinea Singing Dog นั้น จัดเป็นสุนัขที่กินเนื้ออีกสายพันธุ์หนึ่ง มีรูปร่างคล้ายกับสุนัขดิงโก มีขนาดปานกลาง ขนสีแดงหลายระดับ บางครั้งอาจจะมีสีขาวอยู่ด้วย ด้วยความที่มันยังคงมีสัญชาตญาณของความเป็นสุนัขป่าอยู่ พวกมันจึงไม่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงมากนัก นอกจากจะเลี้ยงไว้เพื่อการอนุรักษ์ เเละการศึกษาพฤติกรรมของพวกมันเท่านั้น เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเเละอังกฤษ ส่วนที่เกาะนิวกินี นั้นจะเป็นการอนุรักษ์เอาไว้ในธรรมชาติ
New Guinea Singing Dog มีหัวกว้าง รูปร่างของกะโหลกศีรษะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ความสูงประมาณ 35-38 เซนติเมตร เเละมีน้ำหนักประมาณ 8-10 กิโลกรัม มีขนสั้นหนาแน่น ขนสีน้ำตาลแดง ส่วนท้อง คอ หน้าอก และหางมีสีขาวเป็นพวง มีฟันที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ โดยเฉพาะฟันกราม มีกล้ามเนื้อ ลักษณะนิสัยดั้งเดิมของพวกมันคือมีความเจ้าอารมณ์ เเละรักความสันโดษเป็นอย่างมาก
เพื่อปรับให้เข้ากับการล่าสัตว์ในพื้นที่สูงชันที่มีต้นไม้หนาทึบ ข้อต่อและกระดูกสันหลังของสุนัขร้องเพลงจะมีความยืดหยุ่นอย่างมาก ที่สำคัญพวกมันสามารถปีนและกระโดดได้เหมือนแมว โดยจุดเด่นที่สำคัญของมันอยู่ที่เสียงหอนที่แหลมสูงและหอนได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่น จึงเป็นที่มาของชื่อในภาษาอังกฤษว่า "Singing Dog"
แม้ว่าการเปล่งเสียงของสุนัขร้องเพลงส่วนใหญ่จะมีความคล้ายคลึงกับหมาป่าดิงโกและสุนัขบ้าน แต่เสียงหอนของพวกมันมีลักษณะเฉพาะอย่างไม่น่าเชื่อ จาก Sonograms (การบันทึกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง) แสดงเสียงหอนของมันคล้ายกับเสียงเรียกของวาฬหลังค่อม โดยมีโทนขึ้นและลง และเมื่ออยู่ในกลุ่ม สุนัขตัวหนึ่งจะเริ่มร้องเพลงและตัวอื่น ๆ ก็เข้าร่วมในเสียงที่แตกต่างกัน โดยแต่ละตัวจะมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
เเต่หลังจากมีการขยายพันธุ์เเล้วทำให้มันมีความเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พวกมันไม่ชอบให้ลูบคลำหรือจับตัว ทำให้ในปัจจุบัน หมาป่านิวกินีในธรรมชาติถือว่าหายากเป็นอย่างมาก ซึ่งทางด้านของสมาคมสุนัขเเห่งสหราชอาณาจักร ต้องให้เงินทุนสำหรับการอนุรักษ์สายพันธุ์เอาไว้
นักวิจัยเชื่อว่า สุนัขร้องเพลงนิวกินีอาจออกล่าตามลำพังและอาจปกป้องดินแดนในคู่ผสมพันธุ์ กลุ่มครอบครัวจะอาศัยอยู่ด้วยกันโดยทั้งพ่อและแม่ที่เลี้ยงดูลูกสุนัข ลูกสุนัขใช้เวลาเกือบทั้งวันในการนอนหรือเล่น การเล่นช่วยเสริมความผูกพันทางสังคมและเป็นการฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมสำหรับการออกล่าสัตว์ในอนาคต
หลังจากที่ไม่มีใครพบเห็นมันในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติมานานกว่าครึ่งศตวรรษ จนถึงปี 2016 เมื่อนักสำรวจพบสุนัขป่า 15 ตัวในพื้นที่สูงห่างไกล
ทางตะวันตกของเกาะนิวกินีหรือที่เรียกว่าปาปัวในอินโดนีเซีย จากนั้นในปี 2018 มีการสำรวจครั้งใหม่โดยกลับไปยังสถานที่เดิม เพื่อรวบรวมตัวอย่างทางชีววิทยาโดยละเอียด เพื่อยืนยันว่าสุนัขป่าบนพื้นที่สูงเหล่านี้เป็นสุนัขสุนัขร้องเพลงพันธุ์ก่อนหน้าหรือไม่
จากการเปรียบเทียบดีเอ็นเอที่สกัดจากเลือดที่รวบรวมจากสุนัขสามตัวชี้ให้เห็นว่า พวกมันมีลำดับจีโนมที่คล้ายกันมาก และมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งผลการวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ไว้ในวารสาร journal PNAS เมื่อปี 2020
นิวกินี (New Guinea) เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ครึ่งตะวันออกคือปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea) ในขณะที่ครึ่งตะวันตกเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซียที่รู้จักกันในชื่อ Papua ในการศึกษากล่าวว่า สุนัขเหล่านี้ได้รับการอธิบายครั้งแรกหลังจากพบตัวอย่างที่ระดับความสูงประมาณ 2,100 เมตรในจังหวัดภาคกลางปาปัวนิวกินีในปี 1897
แม้จะมีรายงานเล็กน้อยและภาพถ่ายที่ไม่ได้รับการยืนยันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่หลายคนก็กลัวว่าสุนัขป่าร้องเพลงบนพื้นที่สูงของนิวกินีจะสูญพันธุ์จากการสูญเสียที่อยู่อาศัยและผสมกับสุนัขในหมู่บ้านที่ดุร้าย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2016 สุนัขร้องเพลงถูกค้นพบใกล้กับเหมืองทองคำและทองแดง Grasberg ในปาปัว ซึ่งมาตรการในการปกป้องระบบนิเวศรอบเหมืองได้สร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุนัขป่าบนพื้นที่สูงสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ได้ตั้งใจ สำหรับทีมสำรวจนำโดย James McIntyre นักวิจัยภาคสนามและผู้ก่อตั้งNew Guinea Highland Wild Dog Foundation
ในอีกสองปีต่อมา (2018) ทีมสำรวจเดิมได้เดินทางไปยังพื้นที่สูงที่ห่างไกล กับสภาพอากาศและภูมิประเทศที่รุนแรงเพื่อเก็บตัวอย่างเลือดผมเศษเนื้อเยื่อและน้ำลาย โดยนักวิจัยได้ทำการวัดน้ำหนัก อายุ สุขภาพโดยทั่วไป และสภาพร่างกาย ซึ่งมีสุนัขร้องเพลงสองตัวได้รับปลอกคอ GPS เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทางและดินแดนของพวกมัน
จากการศึกษา นักวิจัยหวังว่าจะทำความเข้าใจสุนัขร้องเพลงให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นก่อนที่มันจะถูกนำมาเลี้ยง ในขณะที่สุนัขร้องเพลงนิวกินีและสุนัขป่าบนพื้นที่สูงเป็นส่วนหนึ่งของสุนัขสายพันธุ์ Canis lupusiliaris ซึ่งนักวิจัยพบว่าแต่ละสายพันธุ์มีสายพันธุ์ของจีโนมที่ไม่มีอยู่ในสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ที่เรารู้จักในปัจจุบัน
PAPUA NEW GUINEA
Cr. ภาพ journeyera.com/
9ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)
" Singing Dog " สุนัขร้องเพลงดั้งเดิมของนิวกินีที่หายาก