จำความได้ประมาณ เกือบ 10 ปี แล้ว แต่ก่อน ร้องไห้ทุกวันอยู่แต่ในห้อง ต่อยกำแพงตั้งแต่อายุ 15 พ่อแม่อยากทาง มีน้องชาย 1 คน น ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เขาผ่านมาแบบผม ซึ่งผมจำช่วงอารมณ์ผมเริ่มทำงานหาเงินเองตอนอายุ 17 เป็นเด็กล้างรถ ทำงานได้ไม่ถึงปีก็ต้องออกเพราะด้วยความที่อายุน้อย แต่พ่อผมได้ฝากผมเข้าไปทำงานในฝ่ายการขาย คือทำห้องแอร์ เอาง่ายๆที่ออกคือโดนคนในนั้นกดดัน อายุน้อยแต่ไปสั่งเขา ประมาณนั้น ทำได้ประมาน 6 เดือน ออกมาแบบไม่ได้บอก พ่อ แม่ หลังจากที่ผมออกมาผมได้ไปบ้านเพื่อน เป็นแบบ บ้านนอกเลย ทำกุ้ง ทำนา ทำถ่าน ชาวบ้าน บางหลวง ผมขอเอ่ยชื่อเพื่อนคนนี้นะครับ ชื่อ ฟลุ๊ค
**ผมไปวันแรกบอกขออาศัยหน่อยได้ไหม หนีออกจากบ้านมา งานไม่ได้ทำ ท้อหลายอย่าง เพื่อนสงสาร และครอบครัวเพื่อนก็เอนดูผมมาตลอด ผมมีน่าทีช่วยทางบ้านเขา เขาทำงานอะไร ผมก็ไปทำ ทำถ่านบ้าง ทำนาบ้าง เฝ้าบ่อ บ้าง สนุกตามภาษาวัย ทุกคนอาจจะมองว่าเป็นงานที่หนักใช่ไหมครับ แต่นี้คือจุดเริ่มต้นของผมที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า * ครอบครัว * เวลาทำงานเหนื่อยแค่ไหน ตอนเย็น ก็จะมีกับข้าว ตั้งรอ และ กินกันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งผมไม่เคยเจออะไรแบบนั้นเลยนะ ผมเรียนประจำชาย 2 เดือน กลับบ้าน 2 วัน เข้าหอต่อ พอออกมาอยู่บ้าน พ่อผม เขามี ภรรยา หลายคน อยู่คนละบ้านกับผม พ่อได้ให้ผมอยู่บ้าน ภรรยาหลวง ซึ่งมีลูกๆเข้าในบ้านอยู่ด้วย มีผม เป็นลูก เมียคนที่ 2 คนเดียว ผมไม่เคยได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับทางบ้านแม่หลวงเลยซักครั้ง ได้แต่เห็นเขาร่วมวงกินกันอย่างมีความสุข ระยะหลายปีทีผ่านมาผม กินข้าวกล่องตลอดครับ น้ำดื่มไม่ได้เอาในตู้เย็นในบ้านนะครับ ซื้อข้างนอก เข้ามา บ้านใหญ่ครับ พ่อสร้างไว้สมัยที่พ่อยังมี คือเป็นบ้าน คนรวยเลยแหละ ราคาสร้างประมาน 10 ล้าน ได้ (แต่ต้องเขาใจนะครับไม่ใช่ครอบครัวผม เป็นพ่อกับแม่หลวง ) แต่ผม อยู่ได้แค่ในห้อง ซึ่งมีห้องน้ำในตัวแค่นั้น เก็บตัว ไม่มีใครคุยด้วย และ ไม่กล้า คุยกับใคร **ผมจึงกล้าพูดได้ว่าบ้านเพื่อนผมคือที่แรกที่ทำให้ผมมีความสุขในการกินข้าว** (เพราะก็ผมไม่เคยเจออะ) แค่คิดยังน้ำตาไหลเลย เอาเป็นเวลานี้คือผมระบายชีวิตที่ผมไม่ค่อยอยากจะบอกความอ่อนแอให้ใครได้รู้ ผมเห็นพ่อแม่เทลาะกันตั้งแต่เด็ก เชื่อไหมครับว่า ผมอายุ 25 ปี แล้ว ผมยังเห็นภาพพ่อตบแม่อยู่เลย ต่อมาผ่านระยะไปเกือบปีได้ที่ผมอยู่บ้านเพื่อน ทำงานกับเขา เที่ยวกับเขา แบบมีความสุข อืมลืมบอกตั้งแต่ผมมาอยู่บ้านเพื่อน ผมปิดกาารติดต่อ ทุกอย่าง เปลี่ยนเบอร์ทุกอย่าง กลายเป็นคนสูญหาย จนวันหนึ่งผมโทรไปหาพ่อ แล้วพ่อบอกกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตรอมใจ ผมเลยเลือกที่จำกลับไปหาแม่ที่สุพรรณบุรีแทนแต่ไม่กลับไปหาพ่อ ผมต้องบอกชีวิตผมอยู่จุดนั้นคือ หมดทุกอย่างแล้ว พ่อก็เกษียนมานานแล้ว(เงินหมด) อยู่กับแฟนใหม่เขาอีกคน แม่ผมก็ไม่ได้มีมากมีโขอะไร เพราะตั้งแต่พ่อผมไม่ได้ส่งตังให้แม่ แม่ก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน เพราะต้องเลี้ยงน้องชาย ผมไปอยู่บ้านแม่ ซึ่งอยู่ไม่ได้นานก็ต้องออกมาเพราะไม่มีเงินใช้ แม่ผมเขาจะคอยบอกให้ดูน้องเป็นตัวอย่างตลอด ผมยอมรับผมใช้กัญชาในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาในบ้านแม่ ผมจะมีเงินติดตัวแค่ ไม่ถึง 20 ต่อวัน ข้าวปลา ยายผมจะซื้อแกงถุงมาให้ 1 ถุงกับข้าว1ถุง เวลาเพื่อนผมอยู่ ผมก็จะแบ่งกับเพื่อนคนละครึ่งครับ ตอนนั้นมีไรต้องช่วยเหลือกัน เพื่อนผมนิสัยดีมาก ชื่อเทพ ผมรักเขานะ แต่ไม่ค่อยได้คุยแล้วเพราะอยากสร้างตัวเองให้มีรถมีลา ได้ไปหากันง่ายๆ **เพื่อนชื่อเทพคนนี้ ชีวิตลำบาคกว่าผมเยอะ เขามาเล่าในวันที่ผมจะฆ่าตัวตายมาร้องไห้บอกว่าชีวิตกูลำบากกว่า กูยังอิจฉฉาในหลายๆอย่าง คำพูดนั้นทำให้ผมคิดได้ ว่ามีเพื่อนที่

ห่วงเราขนาดนี้เลยหรอวะ ซึ่ง ปัจุบัน เพื่อนคนนี้ไม่ทิ้งผมไปไหน ถึงผมจะไม่ค่อยตอบมันก็ตาม แต่อยากให้รู้ว่ารักเหมือนเดิม รักมากขึ้นด้วย ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน ยังนึกถึงกันทักมาหากัน ไม่เกลียดที่เวลาผมไม่ตอบเขา เขาจะทักมาเรื่อยๆ ต่อผม
และเพื่อนอีกหลายๆคนที่ผมไม่ได้พูดถึงด้วยนะ ทั้ง ศาลายา ภปร. อะต่อเทลาะกับแม่หนักอยู่ครั้งหนึ่งอาจเป็นเพราะอาการน้อยใจที่เราสะสมมารึเปล่าไม่รู้ อยู่ๆผมเดินไปถามแม่เล่นๆว่า แม่ ระหว่างเงิน 1 แสน กับชีวิต ผม แม่เลือกไรหรอ แม่ผมตอบว่า เลือกเงิน (แม่ผมอาจจะพูดเล่นๆก็ได้) แต่คำนั้นมันทำให้ผมน้ำตาไหลคิดมาก และก็ น้อยใจ เทลาะกับเขาเลย ถ้าย้อนกับไปได้ก็จะไม่ทำ เอาเป็นว่าทั้งหมดนี้ผมจะบอกว่ามันคือจุดเริ่มต้นแค่นั้นเอง ปัจุบันผมทำงานอยู่ การไฟฟ้า ยังไม่ได้บรรจุ ซื้อบ้านโครงการ 1 หลัง เก็บเงินผ่านทางการเล่นหุ้น ทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ ด้วยน้ำพักน้ำแรงกับแฟน อืมอีกอย่างถ้าไม่มีแฟนผมในวันนั้นจนถึงวันนี้ คอยอยู่ปลอตจิตใจผมตลอด ถึงเขาจะต้องฟังอะไร ลบลบ จากผมไปก็ตาม เขาก็ทำให้ผมจากเป็นคนใจร้อนเป็นใจเย็น จากคิดลบมากเป็นคิดบวกมากขึ้น ผมก็ไม่ตาย ก็ติดคุกไปแล้ว คนมันชีวิตไม่มีอะไรจะเสียอะนะ ทุกวันนี้คุยกับแมวเลี้ยงแมว 3 ตัว ผ่านการจะฆ่าตัวตาย หลายครั้ง แม่ก็ย้ำเรื่อง บาป บุญ อยู่เสมอ ทุกวันนี้ผมมีเป้าหมายแล้ว แมวผมเพิ่งเสียไป 1 ตัว ยังมีอีก 2 ตัว ก็สู้กันต่อไป ไม่ค่อยคุยกับคนนะแต่คุยกับสัตว์ เอาเป็นว่าผมมาจุดที่ผมทำงานไฟฟ้าได้ไง มันยาวมากๆละผ่านความเป็นความตายมากๆ เพื่อนผมต้องมาตาย ต้องมาติดคุก หลายคนอาจจะมองว่าผมคบเพื่อนไม่ดีรึเปล่า ทุกคนมันต้องผ่านจุดหนึ่งครับไม่มีใครอยากเลวหรอกผมเล่าคร่าวๆเบื้องต้นประมาณนี้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ เป็นโรคซึมเศร้า ชนะมันได้ซักวันครับ

**ฝากท้ายอีกอย่างครับ ผมแคร์คนดี ไม่ใส่ใจคนเลว

Ep1
แชร์ประสบการ โรคซึมเศร้า
**ผมไปวันแรกบอกขออาศัยหน่อยได้ไหม หนีออกจากบ้านมา งานไม่ได้ทำ ท้อหลายอย่าง เพื่อนสงสาร และครอบครัวเพื่อนก็เอนดูผมมาตลอด ผมมีน่าทีช่วยทางบ้านเขา เขาทำงานอะไร ผมก็ไปทำ ทำถ่านบ้าง ทำนาบ้าง เฝ้าบ่อ บ้าง สนุกตามภาษาวัย ทุกคนอาจจะมองว่าเป็นงานที่หนักใช่ไหมครับ แต่นี้คือจุดเริ่มต้นของผมที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า * ครอบครัว * เวลาทำงานเหนื่อยแค่ไหน ตอนเย็น ก็จะมีกับข้าว ตั้งรอ และ กินกันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งผมไม่เคยเจออะไรแบบนั้นเลยนะ ผมเรียนประจำชาย 2 เดือน กลับบ้าน 2 วัน เข้าหอต่อ พอออกมาอยู่บ้าน พ่อผม เขามี ภรรยา หลายคน อยู่คนละบ้านกับผม พ่อได้ให้ผมอยู่บ้าน ภรรยาหลวง ซึ่งมีลูกๆเข้าในบ้านอยู่ด้วย มีผม เป็นลูก เมียคนที่ 2 คนเดียว ผมไม่เคยได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับทางบ้านแม่หลวงเลยซักครั้ง ได้แต่เห็นเขาร่วมวงกินกันอย่างมีความสุข ระยะหลายปีทีผ่านมาผม กินข้าวกล่องตลอดครับ น้ำดื่มไม่ได้เอาในตู้เย็นในบ้านนะครับ ซื้อข้างนอก เข้ามา บ้านใหญ่ครับ พ่อสร้างไว้สมัยที่พ่อยังมี คือเป็นบ้าน คนรวยเลยแหละ ราคาสร้างประมาน 10 ล้าน ได้ (แต่ต้องเขาใจนะครับไม่ใช่ครอบครัวผม เป็นพ่อกับแม่หลวง ) แต่ผม อยู่ได้แค่ในห้อง ซึ่งมีห้องน้ำในตัวแค่นั้น เก็บตัว ไม่มีใครคุยด้วย และ ไม่กล้า คุยกับใคร **ผมจึงกล้าพูดได้ว่าบ้านเพื่อนผมคือที่แรกที่ทำให้ผมมีความสุขในการกินข้าว** (เพราะก็ผมไม่เคยเจออะ) แค่คิดยังน้ำตาไหลเลย เอาเป็นเวลานี้คือผมระบายชีวิตที่ผมไม่ค่อยอยากจะบอกความอ่อนแอให้ใครได้รู้ ผมเห็นพ่อแม่เทลาะกันตั้งแต่เด็ก เชื่อไหมครับว่า ผมอายุ 25 ปี แล้ว ผมยังเห็นภาพพ่อตบแม่อยู่เลย ต่อมาผ่านระยะไปเกือบปีได้ที่ผมอยู่บ้านเพื่อน ทำงานกับเขา เที่ยวกับเขา แบบมีความสุข อืมลืมบอกตั้งแต่ผมมาอยู่บ้านเพื่อน ผมปิดกาารติดต่อ ทุกอย่าง เปลี่ยนเบอร์ทุกอย่าง กลายเป็นคนสูญหาย จนวันหนึ่งผมโทรไปหาพ่อ แล้วพ่อบอกกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตรอมใจ ผมเลยเลือกที่จำกลับไปหาแม่ที่สุพรรณบุรีแทนแต่ไม่กลับไปหาพ่อ ผมต้องบอกชีวิตผมอยู่จุดนั้นคือ หมดทุกอย่างแล้ว พ่อก็เกษียนมานานแล้ว(เงินหมด) อยู่กับแฟนใหม่เขาอีกคน แม่ผมก็ไม่ได้มีมากมีโขอะไร เพราะตั้งแต่พ่อผมไม่ได้ส่งตังให้แม่ แม่ก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน เพราะต้องเลี้ยงน้องชาย ผมไปอยู่บ้านแม่ ซึ่งอยู่ไม่ได้นานก็ต้องออกมาเพราะไม่มีเงินใช้ แม่ผมเขาจะคอยบอกให้ดูน้องเป็นตัวอย่างตลอด ผมยอมรับผมใช้กัญชาในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาในบ้านแม่ ผมจะมีเงินติดตัวแค่ ไม่ถึง 20 ต่อวัน ข้าวปลา ยายผมจะซื้อแกงถุงมาให้ 1 ถุงกับข้าว1ถุง เวลาเพื่อนผมอยู่ ผมก็จะแบ่งกับเพื่อนคนละครึ่งครับ ตอนนั้นมีไรต้องช่วยเหลือกัน เพื่อนผมนิสัยดีมาก ชื่อเทพ ผมรักเขานะ แต่ไม่ค่อยได้คุยแล้วเพราะอยากสร้างตัวเองให้มีรถมีลา ได้ไปหากันง่ายๆ **เพื่อนชื่อเทพคนนี้ ชีวิตลำบาคกว่าผมเยอะ เขามาเล่าในวันที่ผมจะฆ่าตัวตายมาร้องไห้บอกว่าชีวิตกูลำบากกว่า กูยังอิจฉฉาในหลายๆอย่าง คำพูดนั้นทำให้ผมคิดได้ ว่ามีเพื่อนที่
และเพื่อนอีกหลายๆคนที่ผมไม่ได้พูดถึงด้วยนะ ทั้ง ศาลายา ภปร. อะต่อเทลาะกับแม่หนักอยู่ครั้งหนึ่งอาจเป็นเพราะอาการน้อยใจที่เราสะสมมารึเปล่าไม่รู้ อยู่ๆผมเดินไปถามแม่เล่นๆว่า แม่ ระหว่างเงิน 1 แสน กับชีวิต ผม แม่เลือกไรหรอ แม่ผมตอบว่า เลือกเงิน (แม่ผมอาจจะพูดเล่นๆก็ได้) แต่คำนั้นมันทำให้ผมน้ำตาไหลคิดมาก และก็ น้อยใจ เทลาะกับเขาเลย ถ้าย้อนกับไปได้ก็จะไม่ทำ เอาเป็นว่าทั้งหมดนี้ผมจะบอกว่ามันคือจุดเริ่มต้นแค่นั้นเอง ปัจุบันผมทำงานอยู่ การไฟฟ้า ยังไม่ได้บรรจุ ซื้อบ้านโครงการ 1 หลัง เก็บเงินผ่านทางการเล่นหุ้น ทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ ด้วยน้ำพักน้ำแรงกับแฟน อืมอีกอย่างถ้าไม่มีแฟนผมในวันนั้นจนถึงวันนี้ คอยอยู่ปลอตจิตใจผมตลอด ถึงเขาจะต้องฟังอะไร ลบลบ จากผมไปก็ตาม เขาก็ทำให้ผมจากเป็นคนใจร้อนเป็นใจเย็น จากคิดลบมากเป็นคิดบวกมากขึ้น ผมก็ไม่ตาย ก็ติดคุกไปแล้ว คนมันชีวิตไม่มีอะไรจะเสียอะนะ ทุกวันนี้คุยกับแมวเลี้ยงแมว 3 ตัว ผ่านการจะฆ่าตัวตาย หลายครั้ง แม่ก็ย้ำเรื่อง บาป บุญ อยู่เสมอ ทุกวันนี้ผมมีเป้าหมายแล้ว แมวผมเพิ่งเสียไป 1 ตัว ยังมีอีก 2 ตัว ก็สู้กันต่อไป ไม่ค่อยคุยกับคนนะแต่คุยกับสัตว์ เอาเป็นว่าผมมาจุดที่ผมทำงานไฟฟ้าได้ไง มันยาวมากๆละผ่านความเป็นความตายมากๆ เพื่อนผมต้องมาตาย ต้องมาติดคุก หลายคนอาจจะมองว่าผมคบเพื่อนไม่ดีรึเปล่า ทุกคนมันต้องผ่านจุดหนึ่งครับไม่มีใครอยากเลวหรอกผมเล่าคร่าวๆเบื้องต้นประมาณนี้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ เป็นโรคซึมเศร้า ชนะมันได้ซักวันครับ