โรงเรียนแพทย์แบบตะวันตก แห่งแรก

โรงเรียนแพทย์แบบตะวันตกแห่งแรกของไทยก็คือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แต่ถ้าเป็นโรงเรียนแพทย์แบบตะวันตกแห่งแรกคือที่ไหนกันแน่ 

การแพทย์ทางตะวันตกในยุคกรีกและโรมันมีการพัฒนาก้าวหน้ามาก แต่หลังจากจักรวรรดิโรมันล่มสลายลง ผ่านมาสู่ยุคกลางของยุโรป การแพทย์ก็ไม่ได้ถูกควบคุมกำกับใดๆ
ใครๆก็สามารถสถาปนาตัวเองเป็นหมอออกรักษาคนเจ็บได้ รักษาหายบ้างไม่หายบ้าง 
และก็มีองค์กรทางศาสนาพวกวัดวาอาราม สำนักนางชีต่างๆ ที่อาจมีที่พักสำหรับผู้เจ็บป่วยหรือคนไข้อนาถาไร้ญาติขาดมิตรบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีการจัดตั้งเป็นเรื่องเป็นราว ยังคงรักษากันไปตามที่จะพอช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้

ความรู้เรื่องการแพทย์ของกรีกและโรมันก็ไม่ได้สูญหายไปใหน โดยในสมัยที่ยุโรปเข้าสู่ยุคมืด ในเวลานั้นเองอารยธรรมอิสลามกลับเจริญเฟื่องฟูมากกว่า
บ้านเมืองสงบสุข ร่ำรวย และได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองทำให้ความรู้ทางการแพทย์ได้รับการเก็บรักษา และต่อยอดจากของเดิมยิ่งขึ้นไปอีก แพทย์อิสลามดังๆสมัยนั้นก็อย่างเช่น Al-Rhazi , Ibn Sina ที่นับเป็นผู้บุกเบิกความรู้ความชำนาญในวิชา เคมี กายวิภาค การผ่าตัด รวมถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลในระยะแรกๆด้วย


Schola Medica Salernitana หรือ โรงเรียนแพทย์แห่งซาแลร์นิตาน่า ตั้งอยู่ที่เมืองซาแลร์โน อยู่ที่ทางใต้ของอิตาลี อยู่กึ่งกลางระหว่างโรมกับซิซิลีครับ เมืองนี้มีมีตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมครับ เนื่องจากอยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอยู่ใกล้กับแอฟริกาเหนือที่เป็นศูนย์กลางอีกแห่งของอารยธรรมอิสลาม นั่นคือคาร์เธจโบราณบริเวณตูนิเซียในปัจจุบันนั่นเอง


จริงๆแล้วโรงเรียนแพทย์แห่งซาแลร์นิตาน่า สร้างขึ้นมาตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 9 แล้วแต่บุคคลสำคัญผู้สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับโรงเรียนแพทย์แห่งนี้มีสองท่านก็คือ alfonso ที่หนึ่งอาร์ชบิชอบแห่งซาแลร์โน และ Constantine เดอะแอฟริกัน พ่อค้าหนังสือจากตูนิเซีย
ทั้งสองร่วมมือกันพัฒนาโรงเรียนแห่งนี้ โดยท่านอาร์ชบิชอบใช้อำนาจอิทธิพลของศาสนจักรและการสนับสนุนด้านการเงินในการดำเนินงานโรงเรียนแพทย์และหาหนังสือการแพทย์และดึงตัวแพทย์ผู้มีความรู้มาสอนที่โรงพยาบาล
ส่วนคอนแสนตินเป็นพ่อค้าและนักเดินทางครับ เขาเคยเดินทางไปจนถึงอินเดียและอัฟกานิสถานมาแล้ว และมีความรู้ภาษาอาหรับและยิวดีมาก ระหว่างเดินทาง เขาเก็บรวบรวมตำราการแพทย์ที่มีค่ามาด้วย บทบาทของเขาคือเป็นครูสอนแพทย์และเป็นผู้รับผิดชอบการแปลตำราจำนวนมากจากภาษาอาหรับและภาษายิว
และยังได้หนังสืออีกเป็นจำนวนมากจากห้องสมุดแห่งสำนักสงฆ์แห่ง montecassino ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ของนิกายเบเนดิกต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนั้น
แน่นอนว่าการสร้างตำนานต้องใช้เวลา กรุงโรมย่อมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว พระเจ้ายังสร้างโลกตั้งเจ็ดวัน แต่โรงเรียนแพทย์แห่งซาแลร์นิตาน่าก็สั่งสมชื่อเสียงมากขึ้น จากรุ่นสู่รุ่น

มหาวิหารซานมัตเตโอ แห่งซาแลร์โน

ในที่สุดก็มีผู้คนมากมายเดินทางมาที่โรงเรียนแห่งนี้ทั้งผู้ป่วยที่ต้องการมาหาหมอเก่งๆ  และนักเรียนที่ต้องการมาเรียนแพทย์ จนกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลกตะวันตกในที่สุด ตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 11
ระบบการเรียนแพทย์ที่นี่ก็วางรากฐานไว้จนถึงปัจจุบัน นักเรียนจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานก่อนเป็นเวลา 3 ปี ผ่านขั้นนี้แล้วต้องเรียนแพทย์ต่ออีก 4 ปี หลังจากนั้นต้องทำงานฝึกหัดกับแพทย์ตัวจริงต่อจึงจะได้รับใบจบการศึกษา คล้ายๆกับการเรียนแพทย์ในปัจจุบันไหมครับ

สิ่งที่ทำให้โรงเรียนแพทย์นี้พิเศษมีสองเรื่องครับเรื่องแรกคือ หลักสูตรการเรียนแพทย์ที่นี่นอกจากเรียนเรื่องการรักษาแล้วยังสอนเรื่องจริยธรรมการแพทย์ กฎหมาย เทววิทยาด้วยเพื่อให้จบไปเป็นแพทย์ที่ดีมีจริยธรรมครับ จะเห็นได้ว่าอาจารย์แพทย์โบราณตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อพันปีที่แล้วทีเดียว

เรื่องต่อมาก็คือ ที่นี่รับนักเรียนทั้งหญิงและชาย รวมทั้งรับอาจารย์หญิงด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในสมัยนั้นที่ผู้หญิงจะได้รับการศึกษา
ในเวลาต่อมาโรงเรียนแพทย์อีกหลายแห่งได้รับการสถาปนาขึ้นโดยใช้โรงเรียนแพทย์แห่งซาแลร์นิตาน่าเป็นต้นแบบ เวลาผ่านไปจนถึงศตวรรษที่ 14-15 โรงเรียนแพทย์แห่งซาแลร์นิตาน่าก็เสื่อมโทรมลงครับ เนื่องจากการยุคเรเนสซองค์ ทำให้วิทยาการได้แพร่หลายไปทั่วยุโรป โรงเรียนแพทย์ผุดขึ้นทุกเมืองใหญ่ โดยมีทรัพยากรที่สมบูรณ์กว่าและการสนับสนุนที่ดีกว่าจากผู้ปกครอง

โรงเรียนแพทย์แห่งซาแลร์นิตาน่าจึงค่อยๆลดบทบาทลงเรื่อยๆ จนถึงในปี 1811 โรงเรียนแพทย์แห่งนี้ก็ได้ถูกยุบลง เนื่องจากเกิดการรวมชาติอิตาลี เนื่องจากคณะปฏิวิติต้องการปฏิรูประบบการศึกษาในอิตาลีภาคใต้ เป็นอันจบตำนานของโรงเรียนแพทย์แห่งแรกไว้เพียงเท่านี้

 
 ตำนานของเฮนรี่ผู้น่าสงสาร

ตำนานนี้เป็นตำนานจากยุคกลางของชาวเยอรมัน เฮนรี่เป็นเจ้าชายหนุ่มผู้สง่างามและแข็งแรง เขามีคนรักคือเจ้าหญิงเอลซี่ ( elsie )  วันหนึ่งเขาเป็นโรคเรื้อน และสุขภาพทรุดลงอย่างรวดเร็ว มิตรสหายดูโหงวเฮ้งเฮนรี่แล้วก็ส่ายหน้าว่าคงจะสวรรคตในเร็ววัน โอ้เฮนรี่ผู้น่าสงสาร
คืนหนึ่งขณะที่ทรงประชวร ทรงสุบินว่า ปีศาจ(devil) แนะนำพระองค์ว่าให้ทรงดำเนินไปหาหมอที่โรงเรียนแพทย์ซาแลร์นิตาน่า และให้สรงเลือดที่มาจากหญิงที่ยินดีตายและเสียสละเลือดให้พระองค์ ตื่นขึ้นมา พระองค์ทรงเล่าพระสุบิน เจ้าหญิงเอลซี่ทรงเสนอตัวในทันที ยอมตายเพื่อเสียสละโลหิตให้เจ้าชายเฮนรี่ได้สรง 

แต่เจ้าชายเฮนรี่ทรงปฏิเสธความหวังดีนั้น โดยบอกว่าจะขอทรงฟังคำแนะนำของแพทย์ก่อน ดังนั้น ขบวนเสด็จดำเนินสู่เมืองซาแลร์โนในทันใด หลังจากการเดินทางอันยาวนาน ก็เสด็จถึงซาแลร์โน ก่อนเข้าพบแพทย์เจ้าชายเฮนรี่ทรงแวะที่มหาวิหารซานมัตเตโอก่อน ทรงสวดภาวนาที่แท่น ปาฏิหารย์เกิดขึ้นที่นี่ พระองค์ทรงเห็นว่าแพทย์สามารถรักษาพระองค์ได้จนหายขาด และพระองค์ได้ครองรักกับเจ้าหญิงเอลซี่และดำรงพระชนม์ชีพต่อไปจนแก่เฒ่า ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นไปดังนั้นจริง  ซึ่งถ้าพระองค์เห็นแก่ตัวก็คงเสียหญิงคนรักที่รักพระองค์จริงไปแล้ว นิทานเรื่องนี้ปีศาจก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปครับ

ขอขอบคุณเพจศัลยกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง
https://www.facebook.com/brhsurgery/posts/117849043637092
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ตะวันตก หน้าต่างโลก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่