เรื่องสั้น เอ็นวายกู NYKU: New York Kitchen University ตอนที่ 30: วัคซีน COVID-19

          ผ่านมาครบรอบหนึ่งขวบปี และย่างก้าวเข้าสู่ปีที่สอง แต่กระแสก็ยังแรงดีไม่ตก สำหรับเจ้าไวรัส COVID-19 ที่เล่นเอาอ่วมไปทุกแห่งหน ข่าวดี คือ ตอนนี้ร้านอาหารที่นิวยอร์ก เขาอนุญาตให้ลูกค้านั่งรับกินข้าวในร้านได้ที่ 50% แล้ว ก็พอจะให้พวกเรามนุษย์ห้องครัว โดยเฉพาะพวกหน้าบ้าน ได้หายใจหายคอ มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้นมานี๊ดนึง... ก็แหม ค่าบ้าน ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ค่า Subway เดือนนึงนี่ตกเป็นพันเหรียญแล้วนะ ไหนจะค่าข้าว ค่าช็อปปิ้งอีกล่ะ แบบว่าตารางงานน้อยไง ก็ต้องไปช็อปปิ้งบ้างไรบ้าง จริงม่ะ? 555 แต่ถึงจะเปิดรับลูกค้าได้มากขึ้นก็เถอะ ความกังวลในเรื่องของการติดน้องโควิทก็ยังคงมีอยู่ ร้านอาหารก็เลยยังไม่คึกคักเหมือนเก่า ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมวลมนุษยชาติที่จะทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ ก็คงต้องฝากไว้กับพระเอกขี่ม้าขาวที่ชื่อ ‘วัคซีน’ 

          ที่ผมกล้าบอกว่า วัคซีนเป็นพระเอกขี่ม้าขาวนั้น ก็เพราะว่ามันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คนเราก็เลิกกลัวโควิท กล้าที่จะออกมาท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย อย่างที่เคยเป็นมา วงจรระบบเศรษฐกิจก็จะสามารถกลับไปทำงานได้เหมือนเก่า คนมีภูมิคุ้มกันแล้วจะไปกลัวอะไรล่ะจริงป่ะ? แถมวัคซีนยังสามารถทำให้ไวรัส COVID-19 หมดไปจากโลกนี้ได้ ด้วยวิธีที่เรียกว่า การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) เล่าสั้น ๆ เผื่อไม่รู้จักกันนะครับ มันคือการที่คนจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันโรค จนทำให้คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันได้รับอานิสงส์ มีภูมิคุ้มกันไปเองด้วย เหมือนกับโรคหัดในสมัยก่อน ที่แต่ก่อนเป็นทั่วโลก แต่พอมีการฉีดวัคซีนป้องกันอย่างต่อเนื่อง ปีแล้วปีเล่า จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น โรคหัดก็หายไปจากโลกนี้

          แต่อย่าเพิ่งฝันหวานนะครับ ว่ามันจะเป็นไปได้ง่าย ๆ เพราะกว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้นั้น มันต้องฉีดกันเยอะมาก แบบประมาณ 90% ของประชากรเลย ขนาดประเทศลูกพี่ มาเฟียโลก เงินหนา ๆ อย่างอเมริกา ที่เริ่มฉีดวัคซีนอย่างจริงจังจนบัดนี้จะครึ่งปีแล้ว คนที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้วนั้น ยังมีแค่ประมาณ 30% ของจำนวนประชากรเท่านั้นเอง แต่ก็เข้าใจนะ ว่าคนมันตั้งกว่า 325 ล้านคน จะให้ฉีดหมดภายในไม่กี่เดือนมันเป็นไปไม่ได้หรอก แต่เห็นความตั้งใจอย่างจริงจังแล้ว ก็เชื่อว่า อีกไม่นานเกินรอครับ หันมามองที่บ้านเราแล้ว ก็ได้แต่เอาเท้าก่ายหน้าผาก ฉีดวัคซีนกันหลักพันคนต่อวัน กว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ คงต้องรอถึงชาติหน้า! วันนี้ก็เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์เรื่องของการฉีดวัคซีนให้อ่านกันครับ

          ที่อเมริกานั้น วัคซีนเขาใช้สามยี่ห้อ หนึ่งคือ Pfizer, สองคือ Moderna, สามคือ J&J (Johnson & Johnson) ไม่ผูกขาดเหมือน หยามไบโอ เอ๊ย! เข้าฝั่ง เดี๋ยวปลิว... 555 แล้วรัฐบาลแจกให้ฟรี ไม่ต้องเป็นอเมริกัน ขอแค่เป็นคนก็พอ ไปลงชื่อออนไลน์ แล้วก็นัดวันไปฉีดได้เลย ไม่ต้องไปเสียเงินบริจาค 500 เพื่อจองฉีดก่อน เงินซื้อวัคซีนก็เงินภาษีประชาชน แล้วทำไมประชาชนต้องจ่ายอีกรอบฟ่ะ? เหอ ๆ สถานที่ฉีดวัคซีน ก็มีมากกระจายไปทั่ว อยากได้วัคซีนของยี่ห้อไหน ก็เลือกเอาตามสถานที่ฉีดวัคซีนได้เลย บางคนบอก Pfizer นี่ของเยอรมันเป็นบริษัทยาเก่าแก่ เชื่อใจได้ บางคนบอก Moderna นี่แหละดี ฉีดแล้วไม่เจ็บ ไม่ป่วยเลย บางคนก็บอกว่า Johnshon & Johnson ซิ ประวัติยาวนานเชื่อถือได้ ใครชอบใคร ก็จัดการไปฉึก ๆ กันตามแต่ความพอใจเลย

          เนื่องด้วยทั้งบ้านไปฉีดวัคซีนกันมาหมดแล้ว ผมเองตอนแรกก็พยายามอิดออด ๆ ไม่อยากไป อ้างว่าเคยป่วยโควิทมาหนักแล้ว มีภูมิอยู่แน่น ๆ ไม่ต้องรีบไปหรอก ให้คนที่เขาจำเป็นต้องฉีดก่อนดีกว่า แหม่ ฟังดูเหมือนจะเท่ห์ เสียสละตัวเอง ทำเพื่อประชาชนเหมือนนักการเมืองบ้านเรา จริง ๆ ไม่ใช่ไรนะ กูกลัวเข็ม! 555 
          “โจ้ ฉีดวัคซีนของไรวะ เจ็บเปล่าวะ” ผมถามโจ้ตอนเจอกันหน้าห้อง
          “กูฉีด Pfizer เข็มแรกไม่เจ็บ มีปวดแขนนิด ๆ แต่เข็มสองนี่ดิ เล่นเอากูไข้เต็ม ๆ ไปสองวัน ถ้าจะฉีดก็ระวังตาราง เตรียมลางานก่อนดีกว่าเด้อ” โจ้ตอบตามประสบการณ์ ข้อมูลแน่น ละเอียดยิบ เหมือนพ่อเป็นเซลล์ขายวัคซีนของ Pfizer 
          “ถามไมวะ เฮ้ย! อย่าบอกนะว่า...” โจ้เผือกต่อ
          “เออ นั่นแหละ กูรำคาญพวก เห็นบ่นอยากให้กูไปฉีดจัง เลยจะไปฉีดแล้วเนี่ย” ผมตอบ ทำเป็นรำคาญ 
          “ดีแล้ว ฉีด ๆ ไปเหอะ จะได้มีภูมิ เห็นตอนแรกเหมือนจะไม่ฉีด กูล่ะกลัวป่วยตายจริง จริ๊งงง” โจ้บอกเสียงสูง
          “ตอนแรกกูก็ว่าจะไม่ฉีด เผื่อมีผลข้างเคียง อยากรอดูก่อน แต่สามัญสำนึกไง ที่เขาบอกว่าถ้าอยากช่วยกันให้พี่โค(วิด)หมดไป ต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ไงวัคซีนมันผ่าน FDA* มาได้แล้ว กูว่ามันก็ต้องโอเคแล้วล่ะ” ผมตอบ
          “นี่คนดีของประเทศชาตินะ กลับไปเป็นนักการเมืองม่ะ เดี๋ยวกูเลือก” โจ้แซว
          “อย่าเลย กูไม่อยากเที่ยวเลาจ์” ผมตอบ
          “กลัวไร ไปคุยงานไง รัฐบาลจ่าย!” โจ้บอก
          “พอเหอะ ไปไกลล่ะ” ผมพาเพื่อนกลับฝั่ง
          “ฉีดเสร็จ ก็ขอให้ป่วยพอเป็นพิธีนะ” โจ้แช่งเบา ๆ คือ ถ้าร่างกายมีอาการไข้ขึ้น ถือเป็นเรื่องปรกติ เหมือนตอนเราปลูกฝีที่ไทยน่ะแหละ ฉีดแล้วก็เป็นไข้นิดหน่อย มันแปลว่าร่างกายเราทำการต่อสู้กับเชื้อที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย สรุป คือ ดีนั่นเอง ผมยิ้ม พร้อมขอบใจในคำแช่งของเพื่อนเลิฟ 

 
          วันรุ่งขึ้นผมก็ไปยังที่นัดตามเวลาที่หมาย พื้นที่ฉีดเป็นห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ มีเจ้าหน้าที่หลักห้าสิบคน คอยให้บริการตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า ยันประตูทางออก การฉีดวัคซีนนั้นเป็นอะไรที่รวดเร็วและเป็นระบบมาก นับตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าประตูไป ผมฉีดวัคซีนเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เร็วฉิบ! 
          “วันนี้เราฉีด johnson & johnson เป็นแบบเข็มเดียวนะคะ สบายเลย ไม่ต้องมารอบสอง” หมอคนสวยบอก ผมดีใจ เข็มเดียวจบ สบายล่ะ (เสียงเลียนแบบน้าค่อม)
          “เจ็บนิดนึงนะ” หมอคนสวยบอกเสียงนุ่ม คงเห็นหน้าผมที่เริ่มสีสีดลง หลังจากเห็นเข็มที่ยาวเกือบ ๆ สองนิ้ว ยังไม่ทันที่ผมจะบอกพร้อมเลย หมอก็ปักเข็มลงบนต้นแขนของผม ดังฉึก! คือเขาปักเข็มลงไปจริง ๆ นะ แล้วเข็มแม่มยาวตั้งเกือบสองนิ้ว นางปักทีแบบสุดซอย กดซะมิดด้าม!
          “ซี๊ด! ไหนหมอบอกเจ็บนิดเดียวไงฟ่ะ!” ผมคิดในใจ แต่หน้าตายังคงเก็กเป็นปรกติ พลางขอบคุณหมอ
          “เสร็จแล้วคะ หลังจากนี้สองสัปดาห์ ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันนะคะ” คุณหมอบอก พร้อมแจกสติ๊กเกอร์ให้ดวงนึงเอาไว้ ถ่าย Selfie อวดหน้ากันว่า ฉีดยาแล้วนะว๊อย ก่อนที่จะโดนเชิญไปนั่งพักอีกสิบห้านาที เพื่อดูอาการว่ามีผลข้างเคียงอะไรไหม ก่อนจะให้กลับบ้านได้

          กลับมาบ้านผมก็ใช้ชีวิตได้ตามปรกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคิดอยู่เลยว่า รู้งี้ไปฉีดตั้งนานแล้ว แต่อาการมันเริ่มมาตอนเข้าตอนบ่าย เริ่มรู้สึกเหนื่อยเบา ๆ ล่ะ อารมณ์เหมือนตอนเริ่มเป็นโควิทตอนปีที่แล้วเลย แต่คราวนี้บอกตัวเองว่า ไม่ต้องห่วง ห้ามพลาด ป่วยหนักเหมือนปีที่แล้วเด็ดขาด

          สามชั่วโมงหลังจากประกาศกร้าวว่าไม่พลาดแน่ ๆ เอิ่ม...ผมก็ตัวร้อนจัด ไข้ขึ้นไปแตะ เกือบ ๆ 110’F ได้แต่คิดในใจว่า โควิทนี่มันต้องเป็นดาวราหู ดวงข่มผมแหง ๆ เหมือนซุปเปอร์แมนที่ มือไม้อ่อนเวลาเจอหินคริปโตไนท์ ตอนนั้นก็เปิดไทลินอลกิน กับอาศัยดื่มน้ำเยอะ ๆ ไข้ขึ้นก็กินไทลินอลไปอีก สุดท้ายป่วยไปอีกร่วมสองวัน 555 ไอ้โจ้ ไหนเมิงบอกว่าป่วยนิดเดียวไงฟ่ะ! 

          ตอนนี้ก็หายแล้ว ร่างกายแข็งแรงดีปรกติทุกอย่าง ได้ข่าวว่าเขาระงับการฉีด J&J ไปแล้ว เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เลือดคั่งได้ สบายล่ะกรู (เลียนแบบน้าค่อมอีกรอบนึง 555) สรุป วัคซีนก็คือวัคซีน ไม่ขอบอกว่ายี่ห้อไหนดีไม่ดี เพราะเรื่องนี้มันหลากหลาย อยู่ที่ร่างกายของเราด้วย บางคนฉีด Pfizer, Moderna แล้วป่วยเข้าโรงบาลก็มีให้เห็น ขอแค่วัคซีนมันปลอดภัยต่อเรา และทำงานสมกับหน้าที่ ฉีดแล้วร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ฆ่าเชื้อตาย ไม่ใช่เราตายก็พอ 555 จึงอยากจะให้พวกเราร่วมใจกันไปฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ไวรัสโควิทมันหายไป เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันได้ตามปรกติเหมือนเดิม มันอาจจะนาน แต่ถ้าเราร่วมด้วยช่วยกัน มันก็เป็นไปได้ครับ สู้ ๆ

*FDA (Food and Drung Administration) คือ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

อ่านเรื่องสั้น เอ็น. วาย. กู.  เรื่องสั้นของมนุษย์ห้องครัวในมหานครนิวยอร์กเพิ่มได้ที่
Dek-D: https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=2084075&chapter=12
Readawrite: https://www.readawrite.com/c/6b0634de3216e90bf03762d03c51c463
Blockdit: https://www.blockdit.com/articles/602d6e2ac6b98d0bc4f522f6
FB: https://www.facebook.com/ny.kitchen.university
IG: https://www.instagram.com/ny.kitchen.university/

#เอ็นวายกู #nyku #newyorkkitchenuniversity
#คนไทยในอเมริกา #คนไทยในนิวยอร์ก #มหาลัยห้องครัว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่