ครอบครัวของผม พ่อกับแม่แยกทางกัน เนื่องจากแม่ของผมจับได้ว่าพ่อติดสารเสพติดและมีผู้หญิงอื่น หลายต่อหลายครั้ง และเมื่อแม่ทนไม่ไหวจึงมาบอกกับผมว่าจะหย่ากับพ่อด้วยสาเหตุนี้ ผมเลยบอกแม่ขอโอกาสให้พ่ออีกสักครั้ง จนกระทั่งมันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้แม่พาผมไปให้เห็นกับตาตัวเอง หลังจากนั้นไม่นาน พ่อกับแม่ก็หย่ากัน โดยมีผมไปเซ็นเป็นพยาน โดยตอนนั้นพ่อได้บ้านไป 1 หลัง ซึ้งตกลงกันว่าพ่อจะผ่อนเอง ทองคำ 10 บาท รถ 1 คัน และเงินสด 1 ล้านบาท หลังจากหย่ากัน 6 เดือนพ่อไม่เคยส่งเงินผ่อนบ้าน แม่ต้องเป็นคนผ่อนตลอดเพราะบ้านยังเป็นชื่อแม่ แม่จึงตัดสินใจประกาศขายและเอาเงินส่วนกำไรให้พ่อไป 5 แสน หลังจากนั้นพ่อก็ได้หายไปจากชีวิตของผมกับแม่ประมาณ 3 ปี แล้วพ่อก็ติดต่อกลับมาหาผมหลายต่อหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งก็ไม่พ้นเรื่องขอเงิน ผมก็ให้ไปทุกครั้งเพราะคิดว่ายังไงก็คือพ่อ แต่ผมก็ได้ยินข่าวพ่อมาเรื่อยๆ ว่าพ่อยังยุ่งกับยาเสพติด และยังโกหกผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่งเรื่องมาให้ผมฟังและก็ไม่พ้นเรื่องเงิน ผมก็ให้เพราะตอนนั้นผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก จนมาถึงตอนนี้ระยะเวลา 5 ปีที่พ่อติดต่อหาผมก็ยังโกหกผมมาตลอด แต่ผมก็รู้ตลอด ( ที่ผมรู้เพราะญาติที่แกไปอยู่ด้วยเล่าให้ผมฟังตลอด และไม่ใช่แค่ 1-3 คนที่เล่าให้ผมฟัง) 3 เรื่องล่าสุด เรื่องแรกเอารถมอเตอร์ไซค์ไปขายแต่บอกผมว่าเอาไปชน นำเงินที่จายรถไปเที่ยวผู้หญิง เรื่องสอง บอกผมค้างเงินร้านค้า 3000 บาท ซึ้งผมก็ให้ไป แต่จริงๆแล้วไม่ถึง 100 เรื่องที่สามมาขอเงินผมถึงหน้าบ้านและบอกว่าไม่มีเงินกินข้าวผมจึงให้ไป แต่บังเอิญผมขับรถผ่านร้านเหล้ายาดองผมเห็นแกไปดื่มจนเมา (ที่ผมได้รู้เพราะญาติของพ่อที่อยู่ใกล้ๆโทรมาเล่าให้ฟัง)
ซึ่งตอนนี้ผมอึดอัดใจมากว่าผมจะทนกับคำโกหกหล่าวนี้ได้อีกนานแค่ไหน ยิ่งรู้ผมก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากคุยไม่อยากช่วย และยิ่งอึดอัดเข้าไปอีกกับคำว่า ผู้มีพระคุณ ผู้ให้กำเนิด ของคนที่ไม่ได้รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง มันต้องชดใช้กันเท่าไหร่เหรอครับถึงผมจะหลุดพ้นจากคำหล่าวนี้
และมีอยู่ช่วงหนึ่งย่าของผมซึ่งเป็นแม่ของพ่อผมเสียแกก็ตัดสินใจบวชหน้าไฟให้ย่า จำวัดอยู่ได้ประมาณ 4 - 5 เดือน แต่สุดท้ายก็สึกและผมมาได้รู้ทีหลังว่าเจ้าอาวาสจับสึกเพราะมีสีกาไปหาถึงกุฎิกลับตี 1-2 ตอนดึก และญาติยังไปเจออุปกรณ์การเสพยาในย่าม
ขอคำแนะนำหน่อยครับว่าผมควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไง
ปล. 1.ผมมีน้องสาวอีกคน ซึ้งน้องไม่ยอมรับรู้เรื่องเหล่านี้เลย และพ่อก็ติดต่อน้องไม่ได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้ให้ช่องทางการติดต่อเพราะรู้ว่าน้องรู้สึกยังไง
2. ผมไม่ได้มีสภาพทางการเงินที่ดี มีครอบครัวมีลูก 3 คน
3. แม่ผมมีแฟนใหม่แล้ว ซึ่งแกเคยบอกว่าว่าอย่าไปช่วยเหลืออะไรมากนักเพราะพ่อไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง
ผู้มีพระคุณ? ผู้ให้กำเนิด? ต้องทดแทนถึงไหน?
ซึ่งตอนนี้ผมอึดอัดใจมากว่าผมจะทนกับคำโกหกหล่าวนี้ได้อีกนานแค่ไหน ยิ่งรู้ผมก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากคุยไม่อยากช่วย และยิ่งอึดอัดเข้าไปอีกกับคำว่า ผู้มีพระคุณ ผู้ให้กำเนิด ของคนที่ไม่ได้รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง มันต้องชดใช้กันเท่าไหร่เหรอครับถึงผมจะหลุดพ้นจากคำหล่าวนี้
และมีอยู่ช่วงหนึ่งย่าของผมซึ่งเป็นแม่ของพ่อผมเสียแกก็ตัดสินใจบวชหน้าไฟให้ย่า จำวัดอยู่ได้ประมาณ 4 - 5 เดือน แต่สุดท้ายก็สึกและผมมาได้รู้ทีหลังว่าเจ้าอาวาสจับสึกเพราะมีสีกาไปหาถึงกุฎิกลับตี 1-2 ตอนดึก และญาติยังไปเจออุปกรณ์การเสพยาในย่าม
ขอคำแนะนำหน่อยครับว่าผมควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไง
ปล. 1.ผมมีน้องสาวอีกคน ซึ้งน้องไม่ยอมรับรู้เรื่องเหล่านี้เลย และพ่อก็ติดต่อน้องไม่ได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้ให้ช่องทางการติดต่อเพราะรู้ว่าน้องรู้สึกยังไง
2. ผมไม่ได้มีสภาพทางการเงินที่ดี มีครอบครัวมีลูก 3 คน
3. แม่ผมมีแฟนใหม่แล้ว ซึ่งแกเคยบอกว่าว่าอย่าไปช่วยเหลืออะไรมากนักเพราะพ่อไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง