.....ผมจะทำอย่างไรดีครับ ใจนึงก็ห่วงลูก แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากเป็นคนโง่ ที่ยอมปิดตาข้างนึงหลอกตัวเองไปตลอดครับ
ด่าได้นะครับ เพราะตัวผมเองก็คงจะโง่มากจริงๆ
ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ ผมพึ่งตั้งกระทู้ยาวๆเป็นกระทู้แรก อาจจะมีคำผิดบ้าง เพราะยาวมากตรวจไม่หมดจริงๆ
ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน เข้ามาแชร์ความรู้สึกผมออกไป เพราะเรื่องนี้ผมบอกใครไม่ได้จริงๆ ยังไงก็ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนะครับ
..... ผมกับภรรยาคบหาและอยู่กินกันมาโดยมีพิธีตบแต่งถูกต้องมากว่า 7ปี (นับแค่ถึงวันที่เค้านอกใจครับ)
เราทั้งสองคนนั้นมีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหลายๆอย่าง จึงเป็นเหตุให้เราทั้งสองคนเลือกที่จะคบหากัน คือ เราไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ตอนกลางวันก็ไม่ค่อยไปไหน อาจจะมีเที่ยววัดเที่ยววาไปถ่ายรูปอยู่ประปราย ชีวิตของเราสองคนนั้นค่อนข้างเรียบง่าย
ผมไว้ใจภรรยาของผมมาก เพราะคติความรักของผมนั้นคือการเชื่อใจกัน ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วถ้าเค้าจะใช้ความไว้ใจของผมมานอกใจผม ผมก็พร้อมยอมรับ
เราแทบจะไม่เคยมีความลับต่อกัน เพื่อนเค้าผมรู้จักแทบทุกคน เพราะเค้าเป็นคนำม่ค่อยมีเพื่อน เพื่อนผมเค้าก็รู้จักทุกคน เพราะผมก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน 555
บางครั้งก็มีผู้ชายทักมาหาเค้า มาทำทรงทักมาจีบ ทั้งไทยและเทศ เค้าก็จะคอยเอามาบอกกล่าวกับเราอยู่เสมอ และเธอจะชอบให้ผมทำเหมือนว่าเธอคุยแชทกับคนเหล่านั้น แล้วค่อยเฉลยทีหลังว่าจริงๆแล้วตัวผมเองนี่แหล่ะ ที่เป็นคนคุย
เรื่องมันมาเกิด ตอนที่เราย้ายที่พักมาไกล้ที่ทำงานมากขึ้น ย้ายจากที่อยู่เก่าที่ห่างจากที่ทำงานประมาณ 60+ กิโล ย้ามมาอยู่ที่ใหม่ ที่ห่างจากที่ทำงาน 10+กิโล เท่านั้น แต่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ที่ใหม่อะไร เพราะเราสองคนก็เคยอยู่แถวนี้ เพียงแต่คนละซอยก็เท่านั้น
เราย้ายกันมาเมื่อปี62 เดือนกุมภาพันธ์ เราก็อยู่กันมาปรกติ ใช้ชีวิตปรกติ แต่ตัวผมนั้นเริ่มที่จะนอนกรน โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่น่าจะเป็นเพราะผมนั้นน้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่เมื่อก่อนผมก็ไม่นอนกรน ถ้าไม่เหนื่อยจริงๆ กรนบ่อยๆเข้า เค้าก็นอนพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอ ตัวผมเองก็เห็นใจเค้า ผมเลยอาสาออกมานอนนอกห้องตรงห้องโถงแทน
ซึ่งเราก็อยู่กันแบบนี้ปรกติมาสักพัก ผมเริ่มสังเกตว่า เค้าจะล๊อคห้องนอนอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งผมจะเจ้าไปพูดคุย หรืออยากจะทำกิจกรรมอย่างว่า ก็ต้องเคาะเรียกอยู่สักพัก ถึงจะเดินออกมาเปิดประตูได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเค้าคงจะทำอย่างอื่นอยู่ อย่างนอนดูหนังในโทรศัพท์อะไรแบบนี้ เพราะตอนที่นอนอยู่ด้วยกัน เค้าติดซีรีย์มาก โดยเฉพาะ ซีรีย์วาย เค้าจะติดเป็นพิเศษ
วาเล เฮ้ย! เวลา เฮ้ย! ถูกแล้ว!!! 555 เวลาก็ล่วงเลยมาจนเดือนธันวา เค้ามาขอผมไปเที่ยวกับเพื่อน ซึ่งก็เป็นเพื่อนที่ทำงานเดียวกันซึ่งผมก็รู้จัก เพราะผมกับเค้าก็ทำงานที่เดียวกัน ผมก็อนุญาตให้ไป เพราะผมคิดว่า เค้าไม่ค่อยมีเพื่อน ได้ย้ายมาอยู่ไกล้ ๆ เพื่อน คงอยากจะไปสังสรรค์กันตามประสา ผมก็อนุญาตให้ไป จริง ๆ คือไม่ต้องขออนุญาตผมก็ได้ แค่จะไปไหนไปที่ไหน ก็ขอให้บอกมาก็เท่านั้น ผมให้ไปอยู่แล้ว
แรก ๆ ไป ให้ผมไปรับไปส่ง บางครั้งก็ชวนผมไปด้วย หลายครั้งผมก็ปฏิเสธไป เพราะอยากให้เค้าไปเฮฮากับกลุ่มเพื่อน ๆ เค้า ไม่อยากให้มากังวลที่ตัวเรา แต่ก็มีบางครั้งที่ผมไปนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่สนใจ 5555 ขากลับมาไม่ดึกเท่าไหร่ 4-5 ทุ่มก็ก็กลับแล้ว แต่พอไปบ่อย ๆ เข้า เริ่มเลทลง เที่ยงคืนบ้างล่ะ ตี 2บ้างล่ะ ผมก็เอ็ดไป ว่ากลับดึกเกินไปนะ ไม่คิดว่าคนที่บ้านจะเป็นห่วงบ้างหรอ เค้าก็ขอโทษขอโพยไป
หลังจากที่เค้าเริ่มไปเที่ยวกับเพื่อน ความสัมพันของเราก็เริ่มแปลกออกไป เค้าไม่ค่อยยิ่มไม่ค่อยเฮฮากับเรา ทั้ง ๆ ที่เราสองคนนั้นตลกกันมาก เรียกได้ว่า ลาออกจากงานไปเป็นตลกยังได้เลยมั้ง 555 ผมก็พยามถามนะว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือปล่าว บอกผมได้นะ เพราะตัวผมเองเป็นคนไม่ชอบบรรยากาศที่อึดอัด มีอะไรก็เคลียร์กันตรงๆ จะได้แก้ไขและจบปัญหานั้น ๆ ไป
มีอยู่วันนึง ผมมีเรื่องจะปรึกษาเค้า ผมเลย เข้าไปในห้องซึ่งวันนั้นเค้าไม่ได้ล๊อคห้อง ซึ่งปรกติเค้าจะล๊อค (ทีแรกล๊อคบ้างไม่ล๊อคบ้าง หลังจากวันที่ผมถามเค้า เค้าล๊อคทุกวัน) ด้วยความที่ผมเข้าไปไว ผมเลยเห็นเกือบทุกอย่าง เค้าคุยวีดีโอคอลกับคนอื่นอยู่ด้วยหน้าตาแจ่มใส ทั้ง ๆ ที่เวลาอยู่กับผมนั้น ออกจะบึ้งตึงหม่นหมอง ด้วยความที่มัวแต่สงสัยอยู่ เลยมองคนที่เค้าคุยด้วยไม่ถนัด เห็นแว๊บ ๆ แต่ผมเห็นเป็นผู้ชายแน่นอน ผมก็เลยถามเค้าว่าคุยกับใครอยู่ ดูมีความสุขดีนะ เค้าก็บอกว่าคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานาน เป็นผู้หญิง ผมขอดูโทรศัพท์เค้า เค้าก็ไม่ยอมให้ดู ซึ่งปรกติเค้าจะไม่เคยหวงโทรศัพท์เลย รหัสแลดล๊อคเราก็ต่างรู้ของกันและกัน รวมทั้งบัญชีโซเชียลมีเดียร์ต่างๆ เราก็รู้ของกันและกัน
พอเค้าบอกแบบนั้น ผมก็เชื่อนะ เพราะผมยังคงไว้ใจเค้า ไม่ได้คิดว่าเค้าจะนอกใจผมหรอก
หลังจากสถานการณ์นั้น ความสัมพันธ์นั้นมันก็แย่ลงเรื่อย ๆ จนผมทนไม่ไหว ผมเลยเรียกมาปรับทัศนคติซะหน่อย พร้อมทั้งเตือนสติเค้าไปว่า รู้ใช่มั้ยว่าสิ่งที่ผมเกลียดและยากที่จะให้อภัยนั้นมีอยู่แค่สองข้อ (คือการนอกใจ และการโกหก) เค้าก็บอกว่าเค้ารู้ ผมยังยอกเค้าอีกว่า ผมรู้สึกว่าเค้าน่ะแปลกไปนะ แต่ผมก็พร้อมที่จะเชื่อใจเค้า เพราะความความรักของผมนั้น มันมีใจอยู่ 4 ดวง คือ เชื่อใจ ไว้ใจ ใส่ใจ และเห็นใจ ผมขาดตกบกพร่องตรงไหนบอกผมได้นะ อะไรปรับปรุงได้ก็จะทำ อะไรทำไม่ได้ก็จะบอกเหตุผล เค้าเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
เวลาร่วงเลยมาอีก 1 เดือน ความสัมพันธ์แย่ลงขนาดที่ไม่คุยกัน ตัวผมเองก็ยังงง ว่าอิหยังวะ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนเรียกมาปรับทัศนคติอีกรอบ ผมก็ถามจี้จุดจนเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้รักเราแล้ว เค้าเห็นเราเป็นเหมือนเพื่อนเท่านั้น เพราะผมไม่ได้สนใจเค้าเลย ผมก็งงไปดิ ผมพยามคุยกับเค้า ถามเค้าทุกวัน เค้าก็ไม่ยอมบอกอะไร จนผมแกล้งปิดประตูเสียงดังมาก ๆ ประตูเป็นประตูเลื่อนแบบเหล็กดัด ผมปิดแรงมากแบบว่าเสียงลั่นไปสองสามหลังเลย พร้อมทั้งทำข้าวของแบบแรงๆเพื่อยั่วโมโหเค้า จะได้เปิดปากพูด แล้วก็ได้ผล เค้าออกมาพูดกับผม
แค่ถึงจะบอกว่าเค้าไม่ได้รักผมแล้ว เค้าคิดว่าผมเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นเพราะผมไม่ใส่ใจเธอ ผมก็เลยถามกลับว่า ไม่ใส่ใจยังไง ไปรับไปส่งทุกวัน นั่งดินข้าวกันทุกวัน ถามสารทุกข์สุกดิบทุกวัน ยังไม่เรียกว่าใส่ใจอีกหรือ กลับกลายเป็นเธอเองกรือปล่าวที่ไม่ใส่ใจเรา เราเป็นคนที่ออกมานอนนอกห้อง ต้องนอนบนพื้นแข็ง ๆ เย็นๆทุกวัน เธอเคยถามเราหรือปล่าวว่าเราปวดหลังมั้ย นอนสบายดีหรือปล่าว (เค้าก็ตอบ)
ผมเลยยิงคำถามไปว่า ที่บอกว่าไม่รักเราแล้ว เป็นเพราะมีคนอื่นหรือปล่าว เค้าก็บอกว่าไม่มี เราบอกกับเค้าว่า เธอก็รู้ใช่มั้ยว่าเราไม่ใช่คนโง่ (แอบอวยตัวเองนิส 555) ถ้าเราจะพูดอะไรออกมา เราก็ต้องแน่ใจระดับนึง ซึ่งความสัมพันธ์ตลอดหลายเดือนมานี้มันค่อนข้างชัดเจนนะ เค้าก็บอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น
ผมก็เลยบอกเค้าว่า ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนอื่น ลองกลับไปนอนคิดดูดีๆ ว่าจริงๆแล้วตัวเองมีเหตุผลอะไรที่จะต้องพูดออกมาแบบนี้ พร้อมกับย้ำไปอีกหนึ่งดอกว่า เราจะเชื่อใจเธอจนวินาทีสุดท้ายนะ ทำต่อมน้ำตาเค้าแตกไปหนึ่งที
จนวันนึงก็มีคนทักมาหาผมว่า เค้าแอบชอบผม ผมจะไปชอบกับเค้าได้มั้ย แบบเป็นกิ๊กกันก็ได้ ผมก็งงว่าใคร เพราะตลอดชีวิตคู่ของผม ผมไม่พยามจะไปหว่านเสน่ห์ พูดทีเล่นทีจริงกับคนอื่น เพราะผมรู้ดีว่าผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน การเริ่มปันใจมันก็เกิดจากการพูดคุยนี่แหล่ะ ผมเลยเลือกที่จะไม่พูดคุยกับคนอื่นในลักษณะนั้น
ผมก็เลยถามว่า เราไม่ได้รู้จักกัน ไม่รู้จักหน้า (เพราะบัญชีที่เค้าใช้ทักมานั้นเป็นแฮคหลุม) เค้าบอกว่าเรารู้จักกัน แต่ผมอาจจะจำไม่ได้เพราะผมเป็นคนลืมชื่อคนเก่ง ผมอาจจะจำเธอไม่ได้ แต่เธอแอบชอบผมมานานแล้ว นานพอๆกันกับที่พี่คบกับแฟนพี่นั่นแหล่ะ ผมก็ยิ่งงงไปอีก แต่ก็ยังไม่ได้อะไรมาก ผมก็บอกกับเธอไปว่า งั้นหนูก็รู้สิว่าพี่คบกับแฟนอยู่ การนอกใจมันไม่ดี ถ้าหนูรู้จักพี่จริง หนู่ก็น่าจะรู้ว่าสิ่งที่พี่เกลียดที่สุดคือการนอกใจ เค้าก็หยุดไปพักนึงก่อนจะตอบกลับผมมาว่า พี่จะสนใจอะไร แฟนพี่ยังนอกในพี่เลย
ผมได้อ่านดังนั้น ผมก็รีบถามเค้าไปว่าเธอเอาอะไรมาพูด เค้าก็บอกผมว่า พี่คอยดูก็แล้วกัน และบทสนทนาก็จบไป
ด้วยความที่ผมไม่เคยมีความลับอะไรอยู่แล้ว ผมเลยเอาเรื่องนี้ไปบอกกับแฟน ทีแรกเธอดูตกใจนะ แต่เธอก็บอกว่ามันไร้สาระ ให้บล๊อคมันทิ้งไป จะได้ไม่ต้องไปคุย แต่ตัวผมกลับเห็นต่าง ผมบอกเค้าไปว่า ผมจะไม่บล๊อค เค้าจะส่งอะไร จะคุยอะไรก็ส่งมา เธอก็รู้ว่าเราไม่ใช่คนหูเบา เราเชื่อในเหตุและผล ประโยคลอยๆ เราไม่เชื่อหรอก เหมือนที่เราไม่เชื่อเธอไงว่า ว่าเธอไม่รักเราเพียงเพราะว่าเราไม่ใส่ใจเธอ ซึ่งมันไม่จริง (โดนไปอีกหนึ่งดอก)
ผ่านไปหลายวัน ผู้หญิงคนนั้นก็ส่งข้อความมาหาอีกว่า แฟนผมนอกใจผมจริง ๆ นะ ผมเลยบอกเธอว่า ถ้าอยากให้เชื่อก็เอาหลักฐานมา แล้วก็ไม่ต้องไปวุ่นวายกับแฟนของพี่ มีอะไรก็ทักมาหาพี่คนเดียว ไม่ต้องวุ่นวายกับคนอื่น (ก่อนหน้านั้นหลายวัน เธอทักไปป่วนแฟนผมว่ารู้ความลับของเธอ สาเหตุที่รู้เพราะดูจากเวลาในไทม์ไลน์ข้อความที่เค้าส่งมาเป็นหลักฐานในเวลาต่อมา )
ผ่านไปอีกหลายวัน เค้าขอไปเที่ยวกับเพื่อนอีก บอกว่าจะไปเที่ยวน้ำตก โดยที่เพื่อนเค้าจะมารับที่บ้าน ผมก็ให้ไป สืบเนื่องจากว่าบ้านผมมันเลยซอยกลับรถมา ถ้าจะมารับหน้าบ้านเลย มันก็จะต้องวิ่งเข้าไปอีกค่อนข้างไกล ถึงจะเจอซอยกลับรถอีกที เพื่อนเค้าเลยเลือกที่จะจอดรถตรงที่กลับรถและให้แฟนผมเดินไป ซึ่งห่างไปประมาณ เกือบๆ 10 หลัง
เธอก็ดูลุกลี้ลุกลนไป จนลืมกระเป๋าเสื้อผ้าละเตาปิ้งย่าง ผมเลยเดินตามเอาไปให้ที่รถ พอมาถึงรถ ผมก็แปลกใจ เพราะบุลคลที่อยู่ในรถ มีกัน 4 คน ผมไม่รู้จักใครเลย ผมเลยถามกับแฟนผมว่าพวกเค้าเป็นใคร ทำไมผมไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้า เค้าบอกว่า เป็นเพื่อนกันนี่แหล่ะ พี่ผู้ชายเค้าก็ชวนผมไปด้วย ผมก็มองหน้ากับแฟนผม ในใจก็อยากแกล้งไปด้วยเพราะเริ่มไม่ไว้ใจ แต่อีกใจก็ไม่อยากผิดหลักการเรื่องความรักของตัวเอง เลยบอกพี่เค้าไปพร้อมกับเหน็บแฟนเราไปในตัวว่า "ไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะครับ เอาผมไปด้วยเดี๋ยวจะหมดสนุกเปล่า เพราะถ้าแฟนผมอยากให้ผมไปด้วยเค้าคงชวนผมแล้ว ไม่รอให้พี่มาชวนผมหรอกครับ"
หลังจากไปสักพัก ประมาณเที่ยงกว่าๆ ผมก็ว่าเวลานี้น่าจะไปถึงน้ำตกแล้ว ผมเลยโทรหาแฟน แต่ไม่มีคนรับ โทรไปอีกทีบอกไม่สัญญาณตอบรับ ซึ่งเธอก็โทรมาทีหลังบอกแกว่า มันไม่ค่อยมีสัญญาณ ผมก็ไม่ว่าอะไรก็แค่โทรมาเช็คปรกติ พอตกเย็น ประมาณเกือบๆ1ทุ่ม ผมก็ได้โทรไปหาแฟนอีก เพราะว่า น่าจะถึงบ้านได้แล้ว แต่ยังไม่ติดต่อกลับมา เพราะผมจะได้ออกไปรับถ้ามาถึงแล้ว ผมโทรไป เธอก็บอกว่า "ยังไม่กลับนะ จะไปกินข้าวกับเพื่อนๆต่อ สัก3-4ทุ่มจะกลับ" ผมก็โอเค ผมรอจน 5ทุ่มก็ไม่ติดต่อกลับมา ผมจึงได้โทรไปอีก เธอบอกว่า "จะไปต่อกับเพื่อนที่ผับแห่งนึง เดี๋ยวก็กลับ เวลาเดิม" ผมก็เอ็ดเธอไปว่า "มันมากเกินไปหรือปล่าว จะไปทั้งวันทั้งคืนกันเลยหรืออย่างไร" เธอก็ไม่ว่าอะไร และตัดสายไป
จนจุดพีคได้มาถึง ยังจำผู้หญิงคนที่ทักมาหาผมได้มั้ยครับ เค้าทักมาบอกผมว่า หนูบอกแล้วว่า แฟนพี่นอกใจไปเอากับคนอื่น พร้อมกับส่งรูปหลักฐานมาให้ผมดู ในนั้นเป็น แชทที่เค้าคุยกับผู้ชายคนอื่นแต่ไม่ได้คุยกันโดยตรงนะครับ เหมือนกับว่าผู้ชายที่เค้าคุยด้วยจะรู้จักและคุยผ่านผู้ชายคนนี้ (เนียนจริงๆเลยแฟนเรา) เนื้อหาประมาณว่า ผู้ชายคนนั้น ชื่อว่า ก. ละกัน เค้าบอกว่า ก. ไม่ยอมคุยกับเค้าเลย ผู้ชายคนนั้นให้ชื่อ จ. ตจ.บอกว่า ก็ อ.(ชื่อแฟนผม) ไม่ยอมออกไปหา แฟนผมก็บอกว่าจะออกไปยังไงเพราะผมอยู่บ้านแต่วันนี้ไปได้นะ เพราะผมไปทำงาน แต่เธอลาหยุด เค้าก็นัดแนะกันเสร็จสัพ บอกไปเจอกันที่เดิมที่เคยไปเจอกันบ่อยๆนั่นแหล่ะ(นั่นก็แสดงว่าเค้าเจอกันบ่อยแล้ว)
เดี๋ยวมาต่อนะครับ
เมื่อความลับของแฟนเราแตกด้วยมือของผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้หวังดี
ด่าได้นะครับ เพราะตัวผมเองก็คงจะโง่มากจริงๆ
ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ ผมพึ่งตั้งกระทู้ยาวๆเป็นกระทู้แรก อาจจะมีคำผิดบ้าง เพราะยาวมากตรวจไม่หมดจริงๆ
ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน เข้ามาแชร์ความรู้สึกผมออกไป เพราะเรื่องนี้ผมบอกใครไม่ได้จริงๆ ยังไงก็ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนะครับ
..... ผมกับภรรยาคบหาและอยู่กินกันมาโดยมีพิธีตบแต่งถูกต้องมากว่า 7ปี (นับแค่ถึงวันที่เค้านอกใจครับ)
เราทั้งสองคนนั้นมีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหลายๆอย่าง จึงเป็นเหตุให้เราทั้งสองคนเลือกที่จะคบหากัน คือ เราไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ตอนกลางวันก็ไม่ค่อยไปไหน อาจจะมีเที่ยววัดเที่ยววาไปถ่ายรูปอยู่ประปราย ชีวิตของเราสองคนนั้นค่อนข้างเรียบง่าย
ผมไว้ใจภรรยาของผมมาก เพราะคติความรักของผมนั้นคือการเชื่อใจกัน ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วถ้าเค้าจะใช้ความไว้ใจของผมมานอกใจผม ผมก็พร้อมยอมรับ
เราแทบจะไม่เคยมีความลับต่อกัน เพื่อนเค้าผมรู้จักแทบทุกคน เพราะเค้าเป็นคนำม่ค่อยมีเพื่อน เพื่อนผมเค้าก็รู้จักทุกคน เพราะผมก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน 555
บางครั้งก็มีผู้ชายทักมาหาเค้า มาทำทรงทักมาจีบ ทั้งไทยและเทศ เค้าก็จะคอยเอามาบอกกล่าวกับเราอยู่เสมอ และเธอจะชอบให้ผมทำเหมือนว่าเธอคุยแชทกับคนเหล่านั้น แล้วค่อยเฉลยทีหลังว่าจริงๆแล้วตัวผมเองนี่แหล่ะ ที่เป็นคนคุย
เรื่องมันมาเกิด ตอนที่เราย้ายที่พักมาไกล้ที่ทำงานมากขึ้น ย้ายจากที่อยู่เก่าที่ห่างจากที่ทำงานประมาณ 60+ กิโล ย้ามมาอยู่ที่ใหม่ ที่ห่างจากที่ทำงาน 10+กิโล เท่านั้น แต่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ที่ใหม่อะไร เพราะเราสองคนก็เคยอยู่แถวนี้ เพียงแต่คนละซอยก็เท่านั้น
เราย้ายกันมาเมื่อปี62 เดือนกุมภาพันธ์ เราก็อยู่กันมาปรกติ ใช้ชีวิตปรกติ แต่ตัวผมนั้นเริ่มที่จะนอนกรน โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่น่าจะเป็นเพราะผมนั้นน้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่เมื่อก่อนผมก็ไม่นอนกรน ถ้าไม่เหนื่อยจริงๆ กรนบ่อยๆเข้า เค้าก็นอนพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอ ตัวผมเองก็เห็นใจเค้า ผมเลยอาสาออกมานอนนอกห้องตรงห้องโถงแทน
ซึ่งเราก็อยู่กันแบบนี้ปรกติมาสักพัก ผมเริ่มสังเกตว่า เค้าจะล๊อคห้องนอนอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งผมจะเจ้าไปพูดคุย หรืออยากจะทำกิจกรรมอย่างว่า ก็ต้องเคาะเรียกอยู่สักพัก ถึงจะเดินออกมาเปิดประตูได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเค้าคงจะทำอย่างอื่นอยู่ อย่างนอนดูหนังในโทรศัพท์อะไรแบบนี้ เพราะตอนที่นอนอยู่ด้วยกัน เค้าติดซีรีย์มาก โดยเฉพาะ ซีรีย์วาย เค้าจะติดเป็นพิเศษ
วาเล เฮ้ย! เวลา เฮ้ย! ถูกแล้ว!!! 555 เวลาก็ล่วงเลยมาจนเดือนธันวา เค้ามาขอผมไปเที่ยวกับเพื่อน ซึ่งก็เป็นเพื่อนที่ทำงานเดียวกันซึ่งผมก็รู้จัก เพราะผมกับเค้าก็ทำงานที่เดียวกัน ผมก็อนุญาตให้ไป เพราะผมคิดว่า เค้าไม่ค่อยมีเพื่อน ได้ย้ายมาอยู่ไกล้ ๆ เพื่อน คงอยากจะไปสังสรรค์กันตามประสา ผมก็อนุญาตให้ไป จริง ๆ คือไม่ต้องขออนุญาตผมก็ได้ แค่จะไปไหนไปที่ไหน ก็ขอให้บอกมาก็เท่านั้น ผมให้ไปอยู่แล้ว
แรก ๆ ไป ให้ผมไปรับไปส่ง บางครั้งก็ชวนผมไปด้วย หลายครั้งผมก็ปฏิเสธไป เพราะอยากให้เค้าไปเฮฮากับกลุ่มเพื่อน ๆ เค้า ไม่อยากให้มากังวลที่ตัวเรา แต่ก็มีบางครั้งที่ผมไปนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่สนใจ 5555 ขากลับมาไม่ดึกเท่าไหร่ 4-5 ทุ่มก็ก็กลับแล้ว แต่พอไปบ่อย ๆ เข้า เริ่มเลทลง เที่ยงคืนบ้างล่ะ ตี 2บ้างล่ะ ผมก็เอ็ดไป ว่ากลับดึกเกินไปนะ ไม่คิดว่าคนที่บ้านจะเป็นห่วงบ้างหรอ เค้าก็ขอโทษขอโพยไป
หลังจากที่เค้าเริ่มไปเที่ยวกับเพื่อน ความสัมพันของเราก็เริ่มแปลกออกไป เค้าไม่ค่อยยิ่มไม่ค่อยเฮฮากับเรา ทั้ง ๆ ที่เราสองคนนั้นตลกกันมาก เรียกได้ว่า ลาออกจากงานไปเป็นตลกยังได้เลยมั้ง 555 ผมก็พยามถามนะว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือปล่าว บอกผมได้นะ เพราะตัวผมเองเป็นคนไม่ชอบบรรยากาศที่อึดอัด มีอะไรก็เคลียร์กันตรงๆ จะได้แก้ไขและจบปัญหานั้น ๆ ไป
มีอยู่วันนึง ผมมีเรื่องจะปรึกษาเค้า ผมเลย เข้าไปในห้องซึ่งวันนั้นเค้าไม่ได้ล๊อคห้อง ซึ่งปรกติเค้าจะล๊อค (ทีแรกล๊อคบ้างไม่ล๊อคบ้าง หลังจากวันที่ผมถามเค้า เค้าล๊อคทุกวัน) ด้วยความที่ผมเข้าไปไว ผมเลยเห็นเกือบทุกอย่าง เค้าคุยวีดีโอคอลกับคนอื่นอยู่ด้วยหน้าตาแจ่มใส ทั้ง ๆ ที่เวลาอยู่กับผมนั้น ออกจะบึ้งตึงหม่นหมอง ด้วยความที่มัวแต่สงสัยอยู่ เลยมองคนที่เค้าคุยด้วยไม่ถนัด เห็นแว๊บ ๆ แต่ผมเห็นเป็นผู้ชายแน่นอน ผมก็เลยถามเค้าว่าคุยกับใครอยู่ ดูมีความสุขดีนะ เค้าก็บอกว่าคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานาน เป็นผู้หญิง ผมขอดูโทรศัพท์เค้า เค้าก็ไม่ยอมให้ดู ซึ่งปรกติเค้าจะไม่เคยหวงโทรศัพท์เลย รหัสแลดล๊อคเราก็ต่างรู้ของกันและกัน รวมทั้งบัญชีโซเชียลมีเดียร์ต่างๆ เราก็รู้ของกันและกัน
พอเค้าบอกแบบนั้น ผมก็เชื่อนะ เพราะผมยังคงไว้ใจเค้า ไม่ได้คิดว่าเค้าจะนอกใจผมหรอก
หลังจากสถานการณ์นั้น ความสัมพันธ์นั้นมันก็แย่ลงเรื่อย ๆ จนผมทนไม่ไหว ผมเลยเรียกมาปรับทัศนคติซะหน่อย พร้อมทั้งเตือนสติเค้าไปว่า รู้ใช่มั้ยว่าสิ่งที่ผมเกลียดและยากที่จะให้อภัยนั้นมีอยู่แค่สองข้อ (คือการนอกใจ และการโกหก) เค้าก็บอกว่าเค้ารู้ ผมยังยอกเค้าอีกว่า ผมรู้สึกว่าเค้าน่ะแปลกไปนะ แต่ผมก็พร้อมที่จะเชื่อใจเค้า เพราะความความรักของผมนั้น มันมีใจอยู่ 4 ดวง คือ เชื่อใจ ไว้ใจ ใส่ใจ และเห็นใจ ผมขาดตกบกพร่องตรงไหนบอกผมได้นะ อะไรปรับปรุงได้ก็จะทำ อะไรทำไม่ได้ก็จะบอกเหตุผล เค้าเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
เวลาร่วงเลยมาอีก 1 เดือน ความสัมพันธ์แย่ลงขนาดที่ไม่คุยกัน ตัวผมเองก็ยังงง ว่าอิหยังวะ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนเรียกมาปรับทัศนคติอีกรอบ ผมก็ถามจี้จุดจนเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้รักเราแล้ว เค้าเห็นเราเป็นเหมือนเพื่อนเท่านั้น เพราะผมไม่ได้สนใจเค้าเลย ผมก็งงไปดิ ผมพยามคุยกับเค้า ถามเค้าทุกวัน เค้าก็ไม่ยอมบอกอะไร จนผมแกล้งปิดประตูเสียงดังมาก ๆ ประตูเป็นประตูเลื่อนแบบเหล็กดัด ผมปิดแรงมากแบบว่าเสียงลั่นไปสองสามหลังเลย พร้อมทั้งทำข้าวของแบบแรงๆเพื่อยั่วโมโหเค้า จะได้เปิดปากพูด แล้วก็ได้ผล เค้าออกมาพูดกับผม
แค่ถึงจะบอกว่าเค้าไม่ได้รักผมแล้ว เค้าคิดว่าผมเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นเพราะผมไม่ใส่ใจเธอ ผมก็เลยถามกลับว่า ไม่ใส่ใจยังไง ไปรับไปส่งทุกวัน นั่งดินข้าวกันทุกวัน ถามสารทุกข์สุกดิบทุกวัน ยังไม่เรียกว่าใส่ใจอีกหรือ กลับกลายเป็นเธอเองกรือปล่าวที่ไม่ใส่ใจเรา เราเป็นคนที่ออกมานอนนอกห้อง ต้องนอนบนพื้นแข็ง ๆ เย็นๆทุกวัน เธอเคยถามเราหรือปล่าวว่าเราปวดหลังมั้ย นอนสบายดีหรือปล่าว (เค้าก็ตอบ)
ผมเลยยิงคำถามไปว่า ที่บอกว่าไม่รักเราแล้ว เป็นเพราะมีคนอื่นหรือปล่าว เค้าก็บอกว่าไม่มี เราบอกกับเค้าว่า เธอก็รู้ใช่มั้ยว่าเราไม่ใช่คนโง่ (แอบอวยตัวเองนิส 555) ถ้าเราจะพูดอะไรออกมา เราก็ต้องแน่ใจระดับนึง ซึ่งความสัมพันธ์ตลอดหลายเดือนมานี้มันค่อนข้างชัดเจนนะ เค้าก็บอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น
ผมก็เลยบอกเค้าว่า ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนอื่น ลองกลับไปนอนคิดดูดีๆ ว่าจริงๆแล้วตัวเองมีเหตุผลอะไรที่จะต้องพูดออกมาแบบนี้ พร้อมกับย้ำไปอีกหนึ่งดอกว่า เราจะเชื่อใจเธอจนวินาทีสุดท้ายนะ ทำต่อมน้ำตาเค้าแตกไปหนึ่งที
จนวันนึงก็มีคนทักมาหาผมว่า เค้าแอบชอบผม ผมจะไปชอบกับเค้าได้มั้ย แบบเป็นกิ๊กกันก็ได้ ผมก็งงว่าใคร เพราะตลอดชีวิตคู่ของผม ผมไม่พยามจะไปหว่านเสน่ห์ พูดทีเล่นทีจริงกับคนอื่น เพราะผมรู้ดีว่าผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน การเริ่มปันใจมันก็เกิดจากการพูดคุยนี่แหล่ะ ผมเลยเลือกที่จะไม่พูดคุยกับคนอื่นในลักษณะนั้น
ผมก็เลยถามว่า เราไม่ได้รู้จักกัน ไม่รู้จักหน้า (เพราะบัญชีที่เค้าใช้ทักมานั้นเป็นแฮคหลุม) เค้าบอกว่าเรารู้จักกัน แต่ผมอาจจะจำไม่ได้เพราะผมเป็นคนลืมชื่อคนเก่ง ผมอาจจะจำเธอไม่ได้ แต่เธอแอบชอบผมมานานแล้ว นานพอๆกันกับที่พี่คบกับแฟนพี่นั่นแหล่ะ ผมก็ยิ่งงงไปอีก แต่ก็ยังไม่ได้อะไรมาก ผมก็บอกกับเธอไปว่า งั้นหนูก็รู้สิว่าพี่คบกับแฟนอยู่ การนอกใจมันไม่ดี ถ้าหนูรู้จักพี่จริง หนู่ก็น่าจะรู้ว่าสิ่งที่พี่เกลียดที่สุดคือการนอกใจ เค้าก็หยุดไปพักนึงก่อนจะตอบกลับผมมาว่า พี่จะสนใจอะไร แฟนพี่ยังนอกในพี่เลย
ผมได้อ่านดังนั้น ผมก็รีบถามเค้าไปว่าเธอเอาอะไรมาพูด เค้าก็บอกผมว่า พี่คอยดูก็แล้วกัน และบทสนทนาก็จบไป
ด้วยความที่ผมไม่เคยมีความลับอะไรอยู่แล้ว ผมเลยเอาเรื่องนี้ไปบอกกับแฟน ทีแรกเธอดูตกใจนะ แต่เธอก็บอกว่ามันไร้สาระ ให้บล๊อคมันทิ้งไป จะได้ไม่ต้องไปคุย แต่ตัวผมกลับเห็นต่าง ผมบอกเค้าไปว่า ผมจะไม่บล๊อค เค้าจะส่งอะไร จะคุยอะไรก็ส่งมา เธอก็รู้ว่าเราไม่ใช่คนหูเบา เราเชื่อในเหตุและผล ประโยคลอยๆ เราไม่เชื่อหรอก เหมือนที่เราไม่เชื่อเธอไงว่า ว่าเธอไม่รักเราเพียงเพราะว่าเราไม่ใส่ใจเธอ ซึ่งมันไม่จริง (โดนไปอีกหนึ่งดอก)
ผ่านไปหลายวัน ผู้หญิงคนนั้นก็ส่งข้อความมาหาอีกว่า แฟนผมนอกใจผมจริง ๆ นะ ผมเลยบอกเธอว่า ถ้าอยากให้เชื่อก็เอาหลักฐานมา แล้วก็ไม่ต้องไปวุ่นวายกับแฟนของพี่ มีอะไรก็ทักมาหาพี่คนเดียว ไม่ต้องวุ่นวายกับคนอื่น (ก่อนหน้านั้นหลายวัน เธอทักไปป่วนแฟนผมว่ารู้ความลับของเธอ สาเหตุที่รู้เพราะดูจากเวลาในไทม์ไลน์ข้อความที่เค้าส่งมาเป็นหลักฐานในเวลาต่อมา )
ผ่านไปอีกหลายวัน เค้าขอไปเที่ยวกับเพื่อนอีก บอกว่าจะไปเที่ยวน้ำตก โดยที่เพื่อนเค้าจะมารับที่บ้าน ผมก็ให้ไป สืบเนื่องจากว่าบ้านผมมันเลยซอยกลับรถมา ถ้าจะมารับหน้าบ้านเลย มันก็จะต้องวิ่งเข้าไปอีกค่อนข้างไกล ถึงจะเจอซอยกลับรถอีกที เพื่อนเค้าเลยเลือกที่จะจอดรถตรงที่กลับรถและให้แฟนผมเดินไป ซึ่งห่างไปประมาณ เกือบๆ 10 หลัง
เธอก็ดูลุกลี้ลุกลนไป จนลืมกระเป๋าเสื้อผ้าละเตาปิ้งย่าง ผมเลยเดินตามเอาไปให้ที่รถ พอมาถึงรถ ผมก็แปลกใจ เพราะบุลคลที่อยู่ในรถ มีกัน 4 คน ผมไม่รู้จักใครเลย ผมเลยถามกับแฟนผมว่าพวกเค้าเป็นใคร ทำไมผมไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้า เค้าบอกว่า เป็นเพื่อนกันนี่แหล่ะ พี่ผู้ชายเค้าก็ชวนผมไปด้วย ผมก็มองหน้ากับแฟนผม ในใจก็อยากแกล้งไปด้วยเพราะเริ่มไม่ไว้ใจ แต่อีกใจก็ไม่อยากผิดหลักการเรื่องความรักของตัวเอง เลยบอกพี่เค้าไปพร้อมกับเหน็บแฟนเราไปในตัวว่า "ไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะครับ เอาผมไปด้วยเดี๋ยวจะหมดสนุกเปล่า เพราะถ้าแฟนผมอยากให้ผมไปด้วยเค้าคงชวนผมแล้ว ไม่รอให้พี่มาชวนผมหรอกครับ"
หลังจากไปสักพัก ประมาณเที่ยงกว่าๆ ผมก็ว่าเวลานี้น่าจะไปถึงน้ำตกแล้ว ผมเลยโทรหาแฟน แต่ไม่มีคนรับ โทรไปอีกทีบอกไม่สัญญาณตอบรับ ซึ่งเธอก็โทรมาทีหลังบอกแกว่า มันไม่ค่อยมีสัญญาณ ผมก็ไม่ว่าอะไรก็แค่โทรมาเช็คปรกติ พอตกเย็น ประมาณเกือบๆ1ทุ่ม ผมก็ได้โทรไปหาแฟนอีก เพราะว่า น่าจะถึงบ้านได้แล้ว แต่ยังไม่ติดต่อกลับมา เพราะผมจะได้ออกไปรับถ้ามาถึงแล้ว ผมโทรไป เธอก็บอกว่า "ยังไม่กลับนะ จะไปกินข้าวกับเพื่อนๆต่อ สัก3-4ทุ่มจะกลับ" ผมก็โอเค ผมรอจน 5ทุ่มก็ไม่ติดต่อกลับมา ผมจึงได้โทรไปอีก เธอบอกว่า "จะไปต่อกับเพื่อนที่ผับแห่งนึง เดี๋ยวก็กลับ เวลาเดิม" ผมก็เอ็ดเธอไปว่า "มันมากเกินไปหรือปล่าว จะไปทั้งวันทั้งคืนกันเลยหรืออย่างไร" เธอก็ไม่ว่าอะไร และตัดสายไป
จนจุดพีคได้มาถึง ยังจำผู้หญิงคนที่ทักมาหาผมได้มั้ยครับ เค้าทักมาบอกผมว่า หนูบอกแล้วว่า แฟนพี่นอกใจไปเอากับคนอื่น พร้อมกับส่งรูปหลักฐานมาให้ผมดู ในนั้นเป็น แชทที่เค้าคุยกับผู้ชายคนอื่นแต่ไม่ได้คุยกันโดยตรงนะครับ เหมือนกับว่าผู้ชายที่เค้าคุยด้วยจะรู้จักและคุยผ่านผู้ชายคนนี้ (เนียนจริงๆเลยแฟนเรา) เนื้อหาประมาณว่า ผู้ชายคนนั้น ชื่อว่า ก. ละกัน เค้าบอกว่า ก. ไม่ยอมคุยกับเค้าเลย ผู้ชายคนนั้นให้ชื่อ จ. ตจ.บอกว่า ก็ อ.(ชื่อแฟนผม) ไม่ยอมออกไปหา แฟนผมก็บอกว่าจะออกไปยังไงเพราะผมอยู่บ้านแต่วันนี้ไปได้นะ เพราะผมไปทำงาน แต่เธอลาหยุด เค้าก็นัดแนะกันเสร็จสัพ บอกไปเจอกันที่เดิมที่เคยไปเจอกันบ่อยๆนั่นแหล่ะ(นั่นก็แสดงว่าเค้าเจอกันบ่อยแล้ว)
เดี๋ยวมาต่อนะครับ