JJNY : 4in1 ‘ไทยไม่ทน’เมินหมายเรียก│จีนพูดเองวัคซีนประสิทธิภาพต่ำ│ชาวบ้าน“สู้กลับ”ทัพพม่า│เทพไทแซะโควิดอาจทำให้รบ.ไปก่อน

ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘ไทยไม่ทน’ เมินหมายเรียก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แนะคนกลางคืนรวมตัวฟ้องรัฐ ม.157
https://www.matichon.co.th/politics/news_2669647
 
 
เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่งหมายเรียกตามทะเบียนบ้านที่ต่างจังหวัดตามความผิดฐานละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่ไปรายงานตัว และขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
 
ผมคงไม่ไปรายงานตัวและขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ที่บ้านก็ปฏิเสธไม่มีใครรับหมาย และยืนยันสิทธิที่ถูกรัฐบาลละเมิดในครั้งนี้ แม้แต่คำร้องทุกข์กล่าวโทษยังเป็นความเท็จ หาว่าผมร่วมกับพวกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มสามัคคีประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แต่ผมไปร่วมกับ กลุ่มสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ต่างหาก แค่จัดเวทีอภิปรายสาธารณะ ขึ้นเวทีพูดเชิงวิชาการให้ความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีการคัดกรองผู้เข้าร่วมตามมาตการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ไม่มีคนติดโควิดจากที่ชุมนุมเพราะใส่หน้ากากกันทุกคน” นายเมธากล่าว
 
นายเมธากล่าวว่า รัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วยังใช้ประชาชนเป็นเหยื่อ การฟ้องผู้จัดการสถานบันเทิง 2 แห่งให้ติดคุก 2 เดือน ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.สถานบริการ นั้นคือการจับประชาชนเป็นเหยื่อ ให้เอกชนเป็นแพะรับบาปให้กับความบกพร่องของรัฐบาล โดยที่ผู้ใช้อำนาจมิชอบไม่เคยรับความผิดเลย การระบาดจากสนามมวย และบ่อนการพนันมีผู้มีอำนาจใดรับผิดบ้าง ร้านอาหาร สถานบันเทิง ทำตามประกาศของรัฐบาลมาโดยตลอด
 
ถ้าบริหารบ้านเมืองกันแบบนี้ในประเทศเกาหลี-ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีของเขาคงกระโดดหน้าผาหนีความอับอายตายหลายร้อยรอบแล้ว ผมเรียกร้องให้ประชาชน พี่น้องแรงงาน คนทำงานกลางคืน นักดนตรี สถานประกอบการ ร้านอาหารทั้งหลายรวมตัวกันฟ้องกลับรัฐบาลบ้าง ว่ามีความผิดฐานละเว้น ม.157 และบริหารจัดการวัคซีนล่าช้าจนกระทบต่อเศรษฐกิจเสียหายร้ายแรง นอกจากนั้น ยังละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกหลายข้อ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหลายต้องอย่าเลือกปฏิบัติเอาใจผู้มีอำนาจอย่างเดียว เดี๋ยวจะมีความผิดทั้งขึ้นทั้งล่องด้วย สื่อมวลชนควรตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลอย่างเต็มที่” นายเมธากล่าว
 


จีนพูดเอง วัคซีนป้องกันโควิดของจีนประสิทธิภาพต่ำ หันผสมสูตรอื่น
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6316272
 
จีนพูดเอง – เอพี รายงานวันที่ 11 เม.ย. ว่า ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคของประเทศจีน นายเกา ฟุ กล่าวยอมรับว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจีนมีประสิทธิภาพต่ำ ดังนั้นทางการจึงเล็งที่จะผสมสูตรกับวัคซีนตัวอื่น

การที่ จีนพูดเอง ถึงจุดอ่อนของวัคซีนจีนแทบไม่เคยมี หลังจากจีนส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปให้หลายๆ ประเทศ มาจากการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เม.ย. ที่เมืองเฉิงตู ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผอ.เกา ฟุ กล่าวว่า “วัคซีนของจีนมีอัตราป้องกันที่ไม่สูงนัก
 
ตอนนี้ภายใต้การทบทวนอย่างเป็นทางการ เราคิดว่าควรใช้วัคซีนที่มีสายทางเทคนิคสำหรับกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกัน” นายเกากล่าว
 
สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีน ซิโนแวค มีอัตราป้องกันการติดเชื้อที่ร้อยละ 50.4 เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนของไฟเซอร์ ที่มีอัตราการป้องกันสูงร้อยละ 97 และจนถึงขณะนี้จีนยังไม่อนุมัติการนำเข้าวัคซีนต่างชาติเข้ามาในประเทศ นับจากมีโรคโควิด-19 ปรากฏขึ้นปลายปี 2562
 
ผอ.กองควบคุมโรคของจีน ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดว่าจะมีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การผลิตวัคซีนตรงไหนอย่างไร แต่เอ่ยถึงเทคนิคการทดลอง mRNA ที่บริษัทของผู้พัฒนาวัคซีนชาติตะวันตกใช้กันอยู่ แม้ว่า นายเกาเคยตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของวัคซีนที่ใช้แนวทาง mRNA ของชาติตะวันตก ว่า อาจมีผลข้างเคียงเชิงลบ เพราะช่วงการทดสอบครั้งแรกไปใช้กับคนที่มีสุขภาพดี

สำหรับผลการฉีดวัคซีนของจีน จนถึงวันที่ 2 เม.ย. มีผู้ได้รับสองโดสแล้ว 34 ล้านคน และหนึ่งโดส 65 ล้านคน
 
ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การผสมสูตรวัคซีน หรือการสร้างระบบภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องกันจะช่วยเสริมความมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น อย่างกรณีที่อังกฤษ มีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะผสมวัคซีนไฟเซอร์กับวัคซีนแอสตราเซเนกาเข้าด้วยกัน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวซินหัวของจีน ไม่ได้รายงานถึงจุดอ่อนของวัคซีนจีนแบบสำนักข่าวเอพี แต่ระบุถึงการพัฒนาวัคซีนแบบลูกผสมตัวใหม่ โดยสถาบันวัคซีนและเซรุ่มแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านชีววิทยาศาสตร์ของซิโนฟาร์ม (Sinopharm)
 
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้พัฒนาขึ้นโดยอิงจากลักษณะโครงสร้างของตำแหน่งตัวรับ–ยึดเกาะ (receptor-binding domain) ภายในสไปก์โปรตีน หรือ โปรตีนเอส (S protein) ของเชื้อไวรัส โดยใช้พันธุวิศวกรรมในการสร้างสำเนาของโปรตีนเอสที่ไม่เป็นอันตรายเพื่อเร่งการเกิดแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์
 
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้มีความสมบูรณ์และเหมาะสำหรับกระบวนการผลิตขนาดใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องผลิตในสถานที่มีระดับความปลอดภัยทางชีวภาพสูง เนื่องจากกระบวนการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่