เขาหลัก 2020 สักวันจะหายเหงา


.
เรามีนัดออกเดินทางกันตอนเย็นของวันทำงานปกติ จิตใจผมไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้งที่ทำงานไปด้วย และจ้องมองนาฬิการอเวลายกก้นออกจากเก้าอี้ทำงาน ผมปิดคอม เดินจ้ำไปรออยู่หน้าเครื่องสแกนนิ้ว เดินวนไปวนมา เพื่อให้ถึงเวลาออกจากงาน ไม่ว่าจะการเดินทางครั้งที่เท่าไหร่ ผมก็ยังลุกลี้ลุกรนเสมอ
.
.
เราเช็คความเรียบร้อยของห้อง ก่อนลงกุญแจ สะพายกระเป๋า เป็นหมุดหมายเริ่มต้นว่าการเดินทางกำลังเริ่มขึ้นแล้ว การเดินทางไปในสถานที่ไม่เคยไป ให้ความรู้สึกดั่งการได้พูดคุยกับสาวสวยสักคนที่เพิ่งได้พบเจอ  
.
การเดินทางในเย็นวันพฤหัสแสนสาหัส แบบที่คุณก็น่าจะรู้ดีว่าการจราจรในบ้านเมืองนี้เป็นอย่างไร เราเผื่อเวลาออกเดินทางไปถึงท่ารถ 2-3 ชั่วโมง รถค่อยๆขยับ เหมือนสายน้ำเกลือที่ไหลออกจากผู้ป่วยตาม รพ.  ผมอารมณ์เสียให้แก่โชเฟอร์แท็กซี่ ที่ไม่ยอมเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามันจะติดเช่นกันรึเปล่า
.
ไม่นานนัก เราก็หลุดจากสี่แยกนรก ที่รถติดเป็นบ้า ความสนใจเบนเข็มมาจดจ่ออยู่ที่มิตเตอร์แท็กซี่ ว่าขอให้มันอย่าแพงนักเลย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ย่อมมีคุณค่าในยามเศรษฐกิจเช่นนี้ การเดินทางอาจเป็นของไม่จำเป็น แต่ชีวิตเราจะขาดการเดินทางได้อย่างไรกัน  ท่ารถวันนี้เงียบสงัด เราเดินขึ้นบันไดเลื่อน สาละวนอยู่กับการหาชานชาลาขึ้นรถ   แต่ผมดันไปเห็นเด็กชายเลียไอติมโคน ร้านดังอย่างเอร็ดอร่อย นี่ก็นานแล้วที่เราไม่ได้กินมัน ผมละสายตาจากการหาชานชาลา ไปหาร้านไอศรีมดังกล่าว และสั่งมันมากินด้วยความคิดถึง รสชาติของวัยเยาว์ 
.
ในที่สุดเราก็เจอชานชาลา มีเวลาเหลืออีก 1 ชั่วโมงกว่ารถจะออก ผมหยิบหนังสือ A Moveable Feast ของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ขึ้นมาเริ่มอ่าน  คนเดินไปเดินมาขวักไขว่ เสียงตะโกนโหวกเวกโวยวาย ของเหล่าคนรถ ข้ามไปข้ามมาแทบจะกินหัวกัน  เจ้าแมงสาบตัวน้อยก็อยากร่วมวงความวุ่นวายนี้ด้วยการเดินออกมาเพ่นพ่าม ทำตัวเป็นจุดสนใจให้คนอื่นตกใจกลัว เสียเครื่องแลกเหรียญ ดังเกรียวกราวเวลาเหรียญตกลงมา รถคันแล้วคันเล่าสตาร์ทเครื่องยนเข้าออก กันจ้าระหวั่น ผมปิดหนังสือ และยอมรับว่ายังไม่ถึงเวลาที่ดีของมัน
.
.
แอร์โฮสเตสสาวสายเรียกเราขึ้นรถ มันเป็นรถ บขส สองชั้นรุ่นเก่า ตามราคาที่เราจ่ายได้ถูกที่สุด ผมเลือกที่นั่งริมบันได เพื่อจะมีพื้นที่ในการเหยียดแข้งขา ผมนั่งข้างใน ส่วนเธอนั่งข้างนอก   ผมหมุนแอร์ให้ออกไปไกลๆ พลางแกะผ้าห่มออกมา พร้อมกลิ่นอับของผ้าที่ปะทะเข้ามาที่ใบหน้า  การนั่งรถทัวร์ในบางชั่วขณะก็ทำให้ผมหวนคิดถึงรถไฟที่ครั้งหนึ่งผมเคยหลงรักมัน 
.
รถเคลื่อนตัวออกไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ผมหยิบมือถือขึ้นมาเปิด Netfilx ดู Before  sunrise ผมนึกอิจฉาพระเอกเป็นบ้า แต่พอเห็นหน้าตาพระเอกถึงได้ตระหนักดีว่า เอ็งควรอิจฉาต่อไป  ไม่นานนักหลังดูหนังจบ ผมก็เผลอหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ถึง จ.เพรชบุรี เพื่อจอดกินข้าวเสียแล้ว  อันที่จริงผมยังไม่หิวเท่าไหร่ แต่อาหารใต้สามารถเย้ายวนน้ำย่อยในกะเพาะผมได้เสมอ เหลียงผัดไข่ แกงเหลืองปลา ผัดคั่วกลิ้ง แกงไตปลา อาหารเหล่านี้ถ้าเมื่อไหร่ได้กินจากฝีมือคนใต้ ผมถือว่ามันคือนิพพานประจำวันสำหรับตัวผม นึกอิจฉาคนใต้ที่ได้มีอาหารรสชาติอร่อย กุ้ง หอย ปูปลา  กับผักมากมายให้ได้กินกันทั้งปี   
ตอนนี้หนังท้องตึง แต่หนังตาที่ผ่านการหลับมาครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายนักถ้าจะหลับต่อ แอร์เริ่มทำหน้าที่เกินเหตุจนสั่นไปทั้งตัว เสียงคนกรนที่เป็นเหมือนเรื่องธรรมดา ที่ควรทำให้ชินในการโดยสารเช่นนี้  ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมคาดเบว ถึงมันจะอึดอัด แต่เราจะไว้ใจคนแปลกหน้าที่มาขับรถไปส่งเราได้อย่างไรกัน ผมสวมมันอย่างแน่นหนา ไม่นานนักก็คล้อยหลับไป 
.
.
ฝนตกเป็นหยดลงหน้าต่าง ฟ้ายามเช้านี้ไม่มีพระอาทิตย์ขึ้นดังเคย พระอาทิตย์ไม่เคยหายไป เพียงแต่เมฆหมอก ปกคลุมไปทั่วทั้งขอบฟ้า  เราโชคร้ายที่มากันในวันที่พายุ… กำลังเข้าประเทศ มันโหมกะหนำขึ้น บนเส้นทางสลับคดเคี้ยวบนภูเขา ที่กำลังเข้าสู่ตะกั่วป่า เมฆบางส่วนลอยต่ำ เพื่อมาอยู่เคียงคู่กับภูเขา ราวกับว่ามันเป็นเพื่อนรัก ที่เมื่อไหร่จับคู่กัน ก็คงซึ่งความสง่างามเสมอมา
.
.
ตะกั่วป่าครึกคักในยามเช้า ผู้คนสัญจรไปมา หาซื้อข้าวปลาแม้ในวันฝนพรำ ผมทอดสายตามองไปมาผ่านกระจก ระหว่างรถจอดส่งผู้โดยสารเป็นครั้งสุดท้ายก่อนถึงคิวของเรา ที่เขาหลัก   ยิ่งรถขับออกจากตะกั่วป่ามาไกลเท่าไหร่ ความเงียบงันก็เข้ามาแทนที่ ความรู้สึกในใจของผมขึ้นไปทุกที 

รถจอดส่งเราที่ข้างทาง มีต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบังฝน มองซ้ายมองขวาเพื่อหาทางเข้าที่พัก  ไม่เจอใครสักคนให้เราถามได้ มีเพียงรถสัญจรไปมา ทำราวกับว่าเขาหลักคือทางผ่าน
.
“สมัยก่อนแม่เคยผ่าน เขาหลักอะนะ อย่างกับพัทยา 2 เลย ครึกคักเป็นบ้า มีนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด” นี่คือความทรงจำของแม่ผมที่มีต่อเขาหลัก  แต่วันนี้น่ะหรอ หมาสักตัวยังต้องมองแล้วมองอีกเลย เราข้ามถนน 2 เลน ที่มีเครื่องจักรทำถนนค้างอยู่ โดยไม่มีทีท่าเลยว่ามันจะทำเสร็จวันไหน จอดค้างอยู่ที่ข้างทาง เราเห็นจุดหมายรีสอร์ทที่เราจะเข้าพักกันแล้วละ
.
ผม : เรามีแพลนจะไปไหนกันบ้าง ในทริปนี้
 เธอ : ยังไม่รู้เลย
 ผม : เราจะอยู่แต่ในรีสอร์ทกันทั้งวันอย่างนี้น่ะหรอ
 เธอ : ไม่รู้สิ
ผม : อืม
 .
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงเซ็งแย่กับการเดินทางไปไหนแล้วไม่มีแพลนท่องเที่ยว  เวลาเปลี่ยนใจก็เปลี่ยน ทุกวันนี้ไม่รู้เป็นเพราะความขี้เกียจหรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป การเดินทางจึงมีเพียงแค่ ตั๋วรถไปกลับ กับที่ซุกหัวนอน แค่นั่นเองที่ต้องเตรียมตัว
เราไปถึงรีสอร์ทกันพร้อมพายุที่เข้ามาพอดี  ลมพัดจนต้นไม้ล้มโค่นไปหลายต้น มันเป็นรีสอร์ทที่หรูหราระดับสี่ดาวครึ่ง คงเป็นความโชคดีอีกครั้งที่พี่สาวใจดีได้ให้กิจว๊อยเชอร์แก่เรามา เราถึงได้มีปัญญามาหลับนอนในที่หรูหราระดับนี้ได้   
 .

.
ได้เวลาเที่ยงแล้วฝนยังไม่มีทีท่าจะหยุด เรากางร่มตกลงกันว่าจะออกไปหาอะไรกินกันข้างนอก เพราะอาหารรีสอร์ทแพงเหลือหลาย ฝนยังตกคงเดิม เขาหลักก็ยังเงียบเหมือนเดิม เราเดินผ่านห้างร้านที่ต่างพากันปิดประตูลงกลอน ไม่รู้ว่าเป็นการปิดชั่วคราวหรือเป็นการปิดตลอดกาลกันแน่  เราล้วนเฝ้าคอยการกลับมาของแสงแดด 
.
เราเดินเข้าไปร้านอาหารตามสั่ง ทั้งร้านมีเราโต๊ะเดียว เรากินมื้อแรกที่เขาหลักเพียงเพื่อให้อยู่ท้อง แล้วเดินต่อไป น่าเสียดายที่บางร้านก็ทุบทิ้งเสียแล้ว  จินตนาการไม่ออกเลยว่า เมืองนี้ถ้าไม่มีการท่องเที่ยวมันจะเหลืออะไร เพราะนอกจากธุรกิจภาคบริการ การท่องเที่ยวแล้ว ก็ยังไม่เห็นแหล่งรายได้อื่นของคนที่นี่ มันเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่ข้างหน้าเป็นชายฝั่ง ข้างหลังเป็นป่าเขา   หลบซ่อนตัวอยู่ในถนนสายยาวที่จะพาเราไปสู่ภูเก็ตหรือตัวเมืองพังงาได้
.
เราเดินกลับมาที่รีสอร์ท ผมถอดเสื้อผ้าใส่ชุดว่ายน้ำเพื่อลงไปว่ายน้ำในสระ สั่นไปทั่วทั้งตัวเมื่อสัมผัสกับน้ำในวันอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ บางทีเราก็ลงไปเล่นเพียงเพราะว่า เราจะได้ไม่เสียเที่ยวที่มาถึง ถึงแม้มันจะทรมานร่างกายไปสักหน่อยก็ทนได้ เพราะไม่รู้จะไปทำอะไร  แต่ก็ทนได้ไม่นานนัก ผมขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปเล่นฟิตเนสต่อ มันอย่างกับฟิตเนสส่วนตัวเชียวละ บางทีชีวิตสบายๆ ในรีสรอ์ทนี่ก็สุขสบายดีเหมือนกัน 
เผลอแปปเดียวก็เย็นเสียแล้ว ลมพัดเอาเมฆฝนไปจนหมด เราเดินเลาะชายหาด เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเหล่าคลื่นเกรี๊ยวกราดถึงเพียงนี้ ทะเลก็ไม่ต่างจากคน มีทั้งช่วงเวลาที่สงบเยือกเย็น และเวลาที่อาระวาด จนไม่มีใครที่ไหนกล้าเข้าไปใกล้
.
ผม : เราหยุดนั่งพักตรงนี้ก่อนได้ไหม หาดทรายสีดำสวยดี
เธอ : ได้สิ ว่าจะขอถ่ายรูปตรงนี้ก่อนพอดี
ผม : โอเค

พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ภูเขา ทะเล   ผมสามารถนั่งอยู่เฉยๆท่ามกลางพวกเขาได้อย่างไม่รู้เบื่อ มีกำลังใจขึ้นมาทุกครั้งเมื่อนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้น  ผมได้ทบทวนทุกครั้งที่นั่งดูพระอาทิตย์ตก สงบทุกคราวที่อยู่ท่ามกลางภูเขาลำเนาไพร และเมื่ออยู่ต่อหน้าทะเลมันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย……..
.
.
 หาดทรายสีดำ ไม่ช้าจะเปลี่ยนสีขาว
พายุฝนลมหนาว ไม่นานก็พัดผ่านไป
เพียงนั่งลงด้วยหัวใจ มองดูการเคลื่อนไหวของกาลเวลา
ฟ้าจะเริ่มมืดดำ แต่แสงของพระจันทร์จะนำทาง
คลื่นซัดชายฝั่ง  ดูโกรธเกี้ยวแต่ไร้ซึ่งอารมณ์
พระอาทิตย์เพื่อนข้า  ไม่เห็นมาซึ่งแสงสุดท้าย แต่ใช่อาทิตย์จะหายไป ยังคงความเคลื่อนไหว อยู่ใต้เมฆฝนที่บดบังเหนือกาลเวลา
สายลมปะทะใบหน้า  เย็นจับไปทั่วทุกอณู สายฝนเหมือนซ้ำดู  ให้ความหนาวยิ่งหนาวจับใจ
ใบไม้สั่นไหว  ระบำเคลื่อนพริ้วไปตามสายลม นกน้อยร่อนถลาลม กางบินโบยบิน ไม่เกรงกลัวใคร
ณ ซึ่งท้องทะเล  จะมีสิ่งใดน่าหวาดกลัว คลื่นสูงเสียดนภา  ไม่นานก็ซัดเข้าฝั่งมลายหายไป
ชาวประมงจ้องมองหาปลา  เหล่าปลาน้อยใหญ่ดิ้นรนสู่ท้องทะเล ต่างเวียนว่ายตามวัฎจักรตัวตน เพื่อความสืบไปของเผ่าพันธ์ุ
โขดหินแน่นิ่ง ใช่ว่าจะไร้ความรู้สึก  คลื่นแล้วคลื่นเล่า ปะทะเข้าอย่างไร้ปรานี  ใครจะรู้กันโขดหินถึงแข็งแรง แต่ก็โรยรา โดนน้ำซัดสั่นไหว ผุพังไปตามกาลเวลา
ณ หาดทรายแห่งนี้  ทุกสิ่งสงบ แต่มิใช่ไร้ซึ่งการหมุนเวียน  มีเพียงเรานี้นั่งนิ่งอยู่ริมขอนไม้  มองดูความเป็นไปของทุกสหาย ณ ท้องทะเล
.

เราเดินออกจากชายหาดก็จะเริ่มมืดเกินไป กินข้าวเย็น และเดินกลับมาถึงรีสอร์ทฟ้าก็มืดสนิทเสียแล้ว คืนวันศุกร์คนเริ่มเดินทางเข้ามาพักเรื่อยๆ เราคงไม่เหงาอีกแล้วละ แต่ความเหงาบางทีก็เงียบสงบดีเหมือนกันนะว่าไหม
ผมเดินเข้าห้องอาบน้ำอุ่น เปิดแอร์ ทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบหนังสือออกมาอ่านอีกครั้ง เหยียดแข้งเหยียดขาได้อย่างสบายใจ  ถ้าชีวิตอย่างนี้ได้บ่อยๆก็ดีสินะ และบางทีชีวิตที่ต้องทำงาน จันทร์ ถึงศุกร์ มันมีความหมายอะไรกัน และมันยังจำเป็นอยู่ไหมนะ หากเงินไม่ใช่หมุดหมายในชีวิต ณ ขณะนี้   ผมหลับไปพร้อมหนังสือและความเหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังกาย
.
.
เช้านี้เรากินบุฟเฟต์ที่รีสอร์ทจัดไว้ให้ ตกบ่ายเราเดินไปเล่นสวนน้ำ คนเดินขวักไขว่ ยั๊วเยี๊ยะ แย่งกันเล่น แย่งกันกินแย่งกันใช้ บรรยากาศช่างผิดแปลกไปกับด้านนอก ร้านรวงปิดป้ายหยุดยาวไม่มีกำหนด  ผมจำบรรยากาศความเหงาของเขาหลักในเย็นวันนั้นได้ดี แม้เวลาจะพัดผ่านมาข้ามปี พายุเข้า ไร้แสงตะวัน ไร้รอยยิ้ม ลมเย็นพัดปลิวหอบความเหงามาจากทะเล เรากินข้าวเย็นริมถนน ข้าวยำปักใต้อร่อยไม่มีที่ติเลยละ แต่มันคงดีกว่านี้หากวันนี้เขาหลักคึกคัก บางทีเราโหยหาความสงบส่วนตัว แต่บางครั้งเราก็ต้องการผู้คน เขาหลักเองก็คงคิดอย่างนั้นเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่