เราเกิดมา ... เพื่อตามหาสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

สวัสดีครับ พี่ๆชาว PT

พอดีผมเป็นคนชอบเขียน ชอบระบาย

ชอบแบ่งปัน เป็นคนคิดมาก

เลยมีเรื่องราวมากมายอยากแบ่งปัน เรื่องส่วนใหญ่..

มาจากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ 

คงจะมีถูกบ้าง ผิดบ้าง แล้วแต่ความคิดคนอ่าน 

ซึ่งมนุษย์ทุกคน ย่อมคิดว่า ความคิดตัวเอง 

ถูกต้องและยิ่งใหญ่ที่สุด 

รวมถึงเหตุและผลของตัวเราเองด้วย 

เช่น เราบอกให้ใครสักคนเลิกดูดบุหรี่ 

ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ดีต่อสุขภาพ 

พูดให้ลิ้นเราขาด ,, เค้าก็ไม่เลิกดูดหรอกครับ 

เช่น เวลาคนเราผิดหวัง หรือ อกหัก 

บอกให้เค้าคนนั้นทำใจ ใช่ครับ 

ก็แค่ทำใจ แต่คุณไม่ได้เป็นคนที่ผิดหวังหรือ อกหัก 

คุณอาจจะเข้าใจ ,, แต่คุณไม่ได้รู้สึกแบบเค้า 

รักตัวเอง !! ก่อนจะรักคนอื่น .. 

เพื่อนที่ดีที่สุด คือ ตัวเราเอง 

+ ทีนี้มาเริ่มเรื่องที่ผมอยากจะพิมพ์ในวันนี้ 

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ เกิดมาแล้วย่อมหนีไม่พ้น 

เกิด แก่ เจ็บ ตาย กิเลส ตัณหา รวย จน 

หนี้สิน รัก โลภ โกรธ หลง หิว อิ่ม 

อยากมี อยากได้ อยากประสบความสำเร็จ 

ตัวผมเอง เกิดมาในครอบครัวค้าขาย 

ทำงานกันทุกวัน ,, วันที่แม่ปวดท้องจะคลอดผม 

แม่ยังยืนขายของในตลาดอยู่เลย !! 

คนเราชอบคิดว่า โตไปจะเป็นอะไร 

ทำงานอะไร จะรวยแบบเค้าได้ยังไง 

ตัวผมเองในวัยเด็ก สมัยนั้นก็มีแต่ ทีวีแหละครับ 

ตื่นเช้ามาวันอาทิตย์ จำได้ว่าเปิดช่อง ITV 

มีการถ่ายทอดสด กีฬาบาสเก็ตบอล NBA 

แน่นอนเลยครับ ไมเคิล จอร์แดน 

คือ ไอดอลในตอนนั้นเลย 

พอโตมาก็เลยทำให้รู้สึก อยากเล่นกีฬาบาส 

ถามว่าชอบรึป่าว ,, ผมตอบไม่ได้ครับ 

แต่ถ้าให้ตอบว่าทำไมถึงเล่น 

คงจะเป็นเพราะ การซึมซับมาใน วัยเด็ก 

พอมาช่วงเรียนจบป.ตรี เคยพูดกับตัวเอง 

กูจะไม่เสียเงินไปเที่ยวผู้หญิงหรอกครับ 

สรุปปัจจุบัน โสดและเพราะอกหัก 

เลยลงทุนเรียนวิชา เที่ยวผู้หญิง 

หลักสูตรนี้ หมดเงินไป ๔ ล้านแล้วครับ 

แต่ก็ยังไม่เลิก แต่พยายามลดอยู่ 

เพราะ ถือว่าเป็นการผ่อนคลาย 

แถมชอบนวดน้ำมัน 

และ sex  คือ ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ 

มาพูดกันต่อ ถึงหัวข้อที่ว่า 

เราเกิดมา .. เพื่อตามหาสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง 

อาจจะมีอยู่จริง ใน เปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ 

ถ้าเทียบกับจำนวนคนในชั้นเรียน 

ที่ใช้เวลาการศึกษาตั้งแต่ 

อนุบาล 1 จนจบ ป.ตรี เป็นเวลาถึง 19 ปี 

ในจำนวนนี้ สมมุติว่ามีเพื่อนร่วมชั้น 40 คน 

ถามว่า คนที่ค้นพบ ค้นเจอตัวเอง มีกี่คน 

คนที่ประสบความสำเร็จ มีกี่คน 

++ แต่คำพูดของคนนึงคน มีความหมายต่างกัน ++ 

ใครบ้างที่เป็น หมอ ทหาร หรือ 

รวยเป็นร้อยล้านด้วยตัวเอง ... 

มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ,, 

** ณ จุดนี้ รักแท้อาจจะไม่มีอยู่จริง 

จงอย่าถามหาความจริงใจ จากใคร 

แม้แต่ ตัวเราเอง ** 

ถ้าให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คนที่ประสบความสำเร็จ 

คงจะมีน้อยมาก มาก มาก 

เวลาเราเล่นสื่อโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊ค 

หรือ ดูยูทูป เรามักจะสนใจ 

พวกคนประเภทประสบความสำเร็จ 

เรื่องเงินทอง เช่น รายการเจาะใจ 

และ PERSPECTIVE หรือ อายุน้อยร้อยล้าน 

เจ้าของธุรกิจทั้งคนไทยและตปท. 

ผมมีความเชื่ออย่างนึงว่า 

ข่าวสาร รายการในทีวี 

ถูกปรุงแต่งมาหมดแล้ว ให้เราเชื่อแบบนั้น 

คิดแบบนี้ ,, บางรายการ บางข่าว 

บางสื่อ บางเหตุการณ์ บางโฆษณา 

ถูกคิดและปรุงแต่งมาหมดแล้ว 

ให้เราคิดแบบนั้น ,, บางเรื่องจริง จนเกินจะเชื่อ 

แต่ผมเดาว่า คนพวกนี้ คิดอะไรเผื่อล่วงหน้า 

ไว้เป็น 5 - 10 ขั้นตอน 

วางแผนล่วงหน้า ให้ส่งผลระยะยาวถึง 3-5 ปี 

เหตุผลก็เพื่อให้คนเราเชื่อ หรือ กลัว 

ซื้อหรือใช้ ในสิ่งที่ไม่จำเป็น 

ทีนี้ถ้าถามว่าเราจะค้นพบตัวเองได้อย่างไร 

1 . ลงมือทำครับ แต่บางคนบอกว่า 

ให้ทำอย่างเดียวจนสุด สุดความสามารถ 

เลยขีดจำกัด มีความอดทนมากๆ 

+ แต่ความอดทน เราควรใช้ให้เหมาะสมนะครับ 

เพราะ เรื่องบางเรื่องอดทนไปก็ ไร้ค่า + 

2 . ในการศึกษา จะมีเกรดเฉลี่ย หรือ คะแนน 

เป็นตัวชี้วัด ว่าเราเหมาะสมกับอะไร 

ถ้าวิชาไหนได้ คะแนนดี มุ่งไปให้สุดเลยครับ 

แต่ก็ใช้ได้แค่บางกรณีนะครับ 

+ เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยน คนก็จะเปลี่ยน + 

3 . ลองทำแบบทดสอบ อาชีพที่เหมาะสม 

กับตัวเราเองครับ อาจจะเชื่อได้บ้าง 

แต่ข้อสอบ หรือ ข้อมูลทางจิตวิทยา 

ย่อมมีการคลาดเคลื่อนอยู่แล้ว 

สุดท้าย ตัวผมเองยังไม่รู้เลยครับ 

ว่าชีวิตต้องการอะไร ,, แต่ถ้าเลือกได้ 

อยากจะไปจบชีวิตที่ สวิตเซอร์แลนด์ 

เพราะที่นั่น มีสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย 

แต่มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายสูง 

ออกใบรับรองโดย องค์การอนามัยโลก 

ผมไม่รู้ว่า การมีชีวิตทุกวันนี้มันสนุกยังไง 

รู้แต่ว่า ทำงาน เที่ยวเล่น นอนหลับบ้าง 

ไม่หลับบ้าง ,, เหมือนคิดและอยู่ไปวันๆ 

แถมอีกนิดครับ ผมเชื่อว่า 

คนเราจะประสบความสำเร็จได้ ,, ต้องมี 

1 . ความอดทน (( ที่มีขีดจำกัด )) 

2 . เวลา คือ สิ่งสำคัญ 

ลองมองย้อนกลับไปในวันแรกที่เรา 

เริ่มต้นทำธุรกิจ จนถึงวันนี้ เรามาไกลขนาดไหน ! 

อย่างบริษัทชั้นนำ ต่างๆ ก็เริ่มมาจากวันที่ 1 

ล้มลุก คลุกคลาน กว่าจะมีวันนี้ 

แต่ในข้อนี้ก็มี เปอร์เซ็นต์ของคนที่ล้มเหลว 

3 . เงินเย็น เงินทุน เงินสำรอง 

จบแล้วครับ ,, อ่านแล้วดูยาว ไม่ค่อยมีสาระ 

ก็ต้องกราบขออภัยนะครับ 

ส่วนพี่ๆ เพื่อนๆ ท่านไหนอยากจะ 

แบ่งปันประสบการณ์ หรือ ความคิดเห็น 

เชิญได้เลยนะครับ .......
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่